สองร่างสูงเดินเข้าด้านในตำหนักและคารวะองค์เสินตี้
“คารวะเสินตี้”
“คารวะเสินตี้”
ขานรับเสียงหนึ่งและเชิญทั้งสองนั่งลงที่ด้านขวาของท่าน แท่นนั่งเบื้องหน้ายกพื้นขึ้นเล็กน้อยมีเก้าอี้นั่งแบบไร้ขากับเบาะรองนั่งเรียบง่ายที่แฝงความโอ่อ่า
เบื้องหน้ามีเซียนรับใช้เข้ามารินนำชาให้ทั้งสองและถอยออกไปอย่างรู้งาน
พระองค์จับสายตาไปที่ฝูซี เอ่ยปากถาม เ้าคนผู้นี้ปกติก็เป็คนพูดน้อยมากมาั้แ่เด็ก แต่กลับมีความแน่วแน่ในการฝึกฝนอย่างหาได้ยาก อายุหกหมื่นปีก็เป็ถึงซ่างเสิน*พลังเซียนแก่กล้าทั่วพื้นฟ้าจดใต้ดินแปดทิศนี้มีผู้ใดไม่ยกย่อง พระองค์ชมชอบคนมีความสามารถจึงนึกเอ็นดูเ้าเด็กคนนี้ไม่ใช่เบา มีครั้งใดบ้างที่มีมีของดีแล้วจะไม่นึกถึงเขา บรรดาพระโอรส พระธิดายามนั้นยังนึกอิจฉาอยู่ในใจถึงความโปรดปรานที่พระองค์แสดงต่อเขา ตัวฝูซีเองกลับมิได้ถือตัวเย่อหยิ่งอันใด กลับนอบน้อมและรู้ความอย่างมาก ไม่ว่าเสินตี้จะประทานของให้เขาครั้งใดหากคิดว่ามากเกินไปเขาก็จะไม่ยอมรับ บางครั้งยังเหมือนเล่นเ้าเอาให้ข้า ข้าคืนให้เ้าไปมาอยู่หลายครา ถึงอย่างไรก็ไม่ยอมรับของที่พระองค์ประทานให้ เห็นเขาเติบใหญ่ขึ้นมาตอนนี้ไม่อาจเรียกว่าผู้เยาวว์ได้อีกแล้วพ่วงตำแหน่งเป่ยเจี้ยหวังอันน่าเกรงขาม ความคิดที่เห็นเขาเป็บุตรตนเองยังไม่เสื่อมคลาย
“ยากแท้ที่เป่ยเจี้ยหวังจะมาหาเราเช่น ทำเอาเราสงสัยเป็อย่างมาก”
“พูดมาสิ มาหาเรามีเื่อันใด”พระองค์ถามออกไปแล้วรอคำตอบของเขาอย่างรอดูเื่สนุก
ฝูซีลุกขึ้นกลับกล่าวอย่างใจเย็นมาก
ฝูซี เข้าเฝ้าฝ่าายามนี้เพราะซวนซีหลานซื่อจื่อมีใจอยากถวายผลซูเชิงแก่เสินโฮ่วพ่ะยะค่ะ
พระองค์เลิกคิ้วมองไปที่ซื่อจื่อจากเผ่าพญางูขาวแวบหนึ่งเก็บอาการตะลึงเล็กน้อยแล้วแค่นเสียงหึทีหนึ่ง เด็กบ้าอายุแค่สองหมื่นปีผู้นี้บังอาจมาสารภาพรักกับธิดาเพียงคนเดียวของพระองค์
หากนับฐานะซื่อจื่อของเขา กับคววามรู้ความสามารถที่ได้มาเพราะเป็ศิษย์ของฝูซีและใบหน้าที่ไม่ได้แย่นักของเขา ก็อาจจะทำใจมองข้ามไปได้ถึงอย่างไรความรู้สึกของธิดาของพระองค์ย่อมสำคัญกว่า แต่ธิดาของพระองค์ก็ห้าหมื่นกว่าปีแล้วย่อมไม่้ายกให้ไอ้เด็กหน้าขาวปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นี้ง่ายๆ ที่มาครั้งนี้คงจะมาเข้าทางเสินโฮ่วของพระองค์แน่แล้ว เแต่ของวิเศษอย่างผลซูเชิงอันไม่สามารถทำนายได้ว่าจะออกผลเมื่อได้นี้แล้วก็ใจดี วันนี้จะไม่ไล่เขาไปก็แล้วกัน
“เสินโฮ่วพักผ่อนไปแล้ว คงออกมาต้อนรับเ้าไม่ได้”
ฝูซีมองไปทางซื่อจื่อ
ซื่อจื่อรีบลูกขึ้นคารวะกล่าว “หามิได้พ่ะย่ะค่ะ ไม่อาจรบกวนให้เหนียงเหนี่ยงถึงเพียงนั้น
เมื่อคืนหลายวันก่อนต้นซูเชิงที่เผ่าให้ผลในรอบแปดหมื่นปีมาลูกหนึ่ง ครั้งนี้ถึงกับเปล่งประการสีม่วงแดงอย่างหน้าอรรศจรรย์ท่านประมุขเคยบอกว่าผลซูเชิงม่วงแดงเป็ผลไม้วิเศษในตำนานเพียงแค่เหนียงเหนี่ยงปล่อยพลังออกมาเล็กน้อยให้ผลซูเชิงรับรู้ถึงพลังผู้ให้กำเนิดให้กำเนิดครรภ์เซียนหากผู้ที่มีวาสนาต่อกัน จะให้กำเนิดทารกคู่อันเป็มงคล แต่หากไม่ได้ทารกคู่ผลซูเชิงม่วงแดงก็มีฤทธิ์เป็ผลดีกับเซียนที่ตั้งครรภ์ ทั้งมีสรรรพคุณที่ทำให้ทารกเซียนแข็งแรงมากที่สุดในบรรดาโอสถทั้งหลาย กระหม่อมจึงนำมาถวายให้เหนียงเหนียงพ่ะย่ะค่ะ”
โค้งศรีษะ เขาใบฝ่ามือยื่นไปด้านหน้าผลซุเชิงที่เนื้อผลคล้ายแก้วสุกใสเปล่งแสงสีม่วงแดงกลิ่นอายแห่งโอสถชั้นสูงแผ่อยู่รอบตัว พระองค์โบกมือเล็กน้อยเซียนน้อยที่อยู่ด้านข้างรีบรับไปส่งให้พระองค์
มองดูผลไม้วิเศษในฝ่ามือพรองค์อยากจะรีบนำไปให้เสินโฮ่วเหลือเกิน
มุมพระโอษฐ์ยกขึ้นน้อยๆๆด้วยความพึงพอใจ
“ซื่อจื่อมีใจแล้ว เราขอบใจเ้าแทนเสินโฮ่ว ….”
พระองค์ชะงักเล็กน้อย มองฝูซีที่ด้านข้างอยากรั้งเขาไว้ประลองหมากรุกกันสักตาแต่จะไล่เ้าเด็กนี่ไปคนเดียวก็ดูไม่ดี เสียดายเล็กน้อย พระองค์กล่าวต่อ
“ร่วมงานวันนี้เ้าคงเหนื่อยแล้ว เราไม่รั้งพวกเ้าไว้แล้ว กลับไปเถอะ”
ทั้งสองคารวะและขอตัวจากไป
พระองค์รีบซอยฝีเท้าถี่ๆไปที่ด้านหลังตำหนักผ่านสวนดอกไม้ที่ตัดแต่งอย่างสวยงามระหว่างทาง เดินไปได้สักพักก็ไปถึงศาลาหอเก๋งไม้ดูสะอาดสบายตา รอบด้านมีไผ่ต้นเตี้ยปลูกอยู่รายรอบ ด้านข้างมีต้นดอกท้อต้นใหญ่ปกคลุมหลังคาสูงขึ้นไป กลิ่นหอมโชยตามลม มองเห็นเสินโฮ่วอิงหมอนอิงก้มมองนกตัวน้อยในกรงแล้วเล่นกับมัน เซียนด้านข้างต่างร่มดูด้วยความสนุก เสียงหัวเราะลอยอ้อยอิ่งมาตามลม บรรยากาศสงบแต่ก็ครื้นมีชีวิตชีวา
“พวกเ้าเล่นสนุกไรกันอยู่หรือ”ชะเลาดั่งนางไม้ใเสียงพรานป่า พระนางใจนสะดุ้งตัวเงยหน้ามองเห็นพระองค์ยิ้มกริ่มอย่างหยอกล้อได้ใจ พระนางมองค้อนพระองค์เล็กน้อยกำลังจะลุกขึ้นคารวะก็มีมือมาประครองให้นั่งลงตามเดิม
พระนางยิ้มนั่งลงพร้อมกัน ทั้งสองพระองค์ครองคู่กันมาแล้วเนิ่นนานห้าแสนปี
มีโอรสธิดามาแล้ว5พระองค์ ไม่นึกว่ายังจะมีโอกาศได้พรจาก์มาอีกเช่นนี้ ทุกวันต่างรอคอยที่จะได้พบหน้า ไม่อาจให้พระนางต้องลำบากแม้แต่น้อย
ลูบมือที่หน้าท้องที่ยื่นนูนออกมากล่าวเบาๆกับพระนาง
“เราบอกเ้าแล้วว่าไม่จำเป็ต้องไปร่วมงานเหตุใดยังอยากไปอยู่อีก มองดูสีหน้าเ้าตอนนี้ยังดูเหนื่อยหล้าอยู่ไม่น้อยเลยเทียว”
พระนางวางมือทาบวงกับมือพระองค์ยิ้มตอบ
“ต้องให้ลูกเราได้รับบรรยากาศครึกครื้นด้วยสิเพคะ ไม่งั้นอาจจะงอแงเอาได้ง่าย”
มีััตอบสนองจากทารกในครรภ์ พระนางหัวเราะออกมาเล็กน้อย
ริมฝีปากงามอวบอิ่มคลี่ออกเป็รอยยิ้มงดงาม คนงามแลมองคล้ายดอกบัวหลังฝนริน งดงามนุ่มนวลปานนั้น สดใสปานนั้น เส้นสายอ่อนโยนปรากฎขึ้นในดวงตา
พระองค์ยื่นมือออกมาผลซูเชิงสีม่วงแดงส่องประกายให้พระนาง
“นี่…. หรือว่า….” ดวงตาเบิกกว้างตกตะลึงมองพระองค์และกล่าวออกมาอย่างไม่แน่ใจ
“ผลซูเชิงสีม่วงแดงนั้นหรือเพคะ”
ได้รับคำตอบจากการพยักหน้าของพระองค์ “!….”มือที่ถือผลซูเชิงอยู่ชะงักด้วยความตกตะลึงอย่างแท้จริง “ฟังว่าต้นซูเชิงที่กำเนิดที่ดินแดนพญางูขาวนี้ออกผลอย่างเอาแต่ใจ หลังจากออกผลครั้งหนึ่งแล้วบ้างต้องรอคอยถึงพันปี บ้างหมื่นปี หรือแสนปี์ ล้วนไม่อาจคาดเดา ”
ปกติแล้วสีของผลซูเชิงจโดยทั่วไปจะเปล่งแสงเป็สีทอง แต่ผลซูเชิงที่ที่ดีที่สุดจะเป็สีม่วงแดง
นอกจากคุณสมบัติที่เป็เลิศทางโอสถสำหรับครรภ์ของทารกเซียนแล้ว ยังเล่าว่าหากวาสนาต้องกันยังจะได้รับพรเป็ทารกเซียนอีกคนด้วย
กล่าวจบจึงผินมองพระพักตร์เสินตี้ พระองค์ดื่มน้ำชาแล้ววางไว้ที่ถาดด้านข้าง
“มิผิด เป็ซื่อจื่อจากเผ่าพญางูขาวผู้นั้น เขาบอกว่าเพิ่งออกผลเมื่อหลายวันก่อนวันนี้มาร่วมงงานจึงอยากนำมาถวายให้เ้า ถึงอย่างไรก็ดีต่อเ้า เราจึงรับไว้”
หากถึงเวลาอย่าลืมว่าให้ใส่พลังเซียนของเ้าลงไป ไม่ว่าเื่คู่ทารกเซียนจะเป็อย่างไรแต่ฤทธิ์โอสถจะค่อยๆถูกดูดซับเข้าไปในร่างกายเข้าเ้าและมีผลดีต่อครรภ์อย่างมาก
ยิ้มพยักหน้ารับคำพระองค์ สองมือยังคงลูบคลำผลซูเชิงการกระทำอ่อนโยนดั่งสายน้ำ สายตาอบอุ่นดั่งดวงตะวัน
“ฝ่าา…” ความเ็ปแล่นเข้าจู่โจมอย่างกระทันหัน เสียงที่ออกมาอย่างลนลานของพระนาง
ถูกเปล่งออกมาอย่างติดๆขัดๆ
“เสินโฮ่ว!” องค์เสินตี้ขยับเข้าไปประครองร่างบอบบางที่กำลังเ็ปจนนั่งไม่มั่นคงของพระนาง
สายพระเนตรแลเห็นมือข้างหนึ่งที่วางคู่กันบนหน้าท้องข้างพระนางยังคงกำผลซูเชิงอยู่เช่นนั้น
ผลซูเชิงเริ่มสาดกระจายแสงออกมาอย่างรุนแรง “!….” พระขนงขมวดด้วยความยุ่งเหยิง
อุ้มพระนางขึ้นคำสั่งเฉียบขาดถูกเปล่งออกไปอย่างรัวเร็ว
“เร็ว รีบเชิญมหาเทพโอสถมาดูเสินโฮ่ว”
พระองค์สาวฝีเท้าออกไปพริบตาทั้งสองพระองค์พลันปรากฎกายที่ตำหนักบรรทม
วางร่างบอบบางของพระนางลงการกระทำระมัดระวังยิ่ง
นั่งลงกุมมืออีกข้างของพระนางอย่างให้กำลังใจ เ้ารอประเดี๋ยว มหาเทพโอสถก็มาแล้ว
คำพูดปลอบโยนถูกเอ่ยออกมาด้วยความห่วงใย
อื้ม มีโอรสและธิดามาแล้วห้าคนไม่เคยรู้สึกว่าครั้งไหนจะเ็ปเพียงนี้มาก่อน แม้แต่จะเปล่งเสียงออกมาความเจ็บก็แล่นไปทั่วสารพางค์กาย
"ร้อน ร้อนเหลือเกินเพคะ" กล่าวออกมาอย่างกระท่อนกระแท่น พระเสโทผุดพรายขึ้นทั่วพระพักตร์งามและทั่วตัว
เพียงครู่เดียวเท่านั้นอาภรณ์ก็ชุ่มชื้นติดกาย
ั้แ่ที่วางพระนางลงพระองค์ก็คอยส่งพลังสายหนึ่งเข้าไปช่วยเพื่อบรรเทาความเ็ปแต่ดูแล้วคล้ายว่าไม่เกิดผลอันใด ตอนนี้นางถึงกับร่างกายร้อนขึ้นมาถึงเพียงนี้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
….............................................................................................................................................................
ซ่างเสิน* ลำดับเซียนที่สูงกว่าซ่างเซียน