บทที่ 6 กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงคนนั้น
เป็ไปได้ยังไง? ทำไมกระดุมข้อมือของฟู่ซือเหยียนถึงมาอยู่ในกระเป๋าของเธอ?
ฟู่ซือเหยียนรวยขนาดนั้น แค่กระดุมเม็ดเดียวหายไป เขาคงไม่สนใจหรอก
หลีเกอคิดแบบนั้น ก็เก็บกระดุมข้อมือใส่กระเป๋ากลับไป ก่อนจะเดินเข้าไปในบริษัท
แต่ดันโชคร้าย เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นก็พบว่าฟู่อวิ๋นจือกำลังเดินมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งคู่กำลังคุยกันอย่างสนิทสนม
หลีเกอเห็นผู้หญิงคนนั้นก็รู้ว่านั่นคือผู้หญิงที่นอนกอดกับฟู่อวิ๋นจือเมื่อคืนนั่นเอง
เมื่อฟู่อวิ๋นจือเห็นหลีเกอ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที ตามความเข้าใจของเขา หลีเกอควรจะไปทำงานที่มิวนิกไม่ใช่เหรอ? เธอกลับมาั้แ่เมื่อไหร่? หรือว่าเธอไม่ได้ไปเลย?
ในจังหวะนั้นผู้หญิงที่อยู่ข้างฟู่อวิ๋นจือก็เข้ามาพูดอะไรบางอย่างกับเขา จนฟู่อวิ๋นจือหันมาสนใจเธออีกครั้ง หลังจากสบตากัน ผู้หญิงคนนั้นก็หันกลับไปขึ้นลิฟต์
ที่คอของเธอมีรอยจูบจาง ๆ และเมื่อเดินผ่านหลีเกอ เธอก็ยักคิ้วให้อย่างเยาะเย้ย
หลีเกอทำหน้าไม่พอใจ
ดูเหมือนพวกเขาจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันมานานแล้ว
ฟู่อวิ๋นจือมองหลีเกอที่เดินมา แต่ไม่ได้พูดอะไรจนกระทั่งเธอกับเขาเดินไปขึ้นลิฟต์อีกตัวหนึ่ง
เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง ฟู่อวิ๋นจือก็ไม่ต้องระมัดระวังอะไรอีก เขาจึงเริ่มแก้ตัวว่า “ผู้หญิงคนนั้นคือหัวหน้าของผมเอง เธอถามผมเกี่ยวกับงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วน่ะ เอ่อ...คุณไม่ได้บอกว่าจะไปทำงานที่มิวนิกหรอกเหรอครับ?”
หลีเกอกำสายกระเป๋าแน่น เธอรู้สึกอึดอัดและความรู้สึกอื่น ๆ ปะปนอยู่ในใจเต็มไปหมด
เนื่องจากเหตุการณ์ในสมัยที่เธอยังเรียนที่มหาวิทยาลัย ทำให้เธอมีปมเื่การมีเพศสัมพันธ์ และหลังจากที่แต่งงานกับฟู่อวิ๋นจือ เธอกับเขาต่างก็พยายามหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ ทั้งคู่จึงไม่เคยมีชีวิตคู่มาก่อน
ฟู่อวิ๋นจือก็เป็ผู้ชายที่มีความรู้สึกเหมือนผู้ชายคนอื่น ๆ เขาคงอดทนไม่ได้นานขนาดนั้น
เมื่อนึกถึงเื่เหล่านี้ ความรู้สึกสะใจที่เธอได้แก้แค้นฟู่อวิ๋นจือเมื่อคืนก็ค่อย ๆ จางหายไปจากในใจของหลีเกอ
หลีเกอเม้มริมฝีปากก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า “เมื่อคืนเป็วันครบรอบแต่งงานหนึ่งปีของพวกเรา ฉันเลื่อนนัดทั้งหมดเพื่อจะได้ฉลองกับคุณ แต่พอรู้ว่าคุณกำลังทำงานล่วงเวลาก็เลยไม่ได้ไปหาที่บริษัท”
สีหน้าของฟู่อวิ๋นจือเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นมาคลำกล่องเล็ก ๆ ในกระเป๋าเสื้อ แต่ไม่นานสีหน้าของเขาก็กลับมาเป็ปกติ
“ผมขอโทษนะ ผมดันลืมวันสำคัญของเราไปได้ แต่…” ฟู่อวิ๋นจือหยิบกล่องออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เมื่อเปิดออกมามีแหวนเพชรวงหนึ่งอยู่ในนั้น “ผมก็ได้เตรียมของขวัญไว้ให้คุณแล้วเหมือนกันนะครับ”
หลีเกอมองดูแหวนนั้น รูปแบบของแหวนคล้ายกับต่างหูที่หัวหน้าของเขาสวมอยู่มาก
คงจะเป็ของขวัญที่เตรียมจะให้กับผู้หญิงคนนั้นแน่ ๆ
ในตอนนั้น หลีเกอก็รู้สึกผิดหวังจึงชักมือกลับ
ฟู่อวิ๋นจือที่กำลังจะสวมแหวนให้เธอก็ไม่เข้าใจ “มีอะไรหรือเปล่าครับ คุณไม่ชอบแหวนวงนี้เหรอ?”
“ชอบสิคะ แต่ตอนนี้อยู่ที่ทำงาน ถ้ามีคนเห็นเข้าคงจะไม่ดี” หลีเกอพูดและรับแหวนมาจากมือของเขา
ฟู่อวิ๋นจือไม่ได้สงสัยในคำพูดของหลีเกอ เขาวางมือบนบ่าของหลีเกอ “คืนนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะ ผมจะชดเชยให้คุณเอง”
กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงคนนั้นยังติดตัวเขามา เป็กลิ่นน้ำหอมที่หลีเกอรู้สึกเวียนหัวและกำลังจะผลักเขาออกไป
ติ๊ง! ประตูลิฟต์เปิดออก ข้างนอกมีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งยืนอยู่
เพื่อนร่วมงานคนนั้นกำลังจะเข้ามา แต่เห็นฟู่อวิ๋นจือและหลีเกอดูสนิทสนมกันอย่างนั้นจึงหยุดค้างไปชั่วขณะ มองดูพวกเขาด้วยความสงสัย
“คุณหลี ระวังหน่อยนะครับ” ฟู่อวิ๋นจือตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขารีบยกมือออกจากไหล่ของหลีเกอ แล้วอธิบายกับเพื่อนร่วมงานคนนั้นว่าหลีเกอสวมรองเท้าส้นสูงแล้วทรงตัวไม่ค่อยอยู่ เขาจึงทำตัวเป็สุภาพบุรุษและช่วยประคองเธอเท่านั้น
ตอนนี้หลีเกอยิ่งอธิบายความรู้สึกในใจไม่ถูก
ในล็อบบี้เขาสามารถพูดคุยกับหัวหน้าของเขาอย่างสนิทสนมได้อย่างเปิดเผย แต่เธอที่เป็ภรรยาของเขากลับไม่สามารถแสดงตัวได้ ช่างตลกสิ้นดี!
“อื้ม ขอบคุณผู้จัดการฟู่มากค่ะ” หลีเกอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย หลังจากขอบคุณแล้ว เธอก็เดินออกจากลิฟต์ทันที
เธอได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวเขา มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้!
หลีเกอรีบเคลียร์งานที่มีให้เสร็จอย่างรวดเร็ว ใน่บ่ายเธอก็ได้ให้ทนายความร่างสัญญาหย่าแล้ว
ฟู่อวิ๋นจือนอกใจเธอก่อน และเธอก็ได้แก้แค้นเขาแล้ว ตอนนี้เธอเกลียดเขามากและรู้ว่ายังไงเธอกับเขาก็กลับไปเป็เหมือนเดิมได้อีก
ถ้าเธอเป็ฝ่ายขอหย่าก่อน อย่างน้อยเธอก็จะไม่ดูน่าสมเพชมากเกินไป
แต่หลีเกอยังไม่ได้เอาเอกสารการหย่ากลับไปบ้าน เพราะมีธุระด่วนที่นิวยอร์ก คืนนั้นเธอจึงรีบไปที่สนามบินทั้งที่ยังเก็บของไม่เสร็จ