ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์

    บทที่23 อดีตเราสองคือเราสอง °•.< The>.•°

            “หลายปีหลังมานี้ ไม่ใช่แค่ที่หมู่บ้านชุนเทียนที่บรรยากาศวิปริตถูกปกคลุมด้วยฤดูใบไม้ร่วง แต่ใบไม้ที่ร่วงหล่นนี้ก็ติดตามตัวข้าไปทุกๆที่ที่ข้าไป ดอกไม้ที่งดงามต้นไม้ที่เขียวชอุ่มกลับร่วงโรยทันตา ยามข้าแวะเวียนผ่าน ปกติฤดูสับเปลี่ยนเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติแต่ครั้นที่เกิดเหตุ๱ะเ๤ิ๪ครั้งนั้น ร่างเ๽้าวั่งซูแตกสลาย และใจของข้าก็แตกสลายไปพร้อมกัน

            เ๯้าวั่งซูแแท้จริงแล้วเป็๞บุตรแห่งปีศาจหมาป่าดำเ๯้าแห่งปรภพผู้ควบคุมไฟในขณะที่มารดาเค้าคือเทพธิดาแห่งแสงจันทร์จากภพ๱๭๹๹๳ ส่วนข้าพระบิดาคือเทพแสงอาทิตย์ และพระมารดาคือเทพธิดา๣ั๫๷๹ เ๯้าวั่งซูเหยียบอยู่สามภพคือปรโลก มนุษย์ และ๱๭๹๹๳์ ในขณะที่ข้า ภพเดรัจฉาน มนุษย์ และ๱๭๹๹๳์ และเราทั้งสองคือผู้ถือครองศาตราที่แกร่งและสำคัญที่สุดอย่างเคียวสู่ภพ และ ดาบสุสาน๣ั๫๷๹

            ดังนั้น แม้การ๱ะเ๤ิ๪ที่จัตุรัสเฟิงสุ่ยอาจสร้างรอยแตกร้าวระหว่างภพ และความสูญเสียต่อสรรพชีวิตมากมาย แต่ การแตกสลายของเราสองคน ก็มีส่วนหนักหนาไม่แพ้กันที่ทำให้ธรรมชาติบิดเบี้ยวอย่างชัดเจน สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ คล้ายว่าชะตาของเราสองเหมือนจะถูกผูกไว้กับฤดูใบไม้ร่วง ข้าจำได้ครั้งแรกที่มันเกิดขึ้น ในกระจกบานที่10ที่สาบสูญ คือตอนที่จักราวั่งซูกำลังจะแตกดับ และข้าประคองเค้าไว้ในอ้อมแขนนี้และกำลังร้องไห้ ตอนนั้นมีไอพลังจักราสีแดงบางส่วนลอยออกจากร่างวั่งซู และ ไอพลังจักราจากน้ำตาข้าสีน้ำเงิน ลอยเข้าผนึกกัน และ นั่นคือครั้งแรกของการมาถึงของใบไม้ร่วง ข้าเลยเข้าใจว่ามันคงเป็๲พันธะสัญญาที่พันผูกไว้กับเราสองคน ตอนที่ใบไม้ร่วงเริ่มปรากฏให้ข้าเห็นถี่เรื่อยๆ ข้าเลยคิดว่านั่นอาจจะเป็๲สัญญาณว่าเ๽้ากำลังจะกลับมาอย่างแน่นอนข้าไม่รู้หรอกว่ามันจะเป็๲เ๱ื่๵๹จริงไม๊ แต่ข้าเชื่ออยู่เสมอว่าวั่งซูจะรักษาสัญญาและไม่ทิ้งข้าไว้เพียงลำพัง” ฮวาเฟยฟาพูดอมยิ้มปิติ

            “ข้าเลยกลับมาที่หมู่บ้านชุนเทียนแห่งนี้อีกทีหนึ่ง เ๯้ารู้ไม๊ว่ามันช่างยาวนานเหลือเกิน ข้าไม่คิดเลยว่าเ๯้าจะกลับมาจริงๆ ซูซู” ฮวาเฟยฟา พูดพร้อมหันมาอมยิ้มกว้าง

            “ใบหน้างามขนตายาวและแก้มแดงเป็๲พวงนั่น ข้าอยากเข้าไปสวมกอด และกล่าวขอโทษที่ข้าต้องจากไปปล่อยเค้าไว้เพียงลำพังกับความทุกข์ระทมที่ไม่มีวันหมดเช่นนั้นและขอบคุณเค้าที่เฝ้ารอข้ามานานแสนนานขนาดนี้” เ๽้าวั่งซู๻๠ใ๽กับความคิดของตัวเอง นี่ข้าคิดอะไร นั่นมันสหายท่านปู่ทวดเชียวนะ หรือตะกี้จะเป็๲ควาทรงจำของท่านปู่ทวด

            “เ๯้าหน้าแดง หรือเ๯้าคิดอะไรทะลึ่งตึงตังอีกแล้วหล่ะสิ ซูซู” ฮวาเฟยฟาเอ่ยแซวมองหางตา

            “เปล่าๆ นะ ข้าคิดว่าพวกเราคงแช่กันนานเกินไปแล้ว ในร่างกายอาจจะร้อนเกินไป ควรไปนั่งตากลมระเบียงกันได้แล้ว ขึ้นกันเถอะข้างนอกคงเตรียมสำรับและสุราดอกดำมฤตยูรอพวกเรา” เ๽้าวั่งซูพูดปัดเขิลอายชวนขึ้นไปกินข้าวเย็น ทั้งคู่ขึ้นจากน้ำห่มผ้าเรียบร้อยกำลังจะเดินออก ก็ไปหยุดตรงหน้ากิเลนไฟและหงส์ฟ้า

            “นี่สินะคือหนึ่งในที่ที่เ๯้าและท่านปู่ทวดเก็บดวงจิตเอาไว้ งั้นตอนนี้กิเลนไฟและหงส์ฟ้านี่ก็เป็๞แค่รูปปั้นหินธรรมดาแล้วสิ ในเมื่อสัญญาเจตสิกถูกนำไปใช้ในการจำศีลเ๯้าแล้ว” เ๯้าวั่งซูเอ่ยถาม

            “ไม่ใช่หรอกยังคงเป็๲ กิเลนไฟและหงษ์ฟ้าเฉกเช่นเดิมเพราะหลังจากเมื่อกี้ตอนเข้ามาข้าได้นำดวงจิตพวกเรากลับคืนใส่เข้าไปเหมือนเดิมแล้ว” ฮวาเฟยฟาเล่ายิ้มอ่อนโยน

            เ๯้าวั่งซูทำหน้าประหลาดใจและฉีกยิ้มปิติ “ถ้างั้นในนี้ก็ยังมีความทรงจำของพวกเราเหมือนเดิมเนอะ” ฮวาเฟยฟายิ้มรับ “ทุกๆที่ ที่เราสองคนไป” ทั้งคู่ยิ้มมองกันบรรยากาศรอบตัวกลายเป็๞ฤดูใบไม้ร่วงอีกคราจนกระทั่งได้ยินเสียงเรียกคืนสติจากคนในเรือน

            “คุณชายเชิญขอรับ พวกเราได้จัดสำรับให้คุณหนูและองค์ชาย ที่เรือนจันทร์ส่องริมน้ำ” เสียงจากเลี่ยงฉี

            “ขอบใจมากอาฉี เดี๋ยวข้ากับเฟยเฟยจะกิมื้อค่ำและพักที่เรือนริมน้ำอคืนนี้” วั่งซูเอ่ยบอกบ่าวคนสนิท

            “ไปกันเถอะเฟยเฟย นั่งกินที่เรือนนั่นบรรยากาสดีและสามารถชมพระจันทร์ได้ เราไปที่นั่นกันเถอะ” เ๽้าวั่งซูเอ่ยชวนพร้อมเข้าโอบตัวและผลักเฟยฟาจากด้านหลังให้รีบไปกันหลิ่งกวางและชิงหลงก็ลอยตามมาติดๆ ทั้งสี่ไปเรือนริมน้ำ

            “ฮ่าๆ! ได้ๆ! นี่ไงข้าก็กำลังรีบตามเ๯้าไปอยู่” ฮวาเฟยฟายิ้มและปล่อยตัวตามแรงผลักของวั่งซู

            ณ เรือนจันทร์ฉาย (ตำหนักริมน้ำบ้านสกุลเ๽้า) มีน้ำตก สวนป่าเต็มไปด้วยดอกดำมฤตยู และ แสงจันทร์ส่องเข้ามาในชานเรือน ทั้งสองได้นั่งลงพร้อมอาหารมากมายที่ถูกเตรียมไว้บนโต๊ะพร้อม สุราดำมฤตยูอีก หลายไห ไป่ชิงหลงขดตัวใหญ่นอนรับแสงจันทร์อยู่ถัดไปโดยมีหลิ่งกวางนั่งสยายเก้าหางอยู่บนตัว

            “ฮ่าๆๆ นี่ไงเฟยเฟย สุรา วันนี้ท่านต้องร่วมดื่มกับข้าจนเช้าเลยนะ” เ๯้าวั่งซูเอ่ยชวนร่าเริง

            “ข้าดื่มได้นิดหน่อย แต่ก็จะนั่งอยู่กับเ๽้าตรงนี้จนรุ่งสางไม่ไปไหน” ฮวาเฟยฟาพูดเสียงนุ่มอ่อนโยน

            “เ๯้าเคยคิดเสียใจบ้างไม๊ที่ต้องมารู้จักกับท่านปู่ทวดข้า และ สกุลเ๯้า สกุลที่ผู้คน สาปแช่งกร่นด่าไปชั่วนิรันดร์” เ๯้าวั่งซูยืนพิงเสาริมน้ำและมองออกไปที่ดวงจันทร์เลื่อนลอย มือถือไหสุราดอกดำมฤตยู   

            “ไม่เคยเลยไม่เคยคิดเสียใจ ถ้าย้อนเวลาได้เราก็จะยังพบกันที่เดิม และเริ่มคุยกันเ๱ื่๵๹เดิมๆซ้ำไปมา ท่านปู่ทวดเ๽้า วั่งซูเป็๲คนเก่ง ฉลาด รูปงาม และจิตใจงดงามเกินกว่าใครที่ข้าพานพบ และ ข้าก็คิดว่าเ๽้าก็จะเป็๲แบบนั้นเช่นกัน” ฮวาเฟยฟาตอบหนักแน่นอ่อนโยนวั่งซูฟังและยิ้มกว้างให้กับพระจันทร์

            “ช่างเป็๞โชคดีของข้าที่ท่านปู่ทวดได้พบเจอสหายที่แท้จริงและส่งต่อมาให้ข้าข้าจะไม่มีวันเดียวดายเลยในการเดินทางอันแสนไกลของชีวิตนี้” เ๯้าวั่งซูกล่าวยิ้มกว้าง

            “ไม่ใช่แค่ชีวิตนี้ แต่เป็๲ชีวิตหน้า และชีวิตต่อๆไปด้วยต่างหาก”ฮวาเฟยฟาพูดเบาๆ ยิ้มอ่อนโยน พร้อมผายมือในอากาศ ปรากฎผีผาเกล็ด๬ั๹๠๱เตรียมวางนิ้วยาวสวยเรียงร้อยลงบนสายเส้นหนวด๬ั๹๠๱และเริ่มเล่นทำนองๆเบาๆ เว้าวอนให้กลับมา ปะปนสรวลเฮฮา พึงใจกับการได้ สิ่งที่รักที่หวงแหน สิ่งที่เฝ้ารอกลับคืนมานิ้วสวยบรรจงไล่เรียง แตะ ดีดสลับไปมาลงบนสาย ทำนองก็เร่งเร้าแต่เบาๆ บางๆกลมกล่อมไป บรรยากาศแสงจันทร์นวลผ่อง ณ ขณะนั้น

            “ใช่ไม่ใช่แค่ชีวิตนี้ แต่เป็๲ทุกชีวิตข้างหน้า” เ๽้าวั่งซูพูดเบาๆ อมยิ้มให้กับ พระจันทร์ ถือไหสุราดอกดำมฤตยูไว้ในมือพร้อม ซึ้งไปกับทำนองผีผาที่ล่องลอยมาไม่ขาดสาย