สวัสดีผู้อ่านทุกๆท่านวันนี้เรากลับมาอยู่กลับกระทู้สยองขวัญอีกเช่นเคยวันนี้เื่สยองขวัญที่เราจะเอามาเล่าให้ฟังเป็เื่ของคนใกล้ตัวเลยเขามีชื่อว่าตินเป็น้องชายแท้ๆของผม ตินเนี่ยเป็คนที่ไม่เชื่อเื่ผีเลยทุกครั้งที่ใครมาเล่าอะไรพวกนี้ให้ฟังมันก็จะบอกทุกครั้งว่าไร้สาระบ้างเพ้อเจ้อบ้าง
จนกระทั่งวันหนึ่งถ้าผมจำไม่ผิด่นั้นน่าจะเป็่วันวิสาขบูชาซึ่งเป็วันพระใหญ่ใน่สายหลังจากที่เรากลับมาจากทำบุญที่วัดผมแม่ยายและตินก็มานั่งกินข้าวรวมกันเหมือนปกติในขณะที่เรากำลังกินข้าวอยู่นั้นจู่ๆยายก็ทักขึ้นมาว่า
“ตินวันนี้ยายเจอป้าศรที่เป็ร่างทรง แกมาทักยายมาว่า่นี้จะดวงตกให้ทำบุญสะเดาะเคราะห์ด้วย”
แน่นอนครับว่าตินมันได้ยินแบบนั้นมันก็ไม่เชื่อเหมือนเคยตินเลยหน้าจากจานข้าวหันไปพูดกับยายว่า
“เพ้อเจ้อแล้วยายที่ป้าศรมาทักก็เพราะจะหลอกเอาตังอ่ะดิ ดวงตกอะไรกันไอ้พวกที่บอกว่าสะเดาะเคราะห์แล้วหายก็แค่หาเื่เอาตังก็เท่านั้นแหละ”
แม่กับยายส่ายหัวด้วยความเหนื่อยใจเพราะนอกจากตินมันจะไม่เชื่อแล้วมันยังปากไม่ดีชอบพูดพล่อยๆอีก
เวลาผ่านไปวันสองวันมันเป็่ที่ตินจะต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดซึ่งในการไปทำงานครั้งนี้เขาต้องไปทำงานไกลถึงภาคใต้เลย พอถึงวันที่เดินทางผมจำได้ว่าวันนั้นมันเป็วันศุกร์ที่ 13ซึ่งถ้าพูดกันในตามความเชื่อมันเป็วันแห่งความโชคร้ายซึ่งแต่เดิมทีมันเป็ความเชื่อของชาวคริสต์แต่ถึงแบบนั้นคนไทยส่วนใหญ่ก็เชื่อแบบนั้นด้วยเช่นกัน
วันนั้นก่อนเดินทางเราได้ไปส่งตินที่บริษัทก่อนจะขึ้นรถแม่ของผมก็ได้ยื่นของบางอย่างให้ตินซึ่งมันคือจี้พระหลวงพ่อวัดดังแน่นอนครับว่าคนอย่างตินที่เดิมทีก็ไม่ได้เชื่ออยู่แล้วตินดันมือของแม่ที่ถือจี้พระอยู่กลับไปก่อนจะบอกว่า
“ไม่ล่ะแม่แม่เก็บเอาไว้เถอะ”
“ทำไมล่ะลูก่นี้หนูดวงตกอยู่นะ อย่างน้อยใส่เอาไว้ก็ได้”
“ดวงตงดวงตกอะไรกันแม่มันก็แค่ความเชื่อเพ้อเจ้อเท่านั่นแหละ ผมไปล่ะ”
ตินพูดตัดบทแม่ก่อนจะเดินจากไป
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลาย่โมงตินเดินทางมาถึงที่หมายแล้วในระหว่างวันตินก็เข้าทำงานตามปกติงานที่เขาทำมันเป็งานวิศกรที่ต้องคอยดูแลงานไซต์ก่อสร้างในขณะที่ตินกำลังคุยงานกับทีมอยู่จู่ๆหางตาก็เหลือบเห็นอะไรบางอย่างผ่านไปที่นอกหน้าต่างแต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะคิดว่าคงจะเป็พวกคนงานนี่แหละ
พอถึง่เวลาหนึ่งทุ่มเป็เวลาเลิกงานตินและพี่ๆพากันกลับที่พักโดยที่พักที่ตินพักอยู่นั้นเป็โรงแรมที่ไม่ได้หรูมากและไม่ได้โทรมมากตินจัดการอาบน้ำอาบท่าเตรียมเข้านอนขณะที่เขากำลังนอนเล่นมือถืออยู่บนเตียงจู่ๆก็ได้ยินเสียงเหมือนน้ำไหลจากในห้องน้ำ
ตินตัดสินใจลุกจากเตียงตรงไปดูในห้องน้ำพบว่าน้ำในอ่างล้างมือถูกเปิดอยู่ตินเดินเข้าไปจัดการปิดน้ำก่อนจะเดินกลับมานอนที่เตียงต่อเขาจำได้นะว่าตอนที่ก่อนจะออกมาจากห้องน้ำเขาปิดน้ำเรียบร้อยแล้วแต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
คืนแรกผ่านไปเข้าวันที่สองตินยังคงไปทำงานตามปกติในขณะที่เขากำลังตรวจเช็คงานอยู่นั้นจู่ๆก็มีเหล็กกล่องขนาดใหญ่ร่วงมาในบริเวณที่ตินยืนอยู่โชคดีที่ตินหลบทันเลยไม่าเ็อะไร
ไม่นานพวกคนต่างก็พากันมาดูยังจุดเกิดเหตุพร้อมกับช่วยพาตินไปนั่งพักในห้องทำงานก่อนในตอนนั้นหัวใจของเขาสั่นรัวมาก นี่ถ้าเขาไม่หลบคงโดนเหล็กทับตายไปแล้วแน่ๆ
หลังจากนั่งพักเสร็จพี่ที่ทำงานก็ให้ตินกลับไปพักก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาทำงานใหม่กลับมาถึงที่พักตินถอยรถจอดเข้าซองก่อนจะหยิบสำคัญลงจากรถตินเดินเท้าเพื่อที่จะเข้ายังห้องพักสายตาของเขาเหลือบไปเห็นแมวดำตัวหนึ่งมันนั่งอยู่ตรงหน้าพร้อมกับมองมาที่เขาตินจ้องมองมันด้วยสิหน้าที่คิ้วขมวด ตินไม่ชอบแมวสักเท่าไหร่ไม่สิเข้าขั้นเกลียดแมวเลยก็ว่าได้เพราะตอนเด็กๆเขาเคยโดนแมวกัดตรงแขนข้างขวาเลยทำให้นับแต่นั้นเขาก็เกลียดแมวมาจนถึงทุกวันนี้
จู่ๆแมวดำตัวนั้นก็ลุกขึ้นก่อนจะเดินตรงมายังทางเขาตินก้าวถอยหลังพร้อมกับพยายามจะไล่มันออกไปให้ไกลตัว
“ชู่!ไปไกลๆเลยนะเว้ย!”
แมวดำตัวนั้นเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆก่อนจะเดินมาเกาะขาของตินด้วยความใและความไม่ชอบเลยเผลอเตะแมวที่กำลังเกาะขาจนมันกระเด็นไปโดนศาลเ้าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆจนข้าวของคนเอามาไหวร่วงหล่นลงพื้นจนเละ
“เมี๊ยว!!”
แมวดำร้องดังลั่นแต่ตินเหมือนจะไม่สน
“มึงไม่ต้องมาร้องเลยไอ้แมวเวร!”
ตินพูดด้วยความโมโหก่อนจะหันไปหยิบท่อเหล็กที่วางอยู่บนพื้นเดินตรงดิ่งไปตรงที่แมวนอนอยู่ตรงแท่นวางของไหว้ก่อนจะง้างมือฟาดมันลงไปเต็มแรง
“เมี๊ยว!!เมี๊ยว!!”
แมวดำร้องดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมานส่วนตินก็ยังคงตีมันซ้ำๆไม่หยุดจนเสียงร้องของแมวดำเริ่มอ่อนแรงลงและมันก็แน่นิ่งไป เมื่อเห็นว่ามันแน่นิ่งแล้วตินปล่อยท่อทิ้งลงกับพื้นก่อนจะหันหลังกลับโดยไม่สนใจว่ามันจะเป็ตายร้ายดียังไง
ตินกลับขึ้นมาบนห้องพักจัดการอาบน้ำตามปกติขณะที่เขากำลังอาบน้ำจู่ๆก็ได้ยินเสียงปึงปังจากด้านนอกเขารีบจัดการตัวเองให้เสร็จและรีบออกมาจากห้องน้ำเพื่อมาดูแต่พอตินออกมาแล้วกลับเห็นอะไรบางอย่างวิ่งผ่านหน้าจากตู้เสื้อผ้าออกไปทางระเบียงมันเป็เงาสีดำรูปร่างเหมือนจะคล้ายแมวแต่ก็ฟันธงไม่ได้เพราะมันผ่านหน้าไปเร็วมาก
ตินเดินออกไปทางระเบียงจัดการเปิดไฟสอดส่องแต่ก็ไม่พบอะไรเลยเขาเดินกลับเข้าในห้องเตรียมตัวที่จะเข้านอน
เวลาผ่านไปจนถึง่กลางดึกขณะที่ตินกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงจู่ๆก็เกิดได้ยินเสียงบางอย่างลอยเข้าหูตินลืมตาตื่นก่อนจะมองไปรอบๆห้องพบบางอย่างอยู่บนตู้เสื้อผ้ามันเป็เงาดำตะคุ่มเหมือนคนนั่งห้อยขาอยู่บนตู้เสื้อผ้าเขายันตัวขึ้นเอื้อมมือไปเปิดไฟบนหัวนอนแต่ไฟกลับเปิดไม่ติดขึ้นมาซะได้
ตินยังคงคิดว่าเงาดำที่อยู่บนตู้นั้นคือคนแต่หารู้ไม่ความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างที่เขาคิดเลยแม้แต่น้อย
ตินลุกจากเตียงยืนประจันหน้ากับสิ่งที่อยู่บนตู้ก่อนจะพูดกับสิ่งที่อยู่บนนั้นโดยที่ไม่มีความเกรงกลัว
“คุณเป็ใครเนี่ยเข้ามาในห้องผมได้ยังไง”
เงาดำนั่นไม่ได้ตอบตินกลับไปมันเงียบสนิทตนที่เริ่มจะโมโหเขาหันไปยกหูโทรศัพท์ของโรงแรมเพื่อจะโทรเรียกพนักงานให้มาจัดการแต่ทันทีที่เขายกหูโทรศัพท์ขึ้นมาจู่ๆก็ได้ยินเสียงร้องไห้มาจากทางด้านหลัง
ตินวางโทรศัพท์ก่อนจะค่อยๆหันไปอย่างช้าๆเงาดำนั่นค่อยๆหันหน้ามาอย่างช้าๆให้เห็นดวงตาสีขาวก่อนจะมันจะกรี๊ดออกมาอย่างสุดเสียงและกระโจนพุ่งเข้ามาจนตินล้มลงไปกับพื้น
เงาดำนั่นทับบนตัวเขาจนแทบจะขยับไม่ได้ใบหน้าของมันค่อยขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนทำให้เขาสามารถเห็นดวงตานั่นได้อย่างชัดเจนแต่ที่หน้าใคือตาของมันไม่เหมือนของมนุษย์เลยแม้แต่น้อยดวงตาโตสีขาวั์ตาดำมีลักษณะเป็วงรียาวดูแล้วเหมือนตาของแมวไม่มีผิดเลย
“มึงฆ่ากู มึงฆ่ากูฮือ!!”
เงาดำเอ่ยออกมาพร้อมกับเสียงร้องไห้อย่างเ็ปจู่ๆภาพบางอย่างก็แสดงขึ้นในหัวภาพเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นที่ตินได้ทำการฆ่าแมวไปที่ศาลด้านหน้าของโรงแรมภาพนั้นทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าสิ่งตรงหน้าก็คือแมวตัวนั้นแมวดำที่เขาพึ่งฆ่าไปนั่นเอง
วินาทีที่ตินกำลังช็อคจู่ๆเงาดำนั่นก็กรีดร้องโหยหวนก่อนมันจะเอื้อมมือมากระชากคอเสื้อของตินขึ้นมาก่อนจะกระแทกหัวของมันเข้ากับหัวองตินอย่างแรง
“อ๊าก!!!ปล่อยกู!!”
ตินร้องออกมาอย่างเ็ปเงาดำนั่นมันไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมันใช้หัวของมันกระแทกลงมาซ้ำๆไม่พอมันจะยังใช้แขนทุบทั้งสองข้างทุบเข้าที่หน้าท้องและเอวของเขาตินพยายามดิ้นแต่ไม่ว่าจะพยายามยังเขาก็ไม่สามารถดิ้นหลุดได้จนในที่สุดเงาดำนั่นก็หยุดลงก่อนมันจะหายจากไป
ในตอนเช้าพี่ที่ทำงานมาหาเขาในห้องพักเพราะเห็นว่าตินไม่ไปทำงานสักทีทันทีที่พวกเขามาถึงก็ต้องใเพราะสภาพที่พวกเห็นก็คือตินในสภาพที่เต็มไปด้วยเืนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นลมหายใจของเขาโรยรินมาก
พี่ที่ทำงานพาตินส่งโรงพยาบาลเพื่ทำการรักษาคุณหมอบอกว่าศีรษะของตินได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงกระดูก่ท้องแตกหักจนแทบไม่เหลืออวัยวะภายในเสียหายจนเข้าระดับร้ายแรงคุณหมอบอกว่าโอกาสรอดของตินมีน้อยมากหรือต่อให้รอดตินก็จะไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้เพราะเส้นประสาทและอวัยวะสำคัญถูกทำลายแล้ว
ในตอนนั้นแม่กับผมและญาติๆช่วยกันหาหมอที่สามารถรักษาตินได้แต่กว่าจะหาเจอก็ใช้เวลาไปปีกว่าเราหมดเงินรักษาไปกว่าหลักล้านแต่โชคดีที่ตินพอมีเงินอยู่เลยไม่มีผลกระทบอะไรมาก
หลังจากที่ตินรักษาหายดีเขาก็กลับมาอยู่ที่บ้านอย่างที่หมอบอกครับว่าถ้าหากตินรอดเขาก็จะไม่สามารถมีชีวิตแบบปกติเหมือนคนอื่นได้ร่างกายและสมองของตินกลายเป็อัมพาตช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และยิ่งไปกว่านั้นทุกครั้งที่เขาเห็นศาลเ้าหรือเห็นแมวเขาจะมีอาการหวาดกลัวจนสติแตกไปเลยผมคิดว่านี่คงจะเป็ผลจากกรรมที่เขาทำเอาไว้เขาจะต้องชดใช้กรรมที่ตัวเองก่อเอาไว้ไปจนกว่าจะตาย