ฮั่นชิงหวูไม่คิดเลยว่าถังซิ่วจะเป็คนแบบนี้ อยู่ดีๆก็ถูกฉุดไปจูบเสียได้
ั้แ่เด็กจนโต มีแค่พ่อเธอเท่านั้นที่เป็เพศตรงข้ามที่สามารถแตะเนื้อต้องตัวของเธอได้ หลังจากที่ถูกถังซิ่วอุ้มอยู่ในอ้อมอกก็ให้เธอไม่สามารถตอบสนองได้ทัน
เมื่อได้กลิ่นหอมสบู่ที่ส่งออกมาจากถังซิ่วพลางรู้สึกถึงแขนที่แข็งแรงของเขาจึงทำให้เธอตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองจนลืมตัวที่จะต่อต้านเขา
หลังจากนั้นถังซิ่วก็รุกหนักขึ้นเรื่อยๆ ลิ้นของเขาตวัดไปมาภายในช่องปากของเธอ
มือของเขาขยี้ไปที่บั้นท้ายและหน้าอกของเธอ เมื่อรู้สึกได้ถึงความเ็ป ฮั่นชิงหวูก็รู้สึกตัวขึ้นทันที
ภายใต้ความโกรธและอับอายนี้เองที่เธอได้ตบไปที่ใบหน้าของเขา
“ถังซิ่ว นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ!”
หลังจากที่นึกได้ว่าจูบแรกที่เธอเก็บไว้ถึงยี่สิบปีต้องถูกขโมยไปก็ทำให้เธอถึงกับน้ำตาคลอ
“เธอติดค้างฉันอยู่ ไม่คิดว่าจะชดใช้หรอกหรือ?”
ถังซิ่วที่ยังไม่ได้สติกลับคืนมาตอบเธอกลับ
หลังจากที่พูดจบ ถังซิวก็ได้นึกถึงจูบเมื่อก่อนหน้านี้ เขาพึ่งจะระลึกได้ว่าที่นี่ไม่ใช่ดินแดนแห่งนิรันดร์แต่เป็โลก ผู้หญิงตรงหน้าเขาไม่ใช่ภรรยาของเขาในดินแดนแห่งนิรันดร์ เชวี่ยขวินเชิงแต่เป็อาจารย์ประจำชั้นที่โลกอย่างฮั่นชิงหวู
เหตุผลที่ถังซิ่วทำแบบนั้นออกไปเมื่อครู่ก็เพราะเขาคิดว่าเชวี่ยขวินเชิงเป็ฮั่นชิงหวู
มันเป็เพราะว่าทุกวันนี้ตัวเขาเอาแต่คิดเื่การบ่มเพาะพลังอยู่กว่าครึ่งเดือนถึงได้ทำให้เขายังคงสับสนระหว่างโลกความจริงและดินแดนแห่งนิรันดร์
ภายในดวงตาของฮั่นชิงหวูเกิดความสงสัย
หลังจากที่ถังซิ่วเงียบอยู่พักหนึ่งเพื่อเตรียมที่จะขอโทษ เขาได้มองเห็นขาอ่อนของเธอโดยบังเอิญพร้อมกับสิ่งที่อยู่ภายในกระโปรงสีชมพูขาสั้นทำให้เขามีความรู้สึกว่าร้อนรุ่มไปหมดทั้งตัว
เมื่อจับที่จมูกของตัวเองก็ทำให้เขารู้สึกโชคดีที่ไม่ได้มีเืกำเดาไหลออกมาจากสิ่งที่พึ่งจะได้เห็นไป เขารู้สึกโล่งใจบนใบหน้าแสดงให้เห็นถึงความอับอาย
หลังจากที่ฮั่นชิงหวูได้แสดงให้เห็นถึงรูปร่างที่ยั่วยวนนั้น ความงามของเธอก็ทำให้ถังซิ่วเกือบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่
“ถังซิ่ว นายรู้อย่างงั้นหรอ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของถังซิ่วก็ทำให้ร่างกายที่ผอมเพรียวของเธอถึงกับสั่นไหวพร้อมใบหน้าที่รู้สึกผิด
“ถังซิ่ว ฉันขอโทษ ปีที่แล้วนายได้ช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันมีเื่ลำบากมากมายเลยไม่กล้าที่จะมาหานาย หลังจากนั้นก็เพราะความเห็นแก่ตัวของฉันถึงไม่ได้มาขอโทษต่อนาย”
ถังซิ่วเองก็กำลังกังวลว่าจะต้องโดนไล่ออกจากชั้นเรียนด้วยการล่วงเกินของเขาแต่คำพูดของฮั่นชิงหวูนั้นทำให้เขาถึงกับหยุดนิ่ง
ทำไมฮั่นชิงหวูถึงไม่ต่อว่าเขาหรือไปหาครูใหญ่เพื่อลงโทษเขาแต่เธอกลับเดินมาขอโทษกัน?
หลังจากที่ทำความเข้าใจคำพูดของอีกฝ่ายก็ทำให้เขาจมหายเข้าไปในความทรงจำเมื่อก่อนที่จะถูกรถชนทำให้ใบหน้าของเขาตึงเครียดทันที
“คือเธอ คือเธอเองหรอที่....”
ถังซิ่วได้จ้องมองไปที่ฮั่นชิงหวูด้วยดวงตาที่เบิกกว้างพลางอ้าปากค้างพร้อมพูดออกมาอย่างดัง
เขายังไม่ทันได้พูดจบก็โดนฮั่นชิงหวูเอามือปิดปากไว้
“ขอร้องอย่าพูดเื่นี้อีกเลย”
หลังจากที่เห็นถังซิ่วจดจำตัวเธอได้นั้นทำให้ท่าทางของฮั่นชิงหวูนั้นเปลี่ยนไป
หลังจากที่เห็นท่าทางของถังซิ่วที่มีต่อเธอนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกสงสัยเป็อย่างมากว่าทำไมก่อนหน้านี้เขาถึงได้จำเธอไม่ได้แล้วเหตุใดถึงได้บอกเธอว่าเธอติดค้างเขากันล่ะ?
ด้วยความที่ใกลัวก็ทำให้ฮั่นชิงหวูไม่ได้ดูสภาพในตอนนี้ของตัวเองและถังซิ่วเลยแม้แต่น้อย ร่างกายทั้งหมดของเธอแนบอยู่ที่อ้อมอกของเขาขณะที่มือหนึ่งได้คล้องแขนและคอของเขาไว้โดยที่อีกมือหนึ่งได้อุดปากเขาไว้ สิ่งนี้เหมือนเป็การยั่วยวนเขาชัดๆ
ถังซิ่วในตอนนี้รู้สึกดีเป็อย่างมาก เขาสามารถรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากร่างของอีกฝ่าย แม้ว่าเขาอยากจะถอยออกห่างก็ทำไม่ได้เพราะไม่มีที่ว่างอีกแล้ว ฮั่นชิงหวูได้สวมรองเท้าส้นสูงเกือบจะตัวเท่าเขาและห่างกันแค่ไม่ถึงสิบเิเจึงทำให้สามารถมองเห็นดวงตาของเธอได้อย่างชัดเจน
หลังจากที่ทั้งสองมีใบหน้าที่ร้อนผ่าวไปถึงใบหูเพราะความเขินอาย เมื่อมองลงมาก็เห็นหน้าอกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ปกเสื้อและสามารถที่จะมองเห็นเนินูเาหิมะลูกโตสองลูกพร้อมร่องเนินปทุมที่แวววาว
ถังซิ่วอยากจะกอดจูบฮั่นชิงหวูต่อมากแต่เมื่อคิดถึงเื่สถานะของเธอแล้วนั้นตัวเขาไม่อยากที่จะล่วงเกินเทพธิดาคนนี้
หลังจากที่ลมหายใจของถังซิ่วนั้นถี่ขึ้นเรื่อยๆพร้อมจ้องมาที่เธออย่างเร่าร้อนก็ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงการกระทำที่ผิดปกติของตัวเอง
เธอจึงรีบที่จะปล่อยมือออกจากปากของเขาพร้อมด้วยใบหน้าที่ค่อยๆแดงระเรื่อขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับท่าทางที่น่าหลงใหลของเธอ
“ถังซิ่ว ฉันนั้นไม่ใช่คนเนรคุณคน ที่ฉันไม่ได้แสดงตัวต่อเธอนั้นมันเป็เพราะว่าสถานการณ์มันบังคับ หลังจากนั้นฉันก็อยากที่จะอธิบายกับเธอแต่เพราะสมองเธอเริ่มมีปัญหาเลยได้แต่ปกป้องเธออย่างลับๆ”
เมื่อเห็นดวงตาที่เร่าร้อนของถังซิ่วได้มลายหายไปก็ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายและพูดออกมา
ถังซิ่วในตอนนี้กำลังนึกถึงเื่ของฮั่นชิงหวูเมื่อตอนที่เขาถูกรถชนใน่ก่อนหน้านี้
สองปีที่แล้วที่เมืองชวนฉิงเกิดเหตุการณ์การทุจริตเกี่ยวกับการสอบเข้าวิทยาลัย นั่นเป็เหตุให้ทุกคนั้แ่ระดับสูงสุดลงมาต่ำสุดของระบบการศึกษาล้วนเผชิญหน้ากับการตรวจสอบทั้งหมดและตอนนั้นเองที่ปรึกษาด้านการศึกษาของเมืองสตาร์ซิตี้อย่างฮั่นฟูซึ่งเป็พ่อของฮั่นชิงหวูเองก็เกี่ยวข้องด้วยและถูกจับในท้ายที่สุด
ฮั่นชิงหวูนั้นเชื่อว่าพ่อของเธอเป็คนบริสุทธิ์แต่ในตอนนั้นเธอพึ่งจะเรียนจบได้ไม่นานและเพื่อนเก่าของพ่อก็หายเงียบกันไปหมด ส่วนทางญาติพี่น้องก็หายหัวกันไปหมดเช่นเดียวกัน
เมื่อไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรกับสถานการณ์เช่นนี้ก็ทำให้เธอต้องหาทางจัดการเื่นี้ด้วยตัวเอง
์นั้นเข้าข้างคนที่พยายามเสมอ ภายใต้การรวบรวมข้อมูลที่ยาวนานของเธอก็ทำให้เธอสามารถเข้าใจถึงความจริงทั้งหมดโดยที่ไม่ได้สนว่าจะต้องแต่งตัวยั่วยวนเพื่อเข้าใกล้คนที่มีหลักฐานโดยการปลอมตัวเป็สาวเต้นระบำ ท้ายที่สุดเธอก็ได้หลักฐานชิ้นสำคัญมาจากเขา
เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าคนๆนั้นจะระมัดระวังตัวเป็อย่างมาก แทบจะทันทีหลังจากที่เธอได้ขโมยหลักฐานออกมาก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจและรีบไล่ตามเธอออกมาทันที
หลังจากที่เธอรีบหนีจึงรีบวิ่งข้ามถนนโดยที่ไม่ได้เห็นว่ารถกำลังแล่นผ่านมาพอดี
ถึงแม้ว่าภายในชุมชนนั้นจะขับรถช้าก็ตามแต่รถคนนั้นถือเป็ข้อยกเว้น เมื่อฮั่นชิงหวูรู้ว่ารถนั้นกำลังพุ่งมาทางเธอก็ทำให้เธอใกลัวเป็อย่างมากจนได้แต่ส่งเสียงกรีดร้อง
โชคยังดีที่มีถังซิ่วะโเข้ามาช่วยเธอในวินาทีเป็ตายแต่ทว่าเขากลับถูกรถนั้นชนปลิวออกไปแทน
หลังจากนั้น ฮั่นชิงหวูก็กลัวว่าหลักฐานในมือจะถูกแย่งคืนไป เธอไม่แม้กระทั่งหันมามองที่ถังซิ่วเลยด้วยซ้ำพร้อมกับรีบกลืนหายเข้าไปในฝูงชน
หลังจากได้หลักฐานชิ้นสำคัญ พ่อของเธออย่างฮั่นฟูก็ได้รับการพิสูจน์ความบริสุทธิ์และทำให้ประธานระบบการศึกษานั้นต้องถูกจำคุกพร้อมกับการที่เขานั้นได้ขึ้นเป็ประธานแทน คู่แข่งคนอื่นๆของเขาเองก็ถูกส่งเข้าคุกเช่นกันนั่นทำให้ไม่มีใครสามารถสั่นบัลลังก์ของฮั่นฟูได้อีกเลย
หลังจากที่ฮั่นชิงหวูได้จัดการเื่ปัญหาพ่อของเธอก็ผ่านไปถึงสองเดือนแล้วถึงได้เริ่มตามหาคนที่ช่วยชีวิตของเธออย่างบ้าคลั่ง
ฮั่นชิงหวูรู้ว่าถ้าไม่ได้คนๆนั้นช่วยเอาไว้ ไม่ใช่ว่าเธอจะแค่เสียชีวิตแต่พ่อของเธอก็จะต้องถูกจำคุกไปหลายปี ครอบครัวของเธอจะต้องถูกทำลาย
คนขับรถคนนั้นกำลังอยู่ในอาการมึนเมาและนึกไปว่าคันเร่งกลายเป็เบรก ด้วยความที่เขาใจึงได้หักพวงมาลัยและทำให้เกิดอุบัติเหตุนั้นขึ้น
คนที่เป็คนช่วยเธอนั้นคือนักเรียนมัธยมศึกษาที่หนึ่งจากโรงเรียนสตาร์ซิตี้พร้อมทั้งเข้าเรียนที่โรงเรียนด้วยอันดับคะแนนเป็ที่หนึ่ง
ฮั่นชิงหวูได้อ้อนวอนพ่อของเธอให้ช่วยมอบรางวัลนักเรียนดีเด่นแห่งจังหวัดชวนฉิงพร้อมกับเหรียญกล้าหาญสำหรับการกระทำที่น่ายกย่องของเขา
ในขณะที่เธอกำลังจะดีใจกับการไปพบถังซิ่วก็ทำให้เธอได้รับข้อมูลจากหมอที่แทบจะทำให้เธอเป็ลมล้มพับไป หัวสมองของถังซิ่วนั้นได้รับการกระแทกอย่างร้ายแรงจึงให้เกิดโรคร้ายแรงที่ยากจะรักษาหลงเหลืออยู่ในร่างกาย ความฉลาดของเขาจะไม่ใช่เพียงแค่ลดลงแต่ความจำก็จะเสื่อมลงเรื่อยๆและเปลี่ยนกลายเป็ผักเน่าที่ไม่สามารถจะเดินได้ภายในไม่กี่ปี
ฮั่นชิงหวูนั้นไม่สามารถที่จะยอมรับข้อเท็จจริงนี้ได้และไม่กล้าแม้แต่กระทั่งไปพบหน้าของเขา
อย่างไรก็ตามความรู้สึกผิดในใจของเธอนั้นทำให้เธอยกเลิกสิทธิ์ในการไปทำงานต่างประเทศของเธอพร้อมกับเลือกที่จะอยู่เคียงข้างถังซิ่ว
หลังจากสังเกตการณ์อยู่หนึ่งปี ฮั่นชิงหวูก็รู้ว่าไม่ใช่เพียงความฉลาดของถังซิ่วนั้นเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ความจำเองก็เริ่มถดถอยจนหากว่าเปรียบเทียบกับก่อนหน้าก็เท่ากับจากหน้ามือเป็หลังเท้าเลยก็ว่าได้
สภาพของถังซิ่วนั้นร้ายแรงเป็อย่างมาก ฮั่นชิงหวูรู้สึกกลัวเป็อย่างมากเช่นเดียวกัน เธอไม่กล้าที่จะเข้าใกล้เขาเสียด้วยซ้ำและไม่กล้าที่จะพูดความจริงเื่อุบัติเหตุนั้นกับแม่ของเขา
ฮั่นชิงหวูไม่รู้ว่าจะตอบแทนเขาอย่างไรดีและทำได้เพียงปกป้องเขาอยู่ห่างๆ เมื่อได้ยินใครว่าร้ายเกี่ยวกับเขาก็ทำให้เธอแอบก่นด่าอยู่เงียบๆ
เื่ที่จะไล่ถังซิ่วออกนั้นทำให้เธอเกือบที่จะมีปัญหากับครูใหญ่ อาจารย์ฮูฉิวเชงเองก็ได้ถูกบันทึกไว้ในบัญชีดำของเธอแล้วเช่นเดียวกัน
“ถังซิ่ว ฉันขอโทษ ฉันนั้นมันเห็นแก่ตัว ฉันควรจะรีบขอโทษเธอตั้งนานแล้วแต่ฉันกลับกลัวว่าชื่อเสียงของฉันจะเสียหาย ฉันใช้เวลาไปตั้งนานแต่ก็ยังไม่สามารถบอกความจริงได้ จริงๆแล้วฉันก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่ลึกๆเช่นเดียวกัน”
หลังจากพูดคำพวกนี้จบ ตัวฮั่นชิงหวูเองรู้สึกผ่อนคลายลงทันที
หลังจากอุบัติเหตุเกิดขึ้นก็ทำให้เธอต้องสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายแทบทุกครั้ง
มากกว่านึกปีที่เธอต้องทนทุกข์ทรมานนี้
ฮั่นชิงหวู ด้วยความรู้สึกผิดของตัวเองทำให้เธอไม่สามารถที่จะนอนหลับได้สนิทแม้กระทั่งทำให้เธอรู้สึกเกลียดตัวเอง
“ถังซิ่ว ต่อจากนี้ฉันไม่ต้องเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ภายในใจอีกแล้ว ฉันจะปกป้องเธอในตอนนี้และต่อไป ถ้าหากเธอต้องกลายเป็ผักไป ฉันจะเป็คนรับผิดชอบชีวิตของเธอเอง”
หลังจากที่ได้พูดสาบาน เธอก็ได้จ้องมองใบหน้าของถังซิ่ว
ถังซิ่วในตอนนี้นั้นกำลังใถึงขีดสุด