อย่างที่รู้กันดี โอลิเวีย เป็ดาราสาวที่มีเม็ดเงินมหาศาลหมุนเวียนเข้ากระเป๋า ทำให้เธอสามารถส่งลูกสาวสุดที่รักเข้าโรงเรียนประถมอันมีชื่อเสียงในซานฟรานซิสโก ทว่ายิ่งมีเงินมาก ก็ยิ่งไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูกสาวได้อย่างเต็มที่
ถึงแม้จะลั่นปากบอกลาจอแก้ว แต่สำหรับคนที่คลุกคลีในวงการบันเทิงมายี่สิบกว่าปี คงหาจังหวะลาขาดได้ยาก
“เฮ้เมดดี้ เย็นนี้ฉันมีสัมภาษณ์ข่าวบันเทิงน่ะ วานไปรับลิลลี่ที เอ้อนี่ ฟันลูกฉันเพิ่งหลุดไปอีกซี่ อย่าพากันกินของหวานล่ะ แคนดี้น่ะเพลาๆ บ้างนะ”
“จ้าา คุณแม่ บ่นให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ”
อย่างวันนี้ หน้าที่มารับเด็กน้อยแสนน่ารักเลยตกไปเป็ของนางฟ้าแม่ทูนหัวไปโดยปริยาย ซึ่งเ้าตัวแสนจะดีใจที่ได้มีโอกาสนั่งเล่นกับลูกสาวของเพื่อนสนิท เลยรีบตกปากรับคำผ่านปลายสายโทรศัพท์ว่าจะดูแลยัยตัวเล็กให้เป็อย่างดี
จะติดนิดหน่อยตรงที่ ฝนดันตกลงมาไม่บันยะบันยังเนี้ยสิ
“ฮายยยเมดดี้~!” เ้าเด็กตัวจิ๋วยิ่มร่าวิ่งเข้ามากอดเมดดี้ทันทีที่ครูพี่เลี้ยงพามาส่งหน้าโรงเรียน “หนูคิดถึงคุณจังเลยค่ะ ไม่เจอกันกี่วันแล้วนะ 1 2 3 4 5 โห~ ตั้ง 3 วันแหนะ”
“คิดถึงก็ต้องรู้จักรอสิคะ วิ่งฝ่าฝนมาแบบนี้จะไม่สบายเอานะ” เมดดี้ทำเสียงบ่นอย่างไม่จริงจัง พลางเอามือปัดน้ำฝนบนเรือนผมและเสื้อกันหนาวออกให้
“โถ่ เจอหน้ากันปุ๊บบ่นปั๊บ เมดดี้อะไม่น่ารักเลย”
“เอ… พาไปกินโกโก้ร้อนโปะมาชเมลโล่ลูกใหญ่ แบบนี้พอจะน่ารักขึ้นไหมนะ?”
สองสาวเล็กใหญ่ โปรดปรานเครื่องดื่มคลายหนาวชนิดนี้เอามาก ฝนตกพัดเอาลมเย็นเฉียบมาขนาดนี้ บอกเลยว่าเมนูนี้สามารถซื้อใจได้แน่นอน
“งั้นให้คุณตานิคทำนะคะ เมดดี้อะชอบชงแบบขมปิ๊ดปี๋ หนูว่าคุณควรอยู่ห่างมันไว้”
โอ้ นั่นเป็คำพูดที่แสนเจ็บแสบ เมดดี้คิ้วกระตุกยิกๆ เมื่อโดนหนูลิลลี่ตำหนิฝีมือในการชงโกโก้ร้อนฉบับติดลบ เธอตัดบทโดยการกางร่มคันใหญ่จูงมือพาลิลลี่ฝ่าสายฝนกลับบ้าน แล้วหาเื่อื่นคุยกันไปเรื่อยเปื่อย
“วันนี้หนูเรียนวาดรูปด้วยค่ะ ทีชเชอร์บอกว่าให้วาดสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิต หนูเลยวาด มัม โอลาฟ แล้วก็เมดดี้ ทีชเชอร์ให้ตั้ง 3 ดาวแหนะ” เ้าตัวเล็กขยับปากบรรยาย รู้สึกภูมิใจกับสามดาวที่ได้สุดๆ
“โห ให้ดาวเยอะแบบนี้ต้องสวยมากแน่เลย ชักอยากเห็นแล้วสิ ขอได้ไหมคะ”
“ไว้ถึงบ้านแล้วหนูจะอวด แต่ไม่ให้หรอกนะคะ หนูจะติดไว้ดูในห้อง”
.
.
.
เสียงปิดประตูและถอดรองเท้าดังกุกกัก สองสาววุ่นวายอยู่กับการถอดโค้ชกันฝนออก เมื่อเ้ามูสรับรู้ว่ามีแขกพิเศษติดสอยห้อยตามมาด้วย ก็รีบวิ่งสับขามาออดอ้อนเป็การต้อนรับอย่างดี แต่จะดีกว่านี้ถ้าปล่อยให้มนุษย์จัดการธุระให้เสร็จกันก่อน
เมี๊ยว~
“งื้อเ้ามูสสสสสสส คิกคิก มันจั๊กจี้นะ”
ลิลลี่ เดินหลบการเลียแสนเอาใจของเ้ามูสมาอยู่ด้านหลัง ลิ้นสากๆ ของแมวเวลาโดนผิวมันรู้สึกเสียวสะดุ้งแบบพึลึกนี่เนอะ เ้ามูสมอบความไว้ใจให้แก่เด็กน้อยด้วยการด้วยการเลีย และนับเป็หนึ่งในคนสนิทสนมของตัวเองไปด้วย
“ไงจ๊ะสาวๆ กลับมากันแล้วหรอ?”
“โอ๊ะ ธีน่าาาาา มาั้แ่เมื่อไรคะ? เมดดี้ไม่เห็นบอกเลยว่าคุณจะมา อุบอิบอีกแล้วหรอ?” ลิลลี่หันขวับไปทางเมดดี้
“เซอร์ไพรส์จ๊ะ เมดดี้ไม่รู้หรอกว่าฉันจะมา แต่ว่าโกโก้กับชีสเค้กที่หนูชอบวางอยู่บนโต๊ะแล้วนะ ไปกินกันไหม?”
“ว้าวว โกโก้กับชีสเค้ก this is the best day!!!”
อาธีน่า กลายเป็หนึ่งในบรรดาพี่สาวคนโปรด เธอฉลาดมากพอที่จะรู้ว่าควรผูกมิตรกับใคร เพื่อใช้มาเป็ข้ออ้างให้ได้อยู่ร่วมกับเมดดี้นานๆ เธอมักหยิบยกเหตุผลล้านแปดมาใช้ จนเมดดี้ถึงทางตันและเหนื่อยที่จะปฏิเสธไปเอง
“มาเฉยๆ ไม่ได้เหรอ เอาฝนมาด้วยทำไมเนี้ย?”
“เปล่านะ ซุสต่างหากที่สั่งให้ฝนตก ส่วนฉันมาเพราะคิดถึงเธอเท่านั้นแหละ”
่นี้แคลิฟอร์เนียอากาศแห้งแล้งเกินไป ซุส zeus เทพเ้าผู้ปกครอง์ ้าให้ฝนตกอีกสักหน่อย เพราะจะได้ป้องกันไฟป่าที่มักเกิดขึ้นประจำปี เมื่อพรรณไม้และพื้นดินเกิดความชุ่มชื้นจะได้ยืดเวลาให้ชาวแคลิฟอร์เนียอยู่อย่างสงบสุขไปอีกหน่อย
และหวังว่าจะไม่มีมนุษย์หน้าโง่คนไหนจุดพลุฉลองการที่ได้ลูกชายจนไฟไหม้ทั้งูเาอีกเป็พอ เทพทั้งปวงอุตส่าห์ทำงานหนักเพื่อประทานความสุขให้ พวกมนุษย์อวดดีทั้งนั้นที่ชอบทำทุกอย่างพังทลาย
“แล้วจะค้างหรือเปล่า? ฉันจะได้ให้นิคเตรียมห้องให้”
“ดูก่อนแล้วกัน จิบนี่ก่อนสิ หนาวจนปากม่วงหมดแล้วนะ”
เมดดี้ รับโกโก้ร้อนขึ้นมาจิบบรรเทาความหนาวเย็น แก้วของเธอไม่ได้โปะมาชเมลโล่หนาเตอะแบบหนูน้อยลิลลี่ เธอชอบลิ้มรสความหอมเข้มข้นอย่างเต็มคำมากกว่า และดูเหมือนว่าคนชงจะเข้าใจมันอย่างดี
“อื้อ ฉันมีของมาฝากด้วยนะ ชมรมเทพสาวแห่งโอลิมปัสได้ไข่มุกมาจากพ่อค้าเร่น่ะ เฮร่าเลยนัดทุกคนมานั่งทำสร้อย นี่ๆ ฉันตั้งใจทำอันนี้มาให้ เชื่อสิสวยถูกใจแน่นอน”
อาธีน่า หยิบสร้อยข้อมือไข่มุกสีชมพูพาสเทลออกมาจากเสื้อคลุม เธอตั้งใจถักร้อยเพื่อนำมาให้คนสำคัญของใจ “คอนช์เพิร์ล” เป็หนึ่งในบรรดาไข่มุกที่หายากและมีราคาแพงที่สุดในโลก พบในเขตน่านน้ำแถบเบอร์มิวดา เฮร่า ราชินีแห่ง์ไปกวาดซื้อมาตอนที่แวะให้พรแก่บ่าวสาวคู่หนึ่ง
“ว้าววว ธีน่าคะ สวยมากเลย ไข่มุกสีชมพูหนูไม่เคยเห็นมาก่อน” ดูเหมือนว่าคนที่ตื่นเต้นที่สุดจะไม่ใช่คนที่ได้รับ เ้าตัวเล็กทิ้งช้อนชีสเค้กแล้วรีบเดินมาดูใกล้ๆ
“ลิลลี่ชอบหรอจ๊ะ ธีน่ามีมาฝากด้วยหนึ่งอัน”
“สุดยอด! ธีน่าเจ๋งสุดๆ ไปเลย เจ๋งกว่าเมดดี้ล้านเท่า คุณตานิคคะ ดูนี่สิหนูได้สร้อยข้อมือแสนน่ารักมาด้วย”
เด็กหนอเด็ก พอได้อะไรนิดอะไรหน่อยก็ดีใจเกินเหตุ ลิลลี่ดวงตาเป็ประกายวิบวับ รีบใส่สร้อยข้อมือที่ถูกเทพแห่งปัญญานำมาหลอกล่อทันที พอได้ของถูกใจเ้าเด็กอารมณ์ดีก็กลับไปนั่งจัดการชีสเค้กต่อ ส่วนข้างกายนั้นมีแมวดำนอนคลอเคลีย และมีเสียงทุ้มของนิโคลัสคอยอ่านนิทานเป็เพื่อนอีกคน
“มากไปหรือเปล่าอาธีน่า ลิลลี่ยังเด็กอยู่นะ ของมูลค่าแพงขนาดนั้น ถ้าเผลอทำหายจะทำไง”
“ไม่เป็ไรหรอกน่า แล้วเธอน่ะไม่ชอบเหรอ ฉันตั้งใจถักอันพิเศษให้เธอคนเดียวเลยนะ งืออ เมดดี้ไม่ชอบที่ธีน่าทำให้หรือคะ สีจมปูแสนน่ารักเลยน้า~” เทพีสาวกระแซะเข้าไปใกล้
“โอ้ก้อช! เธออายุตั้งเท่าไรแล้ว ยังจะมีน่ามาเลียนเสียงลิลลี่อีกนะ น่ารักตายล่ะ” เมดดี้ดันหน้าผากเทพีแห่งปัญญาให้ออกห่างจากระยะไม่ปลอดภัย
“ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าไม่น่ารักแล้วจะกลั้นยิ้มจนปีกจมูกกระพือทำไมก่อน เมดดี้นี่น้าา ปากแข็งตลอด”
อาธีน่า จัดการใส่สร้อยข้อมือให้อย่างทะนุถนอม ขนาดของสร้อยถักร้อยออกมาพอดีกับข้อมือเมดดี้เป๊ะ เป็เพราะคุ้นเคยกับสัดส่วนร่างกายของอีกฝ่ายเป็อย่างดี เทพีแห่งปัญญายกมือเรียวขึ้นมาระดับใบหน้า พร้อมจุมพิตบางเบาลงบริเวณชีพจรซึ่งเป็ตำแหน่งเดียวกันกับตัวล็อกสร้อยข้อมือ
“ว้าว! สวยเหมาะกับผิวขาวเนียนของเธอเลย ฉันนี่มันตาถึงจริงๆ ด้วย”
“ขอบคุณนะ” เมดดี้ดึงข้อมือกลับมาวางข้างตัว
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก แค่เธอยอมให้ฉันมาเจอหน้า เท่านี้ก็ไม่มีสิ่งของชิ้นไหนมาทดแทนได้แล้ว อย่าหายไปไหนอีกเลยนะ เมดูซ่า ฉันจะไม่ยอมเสียเธอไปอีกแล้ว”
“อื้อ เหนื่อยแล้ว ไม่ไปไหนแล้วล่ะ”
“น่ารักที่สุดเลย มามะ ฉันป้อนชีสเค้ก อ้าา อ้าม”
.
.
.
ั้แ่ในอดีต สายใยแห่งความสัมพันธ์ของอาธีน่ากับเมดูซ่า ถักทอเหนียวแน่นไม่ต่างจากด้ายแดงแห่งพรหมลิขิต ทั้งสองเป็ทั้งเพื่อน พี่สาว เป็บ้านแสนอบอุ่น ยามที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีปัญหา ก็มักจะอยู่เคียงข้างเป็ความสบายใจให้กันเสมอ
“เอ..สิ่งใดทำให้เทพีแห่งปัญญาทำหน้าบู้บี้เหมือนแมลงโดนเกวียนทับได้ขนาดนี้นะ”
เมดูซ่า กอดอกยืนมองอย่างหยอกล้อ คิดไว้อยู่แล้วว่าเทพีสาวต้องมาหา แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้ เพราะเพิ่งจะพบหน้ากันไปไม่เกินหนึ่งวันด้วยซ้ำ แบบนี้มันเข้าข่ายคิดถึงจนทนไม่ไหวแล้วหรือเปล่า
“เมดูซ่าก็อีกคนหรอ! ทำไมมีแต่คนว่าเรา หึ! บน์ก็ไม่มีใครสนใจ” อาธีน่า เมินหนี ใบหน้างองุ้มเพิ่มความไม่พอใจเข้าไปอีก อุตส่าห์หนีจากโอลิมปัสลงมาหาที่พึ่งทางใจแท้ๆ ดันมาเจอล้อเสียได้
“ก็แล้วใครมันทำให้เ้าขุ่นเคืองเช่นนี้ล่ะ ถ้าไม่บอกข้าจะเอาดอกไม้ไปแจกให้หนุ่มๆ ในตลาดนะ”
เมดูซ่า วางตะกร้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใสลงข้างๆ เผื่อว่าอาธีน่าเห็นความงามแล้วจะลดความฉุนเฉียวลง ยอมหันมาพูดกันดีๆ แต่ดันได้สายตาแหลมคมสะบัดหน้ามาจ้องอย่างเอาเื่แทน
“ดูพูดเข้า ไม่เอาหรอก ห้ามเอาไปให้ใครเชียวนะ!”
“จ้าจ้า ดอกไม้ทั้งหมดนี้ ข้าบรรจงตัดมาให้เทพีแห่งปัญญาเพียงผู้เดียว ไม่คิดแจกจ่ายให้ใคร คราวนี้ยิ้มให้กันได้หรือยังจ๊ะ”
เมดูซ่า เอื้อมมือไปบีบแก้มสองข้างของเทพีสาว อาธีน่า ยิ้มกว้างจนตาหยี เธอมีความสุขที่สุดเวลาที่หญิงงามตรงหน้ายกความสำคัญทั้งหมดให้เธอเพียงผู้เดียว เทพีแห่งปัญญาเกลียดการแบ่งปันความดีความชอบ ก็ในเมื่อเธอเก่งเธอดีที่สุดในจักรวาล แล้วทำไมจะต้องเชยชมคนอื่นให้เสียเวลาด้วยล่ะ
ใช่ ที่เธอหนีลงมาจากโอลิมปัสด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ก็เพราะว่า “ซุส เทพเ้าแห่งสายฟ้า” ซึ่งมีศักดิ์เป็พ่อ นั้นได้ป้อนคำหวานชมราชินีเฮร่าไม่หยุดหย่อน เอาแต่ตามง้องอน ไม่คิดสนใจธิดาสาวผู้เป็ดั่งสมองคอยวางแผนการศึกให้ชนะทุกครั้งเลยสักนิด
ซุส ไม่เคยเอ่ยชม ดีแต่ใช้ลูกที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเป็เพียงเครื่องมือรบเท่านั้น
“กอดกันหน่อยได้ไหม? พลังใจไม่เหลือแล้ว”
“ว้าว! เทพีแห่งปัญญามาขอสามัญชนกอดเลยเนี้ยนะ”
“เลิกหยอกสักทีได้ไหมเนี้ย! เล่นอยู่ได้นะเมดูซ่า”
“ฮ่าฮ่าๆ” อาธีน่ายามหน้างองุ้มคิ้วขมวดน่าเอ็นดูเป็ที่สุด จะไม่ให้คนขี้แกล้งอย่างเมดูซ่าหยอกเย้าได้อย่างไร “แล้วถ้ามากกว่ากอดล่ะ?” ขนบนกายเทพีสาวพร้อมใจลุกพลัน ยามที่ริมฝีปากสีพีชจงใจกระซิบข้างหูด้วยโทนเสียงนุ่ม
“โอ๊ย! โอ๊ย! ข้าขอโทษอาธีน่า ข้าล้อเล่น”
“ใครสั่งใครสอนให้เล่นแบบนี้! เ้าก็รู้นี่ว่าเราถือครองพรหมจรรย์ จะต้องเป็เทพีแสนบริสุทธิ์ให้ผู้คนในเมืองบูชา”
เทพีสาวระดมทุบตีไปยังหัวไหล่มนอย่างไม่ยั้งมือ เมดูซ่านั้นร้ายกาจขึ้นทุกวัน ชอบทำให้ภายในปั่นป่วนและรู้สึกวาบหวิว ความสาวเติบโตสะพรั่งตามวัย หญิงโตยิ่งสวยไม่เกินจริง และไม่ใช่ไม่อยากัั แต่ชะตาขีดไว้แล้วว่าไม่ได้ พรหมจรรย์ของอาธีน่า สำคัญมากไม่ต่างจากสติปัญญาที่หลักแหลม
เทพีแห่งปัญญาเปรียบเสมือนไฟแห่งความหวัง ที่คอยจุดประกายให้ผู้หญิงกล้าแสดงความรู้ความสามารถออกมา โดยที่ไม่ยอมตกอยู่ภายใต้กฎที่เพศชายตั้งขึ้น “สตรีมิใช่เครื่องบันเทิงอารมณ์ของบุรุษเพศ” อาธีน่าสะกิดให้ผู้หญิงบนโลกมองเห็นคุณค่าในตัวเอง
เอ๋ แต่เมดูซ่าเป็หญิงงามนี่นา แม้แต่นางฟ้านาง์ก็สวยไม่ได้เท่านี้ หากจะยอมลงเอยอย่างลึกซึ้ง คงไม่ทำให้ความบริสุทธิ์แปดเปื้อนหรอก… เราออกจะชอบ… โอ๊ย ไม่รู้แล้ว เผลอคิดเื่นี้ทีไรเป็ต้องแก้มแดงทุกที
เดี๋ยวเมดูซ่าก็ได้ทีหยิบยกมาหยอกล้ออีก ถ้าหากจะปฏิเสธว่าไม่มีใจให้กัน นั่นคงเป็การพูดปดคำโต เทพีสาวและมนุษย์แสนสวย ก้าวข้ามเส้นกั้นระหว่างกันไปไกล และมันยากมากที่ต้องคอยหลบซ่อนไม่ให้ถูกชาวบ้านจับได้
“หันไปสวดมนต์เลยนะ มองหน้ากันอยู่ได้!”
ด้วยความที่ชอบหยอกเย้ากันเป็ประจำ เลยต้องคอยปรับสายตาไม่ให้มีความลึกซึ้งยามอยู่ต่อหน้าชาวเมืองที่สัญจรไปมา ทำให้มักถูกนำไปนินทาว่าสองคนนี้ไม่ถูกกัน บ้างก็ว่าอาธีน่าริษยาความสวยของเมดูซ่า
แต่หารู้ไม่ว่า อาธีน่า นั้นห่างไกลจากคำว่าอิจฉาริษยาลิบลับ พออยู่กันสองต่อสองทีไร เทพีแห่งปัญญาก็เก็บอาการคลั่งเมดูซ่าคนสวยไม่อยู่ทุกที
“ผมเ้าหอมยิ่งกว่าดอกไม้ที่ตัดมาให้ข้าเสียอีก”
“เช่นนั้นก็นอนดมผมข้าทั้งคืนเลยดีไหม?”
นอนสูดกลิ่นหอมจากมนุษย์ผู้มีโฉมงามข้างๆ เป็ความคิดที่ไม่เลว อาธีน่า ยินดีที่จะนอนเบียดเนื้อแนบเนื้อบนที่นอนคับแคบ ดีกว่าต้องนอนคนเดียวบนที่นอนนุ่มใน์ ชีวิตหรูหราแสนสบายที่ไม่มีเมดูซ่า ช่างเป็ชีวิตที่ไร้สีสันสดใส
ความสัมพันธ์อันแช่มชื่นราวกับดอกไม้ในสวนที่ได้รับความอบอุ่นจากดวงอาทิตย์ อาธีน่ากับเมดูซ่า เคยรักใคร่กลมเกลียวกันปานนั้นเลยแหละ
แต่หลังจากที่เกิดโศกนาฏกรรมในคืนนั้นเข้า เมดูซ่าเลือกที่จะวิ่งหนี เธอแบกความเ็ปเผชิญหน้าผู้คนในเอเธนส์ไม่ไหวอีกต่อไป
กายหยาบสกปรก หัวใจถูกย่ำยีจนป่นปี้ ความรัก ความไว้วางใจพลังทลายภายในคืนเดียว เมดูซ่าหอบความผิดหวังหนีไปยังทวีปต่างๆ อยู่อย่างทุกข์ทรมาน จมอยู่กับคำสาปและความอัปลักษณ์ ไม่ว่าจะเดินเหินไปที่ใดผู้คนต่างก็ขับไสไล่ส่ง
อาธีน่า ระลึกถึงความผิดพลาดได้ในภายหลัง เทพีแห่งปัญญาพยายามพลิกแผ่นดินและแผ่นฟ้าตามหาผู้ที่เป็ดั่งเพชรล้ำค่าในชีวิต เพื่อขอโอกาสแก้ไขความผิดพลาดทั้งหมด
“ได้โปรด ให้ข้าได้แก้ไขสิ่งที่ทำพลาดไป”
เมดูซ่า ทดสอบหนีทุกรูปแบบ คำตอบคือต่อให้หนีไปไกลกว่าครึ่งโลกหรือแม้แต่ในชั้นอวกาศ อาธีน่าก็สามารถตามเธอเจออยู่ดี เพราะอย่างนั้นการเผชิญหน้าจึงเป็ทางออกที่ง่ายที่สุด ไม่ต้องเปลืองแรงหนี และก็ไม่ต้องผิดหวังในตัวเองที่ไม่ว่าจะออกแรงหนีอย่างไรก็ไม่พ้นเสียที
อืม …
ตอนนี้ก็คงเป็เหมือนการให้อภัยที่ไม่ให้อภัยละมั้ง เรียกว่าปล่อยให้เทพีแห่งปัญญาทำอะไรตามใจชอบก็น่าจะเข้าท่ามากกว่า
“สรุปจะนอนนี่ใช่ไหม เดี๋ยวไปจัดที่นอนอีกห้องให้นะ”
“เรานอนด้วยกันไม่ได้เหรอ จะได้ไม่ต้องลำบากไง”
“ไม่เป็ไร ทำให้เพื่อนแค่นี้ไม่ลำบากหรอก”
เทพีสาวยกยิ้มปกปิดความผิดหวัง ถึงแม้ว่าเมดูซ่าจะยอมให้เข้าใกล้ แต่ยังคงมีเส้นกั้นขีดชัดเจนระหว่างความสัมพันธ์อยู่ดี เธอกระตุกมือเรียวให้นั่งลงบนที่นอน เอี้ยวตัวไปหยิบหวีไม้จันทน์หอมมาจัดการสางผมเ้าของห้อง เฉกเช่นที่เคยดูแลเอาใจก่อนนอนทุกคืน
“ถ้าอย่างนั้นก่อนแยกกัน ขอสางผมให้เมดูซ่าก่อนนะ”
“อื้ม” เมดดี้พยักหน้าตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
แม้จะเป็เช่นนี้ อาธีน่า ก็รู้สึกขอบคุณราชินีเฮร่าจริงๆ ที่ยอมประทานพรแห่งการเกิดใหม่ให้กับคนตรงหน้า ปีศาจหัวงูได้ชีวิตเดิมกลับคืนมา ถึงแม้จะไม่ครบทุกองค์ประกอบ แต่เท่านี้ก็ถือว่าคุ้มแล้วกับการที่ยอมคุกเข่าให้ราชินีแห่ง์ปั่นหัวใช้งาน อย่างน้อยเธอก็ได้โอกาสชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไปโดยปราศจากการยั้งคิด
สิ่งเดียวที่เฝ้ารอ คือวันที่เมดูซ่าเปิดใจให้โอกาสเธอได้พิสูจน์ว่าหลังจากนี้จะไม่มีวันทำร้ายให้ชอกช้ำ จะคอยปกป้องดูแลอย่างดี ตลอดศตวรรษที่คอยแวะเวียนมาหา เทพีสาวก็หวังเพียงเท่านี้
#เมดูซ่าไม่ผิด
สาปให้เป็ปีศาจตั้งหลายปี แล้วจะให้โกรธง่ายๆได้ไง