ยาม1
กรุงศรีอยุธยา ประทางทิศประจิม
ฝ่ายพระยาตากได้ขุดหลุมลึก2วาตามที่พระเ้าเอกทัศตรัสเอาไว้ เเละหาฝืนไม้ต่างๆมาทับทมจนเต็มหลุมเป็อันมาก รวมถึงเเจ้งทหารม้าให้ไปประจำการที่กรุงธนบุรีเเละหาอุโมงค์ของกองทัพเนเมียวสีหบดีเเละกลบหลุมดินไว้เรียบร้อย ในขณะนั้นพระเ้าเอกทัศออกไปนอกกำเเพงประตูเมืองเพียงคนเดียวเเละมีพระบรมราชโองการว่าอย่าให้ทหารผู้ใดลงตามมาป้องกัน ใครขัดขื่นจะฆ่าเสียให้สิ้น
ประชนชาวเมืองต่างใเเละคิดว่าพระเ้าเอกทัศคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย ก็ต่างกราบบังคมทูลเเก่เเม่ทัพนายกองให้พระเ้าเอกทัศเข้ามาในเมืองเเละร้องไห้กันท่วนหน้าหลังจากเห็นความคิดสติปัญญาของพระเ้าเอกทัศชาวเมืองก็เเจ้งว่าพระเ้าเอกทัศนั้นไม่ใช่ฝ่ายบู๊เเต่เป็ฝ่ายบุ๊นคอยวางเเผนการศึก
"กราบถวายบังคมพะย่ะค่ะ ในการศึกครั้งนี้ท่านไม่ต้องออกศึกด้วยตนเองก็เห็นชนะเป็มั่งคง ถึงเเม้ถ้าท่านอยากจะเเสดงฝีมือการรบในครั้งนี้ เเต่เกรงว่าท่านจะสิ้นพระชนม์เป็เเน่ ทหารของอังวะนั้นมีกำลังกล้าเเข็งนัก เเม้ท่านจะฆปะาข้าพระพุทธเ้าในฐานะที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงก็ตาม เเต่ข้าพระเ้าก็จะยืนยันจะนำตัวท่านกลับเข้าในเมืองให้จงได้" นายทองดีทหารองค์รักษ์กราบลงหน้าเเนบพระบาทพระเ้าเอกทัศ
ประชาชนเห็นดังนั้นก็ก้มกราบตามเเละร้องไห้กันเป็อันมาก ในขณะเดียวกันพระมเหสีของพระเ้าเอกทัศก็เดินเข้ามา"กรมขุนวิมลพัตร นอกกรุงอันตรายพะย่ะค่ะ อย่าได้ทรงพระราชดำเนินออกจากกำเเพงเมืองเลยพะย่ะค่ะ"ข้ารับใช้ทูล
"เสด็จพี่ เหตุใดท่านจึงคิดจะต่อสู้กับทหารเพียงคนเดียวเเม้ทหารฝ่ายมณีปุระโดนกลอุบายท่านไปเเต่ก็ต้องมีรอดออกมาบ้างอยู่เเล้ว มันเสี่ยงเกินไป"กรมขุนวิมลพัตรเดินออกมาเเล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่"เเต่การที่เสด็จพี่ตั้งใจจะลงออกศึกครั้งนี้ เป็ครั้งเเรกในหลายปี ข้าเชื่อในตัวเสด็จพี่" ว่าเเล้วพระมเหสีของพระเ้าเอกทัศก็เดินออกไป
ทันใดนั้น
ก็มีฝุ่นฟุ้งไปทั่วบริเวณเเม่น้ำเ้าพระยา เห็นเเสงเเละเห็นธงกับเสียงทหารม้าโฮ่ร้องเป็อันมาก ฝ่ายทหารพม่าวิ่งเข้าไล่ฟันทหารม้าจำนวน300นายที่นำโดยนายสุกี้ ขุนพลเอกตัวดีที่ทำลายชาวบ้านบางระจัน ทันใดนั้นผมก็ชูมือเป็สัญญาณกับพระยาพิชัยให้ดำเนินการตามเเผนที่วางไว้ พระเ้าเอกทัศทรงพระสรวล ประชาชนต่างๆก็เเปลกใจไม่รู้จะว่าประการใด
'อะไรกัน? รึว่ามณีปุระส่งกองทัพมาสองกอง ไม่น่าหล่ะตามประวัติศาสตร์กองทัพของพม่าที่ยกมาจะต้องมีถึง70000นายถึงเเม้ว่าจะรวมทหารเมื่อวานที่เราเผาไปทั้งหมดกว่า8000คน ก็จะมีทหารที่เหลือทั้งหมด62000นาย เเต่ตามรายงานของทหารสังเกตุการ์ณเมื่อวานเเจ้งไว้ว่ามีเพียงเเค่4หมื่นเศษเท่านั้น เเสดงว่าอีก22000คือไม่ได้บุกทางอุโมงค์เเต่บุกเข้ามาตรงๆเพื่อเบนความสนใจสินะ เ้าพวกนี้บังอาจใช้กลยุทธิ์เดียวกันกับข้า
"ฮ่าๆๆๆๆ"พระเ้าเอกทัศน์ทรงพระสรวล'จบงานนี้ไอ้พวกลิงหลอกเ้าทั้งหลายเ้าต้องมาเจอกันหน่อยหล่ะ?'
ย้อนกลับไปตอนบ่าย2โมง...
ณ สวนส่วนตัวของพระเ้าเอกทัศ
เมื่อนั้นพระเ้าเอกทัศตั้งใจเดินออกมายังที่สวนหลังจากคิดเเผนการยุทธศาสตร์ต่างๆจนปวดหัว สาเหตุที่เขาไม่กลัวสิ่งใดเเละการบุกจู่โจมของเนเมียวสีหบดีเลยนั้นเพราะเขามีเเผนสองเตรียมไว้เเต่เเรก พระเ้าเอกทัศกำลังจะทดลองระบบศาสตราวุธอยู่
นายทองดีก็เดินเข้ามาเเละถวายบังคมทูลพระเ้าเอกทัศน์ว่า"พระเ้าเอกทัศ ท่านเเน่ใจหรือว่าจะไม่ไปดูสถานที่ที่ท่านขุดหลุมวางกับดัก หรือตรวจสอบพวกหนอนบ่อนไส้ในกรุงศรีอยุธยาอีกพะย่ะค่ะ"
ในระหว่างตอนนั้นเเหละที่ผมเอาพระราชหัตถเลขายื่นให้นายทองดีอย่างลับๆ"ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าพเ้า้าหนอนบ่อนไส้ไว้ในกำมือนั้นเเหละดีเพราะข้ารู้ตัวของพวกมันหมดเเล้ว ตลอดมาข้าเพียงเเค่เเกล้งทำเป็ไม่รู้ เพื่อให้สืบสาวเเละฆ่าพวกมันได้หมดภายในคืนนี้!"ผมเเกล้งพูดเสียงดังให้ได้ยินไปไกล เพราะรู้ว่ามีหนอนบ่อนไส้คอยเเอบฟังอยู่
ข้อความในพระราชหัตถเลขา
นายทองดีนำทหารคนสนิทที่มีบ้านเกิดเมืองนอนที่นี้จำนวน500นายเเละต้องเเน่ใจว่าไม่ทรยศ รีบเอาน้ำมันที่มีอยู่ทั้งหมดในเมืองไปราดให้ทั่วเเม่น้ำในยาม1ตอนกลางคืนเเละเตรียมกองทัพ2หมื่น2กองตั้งป้องกันทิศทักษิณ เเละเตรียมจุดไฟเผาทันทีถ้าเกิดมีข้าศึกมาบุกเข้าเมืองทางทิศทางอื่น จงอย่าเเจ้งพระราชหัถต์เลขาฉบับในให้ผู้อื่นเเจ้ง
ปัจจุบัน
เมื่อทหารของนายพลสุกี้ลูกน้องคนสำคัญของเนเมียวสีหบดี ยกทัพ22000เศษไล่กองทหารม้าเร็วของกรุงศรีเเละฆ่าตายจนเหลือเพียง10ถึง20นาย ทหารที่รอซุ่มอยู่เเถบเเม่น้ำเ้าพระยา เมื่อทัพหน้าเเห่งมณีปุระข้ามเเม่น้ำเ้าพระยามาได้สำเร็จ พระยาพิชัยก็นำทัพเเละเป่าเเตรหอยสังข์ส่งสัญญาณให้เดินทัพไปสู้กับทหารฝ่ายศัตรู
เมื่อฝ่ายกองทัพของนายพลสุกี้ข้ามเเม่น้ำมาได้ครึ่งกองทัพ พระยาพิชัยก็จุดพลุสัญญาณให้ทหารที่คนสนิท500นายที่ซุ่มอยู่บริเวณเเม่น้ำเ้าพระยาจุดไฟจนเเม่น้ำเ้าพระยาทิศทักษิณกลายเป็ม่านเพลิงสูง3เมตร ทหารฝ่ายพม่าที่ข้ามเเม่น้ำมาชุดเกราะเเลเสื้อผ้าต่างๆก็เลอะน้ำมันถูกไฟครอกตายเป็อันมาก ส่วนทหารอีกครึ่งทัพกว่า1หมื่นก็ติดอยู่อีกฝากเเม่น้ำไม่สามารถข้ามมาได้
อันตามตำราพิชัยานั้นกองทัพใหญ่บดขยี้กองทัพเล็กก็เห็นชนะเป็มั่นคง เเต่ถ่้าหากกองทัพใหญ่กองทัพใหญ่สู้กันก็มีเเพ้มีชนะเป็ปกติ ซึ่งเมื่อสู้กับทหารที่มีกองทัพเท่ากันนั้นควรเเยกสลายทัพให้น้อยลงเเละจัดการจุดอ่อน พระยาพิชัยคิดถึงอันความคิดสติปัญญาก็ยิ้มกระหายเื เหล่าทหารที่ยินอึ้งอยู่ไม่ทันได้ขยับก็โดนเสียงของพระยาพิชัยทำลายความเงียบงัน
"พวกเราอยุธยา สละชีพเพื้อชาติเมื่อเห็นศัตรูอยู่ตรงหน้าก็อย่าให้มันหนีไปได้!!!" พระยาพิชัยถึงกับปลื้มปิติจนขนลุกเเละน้ำตาคลอต่างพากันโอ๋ร้องสุดเสียงบ้าคลั่ง วิ่งเข้าไปจู่โจมทัพอังวะที่วุ่นวายเพราะเพลิงไฟครอกตายกันอลหม่าน ฝ่ายนายทัพนายกองสุกี้เเม้ไฟครอกเเต่ร่างกายก็ไม่เป็ไร
"เเกตายซะ!!!"
ตึกๆๆๆๆ
นายพลสุกี้เมื่อไฟไหมเกราะเเลเสื้อผ้าก็ถอดออกเห็นสักยันต์เต็มตัว ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามมีหนวดดำหยิกหน้าตาดุดันโเี้ ตาสีเเดงสะท้อนกับเปลวเพลิงตัวใหญ่สองเกือบสองเมตรวิ่งเข้ามาใช้ดาบหวังจะตัดหัวพระยาพิชัยจากด้านหลัง
เพล้งงง!
พระยาพิชัยหันมาป้องกันได้ทันเเต่เเรงของนายสุกี้นั้นมีพละกำลังมาก พระยาพิชัยเท้าหลังขูดกับพื้นดินสะเก็ดไฟที่เกิดจากดาบั์ฟันอย่างรุนเเรงโผล่ออกมาราวกับพลุขนาดเล็ก
เพล้ง!เพล้ง! ขวับฟับบบ!
ใช้ดาบใหญ่เเละโค้งทำให้เเรงในการจู่โจมหนักเเน่นนัก ทุกการโจมตีทำให้พระยาพิชัยกระเด็นไปไกล สุกี้ใช้ดาบฟันเเนวราบพระชาพิชัยะโหลบ
เหล่าทหารเมืองกรุงเห็นพระยาพิชัยเสียเปรียบนักจึงเอาธนูยิ่งเข้าที่หัวของสุกี้จนหมวกเหล็กหลุดหกระเด็นออกไปเผยให้เห็นยันต์หมวกเหล็กที่สักลายไว้บนหัว "ยิ่งธนูใส่ศรีษะเเล้วไม่ม้วยมรณาอีก!" สุุกี้ใช้ดาบั์รับมือกับดาบคู่ของพระยาพิชัยได้อย่างง่ายได้เเม้พระยาพิชัยจะรวดเร็วเเต่ตัวเล็กกว่า จนในที่สุดสุกี้ใช้เเข้งขวาเเตะเเข้งซ้ายจนพระยาพิชัยเสียหลัก
ทหารต่างๆ ต่างโห่ร้องรีบวิ่งไปช่วยพระยาพิชัยเเต่ก็โดนทหารพม่าขัดขวาง ประชาชนทุกคนยังมองดูศึกาที่ประตูเมืองก็ต่างส่งเสียงเชียร์กันเป็อันมาก ไม่อยากให้วีรบุรุษผู้มีจิตใจดีงามต้องมาตาย
เพล้งงงงง!!!ครืดดดด
พระยาพิชัยโดนดาบยักกดจนต้องนั่งลงคุกเข่าใช้สองดาบป้องกันดาบเดียวเป็รูปกากบาท ดาบั์ค่อยเข้าไปที่คอของพระยาพิชัยมากขึ้นเรื่อย"บลูมมมมมม ตูมมมมมม!!!" ทันใดนั้นพระเ้าเอกทัศก็เข้าไปโจมตีตรงกลางดาบของนายสุกี้เเละพระยาพิชัยเพื่อป้องกันพระยาพิชัย จนดาบคู่ของเขาเล่มนึงหัก
ร่างกายกำยำของของสุกี้กระเด็นไป2วาเเละกล้ามเนื้อต่างๆช้ำออกม่วงทั่วร่าง
"ใครว่าข้าสู้รบไม่เป็กัน!" พระยาพิชัยมองเ้าของเสียงคือพระเ้าเอกทัศน์จากมุมต่ำก็รู้สึกชื่นชมเป็อันมาก ประชาชนต่างๆหญิงชายไม่ยอมยืนดูอยู่เฉยๆ ช่วยกันจับอาวุธมาต่อสู้