" เ้าใหญ่ไปจ้างเกวียนมาให้เ้ารองสักคันเถอะ " หยวนชางให้ลูกคนโตไปจ้างเกวียนมาช่วยขนย้ายของออกจากบ้าน ส่วนเขากลับเข้าไปในห้องอย่างรู้สึกผิดต่อแม่ของยวนเซียวที่แท้จริง เื่นี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าแม่ของหยวนเซียวคือใคร แม้แต่เหมาอี้ซิ่วก็ไม่รู้ว่าตนเองไม่ใช่แม่แท้ๆ ของลูกคนรอง นั่นเพราะก่อนหน้านั้นเหมาอี้ซิ่วประสบเหตุตกเกวียนทำให้สมองกระทบกระเทือนมีอาการหลงลืมไปชั่วขณะ เขาจึงใช้จังหวะนั้นนำหยวนเซียวมาสมอ้างว่าเป็ลูกของเขากับหล่อน และลูกตนโตก็ยังเล็กจึงไม่รู้เื่นี้
" พี่รองฉันสามารถไปหาพี่ที่นั่นได้ไหม " หยวนอิงเดินมาถามอย่างกล้าๆกลัวๆ
" ไม่ได้ เธอห้ามไปที่บ้านพี่อีก ต่อไปก็ต่างคนต่างอยู่เถอะ " หยวนเซียวเอ่ยตอบ เขาต้องจัดการให้เด็ดขาดแม้ว่าจะเป็การทำร้ายจิตใจของน้องสาวก็ตาม
" ฮึก ฮื่อๆๆ พี่รองใจร้าย " หยวนอิงที่ถูกพี่รองกล่าวเช่นนั้นก็เสียใจและสิ่งออกจากบ้านไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา ภายใจจิตในนั้นนึกโกรธแค้นหลิงเฟยไม่น้อยที่แย่งพี่ชายไปจากตน
" ช่างเถอะ เดี๋ยวโตขึ้นก็คงรู้ว่าอะไรเป็อะไร ถ้าแม่ของคุณสั่งสอนแกบ้างล่ะนะ " หลิงเฟยเอ่ยบอกสามี จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาเก็บของต่อไปจนพี่ใหญ่หยวนซ่งมาเคาะประตูเรียก เขาจึงเปิดประตูให้พี่ชายเข้ามา
" ขอโทษด้วยนะเ้ารองพี่... "
" ไม่เป็ไรครับ พี่ใหญ่รับเงินนี่ไว้ระ เอาไว้เป็สินสอดให้เสี่ยวชิง "
" ไม่ได้พี่รับไว้ไม่ได้หรอก นายเอาคืนไป "
" รับไปเถอะค่ะพี่ใหญ่ เอาไว้มีเมื่อไหร่ก็ค่อยเอามาคืนเราค่ะ หรือถ้าพี่ใหญ่มีลูกเมื่อไหร่ก็ถือว่าเรารับขวัญหลานล่วงหน้าเลยแล้วกันค่ะ " เธอเอ่ยบอกอย่างใจกว้าง ส่วนหนึ่งก็อยากจะลองใจพี่ชายสามีคนนี้ดูว่าจะเป็คนยังไง เธอจึงไม่รู้สึกเสียดายเงินที่มห้เขาไป
" พวกเธอจะไปอยู่ที่ไหนกัน "
" ไม่ต้องห่วงค่ะฉันมีบ้านอยู่แล้ว แค่ย้ายไปอยู่ที่นั่นก็สิ้นเื่ "
" บ้านในเมืองงั้นหรอ น้องสะใภ้ พี่เอ่อ ไปหาพวกเธอข้างได้ไหม "
" ได้ค่ะ แต่พี่ห้ามพาใครไปที่บ้านฉันบอกจากสะใภ้ใหญ่แล้วก็หลานๆนะคะ "
" ได้ๆพี่รับปาก " หยวนซ่งรับปากทันทีนั่นเพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าน้องสะใภ้คนนี้คงมีฐานะอยู่บ้างไม่เช่นนั้นคงไม่มีบ้านอยู่ในเมืองได้ เขาเองก็พอรู้ว่าเธอมาจากปักกิ่งแต่ไม่รู้รายละเอียดมากกว่านั้น
" ไปกันเถอะ ตอนนี้ยังไม่มืด กว่าจะถึงคงมืดค่ำพอดี "
" ครับ ผมไปนะพี่ใหญ่ ห้องนี้ผมยกให้พี่ครับ "
" อืมโชคดีนะ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เสมอ " หยวนซ่งมองน้องชายออกจากบ้านไปแล้ว เขามองเงิน 50 หยวนในมืออย่างดีใจ ที่จะได้แต่งตู้เสี่ยวชิงเสียที
หลังจากที่ลูกคนรองหยวนเซียวย้ายออกจากบ้านไปแล้ว ชาวบ้านที่เห็นต่างก็มาจับกลุ่มพูดคุยถึงเื่ของบ้านรองกันอย่างสนุกสนาน และที่ยิ่งกว่านั้นคือเื่ที่หยวนอิงขโมยของในบ้าน โดยที่พ่อแม่ไม่กล่าวโทษใดๆ จนสะใภ้รองทนไใ่ไหวขอแยกบ้าน เื่นี้รู้มาจากบ้านเติ้งที่อยู่ติดกับบ้านหยวน
สะใภ้สามบ้านเติ้งนำเื่ที่ได้ยินมาพูดต่อๆให้คนในหมู่บ้านฟัง เวลานี้หยวนอิงจึงเป็ที่รังเกียจในหมู่บ้านไม่มีใคร้าเด็กสาวไปเป็สะใภ้สักบ้าน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะแม่ของหล่อน้าให้แต่งกับหลานชายของหัวหน้าหมู่บ้านสกุลเหมา ที่นั่นคือบ้านเดิมของเหมาอี้ซิ่วนั่นเอง
สองสามีภรรยาเข้าเมืองมาแล้วตอนนี้ทั้งคู่พักอยู่ในห้องเช่าด้านหลังตลาด ซึ่งมีขนาดคับแคบมาก แต่เมื่อนึกถึงว่าคืนนี้ต้องนอนที่นี่ทั้งสองจึงไม่ได้พูดอะไรมากนัก ต่างคนต่างนอนหลับกันไป เพราะพรุ่งนี้เช้าพวกเขาจะต้องเดินทางไกล หลิลเฟยยังไม่แน่ใจว่าจะไปปักกิ่งหรือเริ่มต้นใหม่ในเมืองนี้ แต่เธอคิดว่าที่เมืองนี้ยังไม่เจริญมากนักแต่ในอนคตเมืองนี้ก็เป็เมืองที่หน้าสนใจดี
รุ่งเช้าเธอตื่นขึ้นมาก่อนสามีที่ยังหลับอยู่ ระหว่างนี้ก็นั่งใช้ความคิดว่าจะเอายังไงต่อไปดี หรือควรจะหาบ้านแถวนี้สักหลังแล้วค่อยว่ากันใหม่ เมื่อคิดได้แบบนั้นเธอก็แต่งตัวใหม่และออกไปข้างนอกเพื่อหาดูบ้านสักหลัง
หลิงเฟยถามทางกับแม่ค้าแผงลอยข้างถนนจนรู้ว่าต้องไปติดต่อที่สำนักงานพลเรือน เธอจึงไม่รอช้าไปที่นั่นทันที
" สวัสดีครับ ติดต่อเื่อะไร " พนักงานในสำนักงานเอ่ยถาม
" ฉันอยากได้บ้านสักหลังในเมืองนี้ค่ะไม่ทราบว่ามีไหม "
" รอเดี๋ยวนะครับ " ชายหนุ่มเอ่ยบอกก่อนจะค้นหาข้อมูลของบ้านที่้าขาย เขารีบค้นหาอย่างกระตือรือร้นนั่นเพราะหากขายบ้านได้เขาก็จะได้ค่านายหน้าไปด้วย
" มีหลายหลัง ว่าแต่คุณ้าบ้านแบบไหนครับ ตอนนี้มีแบบสองชั้น 4 ห้องนอน 1 ชั้น 2 ห้องนอน ไปจนถึง 4 ห้องนอน "
" ฉันอยากเห็นบ้านก่อนจะตัดสินใจซื้อค่ะ "
" งั้นผมจะพาคุณไปดู เชิญครับ " ชายหนุ่มผายมือเชิญให้เธอเดินไปขึ้นรถสามล้อที่จอดอยู่ด้านนอกแล้วขับพาเธอไปยังบ้านที่ประกาศขายทุกหลัง