“เร็วๆ สิเว้ยประเดี๋ยวก็ค่ำมืด พวกกูไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกันพอดี” มารดาทับทิมยืนชี้นิ้วสั่งบ่าวไพร่ในเรือนให้ขนของตัวเองและลูกราวกับเป็นเจ้าของบ้านจนคนที่เพิ่งกลับมาจากงานต้องเข้ามาดู“ทำอะไรกัน ใครให้ขนของขึ้นมาอยู่บนเรือนใหญ่”“อีทะ… ท่านหญิงเจ้าค่ะ” เธอกำลังจะอ้าปากด่ากลิ่นแก้วแต่เมื่อเห็นว่าเป็นอัครเดชเธอจึงปิดปากเงียบลงนี่เมียรักของเขากำลังเล่นสงครามประสาทกับเขาหรือไง เขาไม่รอช้าเดินไปเปิดประตูห้องตัวเองเพราะรู้แน่ว่าอย่างไรเสียภรรยาเขาต้องอยู่ในนั้นซึ่งก็จริง เขาเห็นเธอนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างนิ่งๆ ดวงตาเธอแดง เล็กน้อย กลิ่นแก้วเมื่อรู้ว่าผู้เป็นสามีเธอหันกลับมาช้าๆ พร้อมกับยกมือไหว้ แล้วไม่ได้เอ่ยอะไรอีก“น้องให้สองแม่ลูกนั่งเข้ามาอยู่ในเรือนเราได้อย่างไร”“ท่านควรถามตนเอง ไม่ใช่ข้า”“น้องพี่แค่เพียงเมตตาคณะดนตรีหวังเอาพวกมันมาคอยรับใช้”“รับใช้ยังไงเจ้าคะ”“น้องโกรธพี่หรือถ้าน้องโกรธพี่จะ…”“ไม่ต้องไล่หรอกเจ้าค่ะ ข้าให้ทับทิมขึ้นมาอยู่บนเรือนเพราะอย่างไรเสียนางก็เป็นเมียท่าน และดูท่านจะรักหลงนางมากกว่าเมียคนไหน ท่านจะได้ไม่ต้องเหนื่อยไปหานางไกลๆ” คำพูดและสายตาของกลิ่นแก้วช่างประชดประชันสามียิ่งนัก“แต่ไม่มีใครเท่าเทียมน้องหรอก คนอื่นพี่หลงใหลในความงามแต่กับน้องเมียที่งามภายนอกภายในเรียบพร้อมไปด้วยชาติตระกูลและความสามารถไม่มีเมียคนไหนทัดเทียมน้องได้หรอก”“ทั้งหมดที่ท่านพูดมามันก็เพียงแค่เปลือกนอกไม่ใช่หรือเจ้าคะ หากข้าไม่ได้เกิดมาในตระกูลที่สูงส่งและร่ำรวยข้าก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากคนอื่นเลย ท่านบอกว่างานภายในข้ารู้หรือเจ้าคะว่านิสัยค่าเป็นอย่างไร รู้หรือไม่คะว่าข้าชอบอะไรไม่ชอบอะไร พอเถอะค่ะเลิกเอาใจข้าเพราะข้าตั้งครรภ์เสียที ส่วนพวงเอ็งจัดของจัดห้องให้ทับทิมให้เสร็จก่อนมืดแค่เพียงทับทิมคนเดียวเท่านั้น” ประโยคสุดท้ายเธอใช้โทนเสียงต่ำพร้อมกับจ้องหน้ามารดาทับทิม ก่อนเดินสะบัดหน้าหนีเข้าห้อง จังหวะที่เธอหมุนตัวกลับเข้าห้องอยู่ๆ เธอเกิดหน้ามืดขึ้นมา โชคดีที่อัครเดชประคองหญิงสาวเอาไว้ได้ทันเขาประคองกลิ่นแก้วมานั่งที่นั่งรับลมหน้าชายคาบ้านพร้อมกับสั่งให้บ่าวไปนำยาลมและยาหอมมาให้หญิงสาวส่วนตัวเองคอยนั่งกอดนั่งประคองพัดวีให้หญิงสาว“น้องลดใช้อารมณ์หน่อยเถิด” เขาซุกศีรษะลงไปซอกคอหญิงสาวอ้อนหวังให้เธออารมณ์เย็นลง “ถึงพี่จะไม่รู้ว่าน้องชอบอะไรไม่ชอบอะไรแต่พี่รู้ว่าน้องเป็นคน ขี้หึง ขี้หวงผัวแถมยังชอบประชดประชันอีกต่างหาก “หายโกรธพี่เถอะนะ พี่เพียงสนุกชั่วครั้งชั่วคราวหญิงที่ใดเล่าจะมาสู้เมียของเราได้”บทพ่อแง่ แม่งอนตรงหน้าอยู่ในสายตาของทับทิมตลอดเวลาทับทิมทำได้แค่เพียงกำมือแน่นสะกดกลั้นน้ำตาตัวเองเอาไว้ไม่ให้ไหล ทั้งคำพูดทั้งการกระทำมันบ่งบอกได้มากมายว่าเธอเป็นเพียง ของสนุกชั่วครั้งชั่วคราวไม่มีทางทัดเทียมหญิงอีกคนได้เลย แต่เธอจะไม่ยอมแพ้เธอจะทำให้เขาหันกลับมามองเธออีกครั้งให้ได้ในคืนนั้นทับทิมอาบน้ำนานเป็นพิเศษ เธอขัดสีฉวีวรรณตัวเองจนขาวผ่อง ผมสีดำยาวของเธอถูกหวีครั้งแล้วครั้งเล่าจนเรียบสนิทหลังจากพอใจในรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว เธอมานั่งร้อยมาลัยที่จะนำมากราบเขาก่อนนอน เธอร้อยมาลัยจนเสร็จเป็นพวงสวยงาม เธอนั่งมองมันอย่างภูมิใจ คืนนี้ตั้งใจทำเป็นพิเศษ หวังว่าเขาจะชอบเธอนั่งคอยเขาอยู่นานจนตะเกียงน้ำมันหมดก็ยังไม่เห็นวี่แววเขาเสียที เธอเปิดหน้าต่างชะโงกหน้าออกไปดูบังเอิญหน้าต่างห้องเธอตรงกับหน้าต่างห้องเขาพอดี เธอจึงมีโอกาสได้แอบดูเขา เธอคิดว่าเขากำลังทำงานอยู่แต่สิ่งที่เธอพบมันไม่ใช่ดังที่เธอคิด ห้องนอนเขาไม่ได้มีเพียงเขาลำพังมันมีหญิงอีกคน เธอเห็นฝ่ายชายกอดพะเน้าพะนอฝ่ายหญิง ท่าทางดูรักในตัวของกลิ่นแก้วเป็นหนักหนา เธอทำได้แค่เพียงปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาเป็นบ้าเป็นหลังตั้งแต่รู้จักกันมาเขาไม่เคยมีท่าทีเช่นนั้นต่อเธอมาก่อน แต่เขากลับทำกับหญิงผู้นั้นเขาคงรักนางมากสินะ“ทับทิมเอ็งเป็นใครเอ็งอย่าเอาตัวเองไปเทียบกับท่านหญิง เอ็งไม่มีวัน ชนะท่านหญิงได้ไม่ว่าเรื่องใดๆ ...ฮือออ…. เธอทิ้งตัวกอดเข่าลงกับพื้น อย่างเจ็บปวดและโกรธแค้น แค้นตัวเองที่ยอมตกเป็นของเขาง่ายๆ ริษยาหญิงคนนั้นที่ได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอปรารถนาวันต่อมาทับทิมฝืนทำตัวให้เป็นปกติทั้งที่จิตใจกำลังเศร้า เธอไปหาเพื่อนๆ ในวงดนตรีเพื่อซ้อมไล่รำ“ยังมาซ้อมรำอีกหรอวะข้าคิดว่าเป็นท่านหญิงแล้วเสียอีก คนในวงพูดจาหยอกล้อเธอเหมือนปกติ“ข้าไม่มีวันเป็นท่านหญิงได้หรอกจ้ะพี่ภพ” ทับทิมตอบยิ้มยิ้ม“เอ็งเป็นไรวะตาแดงๆ เหมือนคนร้องไห้มาอย่าบอกนะว่าคุณหญิงนั่นรังแกเองอีกแล้ว” ผู้เป็นแม่เท้าสะเอวพูด"ไม่ใช่จ๊ะแม่ฉันร้องไห้ เพราะสงสารตัวเองที่ไม่สำเหนียกตัวเองว่าตัวเองเป็นใคร”“อย่าเศร้าไปเลยถึงอย่างไรก็ได้เป็นเมียถึงจะเป็นน้อยแต่ก็ได้ขึ้นไปอยู่บนเรือนใหญ่เท่าเทียมท่านหญิงเลยนะโว้ย” มือระนาดของวงที่เห็นทับทิมมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกเข้าไปกอดปลอบหญิงที่ตนเองรักเหมือนน้องสาวแท้ๆ“อ้าย! บัดสีบัดเถลิง ตัวเองเป็นเมียคุณท่านแต่กลับไปกอดกับชายอื่น อีใบต้องรีบไปบอกท่านหญิง”ใบที่ไม่ชอบทับทิมอยู่แล้ว ก็คิดจะกำจัดศัตรูด้วยการไปยุแยงเมียหลวงให้ไปรายงานผัวแต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้ามกับที่ใบคิด“เรื่องของนางมึนยุ่งอะไรด้วย หากมันทำผิดจริงอย่างไรสักวันหนึ่งคุณท่านของมึงต้องรู้”“ท่านหญิงเจ้าขา มันกำลังสวมเขาให้ท่านอยู่นะเจ้าคะ ท่านหญิงจะยอมหรือเจ้าคะ มันตกเป็นเมียคุณท่านแล้ว มันกลับไปกอดไปกระแซะกับชายอื่นเสียนี่”“หากเอ็งอิจฉาริษยาเอ็งก็จงแก้ปัญหาด้วยตัวเองเถอะข้าไม่อยากยุ่ง ข้าอยากอยู่ของข้าเงียบๆ กับลูกของข้า” ว่าจบแล้วกลิ่นแก้วก่อนหน้าท้องของตัวเอง เดินกลับเข้าห้องตัดบทไปทิ้งให้นางใบสะบัดสะบิ้งด้วยความคับแค้นใจอยู่คนเดียวหลังจากซ้อมรำเสร็จทับทิมกลับขึ้นเรือนมาด้วยท่าทางอิดโรย เพราะเมื่อคืนอดหลับอดนอนร้องไห้ทั้งคืนกลางวันเธอก็เหนื่อยกับการซ้อมรำอีก เธอกลับมาพบกับท่านหญิงกำลังจะรับประทานอาหารเธอจึงคลานผ่านหน้าท่านหญิงเพื่อจะกลับเข้าห้อง“เดี๋ยว เอ็งยังไม่ได้กินอะไรไม่ใช่หรือมากินด้วยกันสิ” กลิ่นแก้วพูดด้วยหน้านิ่งๆ”“อย่าดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าเป็นเพียงชนชั้นไพร่คงไม่อาจร่วมรับประทานอาหารกับท่านหญิงได้”“ไพร่ก็คนและข้าคิดว่าเอ็งก็คงเคยร่วมรับประทานอาหารกับท่านอัครเดชมาแล้ว” กลิ่นแก้วยิ้มให้แต่สำหรับทับทิมแล้วมันเหมือนรอยยิ้มนางมารร้ายที่ยิ้มแต่ปากแต่ดวงตากับไม่ยิ้ม“เจ้าค่ะ” ทับทิมคลานเข้าไปนั่งข้างๆ กลิ่นแก้วและลงมือรับประทานอาหารอย่างระมัดระวังที่สุด“ข้าได้ยินว่าเอ็งถึงเนื้อถึงตัวกับผู้ชายหรือ” กลิ่นแก้วพูดขึ้นหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ“ข้าไม่ได้ถึงเนื้อถึงตัวกับผู้ชาย” เธอก้มหน้าตอบเพราะไม่รู้ว่ากลิ่นแก้วจะมาไม้ไหน“ข้าขอเตือนเอ็งนะ ท่านพี่ของเอ็งเป็นถึงเจ้าคุ้มเป็นคนใหญ่คนโตไม่ต่างกับเชื้อพระวงศ์เลยแม้แต่น้อย ท่านปูของท่านจะสละอำนาจอยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าเหนือหัว เอ็งก็ไม่ควรหมิ่นเกียรติของท่านโดยการคิดคบชู้“ข้าไม่มีทางทำเช่นนั้น ท่านหญิงได้โปรดเชื่อข้าเถอะนะ” ด้วยความร้อนใจหวาดกลัว เธอจึงเผลอจับมือกลิ่นแก้วกลิ่นแก้วมองมือตัวเองแล้วชักมือกลับเธอรู้สึกแปลกๆ ด้วยใจที่ไม่ชอบในตัวทับทิมเท่าไหล่“อืม ข้าจะเชื่อเอ็ง เอ็งกลับห้องเป็นไปได้แล้ว”ทับทิมยกมือไหว้แล้วเดินกลับเข้าห้อง หลังจากนั้นทับทิมไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าไปอาบน้ำหลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จเธอไปเก็บดอกไม้มาร้อยพวงมาลัยรอผู้เป็นสามี ยิ่งร้อยเธอก็ยิ่งรู้สึกสมเพชตัวเอง ร้อยมาลัยหรอเขาทั้งที่รู้ว่าเขาจะไม่มา เหตุใดเธอจึงซื่อสัตย์ราวกับวัวกับควายซื่อสัตย์กับเจ้าของเช่นนี้เล่า ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังน้อยเนื้อต่ำใจอยู่นั้นเอง ประตูห้องเธอเปิดออก พร้อมกับชายที่เธอคิดว่าจะไม่มาหาในวันนี้อัครเดชยิ้มและปิดประตูพร้อมกับว่าขันที่ตัวเองเตรียมมาบนโต๊ะที่หญิงสาวใช้วางดอกไม้ อัครเดชเช็ดน้ำตาให้ทับทิม“ร้องไห้ด้วยเรื่องอะไรหรือ”“ข้าคิดว่าท่านจะไม่มาหาถ้าเสียแล้ว ข้าคิดถึงท่านมาก” ทับทิมเข้ากอดเขาแน่นด้วยความรักและความคิดถึง“ไม่มาได้อย่างไรในเมื่อเอ็งก็เป็นเมียข้าคนหนึ่งเหมือนกัน เขาหัวเราะเบาๆ พร้อมกับลูบศีรษะปลอบทับทิมไปด้วย“วันนี้ท่านมาเร็วเกินไป ข้ายังร้อยมาลัยไม่เสร็จเลย” หญิงสาวพูดติดตลกทำลายบรรยากาศตึงเครียด“ไม่เป็นไรไม่ต้องมีมาลัยก็ได้ข้าไม่ไหวแล้ว” ว่าแล้วเขาซุกหน้าตรงบริเวณซอกคอของทับทิมพรมจูบสร้างรอยจนทั่วคอขาว“วันนี้ท่านใจร้อนเหลือเกิน”“ไม่ร้อนได้อย่างไรเล่าก็ฆ่าไม่ได้ปลดปล่อยมาหลายวันแล้ว”ทับทิมขมวดคิ้วงงๆ”“ข้าเห็นท่านอยู่กับท่านหญิง เมื่อคืนไม่ใช่หรือเจ้าคะ”“น้องหญิงตั้งครรภ์อยู่ นางมิยอดทำอะไรกระทบกระเทือนถึงลูกในท้อง เออใช่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาข้านึกขึ้นได้” เขายกขันน้ำที่บรรจุยาสีน้ำตาลเข้ม ส่งกลิ่นฉุนให้ทับทิม“อะไรหรือเจ้าคะ”“ยาห้ามการตั้งครรภ์ คนของข้าไปได้มาจากพ่อค้าชาวจีน”“ท่านไม่ได้คิดจะมีลูกกับข้าหรือเจ้าคะ” ทับทิมพยายามสะกดกลั้นเสียงไม่ให้สั่นขณะที่กำลังเอ่ยประโยคนั้นถามเข้า“ข้าไม่ได้คิดจะมีลูกกับใครอื่นนอกจากน้องหญิงเพียงผู้เดียวถึงข้าจะมีเมียหลายคน แต่ข้าก็รักน้องหญิงเพียงผู้เดียว… ข้าก็รักพวกเจ้าเช่นกันถึงจะน้อยกว���าน้องหญิงไปสักหน่อย” เขารีบแก้ตัวเมื่อเห็นท่าทางเศร้าๆ ของทับทิม“เจ้าคะ” ทับทิมรับเศร้าทับทิมดื่มยานั่นจนหมดทันทีที่วางขันลงชายผ้าพันหน้าอกของหญิงสาวก็ร่วงหลุดลงไปอยู่ที่พื้นพร้อมๆ กับชายหนุ่มอุ้มเธอไปวางกลางเตียงจากนั้นเขารีบเชิญชมร่างงดงามของหญิงสาวทับทิมได้แต่มองเพดานอยู่ในความคิดของตัวเอง นี่หรือชีวิตของเธอเป็นน้อยคนอื่นอยู่ในเงาของคนอื่นเป็นเพียงแค่เครื่องระบายอารมณ์ยามคนที่เขารักไม่พร้อมมอบความสุขให้ไม่! กูจะไม่ยอมเป็นแค่นั้น กูต้องครอบครองหัวใจท่านเพียงคนเดียวให้จงได้”โอ๊ยสงสารทับทิม