บทที่ 1 : คนสวยที่เป็บ้านิดหน่อย
ความหนาวเหน็บแทรกเข้ามาในส่วนลึกของกระดูก ความเจ็บและชากำลังทรมานเ้าของร่างที่นอนกองอยู่บนพื้นอย่างช้า ๆ หญิงสาวใบหน้าสะสวยราวกับเทพ์ปั้นแต่งอย่างประณีต เธอคือเกาหลันฮวา หลานสาวบ้านสามของตระกูลเกา หญิงงามของหมู่บ้านหนานไห่ เป็หมู่บ้านขนาดใหญ่ในหุบเขา
ตอนนี้หญิงงามกำลังนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นหญ้าที่สกปรกและคันเคือง เธอเป็คนงามที่สติฟั่นเฟือน เพราะตอนเด็กขึ้นเขาไปช่วยผู้เป็ย่าหาเห็ดจนพลัดตกเขาหัวฟาดหินอย่างแรง ั้แ่นั้นมาหลันฮวาคนงามก็พูดกับใครไม่รู้เื่ เหมือนคนที่มีเพียงร่างทว่าไร้ซึ่งชีวิต
เด็กในหมู่บ้านนับ 10 คนมายืนล้อมดูด้วยความใ
“ต้าเกอทำไงดีครับ !? หล่อนจะตายหรือเปล่า ? เราไม่น่าแกล้งหลอกให้หล่อนขึ้นต้นไม้ไปเก็บไข่ไก่ป่ามาให้เราเลย ! หากหล่อนเป็อะไรขึ้นมา บ้านสกุลเกาไม่ปล่อยพวกเราไว้แน่ !”
เด็กชายที่ชื่อต้าเกออายุ 15 ปีแล้ว เขาเป็ลูกชายหัวหน้าหมู่บ้าน ปกติจะเป็หัวโจกของกลุ่มเด็ก ๆ พวกเขามักจะกลั่นแกล้งเกาหลันฮวา ทว่าปกติจะเป็การแกล้งแบบเบา ๆ พอให้ใ เช่นจับหนอนจับตั๊กแตนไปให้อีกฝ่ายเห็น ทว่าครั้งนี้เป็การหลอกล่อให้ปีนต้นไม้ค่อนข้างสูง เพื่อขึ้นไปเก็บไข่นก ปกติพวกเด็ก ๆ ก็ห้อยโหนต้นไม้เหมือนลิงป่ากันอยู่แล้ว ไม่คิดว่าเกาหลันฮวาคนสติฟั่นเฟือนนี่จะบ้าจนทำตัวเองตกต้นไม้หัวฟาดพื้น จนนิ่งไปพักใหญ่แล้ว !
ต้าเกอปาดเหงื่อที่หน้าผาก “อีกเดี๋ยวคนบ้านเกาต้องมาตามหาหล่อนแน่ พวกเราจะแก้ตัวยังไงดี !? เ้าเกาหยวนนั่นยิ่งทำตัวเป็หมาบ้าคอยกัดพวกเราอยู่ด้วย !” เกาหยวนที่ว่าคือน้องชายของเกาหลันฮวา เนื่องจากพี่สาวสติไม่สมประดี ดังนั้นเกาหยวนจึงทำตัวเป็ผู้พิทักษ์คอยปกป้องดูแลพี่สาว ครั้งนี้ที่พวกเด็กเกเรหลอกเกาหยวนว่าแกะที่เขาเลี้ยงแอบเข้าไปกินข้าวสาลีของชาวบ้าน เกาหยวนจึงทิ้งพี่สาวแล้วไปตามหาแกะ
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะหาข้ออ้างได้ เสียงเกาหยวนแหกปากร้องมาแต่ไกล “ใครรังแกพี่สาวฉัน ! ตายซะเ้าพวกลูกเต่า !” เกาหยวนเป็เด็กร่างกายผอมบาง ทว่าแข็งแรงและมีกำลังมหาศาล เขาอยู่ในวัย 12 ปี เด็กในหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็จะผอมหัวโตกันแทบทุกคน เพราะตอนนี้ของกินของใช้กำลังขาดแคลน
เกาหยวนวิ่งหน้าตั้งมาพร้อมกับไม้ที่ใช้เลี้ยงแกะ เมื่อเห็นพี่สาวนอนนิ่งอยู่บนพื้น ร่างเล็กก็ชะงักเท้ากึกก่อนจะตั้งสติแล้วมองพวกเด็กใจร้ายที่ชอบแกล้งพี่สาวของตนเป็ประจำ “สะใจกันหรือยังที่แกล้งคนไม่มีทางสู้ได้ !? พวกนายควรนั่งฉี่ ไม่ควรยืนฉี่ ! กลับบ้านไปเอากางเกงในของย่ามาสวมหัวกันเถอะ พวกลูกเต่ารังแกคนอ่อนแอกว่า !”
ต้าเกอเถียง “ฉันแค่ให้พี่สาวนายขึ้นไปเก็บไข่นก เห็นหล่อนนั่งหงอยคนเดียวคิดว่าน่าจะหิว ใครจะคิดว่าหล่อนจะตกลงมาจากต้นไม้แล้วแน่นิ่งไปแบบนี้ล่ะ !”
เกาหยวนไม่เถียงให้เปลืองน้ำลายอีก เขาไล่ตีไล่เตะเด็กพวกนั้นไม่ยั้ง แม้เด็กหนุ่มจะตัวเล็กแต่แรงเยอะมาก ไม่มีใครสู้ได้เลยสักคน และเกาหยวนก็ถีบลูกชายหัวหน้าหมู่บ้านจนกลิ้งตกเขาจนขาหัก ! เด็กคนอื่น ๆ เองก็มีสภาพแย่ไม่ต่างกัน
เด็กชายไล่ตีคนเสร็จก็วิ่งกลับมาดูเกาหลันฮวาที่หล่นต้นไม้หน้าทิ่ม เขาพลิกตัวพี่สาวขึ้นมาก่อนจะเห็นอีกฝ่ายหลับตาแน่นิ่ง เกาหยวนคิดว่าพี่จากไปแล้ว “อาเจี่ย !!!” เด็กชายร้องไห้ดังลั่น จนชาวบ้านที่อยู่ตีนเขายังได้ยินเสียงร้องโหยหวน “อาเจี่ยฟื้นเถอะ ! ผมจะไม่ทิ้งพี่ไว้คนเดียวอีกแล้ว !”
ั้แ่เด็ก เกาหยวนถูกฝังหัวให้คอยดูแลปกป้องพี่ อย่าให้ใครมารังแก เพราะพี่ของเขาไม่เหมือนคนอื่น เด็กหนุ่มไม่เคยอายแม้อาเจี่ยจะพูดคุยสื่อสารไม่รู้เื่ แต่มีความรักให้เขาเปี่ยมล้น มีของดีอะไรจะเก็บไว้ให้ตลอด เกาหยวนรักอาเจี่ยที่สุด !
ขณะที่หัวใจดวงน้อยกำลังจมดิ่งสู่ความโศกเศร้า ดวงตากลมโตดำขลับของเกาหลันฮวาเบิกโพลง พร้อมกับพูดออกมาเสียงเบาหวิว “เจ็บ ข้าเจ็บ !”
เธอรู้สึกตัวมาสักพักแล้ว ทว่าเื่ราวมากมายฉายอยู่ในหัวจนรู้สึกมึนงง ตั้งสติอยู่นานกว่าจะลืมตาและพูดออกมาได้ ลำคอแห้งผากเหมือนที่ผ่านมาไม่เคยอ้าปากพูดมาก่อน เธอคือเกากุ้ยเฟย ไม่รู้เหตุใดตอนที่คิดว่าจะได้ขึ้น์กลับมาเกิดใหม่ในร่างเด็กสติฟั่นเฟือนคนนี้ได้ ความทรงจำแต่ละอย่างทำเอาเกาหลันฮวาขนลุก ดูเหมือนชีวิตนี้จะอิสระกว่าชีวิตก่อน แต่แลกมาด้วยการอดมื้อกินมื้อแทน !
เกาหยวนได้ยินเสียงพี่สาวก็ตื่นตะลึงไปกันใหญ่ เขาประคองอีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะถามด้วยความร้อนใจ “อาเจี่ยเจ็บตรงไหน !? ผมจะพาไปหาลุงหมอ !”
เกาหลันฮวาใช้มือข้างที่ไม่เจ็บชี้ไปที่แขนกับขาข้างที่เธอรู้สึกเจ็บ ตกจากต้นไม้กระแทกพื้นอย่างแรง ดูเหมือนแขนขาจะได้รับาเ็
“ผมจะพาอาเจี่ยไปหาหมอ ทนหน่อยนะครับ !” เกาหยวนไม่รอช้า จับพี่สาวให้ขี่หลังตนเองแล้ววิ่งลงเขาไป
เกาหลันฮวาหัวใจจะวาย หากฮ่องเต้รู้ว่าเธอใกล้ชิดเด็กคนนี้ เขาต้องถูกสับเป็หมื่น ๆ ชิ้นแน่ ทว่าเมื่อคิดได้ว่าตอนนี้ไม่มีฮ่องเต้ ความรู้สึกของเกาหลันฮวารู้สึกใจหาย ก่อนจะรู้สึกโล่งใจในที่สุดก็ได้รับอิสระภาพที่แท้จริง
“ฮ่า ๆ !!!” เกาหลันฮวาหัวเราะทั้งที่ยังเจ็บแขนขาและแสบคอ ในที่สุดก็ได้ใช้ชีวิตนอกกำแพงเสียที !
เกาหยวนวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อได้ยินพี่สาวหัวเราะเหมือนคนเสียสติ เด็กชายถอนหายใจโล่งอก ทีแรกที่พี่สาวพูดว่าเจ็บก็รู้สึกใ กลัวหัวพี่จะกระทบกระเทือนจนผิดปกติไปกันใหญ่ ตอนนี้เขารู้แล้วพี่สาวยังปกติดี ยังสติฟั่นเฟือนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน !
เด็กชายพาพี่สาวมาอนามัยของหมู่บ้าน เมื่อเกาหลันฮวาถูกหามเข้ามา หมอชราผู้เดียวของอนามัยรีบตรวจและจ่ายยาอย่างรวดเร็ว
เกาหยวนหยิบใบยาที่คุณหมอเขียนมาอ่าน “โฮ ! ทำไมครั้งนี้ใช้แต่สมุนไพรราคาแพงนักล่ะครับ !? บ้านผมน่าจะมีเงินไม่พอซื้อแน่ ๆ !” วันนี้คุณย่ายังบ่นอยู่เลยว่าเสบียงน่าจะเหลือไม่พอให้กินไปจนถึง่แจกจ่ายผลผลิต ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้นก็ยังอีกตั้ง 1 เดือน
“ครั้งนี้อาหลันฮวาช้ำใน หากอยากให้ฟื้นตัวเร็ว ๆ ก็ต้องต้มยาสูตรนี้ให้กิน นี่ฉันก็ให้ยาแก้ปวดไปแล้วไม่คิดเงินนะ อนามัยเองก็มีแค่ยาแก้ปวดตัวเดียว ถ้าอยากได้สูตรยาแบบประหยัดมันจะไม่ค่อยเห็นผล อย่าว่ากันล่ะ ถ้ากินแล้วไม่หายน่ะ” หมอชราดึงกระดาษในมือเกาหยวนกลับไป ตั้งใจเขียนยาอีกสูตรหนึ่ง
ทว่าเกาหยวนแย่งคืนกลับมา “ผมจะหาวิธีดู !” เขาอยากให้พี่สาวได้ยาที่ดีที่สุด เื่นี้คงต้องไปถามคุณย่าแล้วว่าจะเอาอย่างไรดี เด็กหนุ่มเกาะเตียงเกาหลันฮวาแล้วเอ่ยว่า “อาเจี่ยไม่ต้องห่วง ถึงบ้านเราจะจนมาก แต่เราจะหายามารักษาพี่ให้ได้ !”
เกาหลันฮวาได้แต่กะพริบตา เมื่อครู่เธอเหลือบมองสิ่งที่หมอเขียนลงในกระดาษ มันก็แค่สมุนไพรทั่วไป แต่ที่นี่กลับเป็ของมีค่าหายาก ชาติก่อนของดีจากทั่วหล้าต่างมากองรวมอยู่ตรงหน้าเกากุ้ยเฟยคนนี้หมด หรือนี่คือสิ่งที่ต้องแลกกับอิสรภาพ ? หญิงสาวถอนหายใจ นางเอาตัวรอดเก่งอยู่แล้วไม่ว่าสถานการณ์ไหน แม้ชาติก่อนจะโง่ถูกยิงตายก็ตาม อย่างน้อยก็ถือว่ารอดปลอดภัยในวังหลวงมาหลายปี !