โรงเรียนมักจะยังอยู่ในความเงียบเสมอตอนที่ผมไปถึง มีเพียงเพิงขายของเล็ก ๆ ของตาฉิ่งกับยายนวลที่ได้รับอนุญาตให้มาตั้งขายในโรงเรียนเท่านั้นที่พอจะมีเสียงเล็ดลอดออกมาบ้าง เพิงที่มุงด้วยหลังคาจากและผนังไม้ เล็กแค่เพียงโต๊ะสองตัวตั้งได้ ตัวหนึ่งเป็โต๊ะที่ตั้งขนมขายและพื้นที่วางกล่องใส่เงิน อีกตัวเป็โต๊ะไม้เก่าคร่ำคร่าพอกัน มีเก้าอี้ยาวสองตัวขนาบข้างสำหรับเด็กนักเรียนนั่งในยามเช้าและเที่ยง ผมมักจะวิ่งเข้าไปในห้องเรียน วางกระเป๋าไว้บนโต๊ะแล้ววิ่งตรงดิ่งไปยังเพิงนั้น กลิ่นอับ ๆ ชื้น ๆ เหมือนกลิ่นเห็ดกลิ่นรา ดูจะเป็กลิ่นคุ้นชินของเพิงแห่งนี้ไปเสียแล้วแต่ผมไม่สนใจกลิ่นหรือความอับชื้นอะไรนั่นหรอกเพราะมัวแต่สนใจกลิ่นข้าวผัดไข่มากกว่า
ข้าวผัดไข่ในถ้วยสังกะสีสีขาวขอบน้ำเงินตรงหน้ากับช้อนสีเขียวที่ขอบ ๆ สังกะสีถูกจับจองโดยสนิมเป็บางส่วน และแม้จะมีเสียงร่ำลือต่อ ๆ กันมาจากพวกรุ่นที่โตกว่าว่าข้าวที่เอามาผัดนั้นเป็ข้าวค้างคืนที่ใกล้จะบูดของสองตายาย แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธที่จะกินมัน
“รีบมาทำไมนัก”
เสียงตาฉิ่งทักผมแบบนี้ทุกเช้า ผมตอบบ้างไม่ตอบบ้างเพราะตอบเหมือนเดิมทุกครั้ง แกก็ถามอีกทุกครั้ง
“ไม่มีอะไรทำ ตื่นแล้วก็มาเลย”
ผมมักจะกินข้าวพร้อมกับมองไปยังสนามโรงเรียนซึ่งว่างเปล่า อาคารไม้เก่า ๆ สองชั้นสองหลังที่หันหน้าเข้าหากัน มันน่ากลัวใช้ได้ในเวลาเช้าและเย็น เื่น่ากลัวทำนองเื่ภูตผีปีศาจมีเล่าต่อกันมาทุกรุ่นแต่ผมก็ไม่เคยคิดจะมาโรงเรียนให้สายไปกว่านี้ บางทีก็ยังแอบภูมิใจที่ได้มาเป็คนแรกด้วยซ้ำ
บ้านผมอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน ถึงจะไม่ใช่บ้านที่ใกล้ที่สุดแต่ก็ไม่เกินที่ห้าถ้ามีการจัดลำดับ จากบ้านผมเดินตรงมาอีกสองร้อยเมตร แล้วะโข้ามคูน้ำแคบ ๆ ก็จะถึงประตูรั้วเล็ก ๆ ด้านข้างของโรงเรียน ผมเข้าออกทางนั้นเป็ประจำ
ผมมักจะกินข้าวเช้าอย่างเชื่องช้าเพราะรอนักเรียนคนที่สองและสามที่มักจะตามผมมาติด ๆ คนหนึ่งพ่อมาส่ง อีกคนขี่จักรยานมาเอง ทั้งสองคนอยู่ห้องเดียวกันกับผม
“กินเสร็จแล้วเหรอ”
คนที่ขี่จักรยานมาถึงก่อนชื่อหนึ่ง มันผอมและเป็ผู้ชายที่ผิวขาวที่สุดในห้อง พอมันมาถึงมันจะทักผมแบบนี้แต่ผมไม่ตอบ ผมจะรอให้อีกคนถามแต่อีกคนแทบไม่เคยถามผมเลย เธอมักจะเดินไปหยิบข้าวผัดแล้วมานั่งตรงข้ามผม ผมแอบมองแขนเรียวเล็ก ไหล่เล็ก ๆ กับผมที่ยังเปียกหมาด ๆ ของเธอเสมอ หน้าตานิ่งเหมือนกำลังโกรธไม่พูดไม่จา นั่นแหละเธอ สุดท้ายผมก็ต้องเป็ฝ่ายทักขึ้นก่อนเสมอ
“นุ่น พ่อมาส่งเหรอ”
“อือ”
“เมื่อวานทำไมมึงไม่มาที่คลองวะ”
“เข้าสวนกับพ่อ”
“เล่นกันที่คลองไหนเหรอหนึ่ง”
“คลองข้างโรงเรียนนี่แหละ”
“น้ำไม่เยอะใช่ไหม”
“ใช่”
“นุ่นก็อยากมาเหรอ” ผมมักจะแทรกเวลาที่นุ่นคุยกับคนอื่น
“ไม่” นุ่นตอบคำถามผมสั้น ๆ แล้วจะรีบกินข้าวเร็ว ๆ เอาถ้วยไปเก็บแล้วจากผมไปแบบไม่แยแส
“ไอ้ดิน มึงเอาไม้ไอติมมาไหมที่ครูสั่ง”
“เอามาแล้ว” ผมหงุดหงิดทุกครั้งที่นุ่นไม่สนใจผม
ในห้องเรียนของเรา โต๊ะนักเรียนจะจัดเป็กลุ่ม ๆ แต่ละกลุ่มมีโต๊ะห้าตัว หันชนกันเป็รูปสี่เหลี่ยม ส่วนโต๊ะตัวที่ห้าจะเป็ตัวปิดท้าย นี่เป็เื่โชคดีในชีวิตของผมเพราะผมมักจะได้นั่งกลุ่มเดียวกับนุ่นตลอด แต่ตำแหน่งไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่เพราะเรามักจะนั่งกันเป็มุมทแยง
การเข้าแถวหน้าเสาธงก็เป็อีกเื่โชคดีของผมเหมือนกันเพราะผมกับนุ่นตัวเท่า ๆ กัน เราเลยได้ยืนตรงกันในแถว นุ่นอยู่ท้ายแถวผู้หญิง ส่วนผมก็อยู่ท้ายแถวของผู้ชายแต่ผมชอบวันที่แถวผู้หญิงมีคนไม่ครบมากกว่าเพราะนุ่นจะต้องขยับขึ้นไปและผมจะได้เห็นนุ่นจากด้านหลัง เห็นตอนนุ่นร้องเพลงชาติ ไหว้พระ ยืนแผ่เมตตา ซึ่งผมเองคงไม่ได้บุญสักเท่าไหร่เพราะผมเอาแต่มองนุ่นมากกว่าจะตั้งใจแผ่เมตตาให้อะไรทั้งนั้น
ชั่วโมงพละเป็ชั่วโมงที่พวกเราโปรดปราณกันที่สุด ผมจะวิ่งรวดเร็วไปที่สนามก่อนใครเพื่อน ตอน ป.3 เรียนแชบอล ครูให้แบ่งทีมชายหญิง นุ่นมักจะได้เป็คนถือตะกร้า ตอนที่ทีมหญิงเล่น ผมมองนุ่นซึ่งยืนถือตะกร้ารออยู่บนเก้าอี้ด้วยความเท่ นาน ๆ ทีจะมีลูกบอลลอยมาให้นุ่นรับ และ่จังหวะเวลาที่นุ่นยื่นตะกร้าไปรับลูกบอลที่ลอยมานั้น นุ่นยิ่งดูเท่ขึ้นอีกเป็กอง หลังเรียนพละเสร็จ นุ่นก็จะเป็ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่มีผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กไว้เช็ดเหงื่อแทนที่จะเป็ผ้าเช็ดหน้าสีชมพูลายการ์ตูนเหมือนพวกเด็กผู้หญิงคนอื่น ๆ นุ่นจะเอาผ้าขนหนูคล้องคอไว้แล้วไปที่อ่างล้างหน้า และจะกลับมาที่ห้องเรียนทั้งที่หน้ายังเปียกอยู่แบบนั้นเสมอ ต่างจากคนอื่นที่ใช้ผ้าเช็ดหน้าค่อย ๆ ซับหน้าอย่างนุ่มนวล
มีอยู่วันหนึ่ง ตอนที่นุ่นเดินกลับมาที่โต๊ะหลังล้างหน้าเสร็จ มีจดหมายพับเป็รูปหัวใจวางอยู่ที่โต๊ะของนุ่น นุ่นหยิบดูแบบงง ๆ แต่ตามแบบฉบับความเท่ของนุ่น เธอไม่เขินอายหรือลังเลที่จะแกะดูเลยสักนิด ผมทำเป็เก็บกระเป๋าช้า ๆ พลางก็เหลือบมองนุ่นไปเรื่อย จดหมายถูกแกะออกแล้วผงขาว ๆ พร้อมกลิ่นของแป้งทาหน้าก็ร่วงลงบนโต๊ะและคลุ้งกลิ่นฉุน นุ่นโกรธมากเพราะปกตินุ่นเป็คนรักสะอาด พอแป้งหกลงบนโต๊ะ นุ่นก็เลิกสนใจจดหมายนั้นชั่วครู่ มองหาอะไรมาเช็ดโต๊ะ จดหมายนั้นจึงตกไปอยู่ในมือของบัว เพื่อนสนิทของนุ่นแทน บัวเป็คนอย่างนั้นแหละ เธอไม่ค่อยสนใจว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ เธออ่านจดหมายเสียงดังทันทีเมื่ออยู่ในมือเธอ
“ถึงนุ่น นุ่นรู้ไมว่านุ่นเป็คนน่าลักมาก เราแอบชอบนุ่นมาแต่งตั้ง ป.1 แล้ว แต่ไม่ก้าบอก เราชอบนุ่นมากและอยากรู้ว่านุ่นชอบเราไม จากอ้น”
“เขียนหนังสือยังไม่ถูก ยังอยากจะเขียน เช็ดขี้มูกให้หมดก่อนเถอะ ค่อยจีบผู้หญิง”
เสียงบัวทั้งหัวเราะทั้งเหยียดหยาม เพื่อนในห้องคนอื่น ๆ ก็พากันหัวเราะกับจดหมายฉบับนั้นด้วย นุ่นดึงมันกลับมาแล้วขยำทิ้ง ไม่พูดไม่จา เก็บกระเป๋าจนเสร็จแล้วนั่งรอครูด้วยสีหน้าบึ้งตึง
ตอนนั้นผมแอบมองท่าทีของนุ่นแบบกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะเวลาโกรธนุ่นน่ากลัวมาก ผมอยากเดาว่านุ่นจะรู้สึกยังไง แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยน นุ่นยังคงนั่งเท่ ๆ เหมือนเดิม จนพอไอ้อ้นเดินเข้ามาในห้อง นุ่นจึงหันไปมองมันราวกับว่าเวลาตายของมันใกล้มาถึงแล้ว แต่ไอ้อ้นไม่รู้ตัว เพื่อนพากันแซวและมันก็เอาแต่แลบลิ้นปลิ้นตาร่าเริง นุ่นลุกขึ้น เสียงเก้าอี้เลื่อนไปด้านหลังครูดกับพื้นดังครืด นั่นแหละทุกคนเลยเงียบ ไอ้อ้นหันมามองแต่ยังยิ้มไม่เลิก ตอนนั้นผมอยากลุกขึ้นไปกระชากคอเสื้อมันแล้วผลักลงบนพื้นแรง ๆ สักที นี่ถ้าบัวไม่เสียมารยาทอ่านจดหมายเสียงดัง ผมคงไม่รู้เลยว่าตัวเองมีคู่แข่ง นุ่นกลับไปรื้อเอากระดาษจดหมายที่ซัดลงถังขยะแล้วเดินเข้าไปหามัน ยัดจดหมายยู่ยี่นั้นใส่กระเป๋าเสื้อพละของมัน แต่ไอ้อ้นยังไม่สำนึก มันเรียกนุ่นอีก
“นี่ ไม่เอาเหรอ” มันยิ้ม
“เออ ไม่เอา แล้วอย่าเขียนอีกนะ” นุ่นพูดเรียบ ๆ แต่ไอ้อ้นไม่หยุด เพื่อนสนิทมันก็แซวอีก
“ชอบไอ้อ้นไหมล่ะนุ่น ตอบมันสิ”
“วู้ ๆ ๆ” เพื่อนในห้องโห่ร้องกัน
แล้วอยู่ ๆ สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น นุ่นลุกขึ้นไปกระชากคอเสื้อไอ้อ้นก่อนจะผลักมันไปโดนผนังห้องแรง ๆ หนึ่งที
“พวกปัญญาอ่อน” เสียงโห่ฮิ้วทั้งหมดเงียบสนิท พร้อมหน้าไอ้อ้นที่เจื่อนไป นุ่นกลับเข้านั่งที่พร้อมกับครูที่เดินเข้ามาในห้องพอดี
“อะไร เสียงดังกันจริง ๆ เดี๋ยวทำเวรแล้วกลับเลย แล้วก็ขอสองคนไปทำเวรห้องพระด้วย ใครจะไป” ทุกคนก้มหน้าเงียบ ครูจึงให้เลขที่หนึ่งและเลขที่สองไปทำก่อน วันต่อ ๆ ไปก็เรียงไปตามลำดับทีละสองคน
ผมอยากเดินกลับบ้านพร้อมกับนุ่นบ้างเพราะอยากเห็นเวลานุ่นเดินข้างถนนว่าจะเท่แบบที่ผมเห็นในโรงเรียนไหม แต่น่าเสียดายเพราะบ้านเราอยู่คนละทางกัน ผมจึงไม่โชคดีในเื่นั้น แต่วันนั้นไม่ว่ายังไง นุ่นก็เท่สุด ๆ ไปเลยในสายตาผม
ผมยังจำได้ดี ไม่ลืม.......................…