เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 116 วางยา [Re-write]


            เมื่อกลับถึงบ้านสกุลหลิง หลิงมู่เอ๋อร์ดื่มน้ำพุวิญญาณลงไปจากนั้นก็กินลูกกลอนขจัดพิษลงไปเม็ดหนึ่ง

            “หึ! รู้ว่าข้าเป็นหมอยังกล้าวางยาพิษข้า ไม่รู้ว่าสมองของสองแม่ลูกนั่นโตมาอย่างไรจริงๆ ”หลิงมู่เอ๋อร์พูดอย่างโมโห “ชอบวางยาพิษใช่หรือไม่? ครั้งหน้าเมื่อพบกันจะต้องมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้พวกเจ้าแน่ ให้พวกเจ้าได้รู้ว่า พิษควรจะวางอย่างไร ภูตเทพจึงไม่อาจรับรู้

            หลิงมู่เอ๋อร์ถูกองค์หญิงที่สมองพิการนางนั้นทำให้โกรธขึ้นมาแล้วจริงๆนางชอบซั่งกวนเซ่าเฉิน ก็กล้าลงมือกับนางที่แท้ดูถูกนางหรือดูถูกซั่งกวนเซ่าเฉินกันแน่?

            ซั่งกวนเซ่าเฉินไม่ชอบนาง หรือว่าวางยาพิษตนจนตายแล้วซั่งกวนเซ่าเฉินก็จะชอบคนสมองพิการผู้นั้นแทนตนหรือ? จากนิสัยของซั่งกวนเซ่าเฉินต่อให้ในโลกนี้เหลือนางที่เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว เขายอมฆ่าตัวตาย ก็ไม่มีทางชอบองค์หญิงนั่น

            “นี่เจ้าเป็นอะไรไป? ผู้ใดทำให้เจ้าโมโหถึงเพียงนี้กัน?”ในยามที่โจวฉี่เยี่ยนเข้าประตูมาแล้วเห็นท่าทางของหลิงมู่เอ๋อร์ในดวงตาก็สาดประกายเยียบเย็น

            หลิงมู่เอ๋อร์มิได้สังเกตพบสีหน้าของโจวฉี่เหยียนเห็นเขาถามขึ้นมา จึงเล่าเรื่องที่ประสบมาเมื่อครู่ให้เขาฟังนางเห็นโจวฉี่เยี่ยนเป็นเพื่อนเพียงแต่อยากจะแบ่งปันความอกสั่นขวัญแขวนเมื่อครู่เท่านั้น มิได้มีความหมายอื่นใดทว่า โจวฉี่เยี่ยนมิได้คิดเช่นนั้น เขารู้เรื่องที่หลิงมู่เอ๋อร์ได้ประสบมาแล้วและได้แอบคิดบางสิ่งอยู่

            “เจ้ายังคงดึงดูดปัญหาอย่างง่ายดายเช่นเดิมจริงๆ ”โจวฉี่เยี่ยนมองนางเรียบๆ “โรงหมอของเจ้ายังคงอย่าได้ไปแล้วองค์หญิงที่เอาพาลเกเรนางนั้นไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่”

            “ไม่ได้!”หลิงมู่เอ๋อร์ส่ายหัว “ในโรงหมอมีคนไข้ของข้า ข้าไม่อาจละทิ้งพวกเขาได้ บัดนี้มีคนจำนวนมากมาจากที่ไกลอย่างไม่รู้ที่ไปที่มา หากข้าปิดโรงหมอแล้วพวกเขาจะทำเช่นไร? ทั่วทั้งเมืองหลวงแห่งนี้มีเพียงที่ข้าเท่านั้นที่ค่าใช้จ่ายในการรักษาต่ำที่สุด ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนยากจนโดยพื้นฐานแล้วไม่อาจเชิญหมอท่านอื่นได้”

            “ข้าว่าเจ้าอย่าเรียกเซียนแพทย์เลย เรียกพระโพธิสัตว์ดีกว่านิสัยใจอ่อนนี้ ช้าเร็วต้องทำร้ายเจ้าแน่” โจวฉี่เยี่ยนมองนางอย่างเป็นกังวล

            นางจิตใจดีงามเกินไป ใจดีเป็นเรื่องที่ดีแต่ก็เป็นจุดอ่อนเช่นกัน เพื่อจะปกป้องสาวน้อยที่แสนบริสุทธิ์นางนี้เขาจะต้องส่งคนไปปกป้องนางอย่างลับๆ จึงจะได้

            “เจ้ามาหาข้ามีเรื่องใดหรือไม่?” หลิงมู่เอ๋อร์ระบายความอัดอั้นในใจออกมาในอกก็พลันปลอดโปร่งขึ้นไม่น้อย

            นางเห็นโจวฉี่เยี่ยนเป็นพี่ชาย เป็นเพื่อน ดังนั้นอะไรก็บอกเขา ทว่า โจวฉี่เยี่ยนผู้นี้มีความในใจมากเกินไปกลับไม่ยินยอมบอกเล่าเรื่องของตนเองกับนาง

            ที่จริงแล้วนางเข้าใจความหมายของเขาสิ่งที่เขาจะทำในตอนนี้อันตรายอย่างยิ่งยวด เขาไม่บอกนาง เพราะไม่อยากให้นางเสี่ยงอันตรายไปด้วยบุรุษผู้นี้ แท้จริงแล้วอ่อนโยนเป็นอย่างยิ่ง

            “วันนี้องค์ชายเจ็ดไม่ค่อยสบาย ข้าสังเกตการณ์ตอบสนองของเขาเหมือนจะได้รับพิษแล้ว เจ้าสามารถช่วยข้าดูอาการร่างกายของเขาได้หรือไม่”โจวฉี่เยี่ยนมองการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของหลิงมู่เอ๋อร์ขอเพียงหลิงมู่เอ๋อร์ไม่เต็มใจแม้เพียงน้อย เขาก็จะยกเลิกความคิดนี้ทันทีเขาไม่เคยคิดจะบีบบังคับนางมาก่อน แม้จะเพื่อผู้ที่มีความสำคัญก็ตาม

            หลิงมู่เอ๋อร์กลับมิได้คิดมากเช่นเขา เพราะอย่างไรช่วงนี้ราชนิกุลที่มาหานางเพื่อรักษาโรคก็มีไม่น้อย ก็มิได้ขาดเพียงหนึ่งคนหรือครึ่งคนนี้

            “ได้ แต่เขามิได้ให้หมอหลวงตรวจอาการหรือ?” หลิงมู่เอ๋อร์เอ่ยปากถาม

            โจวฉี่เยี่ยนเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง มองนางกล่าวว่า“เขาไม่เชื่อใจหมอหลวง ในวังมีผู้ที่เขาไม่วางใจ”

            “เข้าใจแล้ว เขาไม่ไว้ใจหมอหลวงหมอข้างนอกความรู้ทางการแพทย์ก็ใช้ไม่ได้อีก ดังนั้น เจ้าจึงได้คิดถึงข้าขึ้นมา”หลิงมู่เอ๋อร์ค้อนเขาทีหนึ่ง “ข้าสามารถช่วยเจ้าได้ พี่น้องแท้ๆ ก็ต้องคิดบัญชีให้กระจ่างหนึ่งพันตำลึง ไม่มีปัญหากระมัง?”

            “ย่อมแน่นอน หากเจ้าสามารถรักษาเขาให้หายได้ อย่าว่าแต่พันตำลึงหมื่นตำลึงก็สมควร” โจวฉี่เยี่ยนเห็นนางมิได้ปฏิเสธ อีกทั้งยังมิได้รู้สึกต่อต้านก็ถอนใจออกมา

            “เจ้าอยากแก้แค้น ข้าไม่ห้ามเจ้า แต่ในฐานะเพื่อนยังคงหวังให้เจ้ารักษาตัวให้ดี” หลิงมู่เอ๋อร์ตบบ่าของเขา

            “เจ้ากับซั่งกวนเซ่าเฉิน…” โจวฉี่เยี่ยนอยากถามอยู่ตลอด แต่ไม่รู้ว่าตนควรใช้ฐานะใดไปถาม ตอนนี้ถามออกมาแล้ว เมื่อเห็นนางเขินอายก็รู้สึกว่าคำถามที่ถามออกมาเมื่อครู่ช่างน่าหัวเราะนัก “เจ้าไม่ต้องพูดแล้วข้าเข้าใจแล้ว”

            “เจ้าเป็นเพื่อนของข้า เขาเป็นคนที่ข้าชอบ ข้าไม่หวังว่าให้อนาคตพวกเจ้าจะกลายเป็นศัตรูกันหากเป็นเช่นนั้น ข้าจะวางตัวลำบากมาก” หลิงมู่เอ๋อร์มองโจวฉี่เยี่ยน“พวกเจ้าจะกลายเป็นศัตรูกันหรือไม่?”

            ในใจของโจวฉี่เยี่ยนขมฝาดนับจากวันที่เขาตัดสินใจแก้แค้นเป็นต้นมาเขาก็สูญเสียสิทธิ์ที่จะอยู่ข้างกายของนางไป มีบางครั้งที่เขาคิดว่าหากยามนั้นมิได้จากข้างกายของนางมา บัดนี้ ผู้ที่ยืนอยู่ข้างกายของนางจะเป็นเขาหรือไม่?

            น่าเสียดายที่โลกนี้ไม่มีคำว่า ‘ถ้าหาก’เขาจึงไม่มีโอกาสได้รับคำตอบที่อาจเป็นไปได้

            “ไม่มีทาง” โจวฉี่เยี่ยนตอบนางอย่างมั่นใจ“เจ้าอย่าได้กังวลไปเรื่อย วันนี้อากาศไม่เลวพวกเราไปเดินหมากในสวนสักกระดานกันเป็นอย่างไร?”

            “ดีสิ! เฉินอะไรก็ดี แต่เป็นหมากรุกเหม็น [1] ตะกร้าหนึ่ง ในเชิงหมากนั้นมีเพียงเจ้าที่สามารถเล่นเป็นเพื่อนข้าได้แล้ว”เมื่อหลิงมู่เอ๋อร์คิดถึงทักษะในการเดินหมากของซั่งกวนเซ่าเฉินก็อดหลุดหัวเราะไม่ได้ ยามที่นางหัวเราะออกมานั้นอบอุ่นมากแสงสว่างที่สาดส่องออกมานั้นเจิดจ้าจนเขามิอาจลืมตา

            เขาอยากกล่าวว่า ต่อให้ทักษะการเดินหมากของเขาแย่เป็นพิเศษเจ้ายังมิใช่เต็มใจจะเดินร่วมกับเขาไปชั่วชีวิตหรือ เห็นได้ว่าทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้มิใช่ทำได้ดี ก็จะได้ในสิ่งที่ต้องการ

            โรงหมอหลิงมู่เอ๋อร์เขียนใบสั่งยาเสร็จก็มอบให้ซางจือที่อยู่ด้านข้าง เสียงที่เย็นและใสกระจ่างดังขึ้น“คนถัดไป”

            ในเวลานั้น ก็มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังเข้ามา “ท่านพี่…ท่านพี่ ท่านตื่นเร็วเข้า…ท่านพี่…”

            ซางจือและหลิงมู่เอ๋อร์มองหน้ากันหลิงมู่เอ๋อร์วางพู่กันในมือลง ยืนขึ้นมาแล้วเดินออกไป

            ที่ประตูของโรงหมอสตรีที่ออกเรือนแล้วนางหนึ่งประคองบุรุษที่กระอักเลือดสดออกมา ร้องไห้อย่างไม่อายหลิงมู่เอ๋อร์รู้จักบุรุษผู้นั้น เขามิใช่ผู้ที่เพิ่งออกจากโรงหมอหรอกหรือ?

            สตรีนางนั้นเห็นหลิงมู่เอ๋อร์เดินออกมาก็วางบุรุษในอ้อมกอดลง พุ่งไปทุบตีลงบนร่างของหลิงมู่เอ๋อร์ว่า “เจ้ามันเป็นฆาตกร! เจ้าทำให้ผู้ชายของข้าต้องตายข้าขอเสี่ยงชีวิตกับเจ้าแล้ว! เซียนแพทย์อะไรกัน? เป็นภูตผีปีศาจชัดๆ ปีศาจที่ฆ่าคนไม่กะพริบตา เจ้าคืนผู้ชายของข้ามาเจ้าคืนผู้ชายของข้ามา”

            ซางจือผลักสตรีนางนั้นออกไป ขมวดคิ้วกล่าวว่า “ท่านป้าท่านนี้ท่านอย่างได้อารมณ์พลุ่งพล่านเช่นนี้ ให้คุณหนูของพวกเราตรวจดูก่อนว่าอาการผู้ชายของท่านเป็นอย่างไร?”

            “อย่ามาเข้าใกล้ผู้ชายของข้า” สตรีนางนั้นล้มลงบนพื้นเมื่อได้ยินคำพูดของซางจือ รีบมาบังอยู่เบื้องหน้าชายผู้นั้นถลึงตาใส่หลิงมู่เอ๋อร์อย่างดุร้าย พวกเจ้าทำให้เขาตายแล้วแล้วยังคิดจะทำสิ่งใดอีก? ที่บ้านข้ายังมีลูกอีกสามคนรอกินข้าวตอนนี้ผู้ชายตายแล้ว ข้ากับลูกก็ไม่อาจมีชีวิตรอดได้แล้ว

            คนที่ได้ยินเสียงต่างล้อมเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ มีคนชี้ไปที่สตรีนางนั้นและบุรุษผู้นั้นวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานาและก็มีผู้ที่ใช้สายตาแสดงความสงสัยมองมาที่หลิงมู่เอ๋อร์

            “แม่นางเซียนแพทย์มีทักษะการแพทย์สูงส่งจะทำให้ผู้ชายของเจ้าตายได้อย่างไร? ผู้ชายของเจ้าเองไม่ไหวแล้วหรือเปล่า! แม่นางเซียนแพทย์เป็นหมอไม่ใช่เทพเซียน อาการป่วยของผู้ชายเจ้ารุนแรงเกินไปนางก็ไม่อาจเปลี่ยนคนตายให้ฟื้นคืนชีพ” หญิงชรานางหนึ่งก้าวออกมาเป็นคนแรกที่ตั้งคำถามต่อคำพูดของหญิงนางนั้น

            “นั่นสิร่างกายของข้าทรุดโทรมจนเหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายแม่นางเซียนแพทย์ก็รักษาข้าจนหายกลับมาแล้ว ผู้ชายของเจ้าไม่ไหวจริงๆ แล้วกระมัง!”

            “นั่นสิ นั่นสิเจ้าอย่าได้มาใส่ร้ายแม่นางเซียนแพทย์อยู่ที่นี่ ผู้ชายของเจ้าตายแล้วก็รับไปหาสถานที่ฝังเขาเถอะ อย่าได้มาหาเรื่องแม่นางเซียนแพทย์ที่นี่”

            “ผู้หญิงคนนี้คงมิได้ต้องการหลอกขูดรีดเงินแม่นางเซียนแพทย์หรอกกระมัง?”

            เมื่อสตรีนางนั้นได้ยินคำพูดของคนเหล่านั้นในดวงตาก็มีความลนลานแวบผ่าน นางมองหาคนเมื่อครู่ในกลุ่มฝูงชนทว่าสิ่งใดก็มองไม่เห็น

            ในยามนั้นเอง สตรีนางนั้นขึ้นหลังเสือแล้วยากจะลงจึงได้แต่ฝืนรับมือต่อไปเท่านั้น

            “พูดเหลวไหล! ผู้ชายของข้าเพียงเป็นหวัดธรรมดาเท่านั้น จะป่วยหนักได้อย่างไร? ความจริงแล้วนางเป็นแค่หมอที่ไม่ได้เรื่อง รักษาผู้ชายของข้าจนตายแล้ว”สตรีนางนั้นเปิดเสื้อของบุรุษออก กล่าวต่อหน้าทุกคนว่า“ท่านดูร่างกายที่แข็งแรงกำยำของเขาสิ มีที่ใดที่เหมือนป่วยหนักกัน? เขาถูกทำร้ายจนตายแล้วจริงๆ !”

            “เจ้าบอกว่าแม่นางเซียนแพทย์ทำให้ผู้ชายของเจ้าตายเยี่ยงนั้น เหตุใดนางต้องทำเช่นนี้ นางมีความแค้นกับผู้ชายของเจ้าหรือ? ”เหล่าคนไข้ต่างก็ได้รับพระคุณจากหลิงมู่เอ๋อร์อยู่ตลอดแน่นอนว่าย่อมไม่เชื่อคำพูดของสตรีนางนั้น รวมกับสตรีนางนี้น่าสงสัยเกินไปแล้วในบรรดาชาวบ้าน ก็มีคนที่เฉลียวฉลาดไม่น้อย พวกเขาพบความผิดปกติของสตรีนางนั้นแล้ว

            “ข้านึกออกแล้วว่านางเป็นใครนางมิใช่เมียของจางต้าแห่งคูน้ำสกุลจางหรือ? พวกเขาสองสามีภรรยาเป็นพวกลักพาตัวเด็กหลายปีมานี้ถูกขังอยู่ในคุกอยู่ตลอด หนึ่งเดือนก่อนฝ่าบาทอภัยโทษทั่วแผ่นดินจึงได้ปล่อยพวกเขาออกมา สองสามีภรรยาคู่นี้มิใช่ตัวดีอะไรทุกคนอย่าได้เชื่อคำพูดของพวกเขา

            หลิงมู่เอ๋อร์ขมวดคิ้ว กล่าวกับซางจือว่า“เจ้าไปเรียกคนจากที่ว่าการเมืองหลวงมา ข้าไม่อยากเสียเวลากับคนพวกนี้คนไข้ของข้ายังต้องให้ข้าตรวจรักษาอีก! ล่าช้าไปอีกหนึ่งเค่อ อาการของผู้ป่วยก็ยิ่งอันตราย”

            “เจ้าค่ะ” ซางจือก็รู้สึกเหมือนกันว่าไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับคนที่โง่เขลาเช่นนี้นางสาวเท้าก้าวใหญ่วิ่งไปยังที่ว่าการ ตั้งใจจะใช้ไม้แข็งเพื่อควบคุมสตรีผู้นี้

            ในยามนี้หลิงมู่เอ๋อร์กำลังคิดว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเป็นใคร คนผู้นี้โง่พอจริงๆ เหตุใดจึงคิดวิธีการที่โง่เขลาเช่นนี้มาใส่ร้ายนางได้? อยากรู้เสียจริงว่าคนผู้นั้นเป็นใครหลังจากนั้นผ่าหัวของเขาออกมา ดูว่าข้างในมีสิ่งใดกัน

            “เป็นผู้ใดกำลังก่อเรื่องกัน?” ความเคลื่อนไหวของซางจือรวดเร็วมากผ่านไปเพียงไม่นานก็พาคนของทางการมาแล้ว

            หลิงมู่เอ๋อร์ชี้ไปยังสตรีที่หวาดกลัวจนสั่นไปทั้งตัวนางนั้น“คนผู้นี้ใส่ร้ายข้า ใต้เท้าใช่ควรจะมอบความเป็นธรรมให้ข้าหรือไม่?”

            หลิงมู่เอ๋อร์เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงแม้นางจะมิใช่คุณหนูจากตระกูลใหญ่อะไร แต่ก็เป็นผู้ที่ทางการมิอาจหาเรื่องด้วยได้เพราะอย่างไรก็เป็นผู้ที่ได้รับความนิยมจากเหล่าราษฎร ต่อให้เป็นชาวบ้านธรรมดาคนของทางการก็ไม่กล้าใช้แข็งชนแข็ง หากสถานการณ์พลิกผันทำเกิดความวุ่นวายขึ้นมาหัวของพวกเขาก็ได้แต่แยกออกจากบ่าแล้ว

            “ช่างใจกล้าเหลือเกิน ถึงกลับกล้าใส่ร้ายแม่นางเซียนแพทย์ ทหารนำตัวสตรีนางนี้กลับไป ส่วนศพนี้…”คนผู้นั้นลำบากใจแล้ว

            คงมิอาจนำศพร่างหนึ่งกลับไปด้วยกระมัง? ส่งไปที่หลุมฝังศพไร้ญาติเสียเลย?

            คนผู้นั้นกำลังจะสั่งการเช่นนี้ก็ถูกหลิงมู่เอ๋อร์ขัดลงก่อน หลิงมู่เอ๋อร์ก้าวไปหาบุรุษผู้นั้น ฝังเข็มลงไปบนตัวของเขาสองเล่ม

            ชายที่กระอักเลือดสดเมื่อครู่ก็พลันเบิกตาโพลงขึ้นมาบนใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น

            “ใต้เท้าไว้ชีวิตด้วย! ใต้เท้าไว้ชีวิตด้วย!”บุรุษผู้นั้นคลานขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว โขกศีรษะให้กับผู้ที่เป็นขุนนางผู้นั้น

            “น่ารังเกียจจริงๆ ถึงกลับแกล้งตายหลอกลวงทุกคน”เหล่าราษฎรโมโหแล้ว

            เดิมเมื่อครู่ยังมีกำลังคิดว่าเป็นความเข้าใจผิดหรือไม่ที่แท้ถึงกลับเป็นการวางแผนให้ร้ายฉากหนึ่ง

            “จับไว้! จะต้องจับตัวคนผู้นี้ไว้” เหล่าราษฎรต่างก็โมโหเป็นอย่างยิ่ง

             [1] หมากรุกเหม็นเป็นสำนวน หมายถึงผู้ที่มีทักษะการเดินหมากในระดับต่ำหรือผู้ที่เดินหมากด้วยความประมาทเลินเล่อ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247