ตอนที่29
ทำลายแผนการดอยตะวัน
เมื่อสิ้นเสียงของซื่อเหมี่ยนซึ่งอยู่ในฐานะผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีบรรดาขอทานทั้งหลายต่างขยับเปิดทางให้กับทั้งสองผู้เฒ่าได้เดินไปยังเวที ในตอนแรกบรรดาขอทานทั้งหลายได้โอบล้อมซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินเอาไว้ตามคำสั่งของทั้งสามบนเวทีซึ่งให้จัดการกับทั้งสองผู้เฒ่าโดยพลันด้วยเกรงว่าความจะแตกเพื่อ้าให้ความจริงได้ปรากฏระหว่างสองผู้เฒ่าบนเวทีกับสองผู้เฒ่าด้านล่างผู้ใดกันแน่ที่เป็ตัวปลอม ขอทานทั้งหลายจึงรีบเปิดทางให้กับผู้เฒ่าทั้งสองได้ขึ้นไปบนเวทีโดยสะดวก
เมื่อทางสะดวกมิมีขอทานคนใดขัดขวางซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินในคราบของผู้เฒ่าลำดับแปดกับกับผู้เฒ่าลำดับเจ็ดทั้งสองต่างเกร็งลมปราณลงสู่ขาสองข้างผ่านเข้าสู่ฝ่าเท้าทั้งสอง พร้อมออกแรงเบา ๆ ะโลอยตัวรวดเดียวบรรลุถึงกึ่งกลางเวทีนับว่าวิชาตัวเบามิต่ำช้าเลยทีเดียวเมื่อทั้งสองทิ้งร่างลงกลางเวทีที่อยู่ห่างจากสามคนซึ่งยืนอยู่ก่อนไม่มากนักทั้งสองจึงได้เห็นใบหน้าโดยชัดเจนของคนทั้งสามบนเวทีสองผู้เฒ่าตัวปลอมดูแล้วคาดเดาอายุได้น่าจะไม่เกินสี่ห้าสิบปี
ส่วนผู้ที่เรียกหาตนเองว่าเหยาจิ้งเฟยอายุไม่น่าจะเกินยี่สิบปีในความคาดเดาของซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินแต่เมื่อพิจารณาจากรูปร่างของเหยาจิ้งเฟยแล้วเพียงสูงกว่านางทั้งสองไม่ถึงครึ่งเชี๊ยะรูปร่างเหยาจิ้งเฟยผู้นี้กลับดูบอบบางอรชรผิวพรรณยิ่งขับเน้นไปทางอิสตรีมากกว่าบุรุษเสียด้วยซ้ำวงพักตร์เรียวได้รูปคิ้วโก่งตาแวววาวสุกใสแฝงความเ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจพร้อมกันนั้นเหนือริมฝีปากบางเฉียบอวบอิ่มจนดูระเรื่อปกคลุมไปด้วยหนวดบาง ๆ แต่เมื่อพิจารณาโดยชัดเจนทั้งสองดูออกโดยทันทีว่านั่นเป็หนวดปลอมโดยรวมแล้วซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินพอจะสรุปได้ว่าเหยาจิ้งเฟยผู้นี้แม้กล่าวว่าตนเองเป็บุรุษแต่แท้จริงคล้ายดรุณีเสียเก้าส่วน
เมื่อซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินทั้งสองยืนอยู่บนเวทีจึงเห็นว่าพื้นที่ด้านล่างเป็พื้นดินขนาดใหญ่มองออกไปล้วนชุมนุมไปด้วยบรรดาขอทานไม่น่าจะต่ำกว่าพันคน บัดนี้เหล่าขอทานทั้งหลายต่างลุกขึ้นยืนจนหมดสิ้นพร้อมขยับก้าวเท้าเข้ามาชิดติดกับเวทีมากยิ่งขึ้นเพื่อพวกเขาจะได้เห็นว่าบนเวทีฝ่ายใดกันแน่ที่แอบอ้างปลอมเป็ผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีกับผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมา
ในเวลานี้เหยาจิ้งเฟยกับสองผู้เฒ่าตัวปลอมต่างยังมิกล้ากระทำเช่นไร ทั้งสามเอง้าทราบเช่นกันในเมื่อผู้เฒ่าทั้งสองกับผู้ติดตามอีกผู้หนึ่งได้ถูกมารธุลีต้าเอ่อคากับมารนภาหม่าจิ้งเถานั่นคือทั้งสองซึ่งยืนอยู่บนเวทีพร้อมกับมือดีอีกห้าคนของสำนักมาร์ลอบทำร้ายและนำร่างไปทิ้งยังชายป่า ก่อนเดินทางเข้าสู่เมืองลั่วหยางเมื่อหลายวันก่อน
ดังนั้นทั้งสามคนบนเวทีย่อมดูออกเช่นกันว่าสองผู้เฒ่าที่ขึ้นมาบนเวทีล้วนเป็ตัวปลอมเช่นกันสถานการณ์ในเวลานี้ขึ้นอยู่กับผู้ใดจะเปิดเผยศักดิ์ศรีที่แท้จริงของฝ่ายตรงข้ามได้ก่อนกันด้านเหยาเยี่ยนผิงในคราบของเหยาจิ้งเฟยดีดลูกคิดรางแก้วในใจเป็มั่นเหมาะ ว่านางจะเปิดเผยฐานะที่แท้จริงของสองผู้เฒ่าปลอมให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะกระทำได้แล้วใช้บรรดาขอทานทั้งหลายที่มีจำนวนมากเป็เครื่องมือหยิบยืมมือขอทานเ่าั้ให้จัดการกับขอทานเฒ่าทั้งสองโดยที่นางมิต้องลงมือเองส่วนนางเพียงยืนอยู่บนภูดูพยัคฆ์ห้ำหั่นกันแล้วค่อยหยิบฉวยผลประโยชน์ในภายหลังโดยมิต้องออกแรงให้สิ้นเปลือง
ทางด้านซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินนางทั้งสองมิใช่คนเ้าเล่ห์มากเหลี่ยมเท่าใดนักแต่ด้วยสถานการณ์จำเป็บังคับให้นางทั้งสองต้องขบคิดว่าจะทำเช่นไร ที่จะยับยั้งแผนการชั่วและทำให้เหตุการณ์ในค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไปด้วยดีโดยไม่มีขอทานผู้หนึ่งผู้ใดต้องได้รับอันตรายหรือาเ็และเสียชีวิตลงอีกเช่นผู้เฒ่ารักษากฎทั้งสองและที่สำคัญไปกว่านั้นผลแพ้ชนะครานี้ยังส่งผลต่อความอยู่รอดของบรรดาขอทานน้อยใหญ่ด้วยมาตรว่านางทั้งสองกระทำผิดพลาดไม่สำเร็จดั่งที่จ่านจือตั้งใจและได้รับปากขอทานพเนจรหวงเกาฉือเอาไว้ก่อนหน้านั้นหากบรรดาขอทานถูกใช้เป็เครื่องมือในการสนับสนุนพรรคมารขึ้นเป็ผู้นำชาวยุทธ์นั่นถือว่าเป็ความอัปยศครั้งใหญ่หลวงของขอทานทั่วแผ่นดิน
แต่ถึงกระนั้นนางทั้งสองยังไม่กังวลมากนักด้วยทราบว่าถือหมากเหนือกว่าอยู่ตาหนึ่ง โดยที่ฝ่ายศัตรูหาทราบไม่ ว่าหมากตานั้นก็คือท่านผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อนั่นเองสามคนบนเวทีเข้าใจว่าท่านได้ตกเขาเสียชีวิตไปั้แ่เมื่อค่ำคืนวานแล้วอีกทั้งยังมีตัวแปรสำคัญที่จะทำให้หมากตานี้เหนือชั้นขึ้นไปอีกตัวแปรที่ว่ามิใช่ผู้ใดแต่เป็จ่านจือนั่นเองและเขาเป็ผู้ที่เดินหมากตานี้
ผลแพ้ชนะขึ้นอยู่ที่ผู้เดินหมากว่าจะฉลาดปราดเปรื่องเพียงใดในการเดินหมากเวลาที่เหลือซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินนางทั้งสองเพียงรอคอย ว่าจ่านจือจะสามารถพาตัวท่านผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อมาทันเวลาหรือไม่ หากว่ามาไม่ทันเขาจะต้องเป็ผู้พลิกแพลงหมากตานี้นางทั้งสองรู้แน่ว่าเขาเป็คนฉลาดหลักแหลม แม้ภายนอกอาจจะดูซื่อ ๆ ทึ่ม ๆ แต่ทว่าภายในบุรุษน้อยผู้นี้มักจะคิดแผนการล่วงหน้าไปก่อนก้าวหนึ่งเสมอ
มิเพียงแต่จ่านจือกับนางทั้งสองที่ทราบว่าหมากสำคัญคือผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อแม้แต่เหยาเยี่ยนผิงซึ่งมากเล่ห์ร้อยเหลี่ยมแถมยังฉลาดหลักแหลมอย่างหาตัวจับยากนางย่อมทราบเช่นกันว่าหมากสำคัญในกระดานนี้เป็ผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อดังนั้นจึงให้มารธุลีต้าเอ่อคากับมารนภาหม่าจิ้งเถาลงมือเก็บหมากตานี้เสียก่อนโดยให้สองมารฟ้าดินหรืออีกชื่อหนึ่งคือมารนภากับมารธุลีลงมือสังหารจนตกหุบเขาไปั้แ่ค่ำคืนก่อนส่วนนางเองเพียงเป็ผู้เดินหมากเท่านั้นสำหรับนางแล้วตัวแปรสำคัญที่จะทำให้มีโอกาสพ่ายแพ้สูงถึงเก้าในสิบส่วน นั่นก็คือท่านขอทานพเนจรหวงเกาฉือนั่นเอง
ดังนั้นนางจึงส่งข่าวไปยังมารดานั่นคือนางมารเยือกเย็นเหยาเยี๊ยะเหยียนเ้าสำนักมาร์ให้นางลงมือร่วมกับท่านน้านามอั้งเซี้ยะเปาปลอมตัวเป็สองนางชีของอารามอเทวตา หลอกล่อชักพาท่านขอทานพเนจรให้ออกนอกเส้นทางโดยชักนำขอทานพเนจรหวงเกาฉือไปยังสถานที่พำนักของนางชีเทวราชชิ้วโส่วสถานที่ต้องห้ามของบรรดาชาวยุทธ์ทั้งหลาย หากเกิดมีการประมือกันขึ้นไม่แน่นัก ว่าท่านขอทานพเนจรหวงเกาฉือจะสามารถรับมือกับนางชีเทวราชชิ้วโส่วได้ซึ่งทุกอย่างเป็ไปตามแผนการของเหยาเยี่ยนผิงแต่นางหาทราบไม่ว่าขอทานพเนจรบังเอิญไปแอบได้ยินการสนทนาระหว่างนางมารเยือกเย็นเหยาเยี๊ยะเหยียนกับอั้งเซี้ยะเปาเข้าเกี่ยวกับแผนต่ำช้าวางยาในวันชุมนุมชาวยุทธ์ที่เส้าหลิน
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เพิ่งได้ข่าวว่านางชีเทวราชชิ้วโส่วนางสำเร็จสุดยอดวิชาเก้าชโลทรขั้นที่เก้าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือว่าเป็ขั้นสูงสุดยอดของวิชาเก้าชโลทรอันเลื่องลืออีกทั้งนางยังมีวิชาดรรชนีเทวะอันร้ายกาจเป็หนึ่งในวิชาดรรชนีทั้งหมดที่มีอยู่ในยุทธภพและวิชาทำนายทายทักของนางยังนับว่าล้ำเลิศในใต้หล้ายังไม่เพียงเท่านี้ในอารามอเทวตาของนางชีเทวราชชิ้วโส่ว ยังมีนางชีอีกแปดนางซึ่งมีวิชาฝีมือสูงสุดยอดที่ผ่านมาสิบกว่าปีเก็บตัวอยู่แต่ในอารามใช้เวลาทั้งหมดฝึกปรือฝีมือมิเคยออกมาข้องแวะกับเื่ราวในบู๊ลิ้ม
หากว่าคราครั้งนี้นางมารเยือกเย็นเหยาเยี๊ยะเหยียนเ้าสำนักมาร์สามารถชักนำคนของอารามอเทวตาให้ออกมาพัวพันกับเื่ราวในยุทธภพได้สำเร็จเท่ากับเพิ่มสำนักมารอันกล้าแกร่งเข้มแข็งขึ้นมาอีกสำนักหนึ่งการแก่งแย่ง่ชิงผู้นำชาวยุทธ์ในครั้งนี้ฝ่ายธัมมะคงต้องสิ้นเปลืองแรงไปไม่น้อยโดยที่ยังไม่แน่นักว่าจะได้รับชัยชนะ
นอกจากนั้นเหยาเยี่ยนผิงในฐานะนายน้อยแห่งสำนักมาร์นางยังทราบมาอีกว่ามารดาของนางเดินหมากอีกหนึ่งกระดานโดยได้ลอบวางแผนการร่วมกับอาคันตุกะชุดดำลึกลับผู้หนึ่งซึ่งเหยาเยี่ยนผิงเองยังมิเคยเห็นหน้าตามาก่อนว่าแท้จริงแล้วเป็ผู้ใด คนชุดดำที่กล่าวถึงมีความเป็มาลึกลับไม่เปิดเผยมาก่อนทุกครั้งที่ชุดดำผู้นั้นมาพบกับนางมารเยือกเย็นเหยาเยี๊ยะเหยียนคนผู้นั้นจะแต่งกายด้วยชุดดำอำพรางปกปิดใบหน้าทุกครั้งจะคุ้นหูอยู่บ้างมีเพียงน้ำเสียงเท่านั้น
เมื่อห้าปีก่อนเหยาเยี่ยนผิงเคยเดินทางไปพบกับคนผู้นี้ที่หมู่บ้านเย้ยอรุณครั้งนั้นนางปลอมเป็บุรุษเข้าไปในงานอวยพรครบรอบวันเกิดของหลิวกงกงแห่งหมู่ตึกกระเรียนฟ้าหลังจากออกจากงานอวยพรครบรอบวันเกิดหกสิบปีของท่านหลิวซุ่นกงกงแล้วหลังจากนั้นไม่กี่วันนางมารเยือกเย็นมารดาส่งข่าวมาว่าไม่สามารถไปพบกับชุดดำผู้นั้นได้ จึงให้เหยาเยี่ยนผิงเป็ตัวแทนเดินทางไปพบพร้อมกับฝากคำพูดไปบอกกล่าวย้ำว่าทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ซึ่งเยี่ยนผิงเองในตอนนั้นยังมิทราบว่าแผนการอันใด เพิ่งมากระจ่างเมื่อนางมารเยือกเย็นคิดชิงตำแหน่งผู้นำชาวยุทธ์ในครั้งนี้แผนการใหญ่นั่นคือยึดครองยุทธภพนั่นเอง
แผนการแรกที่ต้องกระทำเร่งด่วนคือทำการกวาดล้างค่ายพรรคสำนักของฝ่ายธัมมะไปทีละสำนักหากแม้นว่าค่ายพรรคสำนักใดยอมสิโรราบและยอมสวามิภักดิ์จะให้คงอยู่ต่อไปแต่จะต้องเปลี่ยนชื่อสำนักมาเป็สาขาของพรรคมาร์อย่างลับ ๆ และคอยเป็หูเป็ตาสอดส่องสืบหาข่าวคราวทำตัวใกล้ชิดกับค่ายพรรคสำนักฝ่ายธัมมะที่เหลือเพียงเท่านี้หากฝ่ายธัมมะมีการเคลื่อนไหวใด ๆ ล้วนมิอาจเล็ดรอดหูตาของสำนักมาร์ไปได้
สองวันมานี้เหยาเยี่ยนผิงได้ข่าวมาว่าพรรคไผ่หลิวซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองลั่วหยางถูกมารขลุ่ยเงินคร่าิญญาเยิ่นหว่อถิงมารน้อยอายุเยาว์ที่เพิ่งเผยชื่อออกมาก่อนหน้านั้นเมื่อห้าปีก่อนเหยาเยี่ยนผิงเคยพบพานมารน้อยผู้นี้มาแล้วครั้งหนึ่งในครั้งนั้นนางกับมารน้อยผู้นี้ได้ประลองบทกลอนกับบทเพลงโดยยังมิมีฝ่ายใดพ่ายแพ้หรือชนะด้วยนาง้าติดตามสองเฮียม่วยแซ่เฟิ่นเกี่ยวกับตัวยาเก้าพิษกร่อนิญญาจึงได้ล่าถอยหลบหนีออกจากโรงเตี้ยมแห่งนั้นมา
ในตอนนั้นผู้ที่นางประลองด้วยสวมใส่หน้ากากปีศาจจึงไม่อาจเห็นใบหน้าอีกทั้งยังไม่ทราบชื่อเสียงเรียงนามแต่ประการใดพอข่าวเื่ที่มารน้อยผู้นี้บุกไปถล่มพรรคไผ่หลิวมาถึงหูนางจึงได้ทราบว่าเป็บุคคลคนเดียวกันและมีฉายาว่ามารขลุ่ยเงินคร่าิญญานามเยิ่นหว่อถิงแต่ที่นางยังมิทราบนั่นคือมารน้อยผู้นี้สังกัดค่ายพรรคมารใด
ข่าวที่ได้รับทราบมามารน้อยผู้นี้บุกไปพรรคไผ่หลิวพร้อมกับสามารถสยบเ้าสำนักฝ่ายธัมมะพร้อมกันถึงสามสำนักอันได้แก่ พรรคไผ่หลิวสำนักเมฆฟ้าพิรุณ หุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมารน้อยผู้นี้ลงมือทำร้ายประมุขพรรคไผ่หลิวเฉิงปู้กง เ้าสำนักเมฆฟ้าพิรุณเหิงปี้ไป่เ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าาเ็สาหัสอีกทั้งศิษย์และคนในพรรคไผ่หลิวรวมร้อยสิบชีวิตถูกบทเพลงอสูรดูดิญญาขับกล่อมด้วยปี้แป้กับพิณตายอนาถสุดทรมานที่หลงเหลือมีเพียงศิษย์เอกสามคนนั่นคือเหวินมู่ อวี้หว่อ เทียนจิ้งแท้จริงแล้วทุกคนที่อาศัยอยู่พรรคไผ่หลิวในวันนั้นล้วนต้องสังเวยชีวิตให้กับมารน้อยผู้นี้หมดสิ้นเสียดายที่มีคนเร่งรุดไปช่วยเหลือเอาไว้ได้ทันท่วงที
ผู้ที่เร่งรุดไปช่วยเหลือมิใช่ผู้ใดนั่นคือขอทานพเนจรหวงเกาฉือนั่นเองคิดว่าป่านนี้ยังคงช่วยรักษาอาการาเ็ให้กับเ้าสำนักทั้งสาม ดังนั้นเหยาเยี่ยนผิงจึงไม่ห่วงและกังวลอีกทั้งมั่นใจว่าขอทานพเนจรหวงเกาฉือจะไม่สามารถเดินทางมาร่วมชุมนุมขอทานในค่ำคืนนี้ได้ทันดังนั้นตัวแปรที่ว่าจึงตัดทิ้งไปได้โดยปราศจากความกังวลแต่อย่างใด
แต่ทว่าคนคำนวณหรือจะสู้ชะตาฟ้ากำหนดผู้ใดจะคาดคิดว่าหมากสำคัญที่จะตัดสินผลแพ้ชนะของหมากกระดานนี้ซึ่งถูกสองมารฟ้าดินขจัดทิ้งลงหุบเขาไปเรียบร้อยแล้วนั้น จะถูกจ่านจือตัวแปรสำคัญลงไปพบเห็นเข้าและได้นำร่างของผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อขึ้นมาโดยที่ท่านยังมีลมหายใจพร้อมทั้งยังพบเจอหญ้าัดำทำให้สามารถรักษาอาการาเ็ของท่านได้รวดเร็วราวปาฏิหาริย์
จะกล่าวว่าเป็วาสนาในคราเคราะห์ของผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อนับว่ามิผิดนักการถูกทำร้ายตกหุบเขาของท่าน ทำให้จ่านจือพบเจอกับหญ้าัดำใต้หุบเขาโดยบังเอิญและสามารถนำหญ้าัดำรักษาาแช่วยเหลือชีวิตท่านไว้ได้ในครั้งแรกครั้งที่สองเขายังสามารถเข้าไปช่วยท่านออกมาจากซอกถ้ำไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่จะขาดอากาศหายใจและที่สำคัญไปกว่านั้นท่านยังได้รู้จักกับจอมยุทธ์น้อยมากน้ำใจเช่นจ่านจืออีกทั้งเขายังเป็ผู้คิดแผนการช่วยเหลือบรรดาขอทานในค่ำคืนนี้
จอมยุทธ์เกิดจากผู้กล้าและมานะบากบั่นฉันใด จ่านจือเองในเวลานี้ฉายแววจอมยุทธ์เห็นเด่นชัดและเป็ผู้ที่พร้อมจะผดุงคุณธรรมให้กับยุทธภพฉันนั้นหลังจากผ่านการขัดเกลาเคี่ยวกรำจนกล้าแกร่งดั่งเหล็กธรรมดาที่นำมาผ่านการเผาและตีจนกลายเป็กระบี่คมกริบเล่มหนึ่งหรือไม่อาจเปรียบได้กับเมล็ดพันธุ์ชั้นยอดที่ผ่านการคัดเลือกมาเป็อย่างดีซึ่งเมล็ดพันธุ์ที่ว่านี้พร้อมจะเจริญงอกงามและเติบโตเป็ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาแก่ต้นไม้ต้นหญ้าเล็กๆ รวมถึงทุกสรรพสิ่งที่อาศัยอยู่โดยรอบดอกผลยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกอเนกอนันต์และยังจะขยายเมล็ดพันธุ์สืบไปไม่สิ้นสุด
ซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินเมื่อมั่นใจไม่รีบร้อนลนลานทราบแน่แก่ใจว่าทั้งสามคนบนเวทีจะยังมิกล้าลงมือผลีผลามดังนั้นอี้เซินจึงร้องกล่าวต่อเหล่าขอทานด้านล่างหน้าเวทีว่า
“รบกวนพี่น้องที่อยู่ด้านหน้าสี่ห้าท่านช่วยกรุณาขึ้นมาดูอาการท่านผู้เฒ่ารักษากฎทั้งสองว่าท่านยังมีชีวิตอยู่หรือไม่? หากท่านทั้งสองยังมีลมหายใจโปรดช่วยนำท่านลงไปดูแลรักษาอาการในเมื่อผู้เฒ่าทั้งสองบนเวทีกล่าวว่าท่านคือผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีกับผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมาตัวจริงย่อมแสดงว่าผู้เฒ่าทั้งสองกับสองผู้เฒ่ารักษากฎรวมถึงพี่น้องขอทานด่านล่างทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็พี่น้องขอทานด้วยกันทั้งสิ้นดังนั้นท่านผู้เฒ่าทั้งสองบนเวทีย่อมยินดีหากท่านผู้เฒ่ารักษากฎทั้งสองยังคงมีลมหายใจและคงมิมีเหตุผลใดที่จะไม่ให้พี่น้องทั้งหลายขึ้นมาช่วยนำตัวสองผู้เฒ่ารักษากฎลงไปใช่หรือไม่?”
เมื่ออี้เซินกล่าวกล่าววาจาจบขอทานด้านหน้าห้าหกคน รีบรุดขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับนำร่างของท่านผู้เฒ่ารักษากฎทั้งสองลงจากเวทีไปได้ยินเสียงขอทานหลายคนด้านล่าง ร่ำร้องดังขึ้นมาว่า
“ท่านผู้เฒ่าทั้งสองยังมีลมหายใจ ท่านผู้เฒ่ารักษากฎยังคงไม่ตาย”
ซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินนางทั้งสองยินดียิ่ง เมื่อได้ยินว่าผู้เฒ่ารักษากฎทั้งสองยังไม่ตายอย่างน้อยผู้เฒ่าทั้งสองยังมีโอกาสรักษาได้นางทั้งสองพอทราบว่าจ่านจือพอมีความรู้เกี่ยวกับวิชาแพทย์อยู่บ้างคงมีหนทางรักษาอาการาเ็ให้แก่ผู้เฒ่ารักษากฎทั้งสองหากว่านางทั้งสองทราบว่าแท้จริงจ่านจือได้รับการถ่ายทอดวิชาแพทย์จากผู้ใด นางทั้งสองคงจะยินดีและสบายใจมากมายกว่านี้อีกหลายเท่านัก
ทางด้านสองผู้เฒ่าลำดับแปดกับผู้เฒ่าลำดับเจ็ดตัวปลอมเมื่อได้ยินขอทานร่ำร้องออกมาเช่นนั้นต่างอึดอัดขัดใจเก็บอารมณ์แทบไม่อยู่เลยทีเดียวดีที่ว่าเหยาเยี่ยนผิงในคราบของเหยาจิ้งเฟยรีบส่งสายตาห้ามปรามเอาไว้ได้ทันมิเช่นนั้นแล้วแผนการของเยี่ยนผิงคงพังพินาศลงในบัดดล
เยี่ยนผิงขบคิดในใจว่านางมิอาจดูแคลนขอทานปลอมทั้งสองตรงหน้าได้อีกมิได้คาดคิดว่าจากคำพูดของอี้เซินที่กล่าวออกมาเมื่อครู่จะทำให้ตนเองและสองมารฟ้าดินมิกล้าด่วนลงมือโดยหักโหม มิฉะนั้นหากบรรดาขอทานที่มีเป็จำนวนมากพร้อมใจบุกเข้ามาโดยพร้อมเพรียงกันต่อให้เป็ยอดฝีมือยังหาทำเช่นไรได้ จึงได้แต่สงบเก็บอาการเอาไว้รอดูต่อไปว่าขอทานปลอมสองคนตรงหน้า ซึ่งคือซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินจะกระทำเช่นไรต่อไปส่วนนางจะรอคอยจับปลาตอนน้ำขุ่นถือว่าประเสริฐสุด
ซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินเมื่อนางทั้งสองเห็นว่าผู้เฒ่ารักษากฎได้รับการช่วยเหลือลงไปด้วยบรรดาขอทานด้านล่างอย่างปลอดภัยแล้วดังนั้นอี้เซินซึ่งตอนนี้อยู่ในฐานะผู้ของเฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมาจึงส่งเสียงกล่าวกับขอทานทั้งหลายขึ้นว่า
“พี่น้องทั้งหลายโปรดฟังทางนี้ข้าพเ้าผู้เฒ่าทั้งสองมีเื่หนึ่งซึ่งจำเป็จะต้องแจ้งแก่พี่น้องทั้งหลายให้รับทราบฟังจากพวกเขาสามคนนี้บ่งบอกออกมาว่าพวกเขาเดินทางมาจากทางใต้อีกทั้งยังได้รับคำสั่งโดยตรงจากท่านขอทานพเนจรหวงเกาฉือนั้นหาได้เป็ความจริงดั่งคำกล่าวของพวกเขาไม่ ข้าพเ้าขอเรียนแก่พี่น้องทั้งหลายว่าท่านขอทานพเนจรหวงเกาฉือท่านมิเคยเดินทางไปยังสถานที่ใด? สิบกว่าปีมานี้ท่านเดินทางท่องเที่ยวอยู่แต่ทางเหนือเื่นี้ข้าพเ้าผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมากับผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีขอยืนยันว่าเป็ความจริงหากท่านขอทานพเนจรท่านเดินทางลงใต้จริงดั่งพวกเขากล่าวมีหรือที่ท่านจะไม่แวะเยี่ยมเยียมพี่น้องทั้งหลายถูกต้องหรือไม่?”
“ถูกต้องที่ผู้เฒ่าลำดับเจ็ดเยิ่นเหมากล่าวมาล้วนมิได้กล่าวเท็จข้าพเ้าผู้เฒ่าลำดับแปดหว่านฉีกล้าเอาศีรษะบนบ่าเป็ประกันหากว่าเื่ที่ข้าพเ้าทั้งสองกล่าวเป็ความเท็จเกี่ยวกับท่านขอทานพเนจรหวงเกาฉือบิดเบือนแม้เพียงครึ่งค่อนคำ เราสองผู้เฒ่ายินยอมให้พี่น้องทั้งหลายหยิบฉวยศีรษะจากบ่าไปได้โดยมิขัดขืนอีกทั้งยังให้สับร่างเป็หมื่นชิ้นได้ตามใจโดยไม่อาฆาตจองเวร พี่น้องทั้งหลายน่าจะทราบว่าแม้แต่ผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อ ท่านยังไม่เคยทราบเกี่ยวกับเื่ที่ท่านขอทานพเนจรหวงเกาฉือเดินทางลงใต้แม้แต่น้อยหรือว่ามีพี่น้องท่านใดเคยได้ยินผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อบอกกล่าวเกี่ยวกับเื่นี้”
ซื่อเหมี่ยนกล่าวสนับสนุนคำพูดของอี้เซินพร้อมกับบอกต่อบรรดาขอทานทั้งหลายว่า ขอเอาศีรษะกับชีวิตของนางทั้งสองเป็เดิมพันเมื่อนางทั้งสองกล่าวออกมาเช่นนี้ทางฝ่ายของเยี่ยนผิงกับสองมารฟ้าดินรีบกล่าวแก้ต่างขึ้นทันทีว่า
“ท่านทั้งหลายที่ทั้งสองกล่าวมาล้วนเป็เพียงลมปากหาได้มีหลักฐานยืนยันได้ไม่ท่านทั้งหลายจะเชื่อได้เช่นไรว่าที่ทั้งสองพูดออกมาล้วนเป็ความจริง หากท่านทั้งหลาย้าพิสูจน์ความจริงให้กระจ่างว่าขอทานโสโครกสองคนนี้ที่แท้จริงมีโฉมหน้าเป็เช่นใด และมีจุดประสงค์ใดกันแน่? จึงกล้าอังอาจปลอมตัวเข้ามาก่อกวนในค่ำคืนนี้เพื่อพิสูจน์ความจริงให้ปรากฏโดยพลันเห็นทีจะต้องให้ท่านเหยาจิ้งเฟยลงมือกระชากหน้ากากมันสองคนในบัดดล”
มารธุลีต้าเอ่อคากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงดังกังวานและชัดเจนทำให้ซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินรับรู้ว่าคนทั้งสามเตรียมจะใช้กำลังเข้าจู่โจมเพื่อแย่งชิงความได้เปรียบ หากขืนชักช้าไปกว่านี้มาตรว่าขอทานทั้งหลายเอนเอียงมาทางนางทั้งสองทางฝ่ายของเหยาจิ้งเฟยต้องตกเป็เบี้ยล่างอย่างแน่นอนและที่สำคัญแผนการที่วางไว้ทั้งหมดจะต้องล้มเหลวหมดสิ้นดังนั้นเหยาจิ้งเฟยจึงลงมือจู่โจมเข้าหาซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินโดยทันที
ซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินนางทั้งสองรีบถอยหลังไปสามก้าวพร้อมกับไม้เท้าทั้งสองเตรียมพร้อมรับกระบวนท่าจู่โจมของนายน้อยเหยาจิ้งเฟยเมื่อบรรลุถึงฝ่ามือทั้งสองพุ่งออกใช้เคล็ดวิชาเถาวัลย์พันหลักตวัดรัดเกี่ยวไม้เท้าทั้งสองเอาไว้พร้อมกับชักนำไม้เท้าทั้งสองมาทางด้านหลัง ขณะเดียวกันพลิกร่างตีลังกาข้ามศีรษะของทั้งสองไปขณะที่ร่างลอยอยู่เหนือศีรษะก่อนจะตกลงสู่พื้นเวทีสองฝ่ามือของเหยาจิ้งเฟยแผ่พุ่งออกอย่างเร่งร้อนรวดเร็ว
อี้เซินกับซื่อเหมี่ยนขณะที่พุ่งร่างไปตามสภาวะไม้เท้าที่ถูกชักนำทั้งสองรับรู้ได้ถึงคลื่นพลังที่เกรี้ยวกราดของสองฝ่ามือซึ่งบัดนี้บรรลุถึงกลางหลังของทั้งสองดังนั้นนางทั้งสองรีบทิ้งร่างลงสู่พื้นเวทีพร้อมกับกลิ้งไปราวสองวาจึงสามารถหลบรอดฝ่ามือที่เกรี้ยวกราดของเหยาจิ้งเฟยไปได้โดยไม่ง่ายดายนักขณะที่เหยาจิ้งเฟยทิ้งร่างลงสู่พื้นซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินทั้งสองรีบถลันลุกขึ้นตั้งหลักมั่นพร้อมกับไม้เท้าทั้งสองกวัดแกว่งแย่งชิงจังหวะเข้าหาเหยาจิ้งเฟยโดยหาหวั่นเกรงหวาดกลัวใดๆ ไม่
หยกเหินลม/ชลชโลทร