ติ๊ดดดด
"คุณหมอคะ คนไข้หยุดหายใจค่ะ!" พยาบาลสาวะโขึ้นมาด้วยความร้อนรน เมื่อสัญญาณชีพของร่างที่นอนอยู่บนเตียงขาดหายไป
"เตรียมปั๊มหัวใจ!!!" ในขณะที่ห้องฉุกเฉินเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ที่หน้าห้องมีชายร่างสูงในชุดสูทสีดำเดินวนเวียนไปมาด้วยความเคร่งเครียด
"ผู้ช่วยเหอ!" เ้าของชื่อหันหน้าไปตามเสียงเรียก เป็เวลาเดียวกันกับที่พยาบาลคนหนึ่งเดินเปิดประตูออกมา
"หลานชายของฉันเป็ยังไงบ้างคะ?!" หญิงวัยกลางคนที่ยังคงสวยสะพรั่งเดินปรี่เข้าไปถามนางพยาบาลด้วยสีหน้าร้อนรนใจ ด้านหลังของเธอมีชายร่างสูงอีกสองคนเดินตามมาติดๆ
"คนไข้หยุดหายใจค่ะ ตอนนี้คุณหมอกำลังพยายามช่วยปั๊มหัวใจกลับมา" ทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น ร่างบางก็ซวนเซจนชายคู่ชีวิตต้องรีบเข้ามาประคองไม่ให้ร่างของเธอล้มลงไปกองอยู่บนพื้น
"โถ่ หนูอวี่เฟยของป้า" อู๋ลี่อินสะอื้นไห้กับแผ่นอกของสามี
"ได้โปรดช่วยนายน้อยของผมด้วยนะครับ" เหอผิงโค้งตัวให้กับนางพยาบาลตรงหน้าพร้อมกับเอ่ยขอร้องอ้อนวอนออกมา
ดวงตาคมที่เคยเฉื่อยชาต่อทุกสิ่งสั่นไหวเป็ระลอกคลื่น มือทั้งสองกำเข้าหากันแน่น เพลิงโทสะภายในใจลุกโชนจนแทบอยากจะแผดเผาตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดเื่พวกนี้ไปให้หมด!
วันนี้นายน้อยของเขาขับรถออกมาด้านนอกเพียงลำพัง หลังจากที่ได้ใบขับขี่อย่างเป็ทางการเมื่อสัปดาห์ก่อน ออกไปได้เพียงไม่นานเขาก็ได้รับสายจากโรงพยาบาลโทรมาแจ้งว่านายน้อยประสบอุบัติเหตุประสานงานกับรถของคนเมาแล้วขับคนหนึ่ง
"เดี๋ยวผมจัดการกับทางตำรวจให้ครับ" อู๋หลิวหยางเด็กหนุ่มวัยสิบเก้าปีเอ่ยออกมา เมื่อเห็นผู้ช่วยเหอก้มหน้าลงไปมองโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดสลับกับมองไปที่หน้าประตูห้องฉุกเฉิน
"รบกวนด้วยนะครับนายน้อยอู๋" เหอผิงยอมรับความช่วยเหลือจากเด็กหนุ่มทันที
แม้ในใจของเขาจะอยากออกไปจัดการกับไอ้เวรนั่นด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้เื่ที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดคือคนเจ็บที่ยังอยู่ด้านใน ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหลี่ที่พี่ชายบุญธรรมของเขาเหลือทิ้งเอาไว้
เวลาค่อยๆ ผ่านเลยไปทีละนิด แต่ใจคนรอกลับรู้สึกยาวนานราวกับว่าผ่านไปนานนับปี
"นายน้อยของผมเป็ยังไงบ้างครับ!" เหอผิงก้าวเข้าไปประชิดร่างของคุณหมอที่เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน
"ตอนนี้คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่คืนนี้ยังต้องรอดูอาการในห้องไอซียูก่อน ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อนวันพรุ่งนี้ก็สามารถย้ายไปที่ห้องพักฟื้นได้"
ผู้คนที่ได้ฟังต่างก็พากันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
"ขอบคุณมากครับ" ผู้ช่วยเหอกับคนอื่นๆ กล่าวขอบคุณ ก่อนจะแยกย้ายกันไปจัดการเื่ต่างๆ รวมถึงทำเื่ย้ายร่างเล็กไปรักษาที่โรงพยาบาลในเครือตระกูลอู๋
.........
เปลือกตาบางขยับเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตากลมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเจอแสงสว่างลอดผ่านเข้ามา เขาใช้เวลาปรับตัวเพียงไม่นานสติก็ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมา
นี่ที่คือโรงพยาบาลงั้นหรือ?
กรกฤตที่ฟื้นขึ้นมากวาดตามองไปรอบๆ ห้องอย่างช้าๆ เฟอร์นิเจอร์หรูหราเกินกว่าโรงพยาบาลรัฐบาลทั่วๆ ทำเอาเขาตกตะลึงไปพักใหญ่ ตอนนี้ในหัวครุ่นคิดถึงแต่ค่ารักษาพยาบาลที่แพงหูฉีกเกินกว่าที่รัฐบาลจะจ่ายชดเชยให้ได้
"นายน้อยฟื้นแล้วหรือครับ?!" เสียงตกตะลึงจากชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าๆ ที่เปิดประตูมาในห้องเรียกให้กรกฤตหันหน้าไปมอง
ร่างบนเตียงกะพริบตาปริบๆ พลางมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสงสัย เ้าเด็กที่ดูอายุพอๆ กับลูกบุญธรรมของเขาคนนี้คือใครกัน?
คนขายประกัน?
"นายน้อยได้ยินที่ผมพูดไหมครับ" เหอผิงกดปุ่มที่หัวเตียงเรียกนางพยาบาล พร้อมกับสอบถามอาการของร่างเล็กที่นอนนิ่งไม่ขยับตัว
"นะ..นาย" เสียงที่แปร่งออกมาแหบแห้งจนฟังไม่ได้ความ จนอีกคนรีบรินน้ำให้จิบแก้กระหาย
"คุณคือใครหรือครับ?" กรกฤตแน่ใจว่าเขาไม่เคยรู้จักกับเด็กหนุ่มคนนี้ แล้วทำไมถึงเอาแต่เรียกเขาว่านายน้อยอยู่ตลอดเวลา
"นายน้อยจำผมไม่ได้หรือครับ?" ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นเหอผิงก็ถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ยังไม่ทันที่จะได้ถามอะไรต่อ หมอกับนางพยาบาลก็เดินเข้ามาดูอาการเสียก่อน
"คุณหลี่รู้สึกเป็ยังไงบ้างครับ?" กรกฤตลองขยับตัวเล็กน้อย แต่เขารู้สึกร่างกายหนักอึ้งไปทั่วทั้งตัวราวกับคนเป็อัมพาต
"คุณหมอครับ! เหมือนว่านายน้อยของผมจะจำอะไรไม่ได้" เหอผิงรีบบอกอาการก่อนหน้านี้ให้กับหมอเ้าของไข้ได้ฟัง
"หืม? คุณหลี่ครับ คุณจำได้ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น?" แม้จะไม่รู้ว่าทำไมทุกคนถึงเอาแต่เรียกเขาว่าคุณหลี่ แต่กรกฤตก็ตอบกลับไปแต่โดยดี
"ผมหัวใจวายเฉียบพลัน" สีหน้าของทุกคนที่ยืนอยู่รอบเตียงต่างพากันงุนงงกับคำพูดประโยคนั้น
หัวใจวายเฉียบพลันอะไรกัน? ไม่ใช่ว่าเด็กคนนี้ขับรถชนกับพวกเมาแล้วขับหรอกหรอ?!
"คุณประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ครับ แล้วก็หมดสติไปนานเกือบหนึ่งสัปดาห์เต็ม" ดวงตากลมโตเบิกกว้าง
"ดูเหมือนว่าตอนประสบอุบัติเหตุสมองจะได้รับความกระทบกระเทือนจนสูญเสียความทรงจำบางส่วนไป"
"เดี๋ยวหมอจะส่งเข้าห้องตรวจอีกครั้ง บางทีอาจเป็การสูญเสียความทรงจำระยะสั้น เพียงไม่นานก็น่าจะกลับคืนมา"
"ขอบคุณมากครับ" เหอผิงก้มศีรษะกล่าวขอบคุณ เขาเดินออกมาส่งคุณหมอที่หน้าประตู ก่อนจะจากไปหมอเอ่ยย้ำเตือนไว้อีกหนึ่งประโยคว่า
"อย่ากดดันคนไข้มากเกินไปนะครับ"
"ทราบแล้วครับ" ผู้ช่วยเหอพยักหน้ารับรู้ จากนั้นก็ส่งข้อความไปแจ้งให้กับทางตระกูลอู๋ได้รับรู้ว่านายน้อยหลี่อวี่เฟยฟื้นแล้ว
"นายน้อยจำได้ไหมครับว่าตัวเองเป็ใคร" แม้ว่ากรกฤตจะรู้ว่าเขาเป็ใคร แต่เมื่อดูจากสถานกาณ์เมื่อครู่ เขาจึงทำได้เพียงแต่ส่ายหน้าปฏิเสธออกไป
"นายน้อยชื่อหลี่อวี่เฟยเป็นายน้อยตระกูลหลี่ ส่วนผมชื่อเหอผิงเป็ผู้ช่วยของคุณพ่อของนายน้อยครับ"
"หลี่อวี่เฟย...เหอผิง ตระกูลหลี่" ริมฝีปากบางพึมพำถ้อยคำพวกนั้นซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบ ด้วยความเป็เขาเป็อาจารย์ ความจำเื่ชื่อคนเขาจำได้ค่อนข้างแม่นยำ
หลี่อวี่เฟย! ไม่ใช่ว่าชื่อๆ นี้เป็หนึ่งในตัวละครที่เขาเพิ่งไปเมื่อวานหรอกหรอ?!
"มีคนที่ชื่ออู๋หลิวหยางหรือเปล่า?"
"นายน้อยจำนายน้อยอู๋ได้หรอครับ" เหอผิงถามต่ออย่างกระตือรือร้น
"...เปล่าครับ แค่รู้สึกคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนสักที่" กรกฤตส่ายหน้าไปมาพร้อม เขาหลับตาลง และพยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
ความทรงจำของเขายังอยู่ครบถ้วน เขาจำได้ว่าไปร่วมงานเลี้ยงปลดเกษียณของตัวเองที่มหาวิทยาลัย หลังจากนั้นก็รู้สึกเจ็บที่หน้าอกจนหายใจไม่ออกแล้วภาพก็ตัดไป รู้สึกตัวอีกทีก็โผล่มาอยู่ที่นี่กลายเป็นายน้อยตระกูลหลี่ไปแล้ว
เขาหลุดเข้ามาในนิยายงั้นหรอ?
มันเป็เื่ที่น่าเหลือเชื่อมาก แม้ว่าเขาจะเป็อาจารย์ที่ไม่เชื่อในเื่เหนือธรรมชาติ แต่ข้อสันนิษฐานนี้ก็ดูมีความเป็ไปได้มากที่สุด
"นายน้อยเป็อะไรไปหรือเปล่าครับ" เปลือกตาบางเปิดขึ้นอีกครั้ง เขามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลใจของคนตรงหน้า ก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อยเพื่อให้เขาคลายความกังวลใจ
"ไม่มีอะไรครับ ผมแค่รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย" แม้เหตุผลนี้มันจะฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่ แต่ชายหนุ่มกลับพยักหน้ารับรู้อย่างไม่เคลือบแคลงสงสัย
ถ้าหากเขาจำไม่ผิด คนที่ชื่อเหอผิงในนิยายถือว่าเป็ตัวละครอีกหนึ่งตัวที่น่าจดจำ เขาเป็ผู้ช่วยมากฝีมือของตระกูลหลี่จะบอกว่าเขาเป็คนที่กุมอำนาจของตระกูลหลี่เอาไว้ในมือก็ไม่ใช่เื่ที่เอ่ยเกินจริงแต่อย่างใด
เหอผิงเป็เด็กกำพร้าที่ผู้นำตระกูลหลี่คนเก่ารับมาเลี้ยงเป็ลูกบุญธรรม แม้จะไม่ได้มีสายเืของตระกูลหลี่ แต่คนภายในบ้านตระกูลหลี่ต่างก็ให้ความเคารพ
เขาเป็คนหนึ่งที่ภักดีกับตระกูลมากที่สุด และไม่มีความคิดอยากแย่งชิงอำนาจมาเป็ของตัวเองเหมือนอย่างคนในตระกูลอื่น
หากจะถามว่าใครที่เป็คนที่ภักดีกับตระกูลหลี่มากที่สุด ชื่อของเหอผิงต้องติดอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน
"หนูอวี่เฟย เป็ยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" เสียงส้นสูงที่ดังกระทบพื้นห้องมาพร้อมกับร่างบอบบางในชุดเดรสสีแดงสด
".....?" กรกฤตหันไปมองเหอผิงด้วยสีหน้าเหลอเหลา แม้ว่าเขาจะจำชื่อของตัวลำครในเื่ได้ แต่ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าใครเป็ใคร
"นายหญิงอู๋ครับ นายน้อยของผมสูญเสียความทรงจำ ตอนนี้จึงยังจำเื่อะไรไม่ได้" อู๋ลี่อินยกมือทาบไว้ที่อกพร้อมกับร้องอุทานออกมาเสียงหลง
"ตายจริง! ไม่เป็ไรนะอวี่เฟยจำไม่ได้ก็ไม่เป็ไร ป้าชื่ออู๋ลี่อินเป็เพื่อนกับคุณแม่ของหนู เรียกป้าลี่อินก็ได้จ๊ะ ส่วนนั่น....เอ๊ะ หลิวหยางหายไปไหน?"
"อู๋หลิวหยาง!!! เดินเข้ามาข้างในเดี๋ยวนี้นะ!"
น้ำเสียงที่จากเดิมฟังดูอ่อนหวานเปลี่ยนมาเป็น้ำเสียงกดเสียงต่ำด้วยความไม่พอใจ จบประโยคนั้นประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา
"นี่ลูกชายของป้าจ๊ะ ชื่ออู๋หลิวหยาง ก่อนหน้านี้หนูเรียกเขาว่าเฮียหยาง" กรกฤตจ้องมองเด็กหนุ่มที่มาใหม่ด้วยสายตา สำรวจตรวจสอบ สมกับที่เป็พระเอกของนิยายในเื่นี้ แม้ว่าจะอายุยังไม่มากแต่ก็เห็นได้ถึงเค้าโครงความหล่อเหล่าได้อย่างชัดเจน
"สวัสดีครับป้าลี่อิน ฮะ..เฮียหยาง" คำเรียกเฮียค่อนข้างกระดากปากเล็กน้อย เขาเป็ลูกชายคนเดียว และในบรรดาญาติพี่น้องเขาก็เป็พี่ชายคนโต ดังนั้นจึงไม่เคยเรียกใครว่าเฮียมีแต่จะถูกเรียกว่าเฮียเสียมากกว่า
"ถือว่าฟาดเคราะห์ไปแล้วกันนะลูก จากนี้ก็ขอให้มีแต่เื่ดีๆ เข้ามา" กรกฤตที่กำลังครุ่นคิดเผลอเอียงศีรษะเข้าหาฝ่ามือบางที่กำลังลูบศีรษะอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ดูเหมือนว่าร่างกายนี้จะทำไปโดยสัญชาตญาณเดิม
"ขอบคุณครับ" กรกฤตนอนฟังเสียงของแม่พระเอกเล่าเื่ราวต่างๆ มากมายนานหลายชั่วโมง
…..