“สวัสดี วนาลี” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งทัก
“เธอ คือ ศิรินทิพย์นี่….” ลีใเมื่อมองเห็นแฟนเก่าของเทพ
หญิงวัย 25 ปีที่เพิ่งจะออกโรงพยาบาลได้ไม่นาน ตอนนี้เธอดูผ่ายผอมไปมาก แต่มีเค้าโครงสวยเหมือนเดิม เธอมองไปที่หน้าแฟนใหม่ของเทพ ในใจก็นึกอิจฉาที่เทพยอมหยุดอยู่ที่ผู้หญิงคนนี้คนเดียวเท่านั้น ศิรินทิพย์ยิ้มให้และกล่าวว่า “ยังจำกันได้นี่”
“คุณ้าอะไรอีก เทพก็ตายไปแล้ว หรือจะเอาผิดฉันอีกคน” ลีกล่าวอย่างไม่พอใจ
“มองฉันแบบนี้ ไม่เชื่อว่าเทพเป็ผู้บงการทำร้ายฉันล่ะสิ” ทิพย์เดาออก
“ใช่ ฉันไม่เชื่อ ในเมื่อคุณกับเทพก็เลิกกันไปนานแล้ว เทพจะทำร้ายคุณอีกทำไม” ลียังเชื่อมั่นในตัวแฟน
“แล้วเทพเคยบอกเธอมั้ยว่า ฉันท้องกับเขา” ทิพย์ยิ้มเยาะ
“ห๊า ว่าไงนะ” ลีใเพราะเธอไม่เคยรู้มาก่อน
“คงไม่สินะ” ทิพย์เดาออกจากสีหน้า
“ไม่จริง แล้วไหนล่ะ ลูกของเธอ ถ้านับั้แ่ที่เธอคบกับเทพ ป่านนี้เด็กคงมีอายุได้ 5 ขวบแล้วสิ” ลีมองไปรอบกายหญิงตรงหน้า ก็ไม่มีเด็กคนไหนอยู่เลย
“จริงสินะ ลูกฉันคงเป็เด็กชายวัย 5 ขวบไปแล้ว ถ้าเทพไม่คิดฆ่าลูกตัวเอง” ทิพย์พูดเสียงแข็ง
“หมายความว่ายังไง ฉันงงไปหมดแล้ว” ลีไม่เชื่อหูว่าเทพตั้งใจจะฆ่าเด็ก
“งั้นฉันจะเล่าให้ฟัง คงต้องเริ่มที่ตัวเธอตอนอยู่ม. 5 ซึ่งตอนนั้นเธอได้จ้างให้เทพซึ่งเป็นักศึกษาปี 2 ให้มาสอนภาษาอังกฤษให้เธอถึงบ้าน ทั้งๆ ที่เธอก็รู้ว่าเทพมีแฟนอยู่แล้ว เธอก็ยังทำทุกวิถีทางเพื่อจับเทพ” ทิพย์พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเพราะหญิงตรงหน้าแย่งแฟนของเธอ
“ไม่จริง ตอนนั้นเทพบอกว่าเขาได้เลิกกับผู้หญิงทุกคนแล้ว รวมถึงตัวเธอด้วยต่างหาก ฉันถึงยอมตกลงคบกับเทพ” ลีแย้ง
“ก็ได้ เริ่มจากตรงนั้นก็แล้วกัน เริ่มตอนที่เทพมาบอกเลิกกับฉัน ฉันก็เลยขอมีอะไรกับเทพเป็ครั้งสุดท้าย ในคืนนั้นฉันแอบเจาะถุงยางของเทพ เพื่อที่จะปล่อยให้ตัวเองตั้งครรภ์กับเขา จะได้ทำให้เขากลับมาคบกับฉัน และมันก็สำเร็จ ฉันได้ตั้งครรภ์จริงๆ ฉันรอให้ตัวเองท้องได้ 5 เดือนถึงบอกเทพ” ทิพย์เล่า
“ถ้าเป็เช่นนั้นจริง ทำไมเขาถึงไม่เคยบอกเลิกกับฉันล่ะ” ลีสงสัย
“นั่นสินะ ในคืนที่ฉันไปพบเขาทั้งๆ ที่สวมชุดคลุมท้อง แทนที่เขาจะดีใจและรับผิดชอบลูกในท้องฉัน แต่ผิดคาด เขาอ้างว่าเด็กไม่ใช่ลูกของเขาอย่างแน่นอน ฉันก็เลยบอกว่าจะพิสูจน์ดีเอ็นเอเมื่อคลอดลูกแล้ว ถ้าถึงตอนนั้นจริง เทพจะต้องรับผิดชอบแต่งงานกับฉัน แต่ที่ไหนได้ เขากลับบอกว่าตามใจ แล้วเดินจากไปอย่างไม่ใยดี สักพักเขาก็หันกลับมาบอกว่า เขารักเธอมาก จะไม่ยอมเลิกกับเธอเด็ดขาด และบอกให้ฉันอย่ายุ่งกับเขาอีก” ทิพย์รู้สึกแค้นใจเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น
“โธ่ เทพ” ลีพึมพำเบาๆ
“คงดีใจสินะ ที่เทพรักเธอเพียงคนเดียว และนั่นก็ยิ่งทำให้เทพกลัวที่จะสูญเสียเธอไป เพราะฉันบอกกับเขาว่า จะไปบอกเื่ราวทุกอย่างกับเธอ เพื่อที่จะทำให้เธอเป็ฝ่ายเลิกกับเขาเอง” ทิพย์เล่าต่อ
“แล้วทำไมเธอถึงไม่บอกฉันล่ะ” ลีสงสัย
“ไม่มีโอกาสได้บอกต่างหาก เพราะเทพได้จ้างชายฉกรรจ์คนหนึ่งให้มาทำร้ายฉัน โดยทำเพียงเพื่อทำให้ฉันตกเืแท้งลูก ในตอนนั้นฉันกำลังเดินข้ามสะพานลอย ชายคนนั้นสวมอีโม่งถือมีดสั้นหมายจะเข้ามาแทงท้องฉัน แต่เป็เพราะฉันรักลูกมาก ก็เลยทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะปกป้องลูก โดยรีบจับข้อมือคนร้ายเพื่อยั้งไว้ และรอชายคนนั้นเผลอ ฉันก็เลยถอดหมวกมันออก ฉันเห็นหน้ามันชัดมาก มันกลัวความผิด ก็เลยเปลี่ยนแผน คราวนี้มันวางมีดลงแล้วลากตัวฉันให้ไปที่บันไดของสะพานลอย มันผลักฉันตกบันไดอย่างโเี้ ทำให้ฉันกลิ้งตกบันไดและตกเื ไม่เพียงเท่านั้น หัวฉันยังกระแทกกับขั้นบันไดขั้นสุดท้าย ทำให้ศีรษะกระแทกพื้นจนเกิดเืคั่งในสมอง โชคดีที่มีพลเมืองดีรีบแจ้งสายด่วนให้มาพาฉันส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ส่วนคนร้ายคนนั้นรีบวิ่งหนีไป ทุกคนมองไม่เห็นคนร้ายเลยเข้าใจว่าฉันหน้ามืดตกบันไดลงมาเอง” ทิพย์เล่ายืดยาว
“ฉะ ฉันเสียใจด้วย ที่เธอต้องเสียลูกไป” ลีมองเห็นทิพย์มีน้ำตาคลอและเล่าด้วยความะเืใจ จึงทำให้เธอนึกเห็นใจหญิงตรงหน้า
“หากลูกยังอยู่ เด็กชายคนนั้นคงวิ่งมากอดฉัน ฉันไม่น่าบอกเทพเลย ไม่เช่นนั้นฉันคงได้เป็แม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกคอยเป็กำลังใจ” ทิพย์นึกเสียดายและอยากเปลี่ยนแปลงอดีต
“เธอคงไม่ทำอะไรฉันเพื่อแก้แค้นหรอกนะ” ลีจับท้องตัวเองด้วยความระแวง
“ฉันรู้ดี ว่าแม่ที่เสียลูกไปมันรู้สึกยังไง ฉันคงไม่ให้เธอต้องทุกข์ทรมานเหมือนฉันหรอก ดูแลลูกของเทพให้ดีก็แล้วกัน ฉันขอตัวก่อน” ทิพย์ปาดน้ำตาแล้วหันหลังเดินจากไป
วนาลีจ้องมองแฟนเก่าของเทพอย่างไม่วางตา จนกระทั่งเธอเห็นเด็กชายวัย 5 ขวบค่อยๆ ปรากฏตัว เขาวิ่งไปจูงมือศิรินทิพย์แล้วค่อยๆ หันหน้ามาหาเธอ
วนาลีกำลังจะกรี๊ด แต่เอามือปิดปากตัวเองทัน เธอคิดในใจว่า “ที่แท้ิญญาเด็กที่เกาะขาเทพในร้านขายข้าวมันไก่นั่นก็คือ ลูกชายของเทพเอง แสดงว่าเทพเป็ผู้บงการฆ่าลูกชายตัวเอง เพียงเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเลิกคบกับฉัน”
หญิงสาวเดินอย่างคนหมดแรง กลับไปขึ้นรถ ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านแถววัดเกือบสิบคน พวกเขาจ้องมองเธออย่างไม่วางตา
วนาลีสงสัยมากก็จริง แต่ก็ไม่กล้าถามอะไร จนกระทั่งรถของเธอขับออกไปจากวัดแล้ว
ยายคนหนึ่งที่เดินอยู่แถววัดกับตา กระซิบคุยกับตาว่า “สงสัยว่าศพที่เผาวันนี้จะเป็แฟนผู้หญิงรถคันสีขาวนั่น”
“รู้ได้ยังไงล่ะยาย” ตาเกาหัว
“ตาเองก็เห็น ควันจากเมรุเผาศพ แทนที่จะลอยขึ้นฟ้า แต่กลับลอยมาทางรถของผู้หญิงคนนั้น และทุกคนก็เห็นกับตาว่า ควันนั้นรอหญิงสาวเปิดประตู ถึงเข้าไปในรถ หญิงคนนั้นมัวแต่มองชาวบ้าน เลยไม่สังเกตเห็นน่ะสิ” ยายอธิบาย
“คงจะใช่นั่นแหละ ศพวันนี้คงตายอย่างมีห่วงสินะ” ตาส่ายหน้าเพราะสงสาร
คนเรานั้นอาจหนีความผิดหรือหนีกฎหมายได้ … แต่ ไม่มีใครหนีกฎแห่งกรรมได้
จบบริบูรณ์