ตอนที่ 16
เริ่มต้นการค้าขาย (16)
วันถัดมา..
ตอนเช้าสองแม่ลูกนี้พากันเดินออกจากบ้านหลังเก่าๆของตนเองแล้วมุ่งตรงไปที่บ้านของท่านยายหวังที่ตั้งอยู่ถัดออกไปประมาณนึง เดินทางไปถึงจูเฟยเองก็ก็เริ่มช่วยมารดาและท่านยายจัดเตรียมผักก่อนเป็อันดับแรก
เมื่อนางส่งท่านยายหวังและท่านแม่ของนางให้ออกไปขายผักได้แล้วนางก็รีบวิ่งไปดูบริเวณด้านหลัง แปลงสมุนไพรเล็กๆที่มีสมุนไพรเพียงแค่ 100 ต้นมันเติบโตจนสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว
เมื่อวานจูเฟยได้ลงมือปลูกสมุนไพรหยางอี้เอาไว้จำนวน 100 ต้นเพื่อเป็การทดลองปลูกในรอบแรก ตอนนี้มันก็เติบโตโดยใช้เวลาเพียงแค่ข้ามคืน
ต้นสมุนไพรหยางอี้เรียงต่อกันเป็แถวแนวยาว เมื่อมองและนับได้แล้วก็น่าจะมีสักประมาณ 10 แถวแถวละ 10 ต้นรวมแล้วเป็ 100 ต้นพอดี พวกมันเป็สมุนไพรต้นเล็กอย่างที่เถ้าแก่ร้านขายเมล็ดบอกกับจูเฟยมาจริงๆ
เพราะว่าพวกมันเติบโตเต็มที่แล้วก็มีลำต้นสูงเพียงแค่ 1 ฝ่ามือจากพื้นเท่านั้น มันเป็สมุนไพรต้นเล็กที่แทบจะไม่มีน้ําหนัก มองดูแปลงสมุนไพรด้านหน้าด้วยดวงตาที่เปล่งประกายพวกมันเป็เงิน เ้าพวกนี้มีถึง 100 ต้น ถ้าขายทั้งหมดนี่ก็ได้เงิน 1 ตําลึง เทียบเท่ากับว่านางนั้นสามารถได้เงินคืนจากการลงทุนมาภายในคืนเดียว
ดวงตากลมโตลุกวาวขึ้นมาทันทีจูเฟยรีบลงมือเก็บเกี่ยวพวกพืชสมุนไพรหยางอี้ทันที เมื่อนางเก็บเกี่ยวทั้งหมดเสร็จนางก็เอาสมุนไพรทั้งหมดมาเรียงอยู่ภายในห่อผ้าที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักอย่างเป็ระเบียบ
เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จนางก็คิดว่าอยากจะลองเอาสมุนไพรพวกนี้ไปให้ท่านปู่ที่เป็เถ้าแก่ร้านขายสมุนไพรที่รับซื้อดู
จูเฟยลงทุนออกแรงเดินไปที่ภายในเมืองอู่หนานเรือเข้าไปที่ร้านสมุนไพรของท่านปู่ผู้นั้น
เด็กน้อยแบกห่อผ้าขนาดใหญ่กว่าตัวมาด้านหลัง ท่านปู่ที่เป็เ้าของร้านเมื่อเห็นก็รีบออกมาต้อนรับทันที ยัยหนูคนเดิมมาอีกแล้ว.. ตัวของมันไม่มีทางลืมยัยหนูตัวน้อยที่ดูฉลาดเฉลียวกว่าเด็กวัยเดียวกันได้อย่างแน่นอน
“ อ้าวยัยหนูมาที่ร้านข้าอยากจะเอาสมุนไพรมาขายงั้นรึ ” ท่านปู่ที่เป็เ้าของร้านเลยขึ้นมาทันที ดวงตาของเขาไม่ได้พร่ามัวขณะที่มองไม่เห็นห่อผ้าที่จูเฟยแบกมาด้านหลังด้วย
“ เ้าค่ะ~ ” จูเฟยขานรับออกมาพร้อมกับเดินตรงเข้ามาหาท่านปู่ที่เป็เ้าของร้าน
“ มา!! มา!! ข้าช่วยถือ ” ท่านปู่ผู้นั้นเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มแห่งความเป็มิตร มันมองเห็นได้ว่าตอนนี้ใบหน้ากลมๆของเด็กน้อยผู้นี้เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ไหลท่วมออกมา อีกทั้งยังหายใจหอบแรงเพราะความเหนื่อย
ท่านปู่ผู้นั้นได้ใช้มือของตัวเองหยิบยกห่อผ้าที่อยู่ด้านหลังของจูเฟยขึ้นมา
“ ขอบคุณเ้าคะ~ ” นางพูดออกมาด้วยเสียงแ่เบา ก่อนที่ลิ้นในน้อยของนางจะห้อยออกมาจากปาก เมื่อสมุนไพรจำนวน 100 ต้นถูกนำออกไปจากหลังของนาง มันก็ราวกับยกูเาก้อนใหญ่ออกจากหลัง นางเดินออกมาในยามสายทำให้แดดที่ส่องลงมาจากท้องนภามันแรงยิ่งนักแถมยังต้องแบกสมุนไพรมาอีก ขาก็สั้นจนไม่สามารถก้าวยาวๆและเร่งฝีเท้าของตัวเองให้ถึงรวดเร็วได้
สมุนไพรหยางอี้พวกนี้แม้ว่าจะดูเบาๆแต่เมื่อมันรวมกัน 100 ต้นแล้วมาถูกยกเอาไว้ที่หลังด้วยเรี่ยวแรงของเด็กเส้นทางมันก็ทำให้นางเหนื่อยเอาเื่เหมือนกัน
“ เอ้านั่งก่อน!!! เอ้านั่งก่อน!! ” ท่านปู่เ้าของร้านพูดออกมาด้วยรอยยิ้มแห่งความเอ็นดู เมื่อตัวของมันนั้นเห็นเด็กน้อยผู้นี้มีความมานะบากบั่น
“ ขอบคุณเ้าคะ.. ” จูเฟยไม่รีรอพาร่างของนางขึ้นไปนั่งบริเวณเก้าอี้ใจกลางร้าน
ท่านปู่ด้านหน้าเริ่มรินน้ำชาให้กับจูเฟย เด็กน้อยที่เห็นน้ำชาอยู่ตรงหน้าก็รีบยกมันขึ้นมาดื่มกินด้วยความกระหาย เมื่อยกมันดื่มจนหมดก็พ่นเสียงแห่งความชื่นใจออกมา
แต่ว่าถ้าได้น้ำเย็นๆที่แช่เอาไว้จากตู้เย็นภายในยุคของนางคงจะชื่นใจกว่านี้
ท่านปู่ได้เอาห่อผ้าที่เด็กน้อยแบกมาวางไว้ด้านหน้าก่อนที่จะเปิดมันออกเพื่อดูของที่อยู่ด้านใน เมื่อพบเห็นว่าเป็สมุนไพรหยางอี้จำนวนประมาณ 100 ต้นที่ถูกจัดเรียงเอาไว้เป็อย่างดี
“ โอ้ว!!! เอามาขายงั้นรึ ”
“ เ้าค่ะท่านปู่ยังรับซื้ออยู่หรือไม่ ”
“ รับ รับ ”
ท่านปู่ผู้ที่เป็เ้าของร้านสมุนไพรได้เริ่มนับดูสมุนไพรหยางอี้ที่อยู่ด้านใน เมื่อเห็นว่ามันมีจำนวน 100 ต้นก็เลยหยิบเงินจำนวน 1 ตำลึงให้กับเด็กน้อย เขารับซื้อในราคา 10 อีแปะต่อ 1 ต้น
สองมือโอบอุ้มเงิน 1 ตําลึง พร้อมกับใช้จมูกดมมันราวกับเป็อาหารชั้นเลิศ
“ กลิ่นเงินนี่ให้ช่างหอมจริงๆ~ ” นางพูดออกมาในขณะที่กำลังเสพสุขกับเงินที่นางได้รับ
“ ฮ่าๆ ตลกจริงๆยัยหนูเงินมันจะมีกลิ่นได้เช่นไร ” ท่านปู่เย้าหยอกอย่างเอ็นดู
“ ท่านไม่เคยได้กลิ่นงั้นหรือเ้าคะ แล้วเหตุใดข้าถึงได้กลิ่นล่ะ ” จูเฟยพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง ความจริงจังที่แสดงออกมาบนใบหน้าของนางทำให้ท่านปู่ที่เป็เ้าของร้านประหลาดใจ เด็กน้อยที่นั่งอยู่ลองยื่นเงิน 1 ตําลึงภายในมือไปให้ท่านปู่ดมดู
“ หึ!! ไหนๆข้าขอดมหน่อยสิ!!! ” ท่านปู่ที่เป็เถ้าแก่ร้านสมุนไพรก้มหน้าลงมาดมเงินภายในมือของจูเฟย
เมื่อดมแล้วก็ปรากฏว่ามันไม่มีกลิ่นคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันอย่างฉงน แต่เมื่อมองไปที่ใบหน้าของเด็กน้อย เด็กน้อยผู้นั้นกับแสดงรอยยิ้มแป้นออกมาให้กับเขา จูเฟยฉีกยิ้มอย่างทะเล้นจนเห็นฟันของนาง “ ข้าล้อเล่นเ้าค่ะ~ ”
เขาโดนเด็กหลอกท่านปู่ที่เป็เถ้าแก่เ้าของร้านถึงกับยกมือขึ้นมากุมขมับของตนเอง เขาหลงเข้าไปภายในแผนการของเด็กน้อยผู้นี้ตัวของเขาเองก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเงินที่ไหนมันจะมีกลิ่นกัน
“ แสบนักนะยัยหนู.. ”
“ นิท่านปู่ชื่ออันใดหรือเ้าคะ??? ” นางเอ่ยถามออกไปอย่างเป็มิตรด้วยรอยยิ้มอันใสซื่อที่แสดงอยู่บนใบหน้า
นางยังไม่เคยทำความรู้จักกับท่านปู่ผู้ที่เป็เ้าของร้านสมุนไพรผูันี้เลย ดูแล้วน่าจะทำการค้าขายกันไปอีกสักระยะทำความรู้จักกันเอาไว้ก่อนเป็ดีที่สุด
“ ข้าชื่อจ้าวหม่าฉิง ”
“ งั้นเค้าเรียกว่าท่านปู่จ้าวน่ะเ้าคะ!! ”
จ้าวหม่าฉิงพยักหน้าตอบรับกลับไป
“ แล้วเ้าล่ะชื่ออันใดยัยหนู ”
“ ข้าชื่อิ่จูเฟย ”
“ ิ่จูเฟย... ” ท่านปู่จ้าวที่เป็เ้าของร้านสมุนไพรขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากัน มือยกขึ้นมาลูบปรายเคลาสีขาวของตนเอง ดวงตาฉายความนึกคิดบางอย่างออกมา
“ มีอะไรหรือเ้าคะ ” จูเฟยถามขึ้นมาพร้อมกับเอียงคอสงสัย
“ อ๋อ~ เปล่าๆ ไม่มีอันใด งั้นข้าเรียกเ้าว่ายัยหนูจูล่ะกัน ”
“ เ้าค่ะ!!! ” จูเฟยขานรับออกไปพร้อมกับส่งรอยยิ้มอันเป็มิตร
หลังจากที่ทำการค้าขายกับท่านปู่จ้าวที่เป็เ้าของร้านสมุนไพรเสร็จเรียบร้อย จูเฟยไม่รีรอมุ่งตรงกับไปที่บ้านของท่านยายหวังทันที วันนี้นางตั้งใจเอาไว้แล้วว่าในยามบ่ายจะไม่มาช่วยท่านแม่กับท่านยายเพราะว่านางจะลงแรงเพราะปลูกสมุนไพรทั้งหมดเท่าที่นางจะทำได้
เมื่อกลับไปถึงบ้านของท่านยายหวังมันก็เป็ในยามก่อนที่จะถึงเที่ยงวันประมาณนึง จูเฟยยังพอเหลือเวลานางเลยเริ่มลงมือปลูกสมุนไพรหยางอี้ทันที
เมื่อเริ่มลงมือเพาะปลูกสมุนไพรหยางอี้แล้วได้ประมาณนึง เมื่อถึงยามเที่ยงวันก็ไปนั่งตั้งวงสนทนาแล้วก็กินอาหารมื้อกลางวันไปพร้อมกับท่านแม่และท่านยาย ทั้งสองมาพูดคุยเื่เกี่ยวกับร้านผักให้กับนางฟัง ว่าตอนนี้ร้านผักบริเวณรอบๆเมืองเริ่มมองท่านยายหวังและท่านแม่ของนางด้วยสายตาที่ชิงชัง มันเป็เพราะว่าโดนแย่งลูกค้าไปจนหมด ตอนนี้ภายในเมืองอู่หนานคนต่างอยากได้ผักที่มีคุณภาพและราคาถูกของท่านยายหวัง จนทำให้เหล่าชาวเมืองมากกว่า 8 ใน 10 ส่วนตั้งหน้าตั้งตารอการซื้อขายผักกับแผงผักของท่านยายหวังเพียงผู้เดียว
ดูเหมือนว่านางไม่ได้ไปช่วยในการค้าขายแผงผังเพียงแค่ 2 วัน แผงผักของท่านยายหวังจะเติบโตขึ้นมาก คงจะเป็เพราะการที่ลูกค้าส่วนใหญ่พูดกันปากต่อปากทำให้ตอนนี้ลูกค้าภายในเมืองส่วนใหญ่ก็มาซื้อขายผักจากแผงผักของท่านยายหวัง
มันก็ต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้วผักที่มีคุณภาพและการที่ท่านยายหวังสามารถขายผักที่มีคุณภาพในราคาที่ต่ำได้มันก็เป็เพราะว่าที่ดินเหล่านี้ที่ทำให้จำนวนการผลิตมันมีมากเพียงพอและรวดเร็ว
ดูเหมือนว่าท่านแม่และท่านยายหวังของนาง จะไหว้วานให้ตัวของนางไปทำป้ายบัตรคิวเพิ่มให้กลายเป็ 100 อัน นับวันกำไรที่ได้จากแผนผังของท่านยายหวังยิ่งมากขึ้นจนจูเฟยดอยว่าอีกไม่นานก็คงจะสามารถซื้อร้านเป็ของตัวเองแล้วเปิดกิจการให้กลายเป็หลักแหล่งได้แล้ว
หลังจากที่ตั้งวงสนทนาและกินอาหารมื้อกลางวันจนเสร็จต่างฝ่ายก็ต่างแยกย้าย จูเฟยมุ่งตรงไปที่ด้านหลังของที่ดินอีกครั้งเพื่อไปเพาะปลูกสมุนไพรหยางอี้ของนาง
เด็กน้อยลงแรงปลูกสมุนไพรในครึ่งวัน่บ่าย วันนี้นางสามารถกระทำได้โดยการปลูกสมุนไพรได้ทั้งหมดประมาณ 300 ต้น ด้วยร่างเล็กๆการกระทำได้ถึงขนาดนี้มันก็เรียกว่าดีมากแล้ว ถ้าเป็แรงของผู้ใหญ่ก็อาจจะปลูกได้สักประมาณวันละ 1000 ต้นต่อคน จูเฟยก็อยากจะไปจ้างแรงงานมาช่วยอยู่หรอกแต่ว่านางก็เกรงว่าผู้คนจะรู้เื่ความลับต่างๆ สู้ทำด้วยตัวเองดีกว่า เมื่อทำด้วยตนเองเงียบๆผู้คนก็ยังไม่รู้ว่าสมุนไพรหยางอี้เป็ที่้า
นางลงแรงลงมือกระทำเช่นนั้นอยู่คนเดียวโดยมีแผนว่า นางจะปลูกสมุนไพรกักตุนเอาไว้ 5 วันแล้วนำไปส่งมอบให้กับท่านปู่จ้าวทีเดียวโดยการจ้างรถม้าขนสมุนไพรทั้งหมด
เด็กน้อยลงมือลงแรงกระทำงานทุกอย่างด้วยตนเองทั้งหมด เพราะว่าทั้งท่านแม่และท่านยายหวังก็ต่างมีงานของตนเองที่ยุ่งจนล้นมือ จูเฟยมาถึงบ้านของยายหวังในตอนเช้านางก็เริ่มปลูกสมุนไพรหยางอี้
โดยในตอนเช้านางก็สามารถปลูกได้ 300 ต้นตอน่บ่ายก็ปลุกอีก 300 ต้น ก็เท่ากับว่านางจะสามารถปลูกได้ทั้งหมดวันละ 600 ต้น นางคิดคำนวณไว้แล้ว 5 วันถ้านางปลูกได้วันละ 600 ต้นเมล็ดที่นางจะเตรียมเอาไว้มันก็จะหมดพอดีเมื่อนำไปขายแล้วก็จะได้ไปซื้อเมล็ดชุดใหม่มาอีกครั้ง
5 วันผ่านไปหลังจากการพยายามอย่างหนัก ในวันนี้จูเฟยจะได้รับเงินก้อนโตที่หอมหวลแล้ว ไม่ได้มีเพียงแค่สมุนไพรหยางอี้เท่านั้นแต่ว่ายังมีต้นพฤกษาน้ำและต้นหญ้าเลื้อยคลานที่นางเหลือเมล็ดเอาไว้จากคราวที่แล้วแล้วก็เพราะพวกมันจนเติบโต
ยามเช้าของท่านแม่และยายหวังไปขายผักที่ภายในเมืองเสร็จก่อนที่จะออกรถม้าจูเฟยได้ไปเจรจากับเ้าของรถม้าอีก 1 ครั้ง เพื่อให้เขาวิ่งย้อนกลับมาแล้วขนสมุนไพรของนางเข้าไปภายในเมือง แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดนางจะรับผิดชอบเอง นางก็มีเงินที่เหลืออยู่ 1 ตำลึงการจ่ายค่ารถม้ามันไม่ใช่เื่ที่หนักหนาอันได้อยู่แล้ว เพราะว่าจุดนี้ก็อยู่ห่างจากเมืองไม่เท่าใดมันเลยเสียค่าเที่ยวแต่ละรอบไม่มากนัก
จูเฟยนั่งไปบนหลังรถมาพร้อมกับห่อผ้าขนาดใหญ่หลายห่อที่ถูกบรรทุกเอาไว้ด้านหลัง ได้แล้วรถม้าที่นางจ้างวานเอาไว้มันก็ได้วิ่งมาหยุดที่บริเวณด้านหน้าร้านสมุนไพรของท่านปู่จ้าว
จบตอน