“พี่ญาคะอาทิตย์หน้ามิจะไปส่งแฟนที่กรุงเทพฯมิขอพาเอวาไปกินข้าวนอนโรงแรมด้วยได้ไหม”สกุณารับสายจากมินาบ่ายวันไปรับลูกที่โรงเรียนวันหนึ่ง
“มิมาวันไหน”
“มิจะไปวันอาทิตย์ค่ะเช้าวันจันทร์พี่นนท์จะบินมิอยากรับเอวามากินข้าวด้วยกันเย็นวันอาทิตย์แล้วคืนวันจันทร์มิค่อยพาลูกไปนอนด้วย”
“แบบนั้นคงไม่สะดวกเอวาต้องไปโรงเรียนมิมาค้างกับลูกที่บ้านไหม” สกุณาเสนอทางเลือกใหม่ให้มินาแม้สามปีมานี้เธอกับพระพายจะพาเอวาไปเยี่ยมมินาและให้ทั้งสองนอนด้วยกันแต่ยังไม่เคยให้ออกไปนอนนอกสถานที่เลย
“ได้เหรอคะมิจะอยู่หลายวันนะ”
“ถ้าอยู่หลายวันอยู่บ้านดีกว่ามิจะได้ดูว่าลูกใช้ชีวิตยังไง”
มินาที่อยู่ปลายสายได้ยินอย่างนั้นหัวใจพองโตเธออยากทำอยู่แล้วหน้าที่แม่ของเอวา “พี่พายเขาจะไม่ว่ามิใช่ไหมคะ”
“เดี๋ยวพี่ไล่เขาไปนอนบ้านชิน”สกุณาบอกให้สบายใจแล้วสองสาวก็หัวเราะกัน
“ขอบคุณค่ะพี่ญาเดี๋ยวมิเอาสตอว์เบอร์รี่ไปฝากเยอะ ๆ”
“โอเคจ้ะแล้วมิจะมาถึงตอนไหนเดี๋ยวพี่บอกพายพาเอวาไปรับมิที่สนามบิน”
“มิถึงสุวรรณภูมิบ่ายสองค่ะจะเข้าโรงแรมเอาของไปเก็บก่อนตอนเย็นตกลงกับพี่นนท์ว่าจะพาเอวาไปกินข้าวด้วย” มินาอยากให้แฟนใหม่มาทำความรู้จักลูกสาวของเธอ
“โอเคจ้ะเดี๋ยวพี่บอกพวกเขา”
“ขอบคุณค่ะพี่ญา”
“ไม่เป็นไรจ้ะ” สกุณาไม่เป็นไรแต่พระพายที่ได้ยินเรื่องนี้ส่ายหัวอย่างไว
“ทำไมญารับปากโดยไม่ถามพายก่อน”คุณพ่อของเอวาอยากบ่นเสียงดังแต่กลัวลูกที่กำลังนั่งกินไอศกรีมกับคุณย่าได้ยิน
ที่เขาบ่นไม่ใช่ว่าจะกีดกันไม่ให้มินาพาลูกไปกินข้าวหรอกแต่เพราะบ่ายวันอาทิตย์สกุณาจะไลฟ์ขายของ เท่ากับว่าเขาต้องไปกับลูกแค่สองคน
“เรื่องแค่นี้เองไปส่งลูกแล้วกลับไม่มีอะไรยากอีกอย่างช่วงที่มิมานอนบ้านพายไปอยู่บ้านคุณพ่อก่อนนะ เดี๋ยวแฟนมิไม่สบายใจ”
“พอเลยไม่มีความคิดแบบนั้นหรอก” ชายหนุ่มส่ายหัว เรื่องอะไรต้องห่างลูกห่างเมียเพราะมินา
“ก็รู้ว่าไม่มีแต่เพื่อความสบายใจไง” สกุณาแกล้งสามีเล่น ความจริงเธอกลัวเขากับมินานั่นแหละอึดอัดปกติก็ไม่คุยกันอยู่แล้ว
“จะให้มีแต่ผู้หญิงอยู่บ้านได้ไงพายไม่วางใจหรอก”
“งั้นพายก็ไปนอนโรงแรมใกล้ๆ เหมือนเดิม ไม่งั้นก็ให้เอวาไปนอนโรงแรมกับมิ”
“เฮ้ออออโอเคๆ” คนเป็นสามีถอนหายใจ
“ทำไมคุณพ่อทำหน้าอย่างนั้นคะ” ลูกสาวผู้กินของหวานอิ่มแล้วถามพ่อกับแม่
“คุณแม่ไล่พ่อออกจากบ้านค่ะ” พระพายเข้าไปอุ้มลูกสาววัยแปดขวบขึ้นหอมหัว “พ่อน่าสงสารมากเลยค่ะ”
“ทำไมคุณแม่ไล่คุณพ่อแล้วคุณพ่อจะไปอยู่ที่ไหน”เอวากอดคอพ่อแน่นขณะเขาอุ้มเธอไปคุยกับสกุณา
“แม่ไม่ได้ไล่ค่ะแม่แค่ให้คุณพ่อไปอยู่บ้านคุณปู่ช่วงที่แม่มิมาอยู่กับเราไงคะเขาสองคนไม่คุยกันทำให้พวกเราหมดสนุกจริงไหมลูก”
เด็กหญิงพยักหน้าตามคำพูดสกุณา“อื้มงั้นคุณพ่อไปนอนบ้านคุณปู่ก่อนน๊า แม่มิกลับแล้วหนูกับคุณแม่จะไปรับ”
“แม้แต่เอวาก็ให้พ่อไปเหรอพ่อก็คิดถึงเอวาเหมือนกันนะ”พระพายน้อยใจแสร้งทำหน้าอยากร้องไห้จนลูกสาวหัวเราะ
“ก็คุณพ่อกับแม่มิไม่คุยกันเองนี่คะจะให้หนูทำยังไง”
“งั้นจุ๊บแก้มพ่อก่อนสองข้าง”
“จุ๊บ ๆ”เอวาทำตามที่คุณพ่อบอกก่อนยิ้มแฉ่งกับสกุณา คุณแม่ยังสาวเดินไปรับตัวเธอลงมา
“ดูสิเอาแก้มเลอะไอศครีมไปจุ๊บคุณพ่อจนเลอะหมดแล้ว” ได้ยินภรรยาพูดแบบนั้นพระพายรีบยกมือลูบแก้มตัวเองทันที
“ก็ว่าอะไรเหนียว ๆ”เขาส่ายหัวแล้วตามไปให้เมียเช็ดแก้มให้บ้างแต่เจอมือน้อยของลูกยื่นทิชชูมาให้เช็ดเอง
“คุณพ่อโตแล้วเช็ดเองเลยค่ะ”
“เอวาใจร้าย”
“ฮิฮิ เดี๋ยวคุณแม่เหนื่อย”
“พูดเอาใจแม่จนดุไม่ลงแล้วป่ะเราไปอาบน้ำกันชุดนักเรียนเอวาเปื้อนแล้วรีบเอาไปแช่ก่อนเร็ว”
“แล้วก็ทิ้งกันเฉยเลย” พระพายบ่นจะตามไปก็ไม่ได้เขาต้องเอาผ้าไปตากก่อน
วันที่นัดกับมินามาถึงพระพายพาลูกสาวไปส่งหาเธอที่สนามบินเด็กหญิงแต่งตัวสวยรอรับแม่อย่างแจ่มใส เธอไม่ได้เจอมินาหลายเดือนแล้วคิดถึงกันมาก
“เอวา”มินากึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหาลูกสาวอย่างเร็วแฟนเธอที่เข็นรถเข็นกระเป๋าตามมาได้แต่ส่ายหัว
“คิดถึงที่สุดเลยค่ะคนสวยของแม่ จุ๊บหน่อย ๆฮือข้างนี้อีกค่ะ” มินากอดอ้อนลูกจนเธอจั๊กจี้
“แม่มิหนูอายคน”พอลูกพูดอย่างนั้นหญิงสาวก็ผละตัวออกมาลุกขึ้นจับมือเอวาไว้
“ขอบคุณค่ะพี่พาย ของฝากให้พี่ญานะคะ” หญิงสาวยื่นกล่องผลไม้ให้พระพาย
“สตอว์เบอร์รี่ลูกใหญ่มากค่าแม่มิ” เอวาชอบทุกอย่างเหมือนสกุณามองตามสตอร์เบอ์รี่ลูกสวยตาโต
“เดี๋ยวตอนเย็นค่อยกลับมากินกับคุณแม่ค่ะ” พระพายบอกลูก ตอนนั้นนนท์ แฟนหนุ่มของมินาเข็นกระเป๋ามาถึงพอดี
“สวัสดีครับน้องเอวา สวัสดีครับคุณพระพาย”
พระพายยกมือไหว้กลับอีกฝ่ายและยิ้มให้อย่างเป็นมิตรส่วนคนตัวเล็กจำนนท์ได้เพราะเคยเห็นเขาตอนมินาโทรหา
“สวัสดีค่ะคุณลุง”เด็กหญิงไหว้ย่อตามแบบที่โรงเรียนสอนมาแฟนใหม่ของมินาอายุมากกว่าพระพายสองปีมินาเลยบอกให้เรียกคุณลุง
“หน้าตาเหมือนมิมาก น่ารักเหมือนกันเลย” มินาสบตาลูกและแฟนหนุ่มอย่างเขินอาย
“เอวาพ่อจะกลับแล้วนะคะ อยู่กับแม่มิเป็นเด็กดีนะ” เมื่อไม่รู้จะพูดอะไรกันพระพายก็พูดกับลูกสาวมินากับนนท์จะได้มองหารถโรงแรมที่มารับ
“ค่ะคุณพ่อ”
“ไม่ต้องห่วงค่ะมิจะดูแลเอวาเองจะไม่ให้ไปเล่นน้ำที่ไหน”หญิงสาวโอบคนตัวเล็กไว้ก้มหน้าสบตาเธออย่างเอ็นดู
“ดูสิแต่งตัวมาสวยขนาดนี้จะไปเปียกได้ไงจริงไหม”
“แม่มิง่ะ”
“งั้นพ่อไปก่อนนะคะ จะกลับไปเก็บของนอนบ้านคุณปู่”
มินาค้อนเขาและหันไปยิ้มอ้อนแฟนตัวเอง“พี่ญาเอาจริงเหรอเนี่ย”
หลังจากส่งแฟนไปต่างประเทศมินาย้ายตัวเองมานอนกับลูกที่บ้านพระพายชายหนุ่มเจ้าของบ้านอยู่กินข้าวเย็นด้วยแล้วอาบน้ำเก็บของไปนอนบ้านพ่อ
ความจริงเธอไม่อะไรหรอกเขาจะอยู่บ้านไหมไม่เกี่ยวกันแต่ถ้าไม่อยู่ก็ดีแฟนของเธอจะได้ไม่ต้องแคลงใจภายหลัง
“ฮิ ฮิ คุณแม่จั๊กจี้ค่ะ”ตอนนี้หญิงสาวกำลังมองลูกสาวกับสกุณาส่งกันเข้านอน
“เมื่อกี้เอวาก็จั๊กจี้แม่นะอื้มหอมหัวจังเลยแชมพูใหม่ของแม่มิเหรอคะเนี่ย หื้มมมมันเขี้ยว นี่แหน่ะ ๆ ๆ”
“งื้อคุณแม่คิก ๆ ๆ” พวกเธอบอกฝันดีกันไม่รู้กี่รอบแล้วจนมินาส่ายหัว
“แม่อิจฉาแล้วนะเอวามาหอมแม่บ้างสิลูก”
“แม่มิรอแป๊บค่า” เอวาหันไปบอกมินาก่อนถูจมูกบนแก้มสกุณารอบสุดท้าย “คุณแม่ฝันดีน๊าอย่าลืมห่มผ้าถ้าเหงามานอนกับหนูนะ”
“โอเคค่ะแม่กลับห้องก่อนนะหนูอย่าพาแม่มินอนดึกละ ฝากดูแลลูกด้วยนะมิ” สกุณาปล่อยคนตัวเล็กลุกขึ้นพูดกับแม่ของเธอ
“ค่ะ” สองสาวที่หน้าตาคล้ายกันว่าอย่างพร้อมเพรียงพอสกุณาออกไปมินาเข้าไปอุ้มเอวามานอนบนเตียง เธอจุ๊บหน้าผากเอวาประมาณสี่ห้าครั้ง
“น่ารักที่สุด”
“หนูน่ารักเหมือนใครคะแม่มิ” เด็กน้อยเงยหน้าถาม ผู้ใหญ่มักบอกว่าเธอเหมือนแม่ บางทีก็ว่าเหมือนแม่มิบางทีก็บอกเหมือนแม่ญา
“น่ารักเหมือนแม่ญาค่ะ” มินาตอบเอาใจเด็กน้อยแต่เอวาก็เหมือนสกุณาจริง ๆทั้งการพูดการยิ้มการกินเหมือนกันหมด
เอวาได้ยินอย่างนั้นดีใจซุกหน้าเข้าอกมินา“แม่มิก็น่ารักเหมือนหนูนะคะ”
“แล้วเอวารักแม่ไหมคะ”มินาถามไปลูบผมลูกไป
“เอวารักทุกคนค่ะ”
“ขอบคุณนะคะแม่ก็รักเอวามากเลยนะ”
หญิงสาวกอดลูกแนบอกก่อนล้มตัวนอนหยิบหนังสือนิทานมาอ่านให้เธอฟัง
“ไม่ง่วงเหรอคะแม่อ่านไปหลายเล่มแล้วนะ”
“ยังไม่ง่วงค่ะ”เอวาย่นจมูกเพราะเธอไม่ชินการเล่านิทานของมินาแม้ผู้เป็นแม่จะพูดเสียงสองเสียงสามน่าฟังแต่เธอก็ไม่เคลิ้มหลับ
“แม่เล่าไม่สนุกเหรอคะ”
“สนุกมากค่ะแม่มิเล่าอีก”เอวาไม่ได้โกหกเพราะมินาเล่าเรื่องชวนติดตามมากเธอเว้นจังหวะตื่นเต้นมากเกินไปสมองเอวาก็เลยตื่นตัวไม่ง่วงแล้ว
“นี่ดึกแล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นไปโรงเรียนแม่ปิดไฟเลยดีกว่าแม่กลัวหนูนอนดึก”
“ก็ได้ค่ะ”
“ฝันดีนะลูก”มินาจูบลูกแล้วปิดไฟนอนส่ายหัวขำตัวเอง เธอยังบกพร่องต่อหน้าที่แม่ของเอวาอยู่มาก
“พี่ญามีอะไรให้มิช่วยไหมคะ”ตื่นเช้ามามินาต้องการแก้ตัวที่กล่อมลูกนอนไม่สำเร็จลงมาช่วยสกุณาเตรียมอาหารช่วงนี้ดอกเข็มรสสัมผัสเปลี่ยนไปนางทำอาหารรสจัดขึ้นสกุณาเลยต้องมาทำเองไม่งั้นลูกรักของเธอและทุกคนในครอบครัวจะไตพังกันหมด
“อ้าวตื่นเช้าจังเอวาตื่นแล้วเหรอ”
“ยังเลยค่ะ มิอยากมาเตรียมข้าวเช้าให้ลูก”
“พอดีเลยพี่กำลังทำไข่คนมะเขือเทศมิมาทำสิเดี๋ยวพี่บอกสูตร”สกุณาถอดผ้ากันเปื้อนให้มินาเปลี่ยนมาดูอีกฝ่ายทำอาหาร
“เป็นไงบ้างนอนกับลูก”
“มิมีความสุขมากค่ะแต่ไม่รู้เอวารู้สึกอย่างนั้นด้วยไหม
มิเล่านิทานให้ลูกฟังแกก็นอนไม่หลับ”
“อย่าคิดอย่างนั้นสิแค่คืนแรกเอง”
“พี่ญาใจดีจังเลยค่ะมิน่าเอวาถึงติดพี่มิเสียใจที่เมื่อก่อนเคยทำร้ายพี่”เมื่ออยู่กันตามลำพังมินามักจะขอโทษสกุณาแบบนี้เสมอ
“ถ้าพี่จะพูดบางอย่างที่น่าหมั่นไส้ออกไปมิจะโกรธพี่ไหม”
“พูดมาสิคะมิรับได้หมดแหละค่ะมิเป็นคนผิด”
“อย่างที่มิบอกเอวารักพี่มากกว่ามิกับพาย พี่โอเคแล้ว”
“น่าหมั่นไส้จริงด้วย”มินาแกล้งงอน “มิคงต้องอิจฉาพี่ไปตลอดชีวิตแล้วล่ะค่ะถ้าแข่งความรักมิไม่มีทางเอาชนะพี่ได้”
“จะแข่งไปทำไมมิก็มีคนของมิแล้ว”
มินาพยักหน้าขณะมือหั่นมะเขือเทศ“ตอนเราตาบอดไม่มีทางมองเห็นเลยนะคะว่ายังมีคนดี ๆสิ่งดี ๆ รอเราอยู่อีกมาก มันมากมายจนไม่อยากเชื่อเลยค่ะ”
“พี่ดีใจด้วยนะแต่ไม่ต้องพูดให้อิจฉามากเดี๋ยวพี่อยากหาผัวใหม่”
“อุ้ยพูดใหม่หน่อยค่ะมิจะเก็บไว้เป็นหลักฐาน” มินาหัวเราะรีบวางมีดมองหามือถือ
ปีกว่ามานี้สองสาวสนิทกันมากขึ้นเพราะคุยกันตลอดมินาจะคุยอะไรเรื่องลูกก็จะคุยกับสกุณาเป็นหลัก เธอพยายามทำดีชดเชยให้สกุณาไม่ขาดช่วยซื้อของช่วยรีวิวสินค้าให้ มีผลไม้ออกใหม่หรือไปต่างประเทศก็ซื้อของมาฝากบางทีคุยกันเพลินจนลืมพระพาย
“พอเลยอย่ามาทำพี่เสียภาพพจน์”สกุณาส่ายหน้าหัวเราะ เธอกับมินาคุยกันไปทำอาหารให้ลูกอย่างเพลิดเพลิน “ใกล้ได้เวลาลูกตื่นแล้วมิจะไปแต่งตัวให้หรือให้พี่ไป”
“เดี๋ยวมิไปเองค่ะ”เพราะตอนนี้อาหารเสร็จแล้วมินากำลังมองหาชุดจานชามของลูกของใช้ของเอวาแยกเด็กผู้ใหญ่เพราะของเธอเป็นลายตุ๊กตาน่ารักรูปทรงแปลกจากทานชามทั่วไปวางซ้อนกันให้เป็นระเบียบไม่ได้
“จานของเอวาอยู่ตู้นั้น”สกุณาไปหยิบมาให้มินาใส่ไข่คนมะเขือเทศ
“ตักใส่จานแล้วโรยต้นหอมหน่อยนะ”โชคดีที่เด็กหญิงไม่เกี่ยงกินผักและไม่แพ้อะไรไม่เหมือนคนพ่อโตป่านนี้ยังไม่ชอบต้นหอมเหมือนเดิม
สกุณาทำอาหารในครัวต่ออีกหนึ่งชั่วโมงมินากับเอวาก็จูงมือกันลงมาจากห้องนอน
“คุณย่าคุณแม่กู๊ดมอร์นิ่งค่ะ” เอวาวางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะกินข้าวเข้าไปหอมแก้มย่ากับแม่ทีละคน
“วันนี้ผมเอวาสวยมากเลยค่ะลูก”สกุณาชม ปกติเธอแต่งตัวให้เอวาแค่ยี่สิบนาทีแต่มินาใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงแต่สมเวลาอยู่เช้านี้ลูกสาวน่ารักมาก
“แม่มิทำให้ค่ะ คุณแม่อย่าลืมถ่ายรูปเก็บไว้นะ” เอวาบอกอย่างรู้งานจากนั้นก็ไปนั่งที่ประจำของตนสกุณาเอ็นดูหยิบมือถือไปถ่ายรูป ส่วนมินาหาข้าวหาน้ำมาให้ลูก
“มิถ่ายกับเอวาด้วยสิดูสิอาหารเช้าของหนูน่าทานมากแม่มีทำให้นะคะ”
“ค่ะเดี๋ยวหนูจุ๊บแก้มขอบคุณแม่มิ”
“น่ารักแต่เช้าเลยถ่ายรูปเสร็จแล้วค่ะทีนี้ก็กินได้แล้ว”
“ลองชิมดูค่ะฝีมือแม่อร่อยสู้แม่ญาได้หรือเปล่า” มินาเลื่อนเก้าอี้นั่งข้างลูกไม่สนใจตักข้าวของตัวเองเลยเธอมองเอวาทำอาหารที่ตัวเองทำลุ้น ๆ
เอวายิ้มหยีตาตักของกินที่แม่มิทำให้เข้าปาก“อื้มอร่อยค่ะแม่มิเหมือนที่คุณแม่ทำเลยค่ะ”
“ไม่เสียแรงยืนคุม” สกุณายิ้ม “กินเยอะ ๆ นะลูกเดี๋ยวแม่กับแม่มิจะไปส่งโรงเรียน”
“คุณแม่ก็ทานเยอะ ๆ นะ แม่มิกับคุณย่าทานเยอะ ๆ ค่ะ” เอวามีความสุขที่ได้อยู่กับคุณแม่ทั้งสองพร้อมกันทุกคนกินข้าวและสนใจแต่เจ้าตัวเล็กจนลืมพระพายไปแล้ว
“กินข้าวดี ๆ สิพายจ้องโทรศัพท์อะไรขนาดนั้น” คนที่นั่งกินข้าวอยู่อีกบ้านโดนนิลตาบ่นพระพายเอาแต่จ้องโทรศัพท์ดูว่าภรรยาจะส่งข้อความอะไรมาไหมแต่กล่องข้อความกลับว่างเปล่าราวกับบ้านนั้นไม่มีสัญญาณมือถือ
“ครับกินครับคุณแม่”