มาติชยืนมองเ้านายตนเองเห็นเขานั่งเงียบแทบทุกวัน บางครั้งเหม่อมองเป็เวลาหลายชั่วโมง เขาไม่เคยเห็นเ้านายออกไปเที่ยวที่ไหนหรือควงผู้หญิงมานอนด้วยอีกเลยหวังว่านายคงไม่หลงรักผู้หญิงไทยคนนั้นหรอกไม่เช่นนั้นคงเป็เื่ยุ่งยากในภายหลัง หากผู้ชายอีกคนรู้เข้า
ร่างอวบอัดเดินเข้ามาด้านในคฤหาสน์อย่างถือวิสาสะในขณะที่เ้าของบ้านไม่ได้สนใจกับสาวเ้าแม้แต่น้อย ลุคส์ระบายลมหายใจเอมม่ามองเห็นเขาเลยเดินเข้ามาหานั่งลงเคียงข้าง
“ลุคส์คะ คุณเป็อะไรหรือเปล่า?”
ชายหนุ่มชะงักหันมองคู่หมั้น
“เปล่า ผมไม่ได้เป็อะไร”
“ถ้ามีอะไรไม่สบายใจบอกเอมม่าได้นะคะ”
เอมม่ากวาดสายตามองไปรอบๆ เธอกำลังมองหาผู้หญิงคนนั้น อยากรู้ว่าป่านนี้จะเป็เช่นไรบ้างั้แ่วันนั้นเธอไม่เคยมาที่นี่อีกเลย เพราะรู้ว่าลุคส์กำลังโกรธจัดเลยรอให้เขาอารมณ์เย็นลงก่อน
ชายหนุ่มเหลือบมองคู่หมั้นตนเองที่กำลังทำตัวเป็สายลับด้วยความไม่พอใจ
“ถ้าจะหาผู้หญิงคนนั้นล่ะก็สบายใจได้เธอไม่อยู่ที่นี่แล้ว เพราะฉะนั้นเลิกมองหาสักทีผมรำคาญ!”เสียงกร้าวดังขึ้น
คู่หมั้นสาวสะดุ้งด้วยความใเธอรีบยิ้มหวานกลบเกลื่อนแล้วดึงมือของเขาข้างหนึ่งมาแนบแก้มไว้
“เอมม่าขอโทษนะคะ เอมม่าก็แค่หวงคุณเท่านั้นเอง ไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนมายุ่งกับคุณ...เพราะเอมม่ารักคุณมาก คืนนี้... เอมม่าขอค้างที่นี่นะคะ”
ถ้อยคำของเอมม่าไม่ได้ทำให้เขาสนใจแม้แต่น้อยร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนแล้วเหลือบมองคู่หมั้นตนเอง
“แล้วแต่คุณเถอะเอมม่า”เขาตอบเธอแล้วเดินเลี่ยงไปที่ห้อง
เอมม่ารีบเดินตาม เห็นเขาเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานนักก็ออกมาแล้วจัดการกับตนเองหยิบเอกสารสำคัญมานั่งอ่านบนเตียง เธอรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำบ้างและออกมาในชุดนอนวาบหวิว เรืองร่างอวบอัดตามแบบฉบับสาวยุโรปค่อยๆ คืบคลานขึ้นไปบนเตียงแล้วซบลงบนอีกกว้างมือลูบไล้แผงอกเบาๆอย่างเชิญชวน
ลุคส์วางเอกสารลง บางทีเอมม่าอาจช่วยให้เขาเลิกคิดถึงผู้หญิงคนนั้นเสียที...มือหนาโอบรัดเอวอวบเข้ามาหาเอมม่ายิ้มประจบพร้อมประกบริมฝีปากอีกทั้งใช้ความช่ำชองควานหารสััเร่าร้อนชายหนุ่มพยายามตอบสนองความ้าแต่ใจเขากลับนึกไปถึงอีกคน
คู่หมั้นสาวโอบรัดรอบคอเขาแล้วดันร่างสูงเอนลงบนฟูกหนาร่างอวบโยกย้ายสะโพกด้วยแรงปรารถนาแต่ชายหนุ่มกลับมองเห็นเป็ใบหน้าของอีกคนร่างกายอาจตอบสนองต่อเธอตามธรรมชาติ แต่ใจ กลับไม่เป็ไปตามนั้น เมื่อใบหน้าหวานลอยมาวนเวียนจนเขาแทบคลั่งทำยังไงถึงจะหยุดมันได้! เขากัดฟันแล้วพลิกกายคู่หมั้นไว้ใต้ร่างแล้วขยับกายแทนที่ร่างอวบอัดบิดเร้ากรีดร้องอย่างสุขสม...
จะมีโอกาสได้พบเธอคนนั้นไหม พยายามถามตัวเอง พรหมลิขิตจะพาให้เขาได้พบกับผู้หญิงคนนั้นไหมผู้หญิงที่เขาไม่เคยสนใจใฝ่รู้แม้กระทั่งชื่อหรือฐานะอะไร มีเพียงความปรารถนาที่มีต่อเธอเพียงเท่านั้นเธอต้องรังเกียจเขาแน่เพราะเขาคือผู้ชายที่ทำร้ายเธออย่างเืเย็น
พินอาภายืนอึ้งมองเพื่อนสาวที่กำลังอาเจียนอย่างเอาเป็เอาตาย เธอกำลังภาวนาขออย่าให้มันเป็อย่างที่คิดปรางค์ปรียาเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วทอดกายนั่งลงบนโซฟาราวกับคนหมดเรี่ยวแรง คนเป็เพื่อนรีบเดินไปหาแล้วกุมมือบางไว้ด้วยความเป็ห่วง
“ปรางค์ท้องใช่ไหม...”พินอาภาถามเพื่อนเสียงเบา
หญิงสาวนิ่งมีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมา ทั้งๆ ที่ไม่อยากนึกถึงเื่ราวแสนเ็ปนั้นแต่สุดท้ายแล้วเธอก็คงหนีไม่พ้น โชคชะตาช่างเล่นตลกเสียจริง ประจำเดือนขาดหายระหว่างอยู่ฝรั่งเศสเธอไม่ได้ป้องกันอะไรเลย แล้วเขาก็เช่นเดียวกันอาจเพราะเขาชิงชังเลยทำให้หลงลืมแล้วผลของมันคือการที่เธอตรวจพบว่าตนเองกำลังมีลูกน้อยในครรภ์
“ใช่พิน เราท้อง” เธอตอบตามตรงไม่ปิดบัง
พินอาภาเม้มริมฝีปาก สีหน้าเครียดขึ้น สงสารเพื่อนจับใจ
“แล้วปรางค์จะทำยังไง จะเอาเด็กไว้หรือเปล่า หรือปราค์จะ...”พินอาภายังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เพื่อนพูดแทรกขึ้นมาเสียงก่อน
“ไม่พิน... เราไม่มีวันเอาเด็กออกเด็ดขาด เขาคือลูกของเรา ต่อให้ใครหน้าไหนจะว่าเรานินทาเราก็ตาม”ปรางค์ปรียาตั้งใจแน่วแน่
“ได้ปรางค์ ถ้าปรางค์้าเด็กคนนี้ เราจะช่วยปรางค์เลี้ยงเขานะ”พินอาภาบอกเพื่อนด้วยรอยยิ้มที่มาพร้อมกับน้ำตา
ร่างบางในชุดคลุมท้องเดินเข้าที่ทำงาน เสียงซุบซิบนินทาั้แ่หญิงสาวตั้งครรภ์เข้าสู่เดือนที่ห้าแม้จะรู้สึกอับอายแต่เธอจำต้องฝืนกันฟันทน กวินภพยืนมองผู้หญิงที่ตนเองหมายปองด้วยความรู้สึกผิดหวังไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงอย่างปรางค์ปรียาจะเป็แบบนี้ไปได้ ทำไมถึงทำตัวเหลวไหลท้องไม่มีพ่อแบบนี้ คิดว่าดูคนไม่ผิดแล้วที่ไหนได้ปรางค์ปรียาก็เหมือนผู้หญิงรักสนุกทั่วไป
กวินภพก้าวเข้ามาหาแล้วรั้งเรียวแขนของคนท้อง อยากรู้นักว่าใจของเธอทำด้วยอะไรถึงได้ทำร้ายหัวใจเขาแบบนี้รักเธอบูชาเธอ แต่เธอกลับทำตัวเป็ผู้หญิงไร้ค่า ส่ำส่อน
“ทำไมทำกับผมแบบนี้ปรางค์ คุณก็รู้ว่าผมคิดยังไงกับคุณ!”เขาตัดพ้อเสียงสั่น
“ปรางค์ขอโทษวิน...” หญิงสาวสบตาน้ำตาเริ่มเอ่อ
“ทำไมปรางค์ทำตัวแบบนี้ ถ้าปรางค์ท้อง ทำไมไม่บอกพ่อของเด็ก ทำไมต้องมาดูแลลูกคนเดียวแบบนี้ไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็ใคร มันดีกว่าวินเหรอ ปรางค์ถึงได้ยอมไปมีอะไรกับมัน!”
“มันไม่ใช่แบบนั้นวิน เราไม่ได้ตั้งใจ”ปรางค์ปรียาพยายามอธิบาย
“อ๋อ!หรือว่าปรางค์เมาเลยเผลอไปมีอะไรกับผู้ชาย ทำไมทำตัวไร้ค่าแบบนี้ปรางค์!”เขาตวาดลั่น
เพียะ!
ฝ่ามือบางของพินอาภาฟาดลงไปบนใบหน้าของกวินภพคนถูกตบหน้าชาหันมองสีหน้าปวดร้าว
“นายไม่รู้อะไรอย่ามาพูดกับปรางค์แบบนี้อีก!”พินอาภาตวาด
“ทำไมจะพูดไม่ได้ ในเมื่อสิ่งที่ผมเห็นตรงหน้ามันบอกแบบนั้น!”เขาย้อน
“ที่ปรางค์ต้องเป็แบบนี้เพราะฉัน นายไม่มีสิทธิ์มาดูถูกปรางค์!”
ปรางค์ปรียารีบห้ามเพื่อนตนเองทันควัน เธอไม่อยากให้เพื่อนต้องรู้สึกผิดไม่ว่าใครจะว่าอะไร เธอไม่เคยใส่ใจอยู่แล้ว
“เธอหมายความว่ายังไงพิน!”
“อย่าบอกนะพิน เราไม่เป็ไร...”หญิงสาวพยายามห้ามเพื่อน
“ไม่ได้หรอกปรางค์ต่อไปนี้เราจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายปรางค์อีกแล้ว...”
มือบางกระชากท่อนแขนเขาไปที่ลับตาคนแล้วเปิดปากเล่าเื่ทุกอย่าง คำพูดจากปากของพินอาภาทำให้ชายหนุ่มพูดไม่ออกเหมือนมีบางอย่างมันจุกแน่นในอก มือกำหมัดเพื่อสะกดอารมณ์โกรธผู้ชายที่ทำร้ายผู้หญิงที่เขารักคนนั้นมันเป็ใคร มันกล้าดียังไงถึงได้ทำแบบนี้มันเห็นชีวิตคนเป็อะไรถึงได้ย่ำยีกันโดยไม่มีจิตสำนึก!
กวินภพจ้องมองหญิงสาวด้วยความเสียใจ เขารักเธอด้วยใจจริง และไม่ว่าเธอจะเป็ของใครเขาก็ยินดียอมรับมัน เพราะรักปรางค์ปรียามากจริงๆรักั้แ่ที่ได้พบกับครั้งแรกแล้ว