รถยนต์คันหรูของวิทยาแล่นผ่านประตูรั้วเข้ามาในบริเวณบ้านหลังขนาดกลางที่เป็เรือนหอของเขาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาชายหนุ่มจอดรถเทียบหน้าบันไดทางขึ้นแล้วก้าวลงไปยืนเพื่อมองหาคนที่เขากำลังมารับ
เมื่อเห็นว่าเธอยังไม่มาเขาจึงคิดจะเข้าไปนั่งรอข้างในบ้านแต่ยังไม่ทันขยับตัวรถสปอร์ตสีบลอนด์คันสวยก็วิ่งผ่านประตูรั้วเข้ามาด้วยความเร็วสูงและพุ่งตรงมาที่ท้ายรถของเขาอย่างแม่นยำหัวใจดวงแกร่งกระตุกวาบเมื่อคิดว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันกำลังจะเกิดขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเบรกที่ดังสนั่นหวั่นไหวจนร่างสูงชาดิกนิ่งงันไปชั่วขณะสาวใช้ทั้งสองที่อยู่ภายในบ้านต่างพากันลนลานวิ่งออกมาดูด้วยความตื่นตะลึง
“ว๊าย! ตายแล้ว คุณหมอ คุณหนูอร มีใครเป็อะไรหรือเปล่าคะ” ชื่นร้องถามพลางยกมือขึ้นทาบอกด้วยความใ เมื่อเห็นรถของนายสาวจอดสนิทแทบจะชิดกับท้ายรถของชายหนุ่มเ้าของบ้าน
“คุณหนูาเ็ตรงไหนหรือเปล่าคะ” คนเป็พี่เลี้ยงรีบวิ่งเข้าไปที่รถของหญิงสาวแล้วเปิดประตูฝั่งข้างๆคนขับเพื่อดูความปลอดภัยของเธอก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อคนที่กำลังเป็ห่วงส่งยิ้มหวานมาให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คุณหมอเป็อะไรหรือเปล่าคะ” ชื่นปิดประตูลงอย่างเบามือแล้วหันไปถามหมอหนุ่มที่ยังยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ข้างๆรถของเขา
“ผมไม่เป็ไร แค่ในิดหน่อยน่ะพี่ชื่นเข้าไปเอาของฝากมาไว้ในรถให้ผมเลยก็แล้วกันเดี๋ยวผมขอจัดการคุณหนูของพี่ชื่นก่อน” วิทยาสะดุ้งตื่นจากภวังค์แล้วหันไปออกคำสั่งกับสาวใช้พร้อมกับเอ่ยคาดโทษเ้าของรถที่จอดสนิทติดท้ายรถของเขาจนน่าใจหายนั้นด้วย
ชายหนุ่มย่างสามขุมเข้าไปเอื้อมมือกระชากประตูฝั่งที่หญิงสาวนั่งอยู่ให้เปิดออกพร้อมกับส่งเสียงตวาดลั่นด้วยความโกรธจัด
“ไง...!? ยัยตัวแสบ จะมีเื่ให้ได้ใช่ไหม”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” อรณิชาทำท่าเมินเฉยก่อนจะก้าวลงจากรถที่ชายหนุ่มอารมณ์ร้อนมาเปิดประตูให้เธอด้วยตัวเอง
“แล้วถ้าคุณเบรกไม่ทันล่ะ” หมอหนุ่มะโใส่หญิงสาวด้วยเสียงจริงจังหวังจะสั่งสอนและเตือนสติในการขับรถของเธอ‘หากมันพลาดแล้วเธอเบรกไม่ทันขึ้นมาจะเป็ยังไงรถเขาน่ะไม่เท่าไรหรอก แต่ร่างบอบบางของเธอจะทนกับแรงกระแทกได้แค่ไหนกัน’ วิทยานึกต่อว่าหญิงสาวอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง
“ฉันเบรกทันหรอกน่า... ทำเป็คนแก่ตื่นตูมไปได้” หญิงสาวบอกปัดหางเสียงติดจะรำคาญนิดๆ เหมือนไม่สะทกสะท้านกับเื่ที่เกิดขึ้น
“แสดงว่าคุณตั้งใจใช่ไหม?” ดวงตาคมเข้มตวัดมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างดุดัน
“เปล๊า... ฉันรีบไปหน่อยน่ะ กลัวคุณจะรอนาน” อรณิชาขึ้นเสียงสูงเป็การยียวนชายหนุ่มให้ยิ่งโมโหมากขึ้น‘เชอะ อยากบังคับให้เธอไปด้วยดีนัก เอาให้ใตายไปเลย สมน้ำหน้า’
“ฮึย!...” วิทยาพุ่งตัวเข้าไปหมายจะกระชากร่างบางของเธอมาเขย่าให้หายแค้นใจแต่ก็ต้องชะงักเพราะสาวใช้ที่เขาสั่งให้เข้าไปเอาของฝากมาใส่รถกำลังเดินออกมาพอดี
“รีบไม่ใช่หรือไง งั้นก็เร็วๆ เข้าสิ ยืนเป็หมีกินผึ้งอยู่ได้” อรณิชาว่าพลางรีบวิ่งไปที่รถของเขาแล้วเปิดประตูฝั่งข้างๆคนขับก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่ด้วยความรวดเร็ว
“คุณหนู... ไม่เล่นแบบนี้อีกแล้วนะคะพี่ชื่นใแทบแย่ ดูสิเกิดเบรกไม่ทันขึ้นมา เฮ้อ... พี่ชื่นล่ะ ไม่อยากจะคิดเลย” ชื่นวางกระเช้าผลไม้ที่เป็ของฝากจากบ้านเรือนไทยลงที่เบาะข้างหลังแล้วหันมาต่อว่าเ้านายสาวด้วยความเป็ห่วง
“น่า... อรขอโทษค่ะ เห็นไหมอรไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย” คนก่อเื่ยังคงยิ้มระรื่นจนได้รับสายตาดุๆกลับมาพร้อมกับประตูรถที่ถูกปิดลงเบาๆ ด้วยมือของพี่เลี้ยงสาว
วิทยาเดินมาขึ้นรถฝั่งของตัวเองด้วยอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นไม่จางหาย ยิ่งเหลือบตาไปมองหญิงสาวข้างกายด้วยแล้วอารมณ์โกรธก็ยิ่งทวีความพลุ่งพล่านขึ้นมาเป็เท่าตัว‘ฝากไว้ก่อนเถอะยัยตัวแสบ ฉันเอาคืนเธอแน่’ หมอหนุ่มคาดโทษหญิงสาวในใจพร้อมกับคิดหาวิธีที่จะเอาคืนเธอให้สาสมกับความเจ็บแสบครั้งนี้ให้ได้
ระหว่างที่รถกำลังเคลื่อนตัวออกไปวิทยาเงยหน้าขึ้นมองกระจกแล้วผุดรอยยิ้มเ้าเล่ห์ขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นรถของเธอในกระจกมองหลัง‘ฮึฮึ คราวนี้แหละ เธอเสร็จฉันแน่ อรณิชา’ ชายหนุ่มเก็บความคิดนั้นไว้แล้วหันไปสนใจกับถนนเบื้องหน้าด้วยอารมณ์ที่เริ่มเย็นลงจนเป็ปกติ
“นี่คุณ! ทำไมรถคุณมันถึงสกปรกแบบนี้เนี่ย” เสียงของหญิงสาวที่นั่งเงียบมาตลอดทางเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิดพร้อมกับก้มลงมองเศษขยะที่เธอเหยียบไว้โดยไม่ตั้งใจเมื่อกี้เธอรีบก้าวขึ้นมานั่งเลยไม่ทันสังเกตให้ดีก่อน
“ก็แค่เศษกระดาษทิชชู่” เ้าของรถหันไปมองที่พักเท้าของหญิงสาวเล็กน้อยแล้วทำเป็ไม่สนใจก็เพราะมัวแต่ทะเลาะกับเธอนั่นแหละเขาถึงลืมเก็บลงไปทิ้ง
“แล้วมันสกปรกไหมล่ะ” อรณิชาแหวใส่เสียงเขียว
“ไม่ใช่ของสกปรกนักหนาหรอกน่า... อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะป่านนี้คงแห้งแล้วมั้ง คุณก็หยิบๆ ไปทิ้งข้างหลังก่อนสิถ้าไม่อยากจะนั่งเหยียบมันไว้แบบนั้น” วิทยาบอกพลางนึกถึงที่มาที่ไปของเศษกระดาษทิชชู่พวกนั้นซึ่งเขาก็รู้ดีว่ามันคือโยเกิร์ตที่พยาบาลสาวทำหกเปรอะเปื้อนโดยไม่ตั้งใจเมื่อกี้นี้
เมื่อได้ยินชายหนุ่มเ้าของรถบอกอรณิชาจึงคิดว่าอุบัติเหตุนิดหน่อยที่ว่านั้นคงเป็กาแฟหรือน้ำที่ชายหนุ่มถือขึ้นมาดื่มแล้วอาจจะหกเลอะเทอะเขาเลยใช้กระดาษทิชชู่เช็ดดังนั้น หญิงสาวจึงไม่ได้คิดอะไรมากก่อนจะยื่นมือลงไปแล้วใช้สองนิ้วคีบหยิบขยะเพื่อนำไปทิ้งไว้ข้างหลังอย่างที่เขาบอกเพราะเธอก็ไม่อยากเหยียบมันไว้แบบนี้
ทันทีที่นิ้วเรียวัักับเศษกระดาษทิชชู่ที่ยังมีความชื้นอยู่บ้างแต่ก็ไม่ถึงกับยุ่ยจนหยิบไม่ติดหญิงสาวรู้สึกว่าสิ่งที่หยิบขึ้นมาด้วยนั้นไม่ได้มีเพียงแค่กระดาษทิชชู่เธอจึงยกขึ้นดูและเมื่อเห็นชัดๆ ว่ามันคืออะไรมือบางก็ดีดสะบัดสิ่งนั้นไปที่ชายหนุ่มทันที
“กรี๊ดดดดดด!...”
เสียงกรีดร้องพร้อมกับเศษขยะและซองอลูมิเนียมฟอยด์ขนาดกะทัดรัดหล่นตุ๊บลงมาที่ตักของชายหนุ่มจนเขาใรีบหักรถจอดเข้าข้างทางแทบไม่ทัน
“เห้ย! เป็บ้าอะไรของคุณเนี่ย อยากตายหรือไง” วิทยาหันมาตะคอกใส่หญิงสาวทันทีที่จอดรถเรียบร้อยแล้ว
“ก็แล้วอะไรของคุณล่ะ ยี๋! สกปรก ทุเรศ ลามก...” หญิงสาวด่าทอชายหนุ่มพลางเหยียดนิ้วกางออกแสดงอาการขยะแขยงเมื่อคิดว่าเศษกระดาษทิชชู่ที่เธอหยิบขึ้นมาเป็สิ่งสกปรกที่เกี่ยวข้องกับซองฟอยด์เล็กๆที่ติดขึ้นมาด้วย
หมอหนุ่มก้มมองเศษขยะที่ตกอยู่บนตักของตัวเองแล้วต้องเบิกตากว้างด้วยความใแต่ยังคงรักษาท่าทีและมีสติอยู่ครบมือหนาจึงรีบคว้าซองถุงยางอนามัยขึ้นมาแล้วยัดลงไปในกระเป๋าเสื้อด้วยอาการฮึดฮัดกระฟัดกระเฟียดจนคนข้างๆ ต้องหันไปมองอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก
แวบหนึ่งในความรู้สึกเขานึกข้องใจว่าพยาบาลสาวที่นั่งตรงนั้นก่อนหน้านี้ไม่พบเห็นบ้างหรือไงถ้าจะให้คิดว่ามันเป็ของเธอก็เป็เื่ที่ยากจะเข้าใจเพราะของแบบนี้ยังไงก็ต้องเป็ของผู้ชายและโดยเฉพาะกับเพื่อนรักของเขาที่ทั้งเ้าชู้และขึ้นชื่อเื่ผู้หญิงมันทำให้เขาไม่สามารถคิดเป็อื่นไปได้เลยนอกจากของสิ่งนี้จะต้องเป็ของก้องเกียรติอย่างแน่นอน
“ระยำ!” ชายหนุ่มสบถออกมาพร้อมทั้งกระแทกแขนข้างขวาไปกับประตูรถเพื่อระบายความกรุ่นโกรธก่อนจะหักพวงมาลัยรถแล้วขับออกไปจากตรงนี้เพื่อให้ถึงที่หมายโดยเร็วที่สุดเขาจะได้ให้คนงานที่บ้านคุณแม่ช่วยกันล้างเช็ดทำความสะอาดให้หมดจด ‘ไอ้เพื่อนเวรมันทำแบบนั้นบนรถของเขาจริงๆ หรือเนี่ย ฮึ่ย! อยากจะฆ่ามันนัก’วิทยาก่นด่าเพื่อนรักที่ยืมรถเขาไปเมื่อตอนเที่ยงพร้อมกับคำพูดที่ชวนให้คิดลึกซึ่งเขาก็ไม่คิดว่าฝ่ายนั้นจะทำอย่างที่พูดจริงๆ จนได้มาเจอหลักฐานนี่แหละเขาถึงโกรธจัดขนาดนี้
อรณิชามองหน้าหมอหนุ่มอย่างนึกรังเกียจ เธอมั่นใจว่าได้ยินเขาสบถคำหยาบออกมาแถมยังมีอาการกระฟัดกระเฟียดเหมือนคนกำลังโมโหอีกด้วยแสดงว่าเขาต้องไม่พอใจที่ถูกเธอจับได้ว่าเขาทำเื่น่าบัดสีแบบนั้นในรถแน่ๆภายในใจส่วนหนึ่งเธอไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเธอรู้สึกผิดหวังในตัวเขาและไม่คิดว่าเขาจะเป็ผู้ชายมักมากแบบนี้
“เป็อะไร” ชายหนุ่มหันมาถามเมื่อเห็นหญิงสาวข้างกายทำท่าเหมือนรังเกียจเขาเสียนักหนา
“กะ กระดาษทิชชู่นั่น...” อรณิชาอึกอักพลางชี้มือไปที่เศษกระดาษทิชชู่ซึ่งยังอยู่บนตักของเขาด้วยสีหน้าพะอืดพะอม
“คุณไม่รู้จริงๆ เหรอว่ามันคืออะไร ดมดูหรือยัง” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดติดจะรำคาญนิดๆ
“ว๊าย! ตาหมอบ้าลามกจะให้ฉันดมของสกปรกแบบนั้นได้ยังไงห๊า” หญิงสาวสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิดนาน
หมอหนุ่มส่ายหน้าอย่างนึกระอาในความไม่ประสีประสาของเธอเพราะถ้าเธอลองดมก็จะรู้ว่ามันเป็กลิ่นนมชัดๆ
“มันคือนมเปรี้ยว! โยเกริ์ตน่ะคุณ รู้จักไหม” วิทยากระแทกเสียงพร้อมทั้งหยิบเศษกระดาษทิชชู่นั้นขึ้นมาแล้วยื่นให้หญิงสาวดู
“เอ่อ... อือ... ก็รู้! แต่ฉันไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะกินโยเกริ์ต” อรณิชาตะกุกตะกักบอกอย่างไม่เต็มเสียงนักพร้อมทั้งขยับตัวเบียดร่างบางแนบไปกับประตูรถเหมือนไม่ไว้ใจ
“ไม่ใช่ผมหรอก... พยาบาลผู้ช่วยน่ะเมื่อเย็นเธอขอติดรถไปลงที่ซูเปอร์มาร์เก็ตพอดีเธอถือถ้วยโยเกิร์ตขึ้นมาด้วยแล้วก็ทำมันหกโดยไม่ได้ตั้งใจ” เ้าของรถพูดบอกเหมือนเป็เื่ปกติจากนั้นก็โยนขยะในมือทิ้งไปข้างหลังอย่างไม่ใส่ใจ
“ชิ! ใครจะเชื่อว่าแค่นั่งรถมาเฉยๆ” คนฟังเบ้ปากบ่นงึมงำออกมาเบาๆแต่ชายหนุ่มข้างกายก็ได้ยินชัดเจน
“ไม่เข้าใจอะไรเดี๋ยวไว้ไปคุยกันที่บ้าน ตอนนี้ทำหน้าที่ลูกที่ดีก่อน”วิทยาหันมาบอกหญิงสาวขณะเลี้ยวรถผ่านประตูอัลลอยเข้ามาในบริเวณบ้านหลังใหญ่ที่แสนอบอุ่นของเขา
“ปะ... ลงไปกันได้แล้ว ทุกคนกำลังรอเราอยู่” ชายหนุ่มย้ำอีกครั้งเมื่อเขาจอดรถสนิทแล้วแต่หญิงสาวที่พามาด้วยยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมขยับตัวลงไปสักที
อรณิชานั่งมองมือตัวเองเงียบๆ เหมือนกำลังรวบรวมกำลังใจนี่เป็ครั้งแรกที่เธอจะได้พบปะพูดคุยกับคุณนายกมลวรรณในฐานะแม่สามีไม่ใช่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของโรงพยาบาลที่พ่อของเธอเป็ผู้อำนวยการอยู่ดังนั้น เธอจึงรู้สึกตื่นเต้นและขาดความมั่นใจไปชั่วขณะ
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆจนสุดจากนั้นก็เปิดประตูรถเตรียมจะก้าวเท้าลงไปแต่ยังไม่ทันจะแตะถึงพื้นเสียงของชายหนุ่มเ้าของรถก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาอีก
“อ่อ... แล้วผมขอเตือนไว้ก่อนเลยนะอย่าเอาเื่เมื่อกี้นี้ไปทำให้คุณแม่ท่านไม่สบายใจเป็อันขาด ไม่งั้นผมฆ่าคุณแน่อรณิชา” พูดจบเขาก็เปิดประตูแล้วก้าวลงไปทันทีชายหนุ่มเดินลิ่วออกไปทางบ้านพักคนงานเพื่อสั่งให้มาเอารถของเขาไปล้างทำความสะอาด
อรณิชาสะบัดหน้าพรืดแล้วลงมายืนที่หน้าบันไดหินอ่อนอย่างนึกโมโหนับเป็ครั้งที่สองแล้วที่เขาขู่จะฆ่าเธอ ครั้งแรกก็ที่โรงแรมในคืนวันแต่งงานนี่เขาจะขู่เธอไปถึงไหนกัน ‘คำก็จะฆ่าสองคำก็จะฆ่า ชิ!ฉันไม่กลัวนายหรอก อีตาหมอลามก’ หญิงสาวต่อว่าชายหนุ่มในใจพร้อมทั้งหันไปแลบลิ้นให้เขาเป็การล้อเลียนซึ่งแน่นอนว่าหมอหนุ่มไม่มีวันได้เห็นกิริยาอันน่าหยิกของเธอเพราะเขากำลังเดินมุ่งหน้าไปทางหลังบ้าน
“อ้าว หนูอร” คุณนายกมลวรรณเอ่ยทักเมื่อเห็นลูกสะใภ้ยืนเก้ๆกังๆ ทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงบันได
“สวัสดีค่ะคุณป้า... เอ้ย... คุณแม่” อรณิชาหันมายกมือไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อมอดไม่ได้ที่จะเรียกท่านในแบบที่ถนัด ก่อนจะรีบแก้คำให้เหมาะสมเมื่อเจอกับสายตาดุๆของท่าน
“สวัสดีลูก อย่างนี้ต้องมาหาแม่บ่อยๆ แล้ว จะได้เรียกแม่ให้ชิน” คำพูดหยอกเย้าเล็กๆ น้อยๆ ของแม่สามีทำให้คนเป็ลูกสะใภ้ลดอาการเกร็งและคลายความกังวลลงไปได้มากทีเดียว
“ค่ะ” อรณิชารับคำเบาๆพลางส่งยิ้มหวานให้ท่านอย่างเปิดเผย
“แล้วพี่วิทล่ะลูก” คุณนายกมลวรรณถามเมื่อยังไม่เห็นแม้แต่เงาของบุตรชาย
“สวัสดีครับคุณแม่” วิทยายกมือไหว้มารดาขณะเดินแกมวิ่งเข้ามาใกล้ๆโดยที่อรณิชายังไม่ทันจะพูดอะไร
“อ้าววิท ไปตามคนงานมาทำไมกันลูก” คนเป็แม่เอ่ยถามเมื่อเห็นคนงานสองสามคนรวมถึงคนขับรถของนางที่เดินตามบุตรชายออกมาด้วย
“ให้มาช่วยกันยกผลไม้เข้าไปในบ้านน่ะครับคุณแม่ แล้วก็ล้างรถให้ผมด้วย”ชายหนุ่มตอบมารดาแล้วเดินเข้าไปแตะที่แขนของคนตัวเล็กให้ขึ้นบันไดมาด้วยกัน
“คุณแม่ท่านฝากผลไม้กับขนมมาให้ค่ะ” อรณิชาบอกแม่สามีด้วยน้ำเสียงหวานไพเราะเมื่อก้าวเท้ามายืนตรงหน้าคุณนายกมลวรรณแล้ว
“จ้ะ... ขอบใจนะลูก แล้วก็ฝากขอบคุณคุณแม่ของหนูด้วย” คุณนายกมลวรรณยิ้มตอบด้วยความชอบใจ ‘คนนี้แหละใช่เลยนางเลือกลูกสะใภ้ไม่ผิดจริงๆ สวยหวานน่ารัก’
“งั้นเราเข้าบ้านกันดีกว่า ทุกคนรออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว” ว่าจบประมุขใหญ่ก็เดินนำสองหนุ่มสาวเข้าไปในบ้านแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องอาหารทันที
ท่าทางอ่อนหวานจนผิดปกติของหญิงสาวข้างกายทำให้วิทยาต้องหันไปมองด้วยความแปลกใจว่าใช่ยัยตัวแสบจอมดื้อรั้นของเขาหรือเปล่าและทันทีที่เขาสบตาเธอ รอยยิ้มหวานก็หุบฉับเปลี่ยนเป็บึ้งตึงในทันทีพร้อมกับแลบลิ้นออกมานิดๆแล้วหยีตาให้เขาข้างนึงจนน่าหยิกนั่นแหละเขาจึงมั่นใจได้ว่าเธอคือยัยตัวแสบของเขาจริงๆ ‘ฮึย!ทำท่าได้น่าฟาดมาก’ หมอหนุ่มเข่นเขี้ยวในใจพลางนึกอยากจะจับหญิงสาวมาฟาดก้นเสียให้เข็ดโทษฐานที่ยียวนกวนประสาทเขาดีนัก
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารของครอบครัวใหญ่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นคุณนายกมลวรรณมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ
ทั้งลูกชายลูกสาวลูกเขยลูกสะใภ้และหลานสาวตัวน้อยกำลังนั่งรับประทานอาหารค่ำด้วยกันอย่างมีความสุขแม้จะเป็การพูดคุยกันครั้งแรกแต่ทุกคนก็ดูสนิทสนมกลมเกลียวกันได้รวดเร็วจนนางอดปลื้มใจไม่ได้
เมื่อรับประทานอาหารค่ำเรียบร้อยแล้วทั้งหมดจึงมารวมตัวกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่นเพื่อพักผ่อนและพูดคุยกันอย่างครื้นเครงโดยส่วนใหญ่เสียงหัวเราะจะมีสาเหตุมาจากหนูน้อยทิชาที่กำลังหัดพูดและเริ่มพูดตามได้สองสามคำสั้นๆซึ่งก็เรียกรอยยิ้มและความรักความเอ็นดูจากคุณป้ามือใหม่ที่เริ่มหลงใหลหลานสาวจนแทบไม่อยากขยับไปไหนเลย
“ท่าทางคุณอรจะรักเด็กนะคะ อย่างนี้ต้องรีบมีน้องแล้วค่ะทิชาจะได้มีเพื่อนเล่น” พิชามลแซวพี่สะใภ้ยิ้มๆทำให้ทุกคนในห้องต่างหันมามองเธอเป็ตาเดียวเพื่อรอฟังคำตอบ
“เอ่อ... อรยังไม่ได้คิดเื่นี้เลยค่ะ คือ... อะไรๆ ยังไม่พร้อมน่ะค่ะ”อรณิชาอึกอักเล็กน้อยแล้วตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มบางๆแม้ในใจอยากจะบอกเหลือเกินว่า ‘ไม่เคยคิดอยากจะมีลูกกับเขาเลยด้วยซ้ำ’ก่อนจะเหลือบตาไปมองชายหนุ่มที่เป็สามีในนามก็เห็นเขาทำเมินไม่สนใจกับคำพูดของเธอสักนิดซึ่งนั่นทำให้เธอรู้สึกน้อยใจขึ้นมาอย่างประหลาด
“เดี๋ยวผมขอตัวออกไปโทรศัพท์สักครู่นะครับ” จู่ๆวิทยาก็ลุกขึ้นเอ่ยขอตัวแล้วเดินออกไปเงียบๆ ท่ามกลางความงุนงงของทุกคนไม่ใช่ว่าเขาจะไม่สนใจกับคำตอบของเธอแต่เพราะถ้าเขายังนั่งอยู่ตรงนี้รับรองได้เลยว่าทินกรน้องเขยของเขาคงไม่ปล่อยให้เขานั่งปั้นหน้านิ่งๆแบบนี้ได้หรอก ฝ่ายนั้นต้องหาเื่มาหยอดให้เขาได้อายอีกเป็แน่ที่สำคัญเขาจำเป็ต้องโทรศัพท์ไปจัดการเื่บางอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่เขากับยัยตัวแสบจะกลับถึงบ้านด้วย
“อ้าว... พี่วิทเป็อะไรเนี่ย” พิชามลพูดขึ้นมาลอยๆรู้สึกมึนงงเล็กน้อยกับท่าทีของพี่ชายที่จู่ๆ ก็ขอตัวลุกออกไป
“สงสัยคงอาย ก็น้องมลเล่นถามอะไรแบบนั้นน่ะ” ทินกรตอบภรรยาด้วยรอยยิ้มอย่างคนรู้ทัน
“เห้ย... คนที่ควรจะอายน่ะ คุณอรไม่ใช่เหรอ” คำพูดกลั้วหัวเราะของน้องสามีทำให้อรณิชาหันมายิ้มเจือนๆด้วยไม่รู้จะวางตัวอย่างไรใช่ว่าเธอไม่อายเมื่อไรกันแต่เพราะไม่อยากเสียมารยาทมากกว่าจึงยังนั่งยิ้มอยู่ตรงนี้
“แม่ว่าพี่วิทเขากลัวตากรจะแซวจนเสียหลักมากกว่าน่ะสิถึงได้รีบเผ่นออกไปน่ะ” สิ้นคำพูดของคุณนายกมลวรรณทั้งหมดก็หัวเราะออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันเพราะต่างก็รู้ดีว่าฝ่ายน้องเขยอารมณ์ดีคนนี้แซวพี่เมียจนอายม้วนมาแล้วเมื่อวาน
“อ๋อ จริงด้วยค่ะ พี่กรน่ะ ชอบไปแซวพี่วิทจนอายไม่อยากจะคุยด้วยแล้วเห็นไหม”พิชามลว่าพลางส่งค้อนให้สามีเล็กน้อยเมื่อหันไปเห็นพี่สะใภ้ที่ยังทำหน้างงๆ อยู่เธอจึงอาสาเล่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้ฟังและก็ได้รับรอยยิ้มขบขันกลับมาเพราะเื่ที่ทำให้หมอหนุ่มต้องอับอายนั้นต้นเหตุมันเกิดมาจากเธอล้วนๆ นั่นเอง
“นิดๆ หน่อยๆ น่า... เนอะคุณอร” ทินกรแก้ตัวยิ้มๆหลังจากที่อีกฝ่ายได้ฟังเื่ราวของสามีตัวเองแล้ว
“ค่ะ” อรณิชารับคำพร้อมทั้งส่งยิ้มให้กับทุกคนด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกแม้จะอยู่ด้วยกันแบบครอบครัวใหญ่แต่ทุกคนกลับให้ความเป็กันเองเหมือนพี่น้องแท้ๆจนเธอไม่รู้สึกเกร็ง แถมยังอุ่นใจเหมือนกับเป็บ้านของตัวเองอีกด้วย
หญิงสาวอดจะนึกชื่นชมชายหนุ่มตรงหน้าที่มีศักดิ์เป็เขยของบ้านนี้ไม่ได้เพราะเขาช่างคุยเก่งอารมณ์ดีอัธยาศัยก็ดีและยังดูอบอุ่นอีกด้วยใครได้อยู่ใกล้รับรองว่าได้ยิ้มไม่หุบเป็แน่ไม่เหมือนชายหนุ่มที่เธอแต่งงานด้วยเพราะเขาทั้งเ็า ลามก ปากจัดขี้หงุดหงิดเอาแต่ใจ และก็ชอบขู่เธอด้วย
“ฮัดเช้ย!...” วิทยาเดินกลับเข้ามาในบ้านจู่ๆก็จามออกมาฟืดใหญ่
“เป็อะไรตาวิท ออกไปโทรศัพท์แค่นี้ถึงกับเป็หวัดเลยเหรอลูก” คุณนายกมลวรรณร้องทักบุตรชายอย่างไม่จริงจังนัก
“เปล่าครับ สงสัยมีคนกำลังแอบด่าผมอยู่” หมอหนุ่มตอบทีเล่นทีจริงพลางหันไปมองยัยตัวแสบที่ชอบด่าเขาอยู่ในใจเป็ประจำแล้วก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นเมื่อเห็นเธอสะบัดหน้าพรืดใส่เขาเหมือนไม่พอใจที่เขารู้ทัน
“ฮื้อ... ลูกก็พูดไป” คนเป็แม่บอกปัดยิ้มๆแต่ฝ่ายลูกสาวคนเล็กกับลูกเขยต่างสบตากันอย่างรู้ความหมาย
“ผมล้อเล่นน่ะครับคุณแม่... งั้นผมขอตัวกลับเลยแล้วกันนะครับ” วิทยาเห็นท่าทางของน้องสาวกับน้องเขยแล้วเกิดนึกไม่ไว้ใจขึ้นมาตงิดๆจึงรีบเอ่ยขอตัวกลับ เพราะกลัวสองคนนั้นจะพูดแซวอะไรให้เขาได้อายอีก
“จ้ะ แล้วมาหาแม่บ่อยๆ นะลูก... หนูอร ไม่ต้องรอพี่วิทเขาก็ได้หนูอยากมาเมื่อไรก็มาได้เลย บ้านนี้ยินดีต้อนรับหนูเสมอ” คุณนายกมลวรรณบอกลูกสะใภ้ก่อนที่ทุกคนจะลุกขึ้นเพื่อเดินไปส่งสองหนุ่มสาวที่รถ
“ขอบคุณค่ะคุณแม่ ไว้อรจะมาหาบ่อยๆ นะคะ” อรณิชายกมือไหว้ขอบคุณแม่สามีแล้วเข้าไปหอมแก้มยุ้ยๆ ของหลานสาวตัวน้อยทั้งสองข้างอย่างมันเขี้ยวเช่นเดียวกับวิทยาที่เดินเข้าไปอุ้มหนูน้อยขึ้นมาไว้ในวงแขนแล้วหอมแก้มลงไปฟอดใหญ่
“แล้วพบกันค่ะคุณอร” พิชามลบอกกล่าวพี่สะใภ้เมื่อเดินมาถึงที่รถแล้ว
“ค่ะ” อรณิชารับคำพร้อมทั้งส่งรอยยิ้มหวานละมุนให้กับทุกคน
“พี่ไปก่อนนะยัยมล คุณกร ทิชา... ลุงไปก่อนนะครับเดี๋ยวลุงมาเล่นด้วยใหม่นะ” หมอหนุ่มส่งตัวหลานรักที่อุ้มไว้ในวงแขนคืนให้น้องสาวพร้อมกับเอ่ยล่ำลาทุกคน
“ผมไปนะครับคุณแม่ สวัสดีครับ” วิทยาหันไปยกมือไหว้มารดาที่ยืนยิ้มอยู่ใกล้ๆก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถให้คนเป็ภรรยาก้าวขึ้นไปนั่งส่วนเขาก็อ้อมไปอีกฝั่งแล้วขึ้นไปประจำที่ของตัวเอง จากนั้นก็ค่อยๆเคลื่อนรถขับออกไปด้วยรอยยิ้มเต็มวงหน้าอย่างมีความสุขและอิ่มเอมใจซึ่งก็ไม่ต่างจากหญิงสาวที่หันไปมองกระจกข้างรถแล้วยิ้มตามเมื่อเห็นทุกคนกำลังโบกมือให้
เมื่อรถของวิทยาเคลื่อนตัวพ้นจากประตูบ้านหลังใหญ่แล้วสองหนุ่มสาวก็ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาสักคำ
ทั้งรถจึงมีแต่ความเงียบจนน่าอึดอัดสุดท้ายคนที่ทนไม่ได้ก็คือชายหนุ่มเ้าของรถ ดังนั้นเขาจึงคิดหาคำพูดเพื่อชวนหญิงสาวคุยหรือจะเรียกว่าเป็การปรับความเข้าใจกันมากกว่าเพราะเขาเองก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อรู้ว่าหญิงสาวข้างกายกำลังเข้าใจเขาผิด
“เมื่อตอนเที่ยงเพื่อนผมมายืมรถไปใช้” จู่ๆเสียงเข้มก็โพล่งขึ้นมาท่ามกลางความเงียบส่งผลให้คนที่กำลังสนใจกับวิวทิวทัศน์ข้างนอกรถต้องหันมามองต้นเสียงด้วยความแปลกใจ
“แล้วคุณมาบอกฉันทำไม” อรณิชาบอกชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงกระด้างเล็กน้อยแล้วหันกลับไปมองถนนข้างทางดังเดิม
“ผมคิดว่าคุณกำลังเข้าใจผมผิด” ชายหนุ่มยังคงพูดต่อ
“เื่อะไรคะ” คราวนี้คนที่กำลังสนใจกับทิวทัศน์ข้างนอกหันตัวเองเข้ามาในรถเพื่อมองหน้าเขาให้ชัดๆ
“ก็ไอ้นี่ไง” หมอหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแล้วหยิบถุงยางอนามัยที่ยัดเอาไว้ขึ้นมาให้เธอดูและก็ยัดกลับลงไปที่เดิมเมื่อเธอเห็นสิ่งที่เขากำลังพูดถึงแล้ว
“ฉันไม่ได้เข้าใจอะไรผิดทั้งนั้นแหละค่ะ เพราะฉันไม่ได้สนใจว่าคุณจะไปทำอะไรกับใคร!ที่ไหน! โดยเฉพาะไอ้เื่สกปรกๆ แบบนั้น ฉันยิ่งไม่เคยสนใจเลยด้วยซ้ำ” อรณิชากระแทกเสียงเน้นคำว่าที่ไหนเพื่อเป็การตอกย้ำการกระทำของชายหนุ่มที่เธอเข้าใจว่าเขาใช้รถเป็สังเวียนสนองความใคร่
“คำก็สกปรกสองคำก็สกปรก ฮึ... ทำอย่างกับไม่เคย” หมอหนุ่มเหยียดปากเย้ยหยัน
“นี่คุณ!... ถึงฉันจะเคยมันก็เป็เื่ของฉันยังไงฉันก็รู้จักกาลเทศะว่าที่ไหนควรหรือไม่ควร ไม่ใช่ไม่เลือกที่แบบคุณ” หญิงสาวตวัดเสียงเขียวตั้งใจต่อว่าชายหนุ่มที่กล้าทำเื่น่าบัดสีแบบนั้นในรถ
“ผมก็บอกแล้วไงว่าคุณกำลังเข้าใจผิด” คนทำหน้าที่ขับรถบอกหญิงสาวอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“ฉันก็บอกแล้วว่าฉันไม่สนใจไอ้เื่สกปรกๆ ของคุณ” อรณิชาตอบกลับแทบจะทันควันใบหน้าหวานสะบัดพรืดหันออกไปข้างนอกรถทันทีอย่างดื้อรั้น
เมื่อรู้สึกว่าหญิงสาวข้างกายกำลังยียวนเขาชายหนุ่มจึงไม่คิดจะพูดอะไรออกมาอีก ได้แต่เก็บความกรุ่นโกรธเอาไว้ในใจแล้วรอให้ถึงบ้านเพื่อจะจัดการกับเธอด้วยเื่สกปรกๆที่เธอชอบว่าใส่เขานักหนา
ไม่นานชายหนุ่มก็พาหญิงสาวกลับมาถึงบ้านที่เป็เรือนหอของเขาและเธอทันทีที่รถจอดสนิทหญิงสาวก็รีบเปิดประตูแล้วก้าวลงไปด้วยความรวดเร็ว
แต่เมื่อไม่เห็นรถของตัวเองที่น่าจะจอดอยู่ที่เดิมก็นึกแปลกใจ อรณิชาเหลียวซ้ายแลขวาจนแน่ใจว่าไม่มีแน่ๆจึงคิดจะเข้าไปถามกับพี่เลี้ยงของเธอแต่ยังไม่ทันจะก้าวขามือใหญ่ก็คว้าหมับที่ข้อมือของเธอแล้วฉุดรั้งให้เดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับดึงเธอขึ้นไปข้างบนกับเขาทันที
“มานี่! ยัยตัวแสบ” หมอหนุ่มเข้ามากระชากร่างบางให้เดินตามเขาขึ้นไปบนห้องอย่างทุลักทุเลเพราะเธอทั้งดีดดิ้นทุบตีเขาเป็การใหญ่
“รถฉันอยู่ไหน ฉันจะไปถามพี่ชื่น” คนตัวเล็กว่าพลางกระแทกเท้าไปตามแรงฉุดดึงของชายหนุ่มอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
เสียงโวยวายของหญิงสาวทำให้สายใจวิ่งออกมาดูแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะสายตาคมดุของชายหนุ่มเ้าของบ้านจ้องมองเธอราวกับจะเผาไหม้ให้เป็จุณหากใครเข้าไปขวางเธอจึงได้แต่ถอยหลังกลับมาเพื่อจะรีบไปบอกกับพี่เลี้ยงของหญิงสาวให้ออกไปช่วยซึ่งฝ่ายนั้นกำลังอาบน้ำอยู่
“เื่รถเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้มาคุยกันด้วยเื่สกปรกที่คุณว่าก่อน”
วิทยาเปิดประตูห้องนอนใหญ่แล้วรั้งร่างบางในมือให้เข้าไปข้างในกับเขาพร้อมทั้งหันไปกดล็อกจนแ่า
“ไม่!... ปล่อยนะ คนบ้า! คุณจะทำอะไร” อรณิชาลนลานดีดดิ้นหนักขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มล็อกประตูและหันมามองเธอด้วยท่าทีคุกคามจนเธอรู้สึกกลัวเขาขึ้นมาจับใจ
“ปล่อยฉันนะ ปล่... อื้อ!” น้ำเสียงที่กำลังจะร้องห้ามถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอทันทีเมื่อชายหนุ่มใช้ริมฝีปากหยักสวยประกบปิดทับเรียวปากอ่อนนุ่มนั้นเอาไว้
อรณิชาดิ้นรนไม่ยอมหยุด ชายหนุ่มจึงใช้มือข้างหนึ่งดึงรั้งเอวบางให้เข้ามาเบียดชิดกับอกแกร่งของเขามากขึ้นส่วนมืออีกข้างจับประคองใบหน้าสวยของเธอเอาไว้เพื่อบังคับไม่ให้เธอผละออกไปได้ก่อนที่คนตัวเล็กจะถูกผลักให้หงายลงไปบนเตียงกว้างโดยมีร่างสูงของเขาตามลงมาทาบทับจนแนบสนิท
ชายหนุ่มกดริมฝีปากร้อนผ่าวบดเบียดขยี้ขบดึงเพื่อให้ริมฝีปากของเธอเผยอเปิดทางให้เขาเข้าไปได้และการขัดขืนก็ค่อยๆ อ่อนลงเรื่อยๆเมื่อเรียวลิ้นอุ่นชื้นของเขาสอดแทรกดุนดันเข้าไปในโพรงปากนุ่มของเธอจนสำเร็จลิ้นอุ่นๆ เกาะเกี่ยวหยอกเย้าปลายลิ้นเล็กๆ ของเธอ และตวัดควานหาความหวานจนทั่วในโพรงปากนุ่มนั้นอย่างไม่รู้จักอิ่มเอมหญิงสาวร่างบางค่อยๆ อ่อนแรงและตกอยู่ในห้วงแห่งความเคลิบเคลิ้มหลงใหลรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟวูบวาบเกิดขึ้นกับตัวเองอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนความวาบหวามแปลกๆ เริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อยจนเธอไม่รู้จะจัดการอย่างไร
ความรุนแรงดุดันในตอนแรกกลับกลายเป็ความนุ่มนวลอ่อนโยนขึ้นเมื่อเขาได้ลิ้มรสอันหอมหวานจากเธอก่อนที่ฝ่ามือร้อนๆ จะขยับลูบไล้ไปตามผิวเนียนแล้วหยุดทักทายกับกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวสวยของหญิงสาวใต้ร่างหัวใจดวงแกร่งเต้นรัวขึ้นมาทันทีเมื่อััร่างเล็กที่เขาคิดว่าบอบบางนั้นแท้ที่จริงแล้วทั้งนุ่มทั้งอวบอัดเต็มไม้เต็มมือและยิ่งได้รับการตอบสนองจากเธอเป็รสจูบที่ไม่ประสาด้วยแล้วทำให้อารมณ์ปรารถนาของชายหนุ่มพลุ่งพล่านจนแทบคลั่ง
ทรวงอกนวลเนียนภายใต้บราเซียร์ตัวสวยัักับแผงอกที่เต็มแน่นไปด้วยมัดกล้ามแทบจะหลอมละลายเป็หนึ่งเดียวฝ่ามือบางไขว่คว้าสะเปะสะปะไปบนแผ่นหลังกว้างอย่างไม่รู้ตัวเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของชายหนุ่มเลื่อนจูบซับไปตามพวงแก้มสวยที่เปล่งปลั่งแดงระเรื่อและซุกไซ้เรื่อยลงไปตามลำคอขาวเนียนแล้วหยุดนิ่งที่เนินเนื้ออ่อนนุ่มพร้อมกับบดริมฝีปากกดจูบดูดดึงจนเกิดรอยตีตราแสดงความเป็เ้าของ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ทุกอย่างชะงักนิ่งงันทันทีเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางพายุอารมณ์ของหนุ่มสาวที่กำลังลุกฮืออยู่ในห้วงแห่งความซาบซ่านรัญจวนใจวิทยารวบรวมความอดทนอดกลั้นทั้งหมดที่มีถอดถอนเรียวปากออกจากผิวเนื้อเนียนบนเนินอกอวบอิ่มของหญิงสาวแล้วค่อยๆ ผละออกจากร่างนุ่มนิ่มนั้นอย่างแสนเสียดายมือหนาเลื่อนไปจับสาบเสื้อของเธอที่กระดุมหลุดไปแล้วสองเม็ดด้วยฝีมือของเขาให้ปิดทับกันไว้ด้วยความรู้สึกหวงแหน
ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาตั้งใจจะทำแค่จูบสั่งสอนเธอเท่านั้นชายหนุ่มก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมเขาถึงได้เกิดความปรารถนาอย่างแรงกล้าจนเกินการควบคุมของตัวเองอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนแบบนี้และดูเหมือนจะหนักมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเขาได้ใกล้ชิดกับหญิงสาวที่เป็ภรรยาทางนิตินัยคนนี้
วิทยาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดด้วยพยายามสะกดกลั้นมือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นลูบหน้าลูบตาเพื่อเรียกสติแล้วจับแต่งเสื้อผ้าเสยผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่เข้าทางจนเป็ปกติที่สุดจากนั้นก็เดินไปเปิดประตูให้อ้าออกเพียงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้คนภายนอกได้เห็นหญิงสาวที่ยังนอนหายใจรวยรินหมดสิ้นเรี่ยวแรงอยู่บนเตียงกว้างของเขา
“มีอะไร” หมอหนุ่มยังคงรักษาน้ำเสียงให้นิ่งเป็ปกติแต่ใบหน้าหล่อเหลากลับเข้มขรึมในแววตาแฝงไปด้วยความดุดันโดยไม่รู้ตัว
“อะ เอ่อ... พี่ชื่นหาคุณหนูไม่เจอน่ะค่ะ ก็เลย...” ชื่นตะกุกตะกักบอกด้วยเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจนักรู้สึกเกรงกลัวชายหนุ่มตรงหน้าขึ้นมาเสียดื้อๆตอนที่เธอออกมาจากห้องน้ำสายใจบอกว่าเ้านายทั้งสองกลับมาถึงก็เอะอะโวยวายฉุดกระชากลากถูกันขึ้นมาบนนี้เธอเป็ห่วงจึงรีบใส่เสื้อผ้าแล้วขึ้นมาดูแต่เมื่อไม่พบนายสาวที่ห้องเธอจึงมาถามชายหนุ่ม เพราะใจหนึ่งเธอก็กลัวว่าหญิงสาวที่อยู่ในความดูแลของเธอจะหนีกลับบ้านไปอีก
“เธอกำลังคุยกับผมอยู่ เดี๋ยวอีกสักครู่ก็ออกไปแล้วหละกลับไปรอที่ห้องก่อนก็แล้วกัน” วิทยาบอกเรียบๆปลายหางตาตวัดไปมองหญิงสาวในห้องเล็กน้อย
“ค่ะๆ” สาวใช้รับคำแล้วรีบเดินออกไปจากตรงนั้นทันทีด้วยรู้สึกถึงรัศมีร้อนแรงบางอย่างที่บ่งบอกว่าเธอกำลังอยู่ผิดที่ผิดเวลา
อรณิชาได้สติหลังจากที่เคลิบเคลิ้มหลงใหลไปกับรสจูบและััของชายหนุ่มราวกับจะสูบจิติญญาของเธอออกไปจากร่างบางเสียให้ได้หญิงสาวดีดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วรีบซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนหนาทันทีพร้อมทั้งจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองที่หลุดลุ่ยไม่เรียบร้อยด้วยแรงปรารถนาของเขา
วิทยาปิดประตูห้องแล้วเดินกลับมานั่งที่ปลายเตียงโดยหันหลังให้หญิงสาวที่กำลังขยับตัวขยุกขยิกจัดการตัวเองอยู่ใต้ผ้าห่มเมื่อรู้สึกว่าเท้าน้อยๆก้าวลงจากเตียงแล้วนั่นแหละเขาถึงหันไปมองพร้อมกับลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่เขาเพิ่งรู้ว่าเธอช่างหวานล้ำและน่ากกกอดแค่ไหน
“พอใจหรือยังล่ะ กับเื่สกปรกของคุณ!” หญิงสาวตะคอกใส่ชายหนุ่มทันทีที่เขาหันมามอง
“อรณิชา ผม...” หมอหนุ่มเตรียมจะเอ่ยขอโทษที่เขาล่วงเกินเธอจนเลยขอบเขต
“ไม่ต้องพูดหรอก... ฉันไม่ได้ร้องไห้ และฉันก็ไม่ได้คิดจะหนีกลับบ้านด้วย”เสียงสั่นเครือร้องบอกด้วยอาการสะกดกลั้นพยายามเก็บกลืนก้อนสะอื้นลงไปให้หมดเธอไม่อยากให้ชายหนุ่มตรงหน้าหาว่าเธอเป็เด็กอีกและครั้งนี้เธอก็มีส่วนผิดที่หลงเคลิบเคลิ้มไปกับเขาเอง
“แต่ยังไงผมก็อยากขอโทษคุณ...และก็อยากให้คุณเชื่อว่าผมไม่ได้เป็อย่างที่คุณคิด” เขายัง้าบอกให้เธอรู้ถึงความรู้สึกจากใจจริง
“ช่างมันเถอะค่ะ ฉันไม่ได้คิดอะไร เพราะเราต่างก็พลั้งเผลอด้วยกันทั้งคู่ส่วนเื่นั้นของคุณ... ฉันไม่ขอรับรู้อีก” อรณิชาบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจพร้อมทั้งนึกต่อว่าตัวเองที่ใจอ่อนลุ่มหลงไปกับเขาได้
“แต่ผมใช้แรงบังคับฝืนใจคุณก่อน” วิทยาว่าพลางเอื้อมมือไปจับที่แขนของหญิงสาวหวังให้เธอเข้าใจว่าเขารู้สึกผิดต่อเธอจริงๆ ไม่ใช่แค่บอกปัดๆ ไปแบบนี้
“คุณจะรื้อฟื้นให้มันได้อะไรขึ้นมาคะ คุณวิทยา...แค่นี้ฉันก็รู้สึกแย่พออยู่แล้ว” ร่างบางกระชากแขนเรียวออกจากมือเขาทันทีอย่างตั้งใจ
ทั้งคำพูดและกิริยาของเธอทำให้ชายหนุ่มเข้าใจว่าเธอรังเกียจััจากเขาดังนั้น ความรู้สึกผิดที่มีในตอนแรกจึงเปลี่ยนเป็ความกรุ่นโกรธที่ค่อยๆ ปะทุขึ้นมาทีละน้อย
“จริงสินะ เพราะเนื้อตัวคุณมันเป็ของไอ้หน้าหล่อนั่นแล้วคุณก็เลยรู้สึกไม่สบายใจที่ผมเข้าไปแตะต้องทับรอยเดิมของมันอย่างนั้นสิ” เสียงเข้มเอ่ยประชดประชันแต่ภายในใจกลับรู้สึกเจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูกเมื่อพูดถึงแฟนหนุ่มของเธอ
“นั่นมันเื่ของฉัน... หลีกไป! ฉันจะกลับห้อง” คนตัวเล็กมองเขาตาขวางแล้วเบี่ยงตัวไปข้างๆ เพื่อให้พ้นจากชายหนุ่ม
“เดี๋ยว... คุณไม่อยากรู้แล้วเหรอว่ารถของคุณหายไปไหน” วิทยาพูดขึ้นขณะที่ร่างบางกำลังจะผ่านหน้าเขาไป
คำพูดของชายหนุ่มทำให้เท้าบอบบางที่กำลังจะก้าวออกไปต้องหยุดชะงักแล้วหันกลับมามองเขาด้วยแววตาดุดัน
“ฝีมือคุณใช่ไหม บอกมานะ คุณเอารถของฉันไปไว้ที่ไหน” อรณิชาแว๊ดใส่ทันทีเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็คนเอารถของเธอไป
“ผมโทรไปบอกคุณพ่อตาให้มาเอารถของคุณเก็บเข้าโกดังไปได้เลยเพราะคุณไม่จำเป็ต้องใช้อีกแล้ว ต่อไปนี้ผมจะเป็คนรับส่งคุณด้วยตัวเอง” ชายหนุ่มบอกลอยๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเขาไม่ได้ทำอะไรผิดซึ่งเหมือนกับท่าทางของหญิงสาวที่ทำใส่เขาตอนที่เธอขับรถเกือบจะพุ่งชนท้ายรถของเขาเมื่อเย็นและนั่นก็เป็สาเหตุที่เขาจัดการขอให้พ่อตายึดรถของเธอซะ
“นี่คุณ! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉันนะ” หญิงสาวหันมาค้อนขวับทันที
“มีสิทธิ์หรือไม่ ผมไม่รู้ แต่ที่แน่ๆคุณพ่อของคุณท่านก็ยินดีและเต็มใจด้วยซ้ำ”
น้ำเสียงยียวนกับท่าทางกวนประสาทของเขาทำให้หญิงสาวโกรธจัดจนกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ร่างบางของคนตัวเล็กกระโจนเข้าใส่ชายหนุ่มตรงหน้าแล้วกระหน่ำฟาดฝ่ามือบางลงไปไม่ยั้ง
“นี่แน่ะๆ ไอ้หมอบ้า ไอ้หมอลามก คนเลว นิสัยไม่ดี รังแกผู้หญิง...” อรณิชากระฟัดกระเฟียดร้องด่าพร้อมทั้งทุบตีลงไปที่ไหล่กว้างของชายหนุ่มด้วยความคับแค้นใจ
“ขืนด่าผมอีกคำเดียว รับรองคุณโดนมากกว่าเมื่อกี้แน่” วิทยาขู่แล้วคว้ารวบมือน้อยๆของเธอเอาไว้ทั้งสองข้างก่อนจะดึงรั้งเข้ามาชิดกับอกแกร่งของเขา
“ชิ!... ไอ้...” เรียวปากนุ่มกำลังจะขยับเอื้อนเอ่ยคำด่าออกไปอีกอย่างนึกขัดใจที่ไม่สามารถสู้เขาได้
“หรือจะลอง” หมอหนุ่มย้ำคำขู่พลางก้มลงหมายจะแตะริมฝีปากลงไปปิดทับเรียวปากบางของเธออีกครั้ง
“ไม่!” ใบหน้าหวานเบี่ยงหลบได้ทันทำให้เป้าหมายจุมพิตเปลี่ยนไปเป็ที่พวงแก้มนุ่มของเธอแทนชายหนุ่มกดจมูกหนักๆ สูดดมความหอมกรุ่นนั้นจนเต็มอกสมใจอยาก
“หมดธุระของคุณแล้วใช่ไหม ฉันจะกลับห้อง” เสียงหวานสั่นน้อยๆบอกเขาด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นปนเก้อเขิน
“เชิญ...” คนตัวใหญ่ปล่อยร่างแน่งน้อยในวงแขนให้เป็อิสระแล้วขยับตัวออกห่างเล็กน้อยเพื่อเป็การยืนยันคำพูด
“อ่อ แล้วพรุ่งนี้ช่วยกรุณาลงไปแต่เช้าด้วยนะ เพราะหากคุณช้า...ผมจะขึ้นมาปลุกแล้วจัดการอาบน้ำใส่เสื้อผ้าให้คุณ... ด้วยตัวเอง” วิทยาบอกพร้อมกับเน้นย้ำคำว่า ‘ด้วยตัวเอง’ ให้หญิงสาวได้ขนลุกนึกหวาดหวั่นขึ้นมาอีกครั้ง
“อี๋... ไอ้หมอลามก” อรณิชาหันมาส่งค้อนให้ชายหนุ่มแล้วรีบคว้าลูกบิดเปิดประตูออกไปด้วยความรวดเร็ว เพราะกลัวอีกฝ่ายจะจับตัวเธอไว้อีก
หมอหนุ่มยิ้มน้อยๆ ให้กับท่าทางน่ารักน่าหยิกของเธอมือหนายกขึ้นลูบไล้ริมฝีปากของตัวเองเหมือน้าจะจดจำซึมซับความหอมหวานนั้นให้มากที่สุดเขาไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเขาเริ่มหลงใหลกับเรียวปากอ่อนนุ่มของเธอจนยากจะถอนตัวมากขึ้นทุกวันชายหนุ่มสะบัดศีรษะแรงๆ สองสามครั้งเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านจากนั้นร่างสูงก็เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วตรงดิ่งเข้าห้องน้ำไป
อรณิชาเปิดประตูห้องของตัวเองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเข้าไปร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อพบพี่เลี้ยงสาวนั่งดูทีวีรอเธออยู่ในห้องแล้วใบหน้าหวานรีบปรับให้เป็ปกติพยายามเก็บซ่อนร่องรอยพิรุธต่างๆ เอาไว้จนมิด
“คุณหนูอร...” ชื่นร้องเรียกนายสาวด้วยความดีใจ
“พี่ชื่น มารออรนานแล้วเหรอคะ” เ้าของห้องถามเรียบๆเหมือนเป็เื่ปกติ
“ก็สักพักแหละค่ะ... เห็นคุณหมอบอกว่ากำลังคุยกับคุณหนูอยู่...พี่ชื่นก็เลยมานั่งรอ” พี่เลี้ยงสาวบอกขณะหันไปกดรีโมทเพื่อปิดทีวี
“ใช่... อรคุยกับเขาเื่รถน่ะ ว่าทำไมเขาต้องให้คุณพ่อมาเอาไปเก็บด้วย”หญิงสาวว่าพลางเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่ปลายเตียงพร้อมทั้งเบนสายตาหันเหไปทางอื่นเมื่อไม่อาจบอกพี่เลี้ยงได้ว่าเธอกับเขาทำอะไรที่มากกว่าการพูดคุยกัน
“สงสัยคุณหมอคงโกรธที่คุณหนูจะชนท้ายรถของเขาเมื่อเย็นน่ะค่ะ” ชื่นสันนิษฐาน
“อรก็แค่ล้อเล่นสนุกๆ เท่านั้นเอง แล้วก็ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุอะไรเลยด้วย”เสียงหวานเอ่ยแก้ตัวอย่างดื้อรั้น
“แหม่... มันก็ไม่ใช่เื่ที่จะเอามาล้อเล่นกันนี่คะ เถอะน่า...คงไม่กี่วันหรอกค่ะ เดี๋ยวคุณหมอก็ไปขอมาคืนให้” คนเป็พี่เลี้ยงพยายามปลอบใจนายสาวให้คลายกังวลแม้จะไม่รู้ว่าไม่กี่วันของชายหนุ่มนั้นจะนานแค่ไหนกัน
“แล้วเมื่อกี้ทะเลาะกันหรือเปล่าคะ” พี่เลี้ยงสาวไม่วายเป็ห่วงแม้ตอนที่เธอไปเคาะประตูเรียกจะไม่ได้ยินว่าสองหนุ่มสาวมีปากเสียงกันอย่างที่สายใจบอกกับเธอก็ตาม
“เอ่อ กะ ก็นิดหน่อยน่ะ แต่อรไม่เป็อะไรหรอกพอรู้ตัวว่าสู้เขาไม่ได้อรก็รีบเผ่นออกมานี่ไง” อรณิชาตะกุกตะกักบอกไม่ค่อยเต็มเสียงนักเมื่อคิดถึงสิ่งที่เขาทำกับเธอแล้วพวงแก้มสวยก็ร้อนผ่าวขึ้นสีระเรื่อจนเข้มจัดอย่างห้ามไม่อยู่
“เอ... แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะคะคุณหนู หรือว่าเมื่อกี้นี้คุณหมอ...”ชื่นชอบใจเอ่ยปากหยอกเย้านายสาวพลางคิดว่าทั้งสองคนคงเริ่มมีใจให้กันบ้างแล้วแน่ๆไม่งั้นคงไม่แสดงพิรุธออกมาแบบนี้หรอก
“พี่ชื่นน่ะ ล้ออรเหรอ... งั้นอรไม่คุยด้วยแล้วไปอาบน้ำดีกว่า” อรณิชาทำแก้มป่องเหมือนงอนน้อยๆ ใส่พี่เลี้ยงก่อนจะลุกขึ้นแล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกายทันที
‘ลองได้อายม้วนแบบนี้ละก็ สิ่งที่คุณผู้ชายหวังไว้คงไม่ไกลเกินเอื้อมซะแล้ว’ชื่นพึมพำเบาๆ แล้วยิ้มให้กับความคิดของตัวเองเธอได้รับการฝากฝังจากประมุขใหญ่ของบ้านเรือนไทยว่าให้คอยดูแลและช่วยประคับประคองให้สองหนุ่มสาวรักกันเหมือนดั่งคู่ชีวิตที่ฟ้าลิขิตมาที่สำคัญมีลูกไวๆ ได้ยิ่งดี เฮ้อ... นี่แหละเป็สิ่งที่เธอยังหนักใจเพราะทั้งสองแยกห้องนอนกันแล้วจะมีลูกกันได้ยังไงเมื่อดูแลความเรียบร้อยให้นายสาวแล้ว คนเป็พี่เลี้ยงก็เดินออกไปจากห้องเพื่อกลับไปพักผ่อนยังที่ของตัวเองซึ่งอยู่ข้างล่างกับสาวใช้รุ่นน้องอีกคน
เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องน้ำแล้ว อรณิชาก็จัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกใบหน้าหวานมองรอยแดงเป็วงที่อยู่เหนือเนินอกของเธอผ่านกระจกบานใหญ่นิ้วเรียวสวยค่อยๆ แตะลูบไล้ลงไปเบาๆพลางหวนคิดถึงสาเหตุของมันด้วยความเขินอายและหวั่นไหว จู่ๆหัวใจดวงน้อยก็รู้สึกวูบวาบขึ้นมาอย่างประหลาด
หญิงสาวไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าตัวเธอเองก็เผลอไผลไปกับััของเขาโดยไม่ทันตั้งตัวเหมือนกันแม้จะไม่ได้เต็มใจแต่แปลกที่เธอกลับไม่รู้สึกรังเกียจเขาอย่างที่ควรจะเป็ ‘นี่เธอบ้าไปแล้วหรือเปล่าอรณิชา ทำไมยังคิดถึงเขาอยู่ได้ ทั้งๆที่เขาล่วงเกินเธอขนาดนี้’ ศีรษะน้อยๆ สะบัดไปมาแรงๆแล้วต่อว่าตัวเองในใจ จากนั้นก็หันไปเปิดฝักบัวให้สายน้ำรินรดลงมาบนตัวหวังใช้ความเย็นชุ่มฉ่ำช่วยดับความคิดฟุ้งซ่านและลบเลือนััของเขาออกไปให้หมดแม้ว่าจริงๆ แล้ว มันจะไม่ได้ช่วยอะไรเลยก็ตาม เพราะทุกๆััของเขามันฝังแน่นอยู่ในหัวใจของเธอไปแล้ว
...........................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
