ไม่ใช่แค่พวกลัทธิมารเปลี่ยนฟ้าเท่านั้นที่กำลังสั่นเทาด้วยความกลัวแม้แต่พวกฮ่องเต้หรือกับพวกเสี่ยวซุนเองก็ยังเหงื่อตกร่างกายแข็งค้างในที่นี่มีเพียงเสวี่ยฟางเท่านั้นที่ยืนกอดอกอย่างสบายๆ และก็หัวเราะเบาๆเมื่อเห็นเว่ยเมิ่งหันมาทางนางแล้วยักคิ้วเหมือนบอกว่า‘ข้าเท่สุดๆไปเลยใช่มั้ยละ?’ นางยิ้มชูนิ้วโป้ง ‘ใช้ได้ๆ เปิดตัวเท่สุดๆไปเลย’
สองพี่น้องคุยเล่นยิ้มแย้มจากระยะไกลโดยที่ไม่ได้สงสารคนรอบข้างที่ยืนตัวสั่นภายใต้การจ้องมองของสองพญางูเกล็ดขาวเลยนิด
‘อาาา คุณชายบ่าวว่าหากนานกว่านี่ บ่าวจะฉี่ราดเอาแล้วนะขอรับ’ เสี่ยวซุนยืนตัวสั่นดิกๆ อยากขยับตัวอยากแต่ก็กลัวสายตาและบรรยากาศที่สองพญางูปล่อยออกมา
“เว่ยเมิ่ง!เ้าตั้งชื่อสองตัวนี่หรือยัง?”เสวี่ยฟางะโถามน้องชาย
“ยังไม่ได้ตั้งชื่อเลย!ท่านมาตั้งสิพี่สาว!” เว่ยเมิ่งะโกลับ
“................”
ก็ได้ทำตามใจพวกเ้าไปเถอะพวกข้าจะยืนรอพวกเ้าอยู่ตรงนี้แหละ ไม่ใช่ไม่อยากหยุดพวกเ้าหรอกนะ แต่แค่ข้าพวกข้าไม่กล้าขยับตัวเฉยๆไม่ต้องห่วงพวกข้าหรอกนะ ทำตามที่พวกเ้าอยากทำเลย....
“งั้นเอาเป็เ้าขาวหนึ่งกับเ้าขาวสองเป็ไง!?”
“หรือว่าๆเอาเป็บีหนึ่งกับบีสองเป็ไงดูอินเตอร์ดีนะ!?”
“พี่สาวๆ!พวกมันบอกว่าพวกมันตัวเมียด้วยละ!”
“...................”
บักซบ!พวกข้าแค่ประชดพวกเ้าเท่านั้น! ไม่ต้องทำจริงก็ได้!
เหมือนรับรู้ถึงเสียงนินทา เสวี่ยฟางกับเว่ยเมิ่งรีบแก้ตัว
“อะแฮ่มพวกเ้าจะโทษข้าไม่ได้นะ! ข้าไม่ได้เจอน้องชายมาตั้งหลายชั่วโมงเชียว!” เสวี่ยฟาง
“ใช่ๆ”เว่ยเมิ่ง
“อีกอย่าง!พวกเ้าไม่สงสารสัตว์ตัวเล็กๆสองตัวนี่บ้างงั้นรึ! น้องชายข้าพบเจอาเ็เจียนตาย เลยรับพวกมาดูแล! ยังไม่แม้แต่จะตั้งชื่อให้พวกมันด้วยซ้ำพะ พวกเ้ามันใจร้าย ไอ้พวกไม่มีเมตตาต่อสัตว์โลกที่อ่อนแอ!”เสวี่ยฟางคำราม นางหลั่งน้ำตาให้งูเล็กๆสองตัวที่อ่อนแอ
“ใช่ๆพวกเ้าร้าย!”เว่ยเมิ่งใช่มือกุมหน้าอกเหมือนเ็ปแทนงูทั้งสองตัว
“...................”น่าแปลกสายตาทุกคนหันไปมองสลับสองพี่น้องด้วยสีหน้าว่างเปล่า แม้แต่สองพญางูก็กลอกตาไปมา
“แค่กๆเว่ยเมิ่งเ้ารับ่ต่อเลยแล้วกัน” เสวี่ยฟาง
“.................”
“ข้ารอท่านอยู่นานแล้วนะคนโง่เขลา” เว่ยเมิ่งที่กลับมาทำสีหน้าปกติพูดประโยคเดิมซ้ำสอง ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“................”
ข้าอยากเห็นหน้าตาพ่อแม่พวกเ้าจัง...............
“เอาละเลิกเล่นได้แล้ว”เว่ยเมิ่งกดน้ำเสียงลง
ทันใดนั้นบรรยากาศทุกอย่างพลันหนักอึ้งอีกครั้งสัญชาตญาณดิบในตัวพวกมันคล้ายพยายามฉีกกระชากทั้งร่างกายและิญญาต่อให้ยอมตายก็ขอแค่หนีพ้นจากสายตาของสองจักรพรรดิ
“ว่าแต่ข้าจะทำอย่างไรกับพวกเ้าดีละ?”
“ไอ้พวกชุดดำนั้นฆ่าๆไปเลยก็ได้เว่ยเมิ่งเหลือๆไว้แค่เ้าตัวเลเธอร์เฟซนั้นกับเ้าพวกสถานศึกษาสองคนนั้นก็ได้”เสวี่ยฟางะโบอก
“ค้าบบ~” เว่ยเมิ่งหันโบกมือให้กับพญางูอีกตัว
พญางูที่เว่ยเมิ่งโบกมือให้พยักหน้ามันจ้องไปยังเหล่าคนของลัทธิมารเปลี่ยนฟ้า ดวงตาสีแดงเรืองรองด้วยอำนาจทันใดนั้นหนึ่งในคนนับร้อยที่ยืนกระจัดกระจายไปทั่วก็รู้สึกผิดปกติ มันรู้สึกเหมือนอากาศรอบๆศีรษะกำลังบีบอัดมาที่หัวทันใดนั้นหัวของมันก็ะเิออก เืสีแดงสดพุ่งกระจายเหมือนน้ำพุร่างไร้หัวล้มลงไปนอนกับพื้นอย่างง่ายดาย
เสียงะเิดังขึ้นต่อไปหนึ่งศีรษะะเิอีก บ้างครั้งก็สองศีรษะ เสียงะเิดังต่อไปเรื่อยๆไม่มีหยุดจากร้อยคน
กลายเป็เก้าสิบคน
เจ็ดสิบคน
ห้าสิบคน
ยี่สิบคน
คนของลัทธิมารเปลี่ยนฟ้าที่เหลือตอนนี้หยุดสั่นแล้วทว่าบนใบหน้าของพวกมันหลั่งน้ำตาลงมา
สิบคน
พวกมันทุกคนสังหารผู้อื่นมามากมายนัก บ้างคนต่อต้าน บ้างคนขัดขืน บางคนยอมจำนนบางคนหลั่งน้ำตาร้องขอชีวิตออกมา.....ตอนนี้พวกมันเข้าใจความรู้สึกพวกนั้นแล้ว
ศูนย์คน
“หมดแล้วละมั่ง?” เว่ยเมิ่งกวาดมองซากศพที่กระจัดกระจายไปทั่วสายตาของเขาหยุดที่เงามรณะผู้สวมหน้ากากหนังมนุษย์และก็ซูเหยียน
“ว่าแต่พวกท่านเป็ใครนะ?”
“คะคุณชาย ขะ ขอรับ!” เสี่ยวซุนพยายามพูด
“หืม?เสี่ยวซุนไม่ใช่เหรอนะ! ว่าแต่เ้ามาทำไมอ่ะ?” เว่ยเมิ่งเอียงคอสงสัย
“ชะ...ช่วยเก็บ....งะ..งู.....ไปก่อน”เสียวซุนพยายามสุดชีวิต
“เอ๋?ก็ได้ๆ” ถึงจะเมื่อยขาหน่อยแต่เห็นเสี่ยวซุนทำหน้าน่าสงสารแบบนี้เขาก็เห็นใจจริงๆ...
เว่ยเมิ่งะโลงจากหัวงูพร้อมกับที่งูทั้งสองต่างย่อตัวกลายมาเป็สร้อยขอมืออีกครั้งเว่ยเมิ่งเดินมาทักทายสหายในหมู่บ้านน้ำตก์
“พี่เยว์เอ๋อร์พี่ใหญ่เฉียน พี่รองหลาง”
“พี่สาว~”
เว่ยเมิ่งหันไปมองพวกฮ่องเต้
“ฝ่าาท่านแม่ทัพ และก็คุณชายทั้งสอง”ชายหนุ่มทักทายทุกคนและแน่นอนทุกคนนอกจากเสวี่ยฟางต่างพร้อมใจโบกมือบอกให้ไปที่อื่นไป.......
“ว่าแต่ท่านให้ข้าพเ้าไว้ชีวิตพวกนั้นทำไมหรือ?”เว่ยเมิ่งชี้ไปทางซือเชา เงามรณะ ซูเหยียน
“เ้าเลเธอร์เฟซนั้นพี่สาวเหลือไว้รีดข้อมูลส่วนพวกสถานศึกษาสองคนนั้นเห็นว่าพวกมันทรยศกันเองนี่ พี่สาวใจดีก็เลยไว้ชีวิตให้มันทั้งสองเคลียร์ปัญหาหัวใจกันละ~”
“ท่านแค่อยากดูดราม่ามากกว่าละมั่งพี่สาว-”ไม่ทันจบคำพูดของเว่ยเมิ่งดี เสียงกรีดร้องของซูเยียนก็ดังขึ้นปรากฏว่าระหว่างที่พวกเขาคุยกัน ซือเชาลอบใช้ลมปราณฟ้าดินต่อยทะลุร่างของซูเหยียนเป็รูที่หน้าอก
“นี่สำหรับคนของข้า”ซือเชามองอย่างเหยียดหยาม ก่อนหันไปเผชิญหน้ากับเว่ยเมิ่งราชครูแคว้นชิงมองไปที่ฮ่องเต้อย่างสมเพช
“หากไม่มีพวกมันเ้าก็ตายไปนานแล้วหลงเทียน”
“เ้าลองคิดดูสิหากวันหนึ่งพวกมันคิดอยากได้แคว้นชิงขึ้นมาเ้ากับพวกราชวงศ์จะทำอะไรได้?” เสียงของซือเชาคล้ายสมเพชฮ่องเต้ที่ไร้อำนาจ
“แต่ข้าพเ้าก็ยังมีชีวิตอยู่มาถึงตอนนี้ท่านอาจารย์”ฮ่องเต้ตอบกลับ
“...............”
“และหากพวกเขา้าแคว้นชิงจริงๆข้าคงเต็มใจยกให้เลยละ เพราะจากที่ดูแล้วพวกเขาคงปกป้องมันได้ดีกว่าข้าแน่ๆ”
ฮ่องเต้และราชครูสบตากันผู้เป็อดีตลูกศิษย์และอดีตอาจารย์ต่างรู้ใจกัน ราชครูซือเชาผู้ยิ่งใหญ่แห่งชิงหัวเราะเบาๆ
“ใช่....พวกเขาปกป้องมันได้ดีกว่าข้าแน่ๆ”เสียงของมันค่อยๆแ่เบาลง ร่างของมันยืนนิ่งไม่ขยับราชครูซือเชาได้จากไปทั้งๆที่ยืนอยู่
“ดูเหมือนหมัดเมื่อครู่นอกจากจะส่งออกไปสังหารแล้วแล้วยังนำไปใช้ทำลายชีพจรตนเองด้วยนะ”เว่ยเมิ่งออกความเห็นเบาๆ
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังสนใจกับการจากไปของซือเชานั้นเองเงามรณะทียืนเงียบมานานพลันขยับตัวอย่างรวดเร็ว สองฝ่ามือใช้ออกด้วยพลังสูงสุดกระแทกไปทางร่างของพวกฮ่องเต้นี่ไม่ใช้มันหมายชีวิตฮ่องเต้แต่มันทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไม่รอดูผลงานมันรีบหันหลังกลับพุ่งตัวหนีอย่างไม่คิดชีวิต
ทว่าไม่ทันที่จะได้ก้าวไปไหนกลับปรากฏสายพลังรุนแรงกระแทกร่างของมันจนกระเด็นเสียหลักเสียก่อน
“อ๊าก!”
เป็เว่ยเมิ่งที่ไปอยู่ตรงทิศทางที่พลังพุ่งมาชายหนุ่มใช้ฝ่ามือรับพลังของเงามรณะเหมือนรับลูกบอล ก่อนขว้างไปหาเงามรณะคืน
“แฮ่กแฮ่ก” ร่างของเงามรณะาเ็อย่างหนัก
“จริงสิสหายเลเธอร์เฟซข้าพเ้ามีเื่สงสัยบางอย่างจะถามท่านน่ะข้าพเ้าเคยเห็นหยกคล้ายๆที่เอวของท่านมาก่อน ท่านพอจะบอกได้หรือเปล่าว่ามันมีความหมายอย่างไร?”
“พ พวกเราจะกลับมาอีกครั้ง! เพื่อเจตจำนงของท่านเ้าลัทธิ!เพื่อชำระล้างแผ่นดินนี้ที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย! ท่านเ้าลัทธิท่านต้องทำได้! ท่านต้องทำได้! ฮาๆๆๆ” เงามรณะดวงตาแดงก่ำ ใช้ฝ่ามือกระแทกหน้าผากจนะเิออกร่างที่ไร้ชีวิตล้มลงไป
“.................”
“เอาเถอะขัดขวางคนกำลังจะฆ่าตัวตายคงไม่ดีนัก”
เว่ยเมิ่งหันไปมองทางทิศตะวันออกดวงจันทร์ค่อยๆลดลงมาแทนที่ด้วยดวงตะวันที่กำลังจะขึ้นสู่ขอบฟ้า ค่ำคืนโลหิตได้ผ่านพ้นไปแล้ว