เช้าวันศุกร์ที่ 26 ธันวาคมภายในห้องประชุมคลาคล่ำไปด้วยนักเรียนหมอทั้งชายหญิงแยกแต่งตัวผู้ชายใช้ห้องใหญ่เพราะคนมากกว่าหมอสาวที่ต้องแต่งหน้าทำผมเพียงสามคนส่วนหมอสาวชั้นปีอื่นๆ แต่งชุดกีฬาเข้าร่วมขบวนเท่านั้นแต่ทุกคนที่ว่างต่างมารวมกันที่นี่เพื่อรับอาหารกลางวันและให้กำลังใจหมอหนุ่มร่วมชั้นปีที่ต้องแต่งชุดไทย
“พี่พีไอ้บาสไม่ใส่ขาสั้นมา”หมอทัตพงษ์ เดนท์ปีสามโผล่หน้ามาฟ้องเธอซึ่งกำลังตรวจเช็กอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในขบวน“บิดหูมันเลยพี่มันไม่ให้ความร่วมมือ”
หมอบาสคนไม่ให้ความร่วมมือยังอยู่ในชุดสครับแต่เห็นได้ชัดว่าใบหน้าซีดเซียวในมือถือโจงกระเบนเ้าปัญหามาด้วย
“ผมลืมเตรียมขาสั้นมาเปลี่ยน พอจะถอดในห้องช่างที่พี่หามาก็น่ากลัวมากจ้องผมตาเป็มัน”
ภัควริณย์หัวเราะขำท่าทางหวาดระแวงของหมอหนุ่มเพราะในทีมช่างที่มาช่วยแต่งหน้าแต่งตัวล้วนเป็สาวสองเสียเป็ส่วนใหญ่
“เปลี่ยนๆไปเถอะหมอใครจะมองก็มองไปทำไมต้องแคร์”
“ซิงผมจะปลอดภัยใช่ไหม”
ภัควริณย์หายใจเฮือก“ไม่เป็ไรวันนี้อากาศดีฝนก็ไม่น่าตก หมอไม่ต้องปักตะไคร้นึกว่าทำบุญทำทานเผื่อเขาจะลดค่าแต่งตัวให้บ้าง”
“พี่อ่ะ ไม่ช่วยปกป้องแถมยังผลักไสอีกนะ” หมอบาสทำหน้างอ
“งั้นไปเปลี่ยนในห้องน้ำแต่ระวังชายผ้าเปื้อนด้วยนะ”
“โอเค พี่ดักช่างไว้นะอย่าให้ตามมาผมเสียวหลัง“ หมอหนุ่มทำท่ากลัวทั้งน่าสงสารทั้งน่าขำจนเธออ่อนใจ
“ห้องไหนทำสัญลักษณ์ไว้จะได้ไม่พลาด”
“พี่!” ทำเสียงสะบัดสะบิ้งได้อีก
“น่านิดๆ หน่อยๆ ช่างเขาตอดเล็กตอดน้อยพอชื่นใจเอง”
พอหมอหนุ่มที่ประกาศว่าตัวเองยังซิงเดินงอนตุ๊บป่องออกประตูไปทีมงานเื้ัที่ทำท่าง่วนอยู่กับงานในมือก็สบตากันแล้วพากันหัวเราะออกมา
“พวกหมอนี่เขาตลกเนาะ” ฟ้าที่กลั้นหัวเราะจนแก้มตุ่ยอดรนทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปาก
“น่าปวดหัวมากกว่าเหมือนมีลูกเล็กยั๊วเยี๊ยะเต็มไปหมด แล้วสุดหล่อเธอมายัง”
“อยู่ในห้องประชุมแล้วค่ะ”ฟ้าหน้าแดงดวงตาเป็ประกายปลื้มปริ่ม “ถ้าหนูขอเซลฟี่กับหมอเขาจะน่าเกลียดมั้ย”สมัยนี้ยังมีสาวน้อยหลงยุคขี้อายเหลืออยู่สองคนคือฟ้ากับน้ำหวานที่คอยชะเง้อคอยาวรอหมอที่ตนแอบปลื้ม
“ตามสบาย แล้วหมอเตวิชยังไม่มาเหรอ”
“ติดคนไข้ถึงสิบโมง” เอฟซีหมอรายงาน “หนูขอถ่ายรูปกับหมอด้วยนะพี่”
น้ำหวานขี้อายไม่แพ้กัน
“ได้สิแต่ขอให้หมอแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก่อนนะ วันนี้หมอๆเตรียมแฟนเซอร์วิสเต็มที่พี่เทรนไว้แล้ว”
“หมอณัฐหล่อมากแต่งดำทั้งชุดหิ้วสูทเดินผ่านไปตะกี้” ฟ้าเล่าให้ภัควริณย์ที่เพิ่งเข้ามาห้องเพียงไม่กี่นาทีได้รับรู้
“แน่สิ all black ใครแต่งก็เท่ขึ้นไปอีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์เชียวหล่ะหมอเราหล่ออยู่แล้วถ้าได้แต่งหน้าทำผมเข้าไปนี่พี่แทบอยากจะหย่าสามี” ลลิตาหัวเราะคิกคักเพิ่มความอยากรู้อยากเห็นให้สาวขี้อายขึ้นไปอีก
“อยากเห็นก็เข้าไปเก็บรูปให้พี่สิ” ภัควริณย์ชี้ช่องทาง“พี่มีกล้องใช้ไม่ยาก”
“ใครจะกล้าพี่”
“หนูไม่กล้าข้างในผู้ชายเต็ม”สองสาวปฎิเสธเสียงอ่อย
“โอกาสไม่ได้ผ่านมาทุกวันนะใจๆ หน่อย” ลลิตาลุ้นแต่ฟ้าส่ายหน้าด๊อกแด๊ก
“หนูอายแค่มองไกลๆ ขายังสั่น ถ้าใกล้กว่านี้หนูคงช็อกตายน้ำลายฟูมปาก”
“แล้วบอกจะเซลฟี่กับหมอจะไม่เป็ลมหรือไง” ภัควริณย์แซว“หรือจะแอบเนียนล้มซบอกเหมือนในซีรีส์… ร้ายนะเธอ”
“พี่!” ฟ้าหน้าแดงแปร๊ด
“มีอะไรให้หมอช่วยไหม”อาจารย์หมอนลินทิพย์ที่คอยช่วยให้คำปรึกษาในการทำขบวนพาเหรดเข้ามาทักทายพร้อมกับเพื่อนอาจารย์อีกสองท่าน
“เหลือจับหนุ่มๆ ปะแป้งค่ะอาจารย์” ภัควริณย์รายงานเสียงใส
“หมอช่วยได้นะถ้าแค่รองพื้น” อาจารย์อีกสองท่านพยักหน้ารับยินดีช่วยเหลือลูกศิษย์เต็มที่
“แค่รองพื้นก็น่าจะพอเนาะ”
“รบกวนด้วยนะคะหมอ” แม่งานกุลีกุจอต้อนรับช่างแต่งหน้ากิตติมศักดิ์ “พีเตรียมอุปกรณ์ไว้แล้วค่ะ”
ลลิตาวางงานในมือรื้อกระเป๋าหยิบรองพื้นครีมกันแดด คลีนเซอร์ และลิปกรอสส่งให้แพ็กใหญ่ด้วยงบประมาณจำกัดทำให้เธอตัดสินที่จะจ้างช่างแต่งหน้าทำผมให้เพียงดรัมเมเยอร์สาวและคนถือป้ายรวมห้าคนเท่านั้นส่วนลีดซึ่งเป็ชายล้วนรวมถึงหมอที่สวมชุดไทยราชประแตน เธอแจ้งให้เซตผมมาเองส่วนหน้าก็ทาเพียงกันแดดกับรองพื้นก็ใช้ได้
“หนูมีเื่จะสารภาพ” ลลิตายิ้มแหย
“ว่า?”
“ลิลืมซื้อพู่กันทาปาก”
“อ้าว ไม่ทันแล้วล่ะ เอาไงดี อืม...ช่างเถอะ”
“ขอโทษนะพี่”
“ไม่เป็ไรๆ แค่นี้เอง ตัวเองช่วยพี่ยกโต๊ะเอาไปวางกลางห้อง ขอเก้าอี้สัก 4-5ตัว เดี๋ยวพี่จะเรียกหมอมา”
ภัควริณย์แกะครีมกันแดดและลิปกรอสวางบนโต๊ะแล้วเดินไปยังห้องแต่งตัวของหมอหนุ่มๆ “ใครแต่งตัวเรียบร้อยแล้วออกมาข้างนอกขอพี่เช็กหน้าผมหน่อย”
คนที่แต่งตัวเสร็จก่อนคือเชียร์ลีดเดอร์เพราะเปลี่ยนเพียงเสื้อกาวน์เป็เชิ้ตสีดำสี่หนุ่มลุกจากที่นั่งเดินมาง่ายๆ เพราะไม่มีอะไรทำนอกจากนั่งเล่นโทรศัพท์พอมาเจออาจารย์หมอวัย 50+ที่อาสาเป็ช่างแต่งหน้านั่งรออยู่ก็ทำเอาหนุ่มๆ ชะงักกึก
“มาๆ จะเอาหล่อขนาดไหนเดี๋ยวอาจารย์จัดให้” เกร็งกันเป็แถวกลั้นหายใจนั่งลงหน้าอาจารย์ตัวลีบ
“สวัสดีครับอาจารย์”
“ทากันแดดมารึยังลูก” อาจารย์หมอวัยเก๋าถามลูกศิษย์
“ทาแล้วครับ” ลีดทั้งสี่คนเตรียมตัวมาดีใช้ได้ต่างจากรุ่นพี่ที่ค่อนข้างมีปัญหา
“ใครยังไม่ได้ทากันแดดไปล้างหน้าก่อนแล้วมาทาครีมกับพี่” ภัควริณย์ถามหมอที่อยู่ในชุดราชประแตนอีก เจ็ดคนที่ยืนรอต่างทยอยเดินเข้าห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆ
“ทายังไงพี่” ทันตแพทย์จิรัตน์มองดูครีมกันแดดในมือราวกับเป็สิ่งมหัศจรรย์
“บีบทีละนิดแล้วแต้มห้าจุดบนหน้าแบบนี้” เธอสาธิตยิ้มๆ“ทาบางๆ เกลี่ยให้ทั่ว ใช่ค่ะ มาพี่ถือกระจกให้ตรงหน้าผากอีกหมอเกลี่ยอีกหน่อย”
ขณะที่เธอกำลังง่วนกับพี่ปีสามหมอทีปกรปีสองก็สร้างเื่
“หม๊ออออ ทำไมทาอย่างนั้น” เด็กชายทีปกรหน้าขาววอกราวกับทาแป้งเด็กไปสักครึ่งกระป๋อง
“ไม่ใช่เหรอ” เขาทำหน้าเหวอ
“โอ๊ยตายแล้ว ไปล้างแล้วมาทาใหม่”
“ไม่รู้นี่ว่าทาแบบไหน”
“ไม่เคยมีแฟนใช่ไหมหมออ่ะ” หญิงสาวแซว
“เกี่ยวอะไรกับทากันแดด” หนุ่มโสดสงสัย
“ก็ถ้ามีแฟนเขาต้องสอน” ทฤษฎีใหม่ที่ภัควริณย์คิดขึ้นมาสดๆร้อนๆ แสร้งทำหน้าขรึมอำหมอหนุ่ม
“เชื่อได้ไหม” สายตาระแวง
หญิงสาวมองหน้าขาวโบ๊ะนั้นแล้วหัวเราะคิก
“จริงสิจะโกหกทำไม ไปล้างหน้าออกได้แล้ว”
หมอที่ยังไม่เคยมีแฟนพยักหน้าหงึกๆเชื่อฟังมาก
“ล้างน้ำเปล่าออกไหม”
“ใช้โฟมล้างหน้าก็ได้ พี่หยิบให้”
“พี่พีรองพื้นเสร็จแล้วทำไงต่อ” ลีดเดอร์หนุ่มถามพลางลุกจากเก้าอี้ให้คนใหม่นั่งแทน
“หมอมาทางนี้ เติมปากหน่อย” ภัควริณย์เปิดฝาลิปยื่นไปตรงหน้าทีละคน “ไม่มีพู่กันทานะหมอต้องใช้มือแล้วเพราะพี่ไม่ได้ซื้อลิปมาครบทุกคน”
หนุ่มๆไม่มีปัญหากับความอัตคัดต่างให้ความร่วมมือด้วยดี
“โอเคไหม” ชยณัฐก้มหน้าให้เช็กความเรียบร้อย
“เติมอีกหมอ ไม่เข้มหรอกแค่ลิปกรอส” ด้วยความสูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบเิเถ้วนจึงทำให้ภัควริณย์ต้องแหงนหน้าจนคอตั้งบ่าแต่ละคนก็ดูจะเอ็นจอยสุดขีดกับการแกล้งยืนเต็มความสูงให้เธอแหงนหน้ามองจะช่วยก้มลงมาสักนิดก็ไม่มี
แน่ะเขย่งขึ้นไปอี๊ก!
“จะเขย่งเพื่อ?”
ชยณัฐหัวเราะ “ความกดอากาศข้างล่างเป็ไงบ้างพี่”
“เลิกแกล้งได้แล้วเพื่อนยังรออีกหลายคน”
“พี่ก็ยืนขึ้นสิ”
“ยืนแล้วย่ะ นี่ยืดเต็มความสูงแล้ว”
“เอาบันไดไหมครับ” เสียงแซวมาจากหน้าห้องหมอเตวิชหวานใจของน้องน้ำหวานนั่นเอง
“ขอบใจ พี่เขย่งได้” ภควริณย์ทำหน้ามุ่ยสะบัดค้อนพวกหมอไร้น้ำใจ“อีกนิดก็จะเป็ตะคริวแค่นั้นเอง”
“ยืนอย่างนี้แล้วเหมือนเลขหนึ่งกับเลขศูนย์เลย”
“ไม่ใช่ครับพี่เต้ เหมือนเลขหนึ่งกับจุดทศนิยม” สองหมอหัวเราะก๊ากขณะที่คนสูงน้อยแทบปรี๊ดแตก
“ไซส์นี้เป็ที่นิยมอย่างหมอจะรู้อะไร หาแฟนหุ่นนางแบบแบบนี้ให้ได้เถอะ”
“ก็กำลังจีบอยู่ เมื่อไหร่จะตกลง” เตวิชว่าเข้าไปนั่น
“หมอมาช้าแล้วเฉไฉนะคนอื่นแต่งตัวเสร็จกันหมดแล้วรีบเข้าห้องไปเปลี่ยนชุดเลยไป”
“คร้าบ”
“เสร็จแล้วออกมาแต่งหน้านะหมอ”
“พี่พีมานี่หน่อย” ภัควริณย์หันไปมองที่ประตูห้องประชุมเห็นศวัสพยักหน้าเรียก
“อะไรหมอ” ศวัสอยู่ในชุดแต่งกายซึ่งต่างจากคนอื่นเพราะเป็ดรัมเมเยอร์เขาดูดีขึ้นไปอีกหลายสเต็ปเมื่ออยู่ในชุดเ้าชายทรงผมที่เคยปรกหน้าถูกเสยขึ้นให้เห็นหน้าสวยๆ
ใช่ไม่ผิด ศวัสเป็หนุ่มหน้าสวยมากกว่าจะดูคมเข้มและดูจากนามสกุลก็น่าจะมีเชื้อจีนผสมอยู่
“ผมใส่ไม่ได้ พี่ช่วยหน่อย” เขายื่นสายสะพายไหล่มาตรงหน้าเธอรับมาแล้วถอนหายใจชักอยากได้บันไดซะแล้วสิเด็กสมัยนี้กินเสาไฟฟ้าเป็อาหารเสริมหรือไง
“ก้มลงมาหน่อยพี่ไม่ถึง” ในที่สุดเธอก็พาดสายสะพายบนไหล่เขาสำเร็จค่อยๆ ขยับชายทั้งสองข้างให้เท่ากัน
“เข็มกลัดที่ติดมาตัวเล็กไปกลัดไม่อยู่ หมอจับไว้นะ” เธอวางมือพอหันหลังให้ก็พ่นลมออกมาจากปากพรืด
สู้สิวะนังพี!กับคนอื่นยังทำได้ ใกล้แค่นี้ทำเป็สั่นยังกับสาววัยกระเตาะ
“ฟ้า หยิบเข็มกลัดตัวใหญ่มาให้พี่ที” เธอสูดลมหายใจแล้วเดินกลับไปช่วยแต่งตัวให้หมอหนุ่มอีกครั้งสายสะพายที่ควรอยู่บนไหล่แต่กลับมาอยู่ในมือเขาซะงั้นทำเอาเธอปรี๊ดแตก
“หมอไม่จับไว้ล่ะ!”
“มันหลุดเอง” ตอบหน้าซื่อตาใส
“อย่าแกล้งได้ไหมวันนี้พี่เหนื่อยมากนะ” คราวนี้ศวัสยอมย่อไหล่ลงให้อย่างว่าง่าย
“อ้าวฟ้าเข้ามาสิ” ภัควริณย์รับเข็มกลัดมากลัดให้เรียบร้อยแล้วทำท่าจะผละออกไปศวัสก็ยื่นแถบผ้าคาดเอวให้อีก
“นี่ด้วย” เธอรับมาแล้วค่อยๆเอื้อมมือพันให้รอบเอวเขาอย่างเก้ๆ กังๆขณะที่เ้าตัวยกมือขึ้นสองข้างระดับไหล่อำนวยความสะดวกให้เธอเดินจัดชายเสื้อให้เรียบร้อย
“พี่หนูไปก่อนนะ” จู่ๆฟ้าก็ยื่นเข็มกลัดที่เหลือให้แล้ววิ่งอ้าวออกไปจากห้อง
“หึๆ” ชายหนุ่มหัวเราะ
“หมอทำอะไรเด็ก”
“เปล๊า” ปฏิเสธเสียงสูงเชียว ต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆไม่งั้นยัยฟ้าคงไม่วิ่งหน้าตื่นออกไปอย่างนั้น
ในที่สุด่เวลาของความอึดอัดก็สิ้นสุดลง
“ไปเติมลิปข้างนอก” ศวัสรองพื้นหน้าแล้วแต่ปากดูซีดกว่าปกติเธอเพิ่งสังเกตเห็น “นั่งรอนี่แล้วกันเดี๋ยวพี่มา”
ภัควริณย์กลับมายังโต๊ะเห็นเตวิชอยู่ในชุดไทยเรียบร้อยนั่งเล่นมือถืออยู่น้ำหวานคอยมองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้
“หมอ”
“ครับ” เขาเงยหน้าขึ้น
“เติมปากหน่อย” กลายเป็คำพูดติดปากของเธอไปแล้ว เธอพูดคำนี้ไปไม่ต่ำกว่ายี่สิบรอบ
“ไม่มีบริการทาให้เหรอนั่งรอตั้งนาน”
“ทำเอง ยื่นมือมา”
“ช่วยใจดีกับผมหน่อยไม่ได้หรือไง”
“ใจดีกว่านี้ก็นางฟ้าแล้ว”
“อุตส่าห์ตามเฝ้าตั้งหลายปีเมื่อไหร่จะใจอ่อนรอนานแล้วนะ” น้ำเสียงออดอ้อนหวังผลนิดๆทั้งที่รู้ผลลัพธ์กันอยู่
“มีลูกแล้วใจอ่อนกับใครได้ เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องรอ” เธอยิ้มไม่กังวลกับคำพูดของเตวิชเพราะเขาเคยพูดทำนองนี้แล้วหลายครั้ง
“ไว้หลอกคนอื่นเถอะ ผมรู้จักพี่มาั้แ่เป็เฟรชชี่โสดบนคานตลอดกาลแบบพี่จะมีลูกได้ยังไง มีผมมาจีบก็ดีเท่าไหร่ตกลงเถอะอย่าเล่นตัวมาก ยิ่งแก่ยิ่งราคาตกนะ”
“ไม่โอเคด้วยก็เพราะปากแบบนี้แหละ”
“อุ๊บส์ ถอนคำพูด”
“ไม่ทันแล้ว ได้ยินเต็มสองหูว่าเราแก่ หมอจีบสาวประสาอะไร” สาวที่ถูกจีบส่ายหน้าขำๆ
“จีบกันเสร็จหรือยังครับ” ศวัสหน้าคว่ำยืนอยู่ด้านหลังั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้มองปราดเดียวก็รู้ว่าพ่อเ้าประคุณเริ่มออกอาการไม่สบอารมณ์อีกแล้ว
เกิดเป็นังพีนี่ไม่ง่ายเลย พับผ่าสิ!
“อ้าวหมอ ขอโทษที่ให้รอนาน” ภัควริณย์ผละจากเตวิชไปหยิบลิปสติกอีกแท่งแกะพลาสติกซีลแล้วฉีกยิ้มให้คนหน้าคว่ำ
น้ำตาจิไหล อดทนอิพี!อดทนไว้อีกนิดเดียว ยิ้มกว้างๆ ให้พ้นวันนี้ไปก่อน
“สีนี้น่าจะเหมาะ” มองปากสลับกับลิปสติกในมือพลางพยักหน้าหงึกหงักอยู่คนเดียว
ศวัสยืนนิ่งรอดูปฏิกิริยาของหญิงสาวเงียบๆครั้นพอเธอยื่นมือมาเขาก็จับมือเธอไว้ก่อนจะก้มหน้าลงมา “ทาให้ด้วยทำเองไม่ถนัด”
“หมอ!” ภัควริณย์ตาโตไม่คิดว่าเขาจะกล้า
ศวัสปล่อยทันทีถอยห่างออกโดยอัตโนมัติทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ยกมือขึ้นลูบริมฝีปากตัวเองช้าๆ “น่าจะโอเคแล้วพี่ว่าไง”
อี๊ยย!ไอ้คนหน้ามึน
“รับบัตรคิวครับรุ่นน้อง” เดนท์ปีสองเตือนเสียงเรียบจ้องหมอรุ่นน้องเขม็งหากศวัสเพียงแต่ยิ้มไม่ตอบโต้ บรรยากาศส่อแววมาคุรำไรซึ่งคนที่อึดอัดที่สุดหนีไม่พ้นหญิงสาวคนเดียวที่ยืนอยู่
“พี่ควรดีใจไหมเนี่ย เลิกล้อเล่นได้แล้ว”
“พี่ทำเหมือนผมไม่จริงจัง” เตวิชพ้อเล็กๆไม่กล้าออกอาการมากเพราะเคยถูกเธอโกรธมาแล้วเขาตามจีบมาตั้งนานยังรักษาระยะห่างเสมอต้นเสมอปลายแต่ศวัสที่เพิ่งเจอหญิงสาวได้ไม่นานกลับจับมือเธอหน้าตาเฉย
“หมอ” ภัควริณย์อ่อนใจอยากะเิใส่ทั้งคู่แต่ยังนึกถึงภาระที่ยังรออยู่อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าได้แต่นับหนึ่งถึงสิบในใจ ขณะที่ต้นเื่ทั้งคู่หลบตาแล้วหันหน้าไปคนละทิศละทาง
สวยสร้างเื่จริงๆตรู!
“พร้อมกันยังหนุ่มหล่อทั้งคู่” คนที่โผล่หน้ามาทำเอาทั้งหมดอารมณ์สะดุดกึก
“จำเค้าไม่ได้เหรอตัวเอง” กมลภพอยู่ในชุดไทยอมรินทร์แต่งหน้าสวมวิกผมเกล้าขึ้นแบบผู้หญิงถามเสียงออดอ้อนเข้ามากอดแขนศวัสเขย่าพรึ่บๆคาดว่าคงยืนดูมาสักพักแล้วจึงเดินมาช่วยคลี่คลายสถานการณ์
“สวยไหมที่รัก”
“สวยมากจ๊ะน้องสาว” ศวัสหลุดขำ
เอาล่ะอย่างน้อยก็ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงบ้าง ภัควริณย์มองกมลภพอย่างซึ้งใจ
นี่สิถึงจะเรียกว่ารักกันจริง
“อะไรเข้าฝันมึงเนี่ย”
กมลภพชี้หน้าหญิงสาว“ถามคุณนายเขาดูสิ คืนก่อนกล่อมกูจนเคลิ้ม”
“กล่อมอะไร ฝีมือตัวเองอ่อนแท้ๆ”
เมื่อสองวันก่อนกมลภพไลน์มาคุยเื่การแสดงโชว์แต่ไปๆ มาๆ ก็ท้าเธอแข่งเล่นเกม สุดท้ายเธอชนะจึงเสนอให้เขาแต่งหญิงถือป้ายกีฬาสี
“สวยใช้ได้เลยหมอ นี่ถ้าหมอศวัสแต่งหญิงบ้างคงสวยไม่แพ้กัน”
“อย่าแม้แต่จะคิด ผมกับมันคนละสปีชีส์กัน!”