ในเวลาถัดมาหลังจากที่าอันยาวนานได้จบลง
ณ ที่ด้านหน้าของสภากลางเมืองแอดลานที่ในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยทหารของกองทัพแห่งอาร์คมากมายที่กำลังคุ่มตัวเหล่านักรบแห่งเคลันที่ได้พ่ายแพ้ไปคุ่มขังยังยานที่จะนำตัวพวกเขาออกไปจากดาวดวงนี้ และในท่ามกลางทหารเ่าั้ก็ได้มีวีวแลนกับลาน่าอยู่ที่ตรงนั้นด้วย
พวกเขาทั้งสองนั้นกำลังคุยถบเถียงบางเื่กันอยู่แล้วมันก็เริ่มแรงขึ้นเลื่อยๆโดยที่ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้าไปห้ามปรามพวกเขาเลย
“ฮะ! รายงานนี่มันอะไรกันไม่เห็นจะมีความจริงอยู่เลยสักนิดเดียว”
“ฮะ! มันไม่มีความจริงตรงไหนกันล่ะช่วยบอกมาหน่อยได้มั้ยล่ะ!”
“ก็นายเล่นเขียนยังกับว่านายน่ะเป็คนจัดการเื่หมดทุกอย่างเองเพียงคนเดียวเลยไม่ใช้เหรอ ทั้งๆที่ฉันเองก็ช่วยนายเอาไว้ตั้งหลายรอบแท้ๆเลยนะ!”
"หึ! ถึงตัวเธอจะช่วยฉันเอาไว้บางก็จริง แต่ว่าเื่นี้กับเื่นั้นน่ะมันเป็คนล่ะเื่กันยังไงล่ะ”
“ฮา-! คนล่ะเื่กันงั้นเหรอ?!”
“ใช้แล้วเื่ที่ฉันถูกช่วยเอาไว้น่ะมันเป็ส่วนอื่นซึ่งส่วนนั้นมันไม่จำเป็ที่จะต้องบอกเล่าลงไปในเื่ราวตำนานของฉันหรอกนะ”
“ตำนานเื่ราวของฉันงั้นเหรอ”
“ใช้แล้วล่ะมันคือเื่ราวตำนานที่จะถูกกล่าวขานสืบต่อไปในอนาคตยังไงล่ะ55-”
“เื่ราวตำนานบ้าบ่ออะไรกัน นี่น่ะมันคือรายงานสรุปภารกิจต่างหากล่ะ เข้าใจมั้ยภารกิจ~น่ะ!”
ลาน่าได้ะโออกมาใส่วีวแลนพร้อมกับได้ยื่นใบรายงานที่วีวแลนเขียนขึ้นมาเข้าใส่หน้าของเขาด้วย
"...ก็เื่ราวของฉันมันเป็เื่ราวที่น่าสนใจมากที่สุดยังไงล่ะ เพราะฉะนั้นมันถึงช่วยไม่ได้ที่ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องเขียนมันเข้าไปแบบนี้ยังไงล่ะ!"
"ใช้ก็บ้าแล้ว! การเขียนรายงานที่ไม่เป็ความจริงแบบนั้นน่ะ ฉันไม่ยอมรับมันหรอก เพราะฉะนั้นแล้วไปเขียนมาใหม่ซะ!"
“ฮะ! เื่อะไรล่ะใครจะยอมเขียนกัน”
“เขียนซะ!”
“ไม่เขียน!”
ทั้งสองคนได้เริ่มส่งเสียงดังขึ้นเลื่อยๆจนสามารถได้ยินกันทั่วทั้งบริเวณ และหนึ่งในคนที่ได้ยินเสียงนั้นก็คือชายคนหนึ่งที่กำลังดูสถานการณ์อยู่ที่ด้านหลังของต้นไม้ที่อยู่แถวนั้น
“เฮ้อ~ดูเป็บรรยากาศที่ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วยเลยจริงๆ”
ยูโตะที่แอบฟังอยู่ที่ด้านหลังของต้นไม้ได้พูดออกมาโดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะออกไปห้ามพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
(ทางที่ดีที่สุดในตอนนี้นั้นนั่นก็คือรีบไปจากที่ตรงนี้โดยเร็วน่าจะดีที่สุด เพราะว่าถ้าเกิดยังอยู่แบบนี้ล่ะก็จะต้องกลายเป็เื่แน่…)
ยูโตะนั้นค่อยๆถอยออกห่างจากที่ตรงนั้นไปเลื่อยๆโดยพยายามไม่ให้เกิดเสียงดังขึ้น กึ่ก! แต่ในขณะที่ตัวเขากำลังก้าวเท้าอยู่นั้นก็ดันเผลอไปเหยียบกิ่งไม้แห้งที่พื้นเข้าจนทำให้เกิดเสียงดังขึ้นมา
(อะ!...ยะ...แย่ล่ะสิ...)
ยูโตะที่คิดได้เช่นนั้นจึงได้หันหลังกลับไปมองที่ด้านหลังของตนและสิ่งที่ตัวเขาเห็นอยู่นั้นก็คือวีวแลนกับลาน่าที่กำลังมองมาที่ตัวเขาด้วยสายตาที่ไม่เป็มิตร
“ยู~โตะนายหายไปไหนมาจนถึงตอนนี้น่ะ!”
“นายแอบออกไปคนเดียวแบบนั้นคิดจะแย่งบทเด่นของฉันงั้นเหรอยูโตะ”
ทั้งสองคนที่ดูเหมือนกับว่ากำลังโกรธอยู่กำลังเดินใกล้เข้ามาทางนี้เลื่อยๆ
(ซ่วยล่ะสิ...ถ้าฝืนยังอยู่ที่ตรงนี้ต่อไปล่ะก็มีหวัง...แย่แน่เลย…ถ้างั้นก็คงช่วยไม่ได้แล้ว….มีเพียงแค่หนทางนั้นเท่านั้นที่จะทำให้ต้วข้ารอดไปสถานการณ์ตรงหน้านี้ได้...และหนทางนั้นก็คือ...)
“หนียังไงล่ะ!”
ยูโตะได้รีบวิ้งหนีออกไปจากที่ตรงนั้นในทันที
“ฮะ! หนีไปแล้ว”
“ไม่ปล่อยให้นายหนีไปได้หรอกน่า!”
ทั้งสองคนที่เห็นแบบนั้นจึงได้รีบวิ้งไล่ตามไปในทันที
ทั้งสามคนได้วิ้งผ่านตัวเมืองที่แทบไรซึ่งผู้คนมาจนสิ้นสุดลงที่ด้านนอกของตัวเมืองทางประตูทางออกทิศใต้ ที่ที่ซึ่งในตอนนี้นั้นกลายมาเป็ที่จอดยานขนย้ายนักโทษของอาร์คที่กำลังทำการขนย่ายนักนักรบชาวเคลันที่กำลังจะถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจําอวกาศของอาร์ค
"แฮ่ก...แฮ่ก...นายหนีไปไหนไม่ได้อีกแล้วล่ะนะ"
"แฮ่ก...แฮ่ก….ใชแล้วล่ะเพราะงั้นเตรียมตัวเตรียมใจได้เลยยู~โตะ"
วีวแลนกับลาน่าที่ไล่ต้อนยูโตะมาจนมุมนั้นได้เริ่มค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ตัวเขามากขึ้นเลื่อยๆ
“โธ่เว้ย ไม่มีที่ให้หนีแล้วงั้นเหรอ...”
ยูโตะที่กำลังจนมุมอยู่นั้นได้มองไปที่รอบๆเพื่อหาทางหนีไปจากที่ตรงนี้แต่ตัวเขากับไม่พบเส้นทางนั้นอยู่เลย
ในขณะที่ตัวเขากำลังจะหมดหนทางรอดแล้วต้องมาโดนวีวแลนกับลาน่าบ่นใส่จนหูดับอยู่นั้น ก็ได้มีเสียงดังที่ช่วนให้หันไปมองดังออกมาจากทางด้านหลังของตัวเขา ตึ้ง! พวกเขาที่ได้ยินเช่นนั้นจึงได้หันไปมองที่ต้นทางของเสียงนั้นอย่างพร้อมเพรียงและสิ่งที่พวกเขาได้เห็นอยู่นั้นก็คือทหารแห่งอาร์คที่ได้ฟาดแส้ในมือลงพื้นเพื่อรีบเร่งชาวเคลันตัวใหญ่ที่คุกเข่าอยู่กับพื้นเพราะความเ็ปที่มาจากาแบนร่างกายของตัวเขาที่พันผ้าพันแผลเอาไว้กับเด็กสาวตัวน้อยที่กำลังปกป้องตัวเขาอยู่อย่างกล้าหารทั้งนํ้าตาที่ไหล่ออกมาจากดวงตาทั้งสามของตัวเธอพร้อมกับห่างที่ชี้ขึ้นฟ้าราวกับว่าจะบอกถึงความโกรธและความกลัวของตัวเธอที่มีอยู่ในตอนนี้อย่างชัดเจน
"เฮ้ย!พวกแก ใครให้หยุดเดินต่อไป!"
"ไม่ได้นะเขาาเ็อยู่ไม่เห็นรึไงล่ะ!"
“ไม่เป็ไรหรอกข้ายังเดินไหว...โอ้!”
“ไม่ได้นะเจนัดเดี๋ยวาแก็เปิดหรอก”
“ถ้ายังไม่ยอมขยับล่ะก็ คงต้องใช้กำลังแล้วสินะ!”
ทหารแห่งอาร์คนายนั้นได้ง่างแส้ในมือขึ้นแล้วฟาดมันลงไปยังเด็กสาวตัวน้อยที่อยู่ตรงหน้า ตึ้ง! แต่ทว่าก่อนที่แส้นั้นจะเข้าถึงตัวของเด็กสาวมันก็ถูกหยุดเอาไว้ด้วยดาบของยูโตะที่เข้ามาป้องกันแส้นั้นเอาไว้ได้ทัน
“นี่แกคิดว่ากำลังทำอะไรอยู่ฮะ!”
“อะ...อสูรแห่งอาร์ค...อะ...เอ่อขอโทษครับผมแค่้าให้พวกเขาเดินไปเท่านั้นเองครับ...ขะ...ขอร้องล่ะอย่าฆ่าผมเลยครับ….”
“ไม่ฆ่าหรอกน่า เพราะงั้นรีบๆใสหัวไปซะ”
“ครับทันทีเลยครับ”
ทหารนายนั้นได้รีบวิ้งหนีไปจากตรงนั้นในพริบตา
(เฮ้อ~ให้ตายสิ ในสายตาของพวกแกมองตัวข้าเป็แบบไหนกันแน่เนี่ย...)
“ข้าขอขอบใจเ้ามากอสูรแห่งอาร์ค”
“หือ?...”
ยูโตะได้หันหลังกลับไปพบว่าเด็กสาวคนนั้นคารันเซียได้พยุงตัวของเจนัดให้ลุกขึ้นมาจนได้แล้ว
“ก็ป่าวนิไม่ได้คิดที่จะช่วยพวกแกสักหน่อย ตัวข้าก็แค่ไม่ได้ชอบวิธีการแบบนั้นก็เท่านั้นเอง”
“หึ!...งั้นเหรอ ถ้าได้ยินแบบนั้นข้าก็วางใจได้แล้ว”
“วางใจ? เื่อะไรล่ะ”
“ก็แค่มั่นใจขึ้นมาเท่านั้นเองว่าคนที่เอาชนะข้าได้นั้นเป็นักรบที่แท้จริงน่ะ”
“บ้าบอสิ้นดี นักรบอะไรกันตัวข้าก็แค่ผู้ที่กวัดแกว่งคมดาบอย่างไรจุดหมายก็เท่านั้นเอง ไม่ใช้นักรบที่แท้จริงอะไรนั่นสักหน่อย”
“งั้นเหรอ ถ้าท่านว่ามาเช่นนั้นก็เอาแบบนั้นก็แล้วกัน...ถ้างั้นคงถึงเวลาที่พวกเราจะต้องไปแล้วล่ะ หวังว่าสักวันหนึ่งพวกเราคงจะได้พบกันอีกครั้งอสูรแห่งอาร์ค”
“ไม่ใช้อสูร ยูโตะต่างหากล่ะคราวหน้าอย่าเรียกผิดอีกก็แล้วกัน”
“หึ! งั้นเอาตามนั้นก็แล้วกัน ถ้างั้นพวกเราไปกันเถอะคารันเซีย”
“ค่ะ!”
เด็กน้อยได้พยุงร่างของนักรบผู้นั้นเดินจากไปยังยานขนส่งที่กำลังรอค่อยตัวเขาอยู่ที่ไม่ไกลจากที่ตรงนั้นมากนักแต่ก็ไกลพอที่จะไม่สามารถมองเห็นได้จากตรงนี้
ในจังหวะก่อนที่พวกเขาจะเดินลับตาไปเด็กสาวตัวน้อยก็ได้หันกลับมายิ้มให้กับยูโตะที่กำลังมองดูพวกเขาอยู่แล้วขยับปากไปมาที่แปลความหมายออกมาได้ว่า [ขอคุณที่ช่วยพวกเราเอาไว้นะคะ] ยูโตะที่พอได้รู้แบบนั้นตัวเขาก็เลยเผลอแสยะยิ้มออกมาตอบกลับเธอไป
“โลลิค่อน...”
“เฮ้ย! ลาน่าเธอมาอยู่ที่ตรงนี้ั้แ่เมื่อไหลกันเนี่ย”
ยูโตะได้สะดุ้งโหยงเมื่ออยู่ๆลาน่านั้นได้โพลเข้ามาใกล้ตัวเขาถึงขนาดนี้
“ก็ั้แ่ที่นายทำหน้าหื่นใส่เด็กคนนั้นนั่นแหละ”
“ยะ..อย่ามากล่าวหากันนะ ตัวข้าเนี่ยนะจะมาทำหน้าหื่นใส่เด็กแบบนั้นน่ะ”
“ถ้านายไม่ทำล่ะสิที่จะแปลกจริงๆน่ะ”
วีวแลนที่เดินเข้ามาได้พูดเสริมคำพูดของลาน่าให้มันดูจริงมากยิ้งขึ้นไปอีก
“พวกนายเนี่ยนะ มองตัวข้าเป็คนแบบไหนกันแน่เนี่ย”
“โลลิค่อน...”
“สิ่งที่เหล่าเด็กๆไม่ควรเข้าใกล้ยังไงล่ะ...”
“พวกเ้าทั้งสองคนเนี่ยนะ เห็นตัวข้าเป็แบบนั้นงั้นเหรอ”
“อื่อ...”
“อื่อ...”
“เฮ้อ~ให้ตายสิเป็แบบนั้นสินะ”
“อ้าวทุกท่านแห่งอาร์คมาอยู่กันที่นี่กันเองหรอครับเนี่ย”
“หือ?”
ในขณะที่พวกเขาสามคนกำลังคุยกันอยู่จู่ๆก็มีเสียงเรียกพวกเขาทั้งสามดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง พวกเขาที่ได้ยินแบบนั้นจึงได้หันหลังกลับไปมองและสิ่งที่พวกเขาเห็นอยู่นั้นก็คือชาวอาลันตัวอ้วนเตี้ยผู้ซึ่งเป็เ้าเมืองแห่งนี้นามว่าโอ่วาลาที่มาพร้อมกับชาวอาลันที่แต่งชุดที่ดูหรูหราที่มียศเป็ถึงผู้บัญชาการกองทัพมีนามว่าเคสล่ากำลังเดินเข้าทางนี้
“ใครน่ะเ้าพวกนี้...”
“ท่านเ้าเมืองของที่นี่ยังไงล่ะ เพราะงั้นอย่าทำตัวเสียมารยาทเชียวนะยูโตะ”
“เฮ้อ~ยุ่งยากจริงๆเลย ให้ตาสิจะทำตัวเงียบๆเอาไว้ก็แล้วกัน….”
ยูโตะที่พยายามที่จะอยู่เงียบๆได้หันไปทางอื่นโดยหวังว่าจะไม่ต้องพูดคุยอะไรทั้งนั้น แต่เพราะเขาทำแบบนั้นจึงไปดึงดูดสายตาของเ้าเมืองคนนั้นให้คิดไปเองว่าตัวเขานั้นไม่พอใจอะไรบางอย่างอยู่
“ท่านอสูรครับ มีอะไรไม่พอใจงั้นเหรอครับ”
“ป่าวสักหน่อยไม่มีอะไรหรอก...”
“แต่สีหน้าของท่านนั้นดูไม่เหมือนแบบนั้นเลยนะครับ”
“ไม่สักหน่อยก็ปกติเห็นๆอยู่...”
“ใช้ค่ะ ปกติเขาก็เป็แบบนี้แหละ...”
“ใช้ครับ ปกติเขาก็เป็แบบนี้แหละ...”
“งั้นเหรอครับ อื่อ….อ๋อเข้าใจแล้ว! คุณกำลังเป็กังวลเื่ค่าตอบแทนงั้นสินะครับ ถ้าเป็เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกครับ เพราะทางเรานั้นได้ส่งมอบให้แบบครบถ้วนตามจำนวนอย่างแน่นอน แถมยังได้เพิ่มไปให้ด้วยอีกตั้งหลายคนเลยนะครับ”
“เพิ่มหลายคน? หมายถึงเื่อะไรกัน”
“จะเื่อะไรอีกล่ะครับ ก็ชาวเคลันที่จะถูกส่งตัวไปขายเป็ทาสที่ฟอร์ลอร์น โฮ่ลตลาดมืดที่มีชื่อเสียงที่สุดในจักรวาลยังไงล่ะครับ”
“ทาสงั้นเหรอ?...”
“ใช้แล้วล่ะครับ ก็ตามที่พวกเราสัญญากันเอาไว้ เื่ขอช่วยเหลือให้ส่งกองทัพมาช่วยโดยต้องแลกกับเส้นทางการค้าส่วนหนึ่งของโอ่เล็นและยังมีอีกอย่างหนึ่งที่เขียนเอาไว้ในสัญญานั่นด้วย สิ่งนั้นก็คือชาวเคลันจำนวนหนึ่งที่จะถูกส่งตัวไปขายในตลาดค่าทาสยังไงล่ะครับท่านอสูรแห่งอาร์ค”
“เื่แบบนั้นไม่เคย...”
ก่อนที่ยูโตะนั้นจะได้พูดอะไรวีวแลนกับลาน่าก็ได้เข้ามาห้ามตัวเขาเอาไว้
“เื่นี้นายไม่ต้องเข้ามายุ่งหรอกนะ...”
“อยู่เงียบๆ แล้วรอให้มันผ่านไปเถอะนะยูโตะ...”
“นี่ทั้งสองคนรู้เื่นี้อยู่แล้วงั้นเหรอ...”
“.....มันเป็ข้อตกลงที่เบื้องบนตัดสินใจกันแล้ว พวกเราทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องทำตามเท่านั้น...”
“.....ใช้แล้วล่ะ...เพราะงั้นช่วยอย่าทำอะไรให้เป็เื่เลยนะขอร้องล่ะยูโตะ...”
(นี่มันเื่บ้าบออะไรกัน ทั้งสองคนรู้ทั้งรู้ว่ามีข้อตกลงแบบนี้แล้วยังจะรับภารกิจนี้มาอีกงั้นเหรอ....แถมยังไม่บอกตัวข้าอีกด้วย….)
พอยูโตะคิดแบบนั้นแล้วตัวเขาก็เริ่มรู้สึกมีนํ้าโหขึ้นมา จนถึงอยากที่จะะโออกไปเลยว่า[เื่แบบนี้น่ะตัวข้าไม่ยอมรับมันหรอก!]แบบนั้น แต่ทว่าตัวเขานั้นก็ไม่สามารถพูดมันออกไปได้ นั่นก็เพราะว่าถ้าพูดออกไปแล้วล่ะก็สหายคนสำคัญของตัวเขานั้นจะต้องลำบากอย่างแน่นอน เพราะแบบนั้นยูโตะถึงได้กัดฟันแน่แล้วพยายามคุมสติของตนเองเอาไว้
“....เข้าใจแล้ว...จะอยู่เงียบๆ...”
“เฮ้อ~ขอบใจมากเลย เอาไว้เดียวจบเื่นี้แล้วฉันจะให้นายบ่นได้เต็มที่เลยเพราะงั้นอดทนเอาไว้จนกว่าจะถึงตอนนั้นตกลงนะ...”
“อือ….”
“ยูโตะนายคงจะเหนื่อยมากแล้วสินะ เพราะงั้นไปพักผ่อนก่อนก็ได้นะ”
“อือ….จะขอทำตามนั้นก็แล้วกัน….”
ยูโตะได้เดินออกไปจากที่ตรงนั้น
“ท่านอสูร? จะไปไหนงั้นเหรอครับ”
“เออพอดีเขาเหนื่อยมามากแล้วก็เลยขอตัวไปพักผ่อนก่อนน่ะครับ”
“ใช้แล้วค่ะ ปล่อยให้เขาไปพักเถอะนะค่ะ”
“งั้นเหรอครับ น่าเสียดายจริงๆ ผมอยากจะพูดคุยกับเขาอีกสักหน่อยแท้ๆเลย”
ยูโตะได้เดินจากไปโดยที่ไม่หันหลังกลับมามอง แต่ทว่าในขณะที่ตัวเขานั้นกำลังจะเดินลับตาไปท่านเ้าเมืองก็ได้พูดขึ้นมาดึงดูดความสนใจของตัวเขาเอาไว้อีกครั้ง
“อ๋อ!จริงด้วย ก่อนที่ท่านจะไปข้ามีเื่อยากจะบอกท่านเอาไว้เื่นึ่ง ข้าน่ะได้ยินมาว่าท่านนั้นมีรสนิยมชอบเด็กสาวตัวเล็ก ข้าก็เลยได้นำตัวเหล่าเด็กสาวอายุน้อยชาวเคลันหลายคนไปรวมอยู่ในกลุ่มที่จะถูกส่งตัวไปขายเป็ทาสแล้วล่ะครับ”
“แกว่าไงนะ...”
“ข้าเชื่อว่าเด็กพวกนั้นจะต้องทำให้ท่านสนุกได้อย่างแน่นอน แล้วพอท่านใช้จนพอใจแล้วล่ะก็สามารถนำไปขายแลกเงินได้มหาสารเลยล่ะครับเพราะพวกเธอนั้นไม่รวมอยู่ในสัญญาของอาร์คล่ะนะ อ๋อ!จะว่าไปหนึ่งในนั้นมีของคุณนะภาพสูงอยู่ด้วย อือ~ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าเธอจะมีผมสีนํ้าตาลตาสีแดงแล้วชื่อว่าคาอะไรสักอย่างเนี่ยแหละ”
“เฮ้ย!พอแล้ว อย่าหาเื่ฆ่าตัวตายไปมากกว่านี้เลยนะ”
วีวแลนพยายามจะเข้ามาห้ามเอาไว้ แต่ว่า…
“รับรองว่าท่านจะต้องสนุกกับเธอ...” ตึ้ง!
ไม่ทันที่คำพูดนั้นจะได้ส่งออกมาจนจบ หมัดของยูโตะก็ได้พุ่งเข้ามาใส่ที่ใบหน้าของท่านเ้าเมืองเข้าอย่างจัง จนทำให้ตัวเขานั้นกระเด็นออกไปกระแทกลงเข้ากับพื้นอย่างแรง
“อะ….”
“ท่านเ้าเมือง!”
ผู้บัญชาการกองทัพอาลันที่พอได้เห็นแบบนั้นตัวเขาจึงได้รีบวิ้งไปดูอาการของท่านเ้าเมืองในทันที
“นะ...นี่นายเข้าใจรึป่าวว่าตนเองทำอะไรลงน่ะ”
“....เฮ้อ~ให้ตายสิ รู้สึกไม่ดีเลยตัวข้าขอตัวไปพักผ่อนสักหน่อยก่อนก็แล้วกัน ฝากทั้งสองคนจัดการที่ตรงนี้ด้วยนะ...”
“เดี๋ยวก่อนยูโตะ! ทางนั้นมันไม่ใช้ที่พักหรอกนะ...ไม่สิทางนั้นมัน!...”
“ไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกลาน่า,วีวแลน ตัวข่าน่ะจะขอตัวไปพักแค่แป๊บเดียวเท่านั้น เองเดี๋ยวก็กลับมาแล้วล่ะ...”
ยูโตะนั้นได้ก้าวเดินต่อไปในเส้นทางที่จะไม่นำตัวเขาไปสู่ยานสำหรับพักผ่อน แต่มันจะนำไปสู่ที่ที่ตัวเขานั้นจำเป็ที่จะต้องไปในตอนนี้ โดยที่มีวีวแลนกับลาน่าที่กำลังมองมาที่ตัวเขาอยู่อย่างไม่วางตาด้วยแววตาที่เป็กังวลเอามากๆจนในที่สุดนั้นตัวเขาก็ได้เดินลับตาไป...