บทที่ 15: คดีปิดฉากลับ
แฟ้มคดีของเสี่ยวิชัยถูกปิดลงบนโต๊ะทำงานอย่างเป็ทางการ แต่จิตสำนึกของผมกลับไม่มีวันได้พักผ่อน
ฝนยามบ่ายตกลงมาโปรยปรายกระทบหน้าต่างกระจกฝ้าของห้องทำงานแผนกคดีฆาตกรรม เสียงเครื่องปรับอากาศตัวเก่าสั่นคราญครางเบา ๆ เปรียบเสมือนเสียงกระซิบเตือนใจถึงความผิดบาปที่ผมซุกซ่อนไว้ใต้พรมปูโต๊ะ ผมจ้องมองแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่บรรจุสรุปสำนวนคดีการเสียชีวิตของเสี่ยวิชัย สิริโสภาคย์ คดีฆาตกรรมมรดกพันล้านที่เคยเป็ข่าวหน้าหนึ่งเกรียวกราว บัดนี้ถูกปิดตัวลงอย่างเป็ทางการด้วยเอกสารสำนวนที่ผมเป็คนลงชื่อสรุปส่งฟ้องศาล
ในรายงานคดีอย่างเป็ทางการ ทนายธนาถูกระบุว่าเป็ผู้ต้องหาเพียงคนเดียวที่ลงมือฆาตกรรมเสี่ยวิชัยโดยการแอบสลับยาบำรุงหัวใจตามคำสั่งซื้อจากคลินิกเถื่อน และเมื่อนายตำรวจเ้าของคดีเช่นผมแกะรอยตามกลิ่นไปจนมุม ทนายชั่วรายนี้จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนพกขนาดเก้ามิลลิเมตรเหนี่ยวไกปลิดชีพตนเองตายคุกเข่าหนีความผิดในโกดังร้างท้ายท่าเรือนนทบุรี... ทุกหลักฐานพยานบุคคลและเขม่าดินปืนที่ผมกับรดาจัดฉากไว้ทำงานได้อย่างแเีไร้ที่ติ ไม่มีใครในกรมตำรวจสงสัยหรือขุดคุ้ยความจริงที่ซ่อนอยู่เื้ักองเืในคืนพายุถล่มนั้นอีกเลย
ทว่าในขณะที่ผมกำลังจะยื่นแฟ้มคดีนี้ส่งเข้าแผนกเก็บเอกสาร หมวดพลอย (พลอย) นายตำรวจสาวรุ่นน้องที่ร่วมทำคดีนี้มาั้แ่ต้นก็แง้มประตูห้องทำงานก้าวเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้
"ผู้กองคะ... พลอยมีเื่สงสัยนิดหน่อยเกี่ยวกับสำนวนคดีของทนายธนาค่ะ" พลอยเอ่ยถามพลางวางรูปถ่ายกองพิสูจน์หลักฐานและถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะสืบสวน "ทำไมทนายธนาถึงเลือกยิงตัวตายในโกดังร้างแทนที่จะใช้ช่องทางกฎหมายดิ้นรนต่อสู้คดีล่ะคะ? และวิถีะุที่เจาะเข้าซอกคอด้านขวาเฉียงลงด้านล่างมันดูไม่ค่อยเป็ธรรมชาติสำหรับการเหนี่ยวไกด้วยตัวเองเลยค่ะ มันเหมือนทิศทางะุที่ถูกจ่อยิงจากมุมสูงมากกว่า... และรอยแผลฉกรรจ์กะซวกที่ลำคอด้านหลังของทนายธนามันดูแปลก ๆ นะคะผู้กอง รอยแผลมันเรียบและลึกมาก เหมือนโดนอาวุธมีดปักเข้าไปอย่างจงใจก่อนที่เขาจะโดนยิง หรือเขาอาจจะโดนใครบางคนลอบทำร้ายจากด้านหลังก่อนเพื่อสะกดการเคลื่อนไหวหรือเปล่าคะ?"
คำถามจี้จุดและรูปถ่ายชันสูตราแของพลอยทำเอาหัวใจของผมกระตุกวูบและเหงื่อซึมไหลย้อยตามไขสันหลังใต้เสื้อเชิ้ตตำรวจสีกากีที่รัดตึง ภาพของรดาในคืนนั้นย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองของผมอย่างแจ่มชัด... เด็กสาวหน้าตาไร้เดียงสาที่พุ่งตัวออกมาจากความมืดพร้อมมีดเล่มเขื่อง ปักกะซวกเข้าที่ลำคอด้านหลังของทนายธนาอย่างโเี้โดยไม่กระพริบตา เืสีแดงฉานไหลทะลักและเปรอะเปื้อนใบหน้าหวานของเธอขณะที่เธอยิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยน... หลังจากนั้นผมกับเธอช่วยกันลากร่างไร้ิญญาของทนายชั่วไปจัดฉาก ยัดปืนพกใส่ฝ่ามือของเขา จ่อยิงกรอกปากเอียงทำมุมเพื่อตบตาว่าเป็คดีฆ่าตัวตายหนีความผิด ทว่าร่องรอยการชันสูตรและวิถีะุที่บิดเบี้ยว รวมถึงรอยแผลมีดที่พวกเราพยายามปิดบังด้วยการอ้างว่าเป็รอยขูดขีด กลับไม่อาจรอดพ้นสายตาอันเฉียบคมของหมวดพลอยไปได้เลย
ผมสะกดลมหายใจที่สั่นสะท้านไม่ให้เล็ดลอดออกไป ปั้นรอยยิ้มนิ่งลึกประเมินความสงสัยของคนตรงหน้าอย่างระมัดระวัง แล้วจึงเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยชวนเชื่อว่า
"แล้วการที่เขาเลือกจบชีวิตตัวเองคงเป็เพราะความกดดันและกลัวความผิดบาปที่จะต้องไปใช้ชีวิตในคุกตาราง... ส่วนวิถีะุที่บิดเบี้ยวและรอยแผลที่คอ อาจเกิดจากการที่เขาลองใช้มีดปาดคอตัวเองก่อนแต่ใจไม่ถึงพอ เลยเปลี่ยนมาใช้อาวุธปืนยิงกรอกปากเอียงทำมุมในจังหวะเหนี่ยวไก คดีฆาตกรรมเสี่ยวิชัยมันสมบูรณ์แบบในตัวเองแล้วครับ ไม่มีเหตุจำเป็ต้องสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมให้เสียเวลาทำงานคดีอื่นอีก พลอยเชื่อฝีมือการทำงานและสรุปของพี่เถอะนะ"
พลอยเงียบกริบไปครู่หนึ่ง จ้องมองตาของผมอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมสืบสวนก่อนจะยอมพยักหน้าและถือแฟ้มเอกสารเดินออกจากห้องทำงานไป คำถามจี้ใจของเธอทำให้ผมต้องสูดหายใจลึกรวบรวมสมาธิที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา
หลังจากผมจดทะเบียนสมรสแต่งงานกับรดาอย่างเป็ทางการในพิธีวิวาห์ส่วนตัวริมหาดชะอำที่จัดขึ้นอย่างเงียบสงบโดยมีแเื่ไม่กี่คน ในคืนวันแต่งงานเสียงดนตรีคลาสสิกเบาๆ และกลิ่นอายชายทะเลประสมเสียงคลื่นกระทบฝั่งชวนฝัน แต่จิตใจของผมกลับเตลิดเปิดเปิงจมดิ่งลงสู่เหวนรก ผมสวมชุดสูทสีขาวสะอาดเคียงคู่กับรดาในชุดแต่งงานลูกไม้สีกระโปรงขาวผ่องประหนึ่งนางฟ้าแสนหวาน ทว่าในใจผมรู้ดีว่าเธอคือปีศาจร้ายเปื้อนเืที่เพิ่งกะซวกคอทนายธนาไปต่อหน้าต่อตาผม
หลังแต่งงาน ผมย้ายข้าวของเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์สิริโสภาคย์ ขับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูสปอร์ตหรูหราคันงามที่จดในชื่อของผม สวมชุดสูทสากลเนื้อดีราคาแพง และได้รับผลประโยชน์จัดสรรหุ้นทรัพย์สินมรดกพันล้านร่วมกับรดาในฐานะผู้จัดการมรดกตามสัญญาสีทอง ดารินยังคงทำหน้าที่แม่เลี้ยงแสนดีในคฤหาสน์หรู และในที่สาธารณะพวกเราสามคนคือครอบครัวอุดมคติที่ผ่านมรสุมและได้รับการปลอบประโลมจากนายตำรวจหนุ่มใจดี
ทว่า... ภายใต้แผ่นหลังที่หรูหราและอำนาจเงินตรานับพันล้านนั้น มันคือขุมนรกลึกที่กัดกินจิตใจของผมทุกวินาที
ในคฤหาสน์หลังใหญ่ ผมต้องใช้ชีวิตร่วมเตียงชายคาเดียวกันกับสองฆาตกรสตรี ดารินและรดา สองแม่ลูกผู้มีเรือนร่างอันเย้ายวนตระการตาที่คอยปรนเปรอรสรัก สวิงกิ้งสามคนให้ผมอย่างสุดเสียวซ่านในยามค่ำคืน แต่เื้ัความสุขสมทางกายนั้นคือความหวาดระแวงและกลัวตายที่เกาะกุมก้นบึ้งของหัวใจ ผมรู้ความลับจากสมุดบันทึกปกหนังสีดำว่าพวกเธอร่วมมือกันฆ่าเสี่ยทรงพลอดีตหุ้นส่วนมาก่อนหน้านี้ และพวกเธอก็กุมคลิปเริงรักที่เป็ชนักติดหลังทำลายชีวิตราชการของผมไว้ด้วยเช่นกัน
เพื่อป้องกันตัว ผมแอบติดตั้งกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วของตัวเองซ่อนตามมุมต่าง ๆ ในคฤหาสน์เพื่อคอยสอดส่องพฤติกรรมของสองแม่ลูกเวลาผมไม่อยู่ และคอยเช็คกล่องเก็บปืนพกเก้ามิลลิเมตรใต้เตียงนอนอย่างสม่ำเสมอ ทุกครั้งที่ผมนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะอาหารกับพวกเธอ ผมต้องคอยสังเกตการตักอาหารและแอบตรวจเช็คว่าในน้ำดื่มหรือแกงจืดมีเม็ดยาสารเคมีแปลกปลอมผสมอยู่หรือไม่
ผมกลัวว่าวันใดวันหนึ่งหากพวกเธอหมดประโยชน์จากผม หรือหากผมรู้ความลับของพวกเธอมากเกินไป ผมจะกลายเป็เหยื่อรายต่อไปที่หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันนอนตายอยู่บนเตียงนอนสีแดงหลังนั้นอย่างเงียบเชียบ ผมตัดสินใจนอนหลับโดยเหน็บอาวุธปืนพกเก้ามิลลิเมตรไว้ใต้หมอนหนุนนอน และล็อคประตูกลอนห้องทำงานส่วนตัวในบ้านทุกครั้งที่ต้องสะสางเอกสาร
ผมถอนหายใจยาว ดึงสายตากลับมาที่แฟ้มคดีตรงหน้าและตัดสินใจโยนมันใส่ลิ้นชักเหล็ก ล็อคกุญแจแ่าเพื่อปิดฉากฝันร้ายอย่างเป็ทางการ
ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อเดินทางกลับบ้านพัก
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ตำรวจธุรการเดินเคาะประตูห้องทำงานและแง้มเปิดเข้ามาในห้องพลางยื่นซองพัสดุกระดาษสีน้ำตาลขนาดเล็กไร้ชื่อผู้ส่งส่งมาให้ผม "มีคนฝากพัสดุกล่องนี้ไว้ที่ป้อมยามหน้าสถานีตำรวจระบุชื่อผู้รับคือผู้กองนนท์ครับ"
"ขอบคุณมากครับจ่า" ผมรับซองพัสดุมาด้วยความสงสัย
เมื่อบานประตูปิดลง ผมจัดการฉีกซองสีน้ำตาลออกอย่างระมัดระวัง ภายในซองไม่มีวัตถุะเิหรือสิ่งอันตรายใด ๆ มีเพียงกล่องพลาสติกใสขนาดเล็กบรรจุวัตถุชิ้นหนึ่งอยู่ด้านใน
ผมเปิดกล่องพลาสติกออก... มันคือการ์ดหน่วยความจำ Micro SD ตัวใหม่เอี่ยมแกะกล่องที่ยังไม่เคยผ่านการใช้งานวางอยู่บนกระดาษโน้ตสีขาวพับครึ่ง
ผมค่อย ๆ คลี่กระดาษโน้ตแผ่นนั้นเปิดอ่านช้า ๆ ตัวหนังสือที่เขียนด้วยปากกาลูกลื่นสีดำขยุกขยิกแต่แจ่มชัดทำเอาลมหายใจของผมสะดุดกึก ร่างกายตัวแข็งทื่อเย็นเฉียบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็งขั้วโลก
ข้อความในกระดาษโน้ตสั้น ๆ เขียนว่า:
*"ผมรู้ว่าคุณทำอะไรในห้องนอนคืนนั้น... ผู้กองนนท์"*
ความตื่นใสุดขีดะเิก้องในหัวสมองของผม หัวใจเต้นกระหน่ำรัวปานจะทะลุพ้นแผ่นอก แสนสว่างจาง ๆ จากหน้าจอคอมพิวเตอร์และเสียงฝนด้านนอกสะท้อนก้องความเงียบระทึก
มีคนอื่นรู้ความจริง! มีคนอื่นนอกจากทนายธนาที่มีกุญแจรหัสคลาวด์หรือแอบก๊อปปี้คลิปวิดีโอเริงรักสวิงกิ้งของพวกเราเอาไว้ หรือมีใครบางคนแอบเฝ้ามองดูพวกเราก้าวเท้าเข้าสู่บ่วงบาปในคืนค่ำสวาทนั้นอยู่อย่างเงียบเชียบในเงามืดคฤหาสน์!
ชะตากรรมของผมไม่ได้หลุดพ้นจากโซ่ตรวนของบาปกรรมเลยแม้แต่น้อย แต่กับดักชิ้นใหญ่และอันตรายที่มองไม่เห็นกำลังจะเริ่มต้นขึ้นใหม่อย่างน่ากลัวและหลีกเลี่ยงไม่ได้ในภาคต่อไป...! เหงื่อเย็นกึ่งร้อนผุดซึมโชกทั่วแผ่นหลังจนเสื้อเชิ้ตตำรวจสีกากีเปียกชุ่มจนรัดตึง
ผมรีบเดินตรงไปที่หน้าต่างกระจกและจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างทำงานที่สลัวด้วยพายุฝน พยายามกวาดสายตาจ้องมองผ่านเม็ดฝนลงไปยังบริเวณลานจอดรถและป้อมยามหน้าสถานีตำรวจ เพื่อหาเบาะแสว่าใครเป็ผู้นำซองพัสดุนี้มาส่ง ทว่าทุกอย่างกลับมีเพียงความเงียบงันและภาพเงาเบลอ ๆ ของผู้คนที่เดินผ่านม่านสายฝน ใครกัน?
ใครคือผู้อยู่เื้ัข้อความปริศนานี้? หรือว่าคลาวด์เซิร์ฟเวอร์ของเสี่ยวิชัยไม่ได้มีรหัสผ่านเพียงชุดเดียว? หรือมีใครแอบแฮกระบบออนไลน์ของโคมไฟระย้านั้นไปั้แ่ก่อนหน้านี้? สมองของผมเต้นระรัวกระหน่ำด้วยความกลัวสูงสุด คดีฆาตกรรมเสี่ยวิชัยที่คิดว่าปิดฉากอย่างลับและสวยงาม แท้จริงแล้วมันเป็แค่จุดเริ่มต้นของขุมนรกกรงขังบาปชิ้นใหม่ที่จะลากผม ดาริน และรดา ดิ่งลึกจมดิ่งลงสู่ความตายชั่วนิรันดร์...!