ในที่สุดมันก็พุ่งตรงมายังร่างของหลี่ิแล้วอ้าปากกว้างกลืนกินลงท้องในคราวเดียว แล้วโผบินขึ้นฟ้ากลับรังไปนอนย่อยอาหารที่เพิ่งกินเข้าไป เมื่อมาถึงถ้ำที่มันอาศัยอยู่ร่างมนุษย์ที่อยู่ในท้องแทนที่จะถูกย่อยสลายกลายเป็สารอาหารเพื่อดูดซึมไปหล่อเลี้ยงร่างกาย แต่ดูเหมือนร่างนั้นยังคงอยู่ดังเดิมมันจึงส่งน้ำย่อยเข้าไปในกระเพาะเพิ่มมากขึ้น ก็ยังไม่เป็ผลอยู่ดีมันเริ่มอึดอัดหายใจไม่ออกจึงบิดตัวไปมาบีบรัดกล้ามเนื้อจนลำตัวขดแข็งเป็วงซ้อนกันราวกับสปริง หวังจะใช้แรงบีบที่อัดแน่นไปด้วยกำลังกว่า 2,000 จิน จนในที่สุดก็เกิดเสียงดัง"โพล๊ะ"กล้ามเนื้อท้องของมันฉีกขาดเนื่องจากทานกำลังไม่ไหว อสรพิษเมฆาส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ป ร่างของหลี่ิโผล่ออกมาเพียง่ขาเท่านั้น
สภาพของงูร้ายยิ่งอเนจอนาถมากกว่าเดิม เมื่อมันทนความเ็ปไม่ไหวมันเหลือบเห็นร่างมนุษย์บางส่วนโผล่ให้เห็นตรงที่หน้าท้อง มันคลั่งแค้นด้วยสัญชาตญาณที่ดุร้าย จึงอ้าปากงับใช้คมเขี้ยวแทงไปที่ร่างของหลี่ิแล้วปล่อยพิษทั้งหมดออกมา หวังจะละลายร่างของมนุษย์ให้กลายเป็หยดน้ำด้วยพิษอันร้ายแรงของมัน แต่กายาเหล็กของหลี่ิกลับทนทานยิ่งไม่มีริ้วรอยาแเกิดขึ้นแต่อย่างใด
แต่พิษของอสรพิษเมฆาร้ายแรงยิ่งนักเพียงแค่ต้องถูกที่ท้องของมัน พิษได้แทรกซึมเข้าสู่ร่างของตัวเองใช้เวลาเพียง 1 เค่อ ร่างของอสรพิษเมฆาได้ละลายกลายเป็น้ำเหลือทิ้งไว้แต่เพียงการ์ดอสรพิษเมฆาเท่านั้น
หลี่ิกำหนดดวงจิตทรงญาณแน่วแน่ว่าหากถึงรุ่งเช้าจึงจะถอนสมาธิออกมา ครั้นเมื่อครบกำหนดจึงลืมตาขึ้นมาสิ่งที่เห็นคือหยดน้ำใสแจ๋วและการ์ดอสรพิษเมฆาตกอนู่กัยพื้น เมื่อหยิบขึ้นมาดูจึงอดยิ้มออกมาไม่ได้
"นับว่าเป็โชคของข้าที่รอดพ้นจากมัน ที่แท้อสรพิษเมฆากลืนกินร่างของเราแล้วจึงกลับเข้ามาในถ้ำ แต่กายาเหล็กสามารถป้องกันน้ำย่อยแหล่ะพิษร้าย คงทำให้เป็มันโกรธจึงดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งสุดท้ายต้องพิษของตัวเองจนกลายสภาพเป็หยดน้ำ"หลี่ิลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายเปลือยเปล่า เอามือลูบตามผนังถ้ำและดูร่องรอยบนพื้นที่ๆอสรพิษเมฆาทิ้งไว้ มันคงทุรนทุรายอย่างเ็ปจนถ้ำแห่งนี้แทบพังทลาย แล้วจึงนั่งลงหลอมการ์ดอสรพิษเมฆาไว้ที่หน้าแข้งซ้าย ขอเพียงใช้สกิลพิษเตะถูกผู้ใดคนผู้นั้นจะละลายกลายเป็หยดน้ำ
เมื่อเดินออกมาถึงปากถ้ำเห็นแสงที่เจิดจ้าของดวงอาทิตย์คงใกล้เที่ยงแล้ว 'แย่จริง ข้าวของที่นำติดตัวมาถูกละลายจนสูญสลายไปหมดสิ้น แม้แต่ร่างกายของเราตอนนี้เหลือแต่เพียงตัวล่อนจ้อน คงต้องเดินชีเปลือยหาใบไม้หรือหนังสัตว์ตัดเย็บทำเป็ชุดขึ้นมาใหม่' สถานที่อยู่ของอสรพิษเมฆาอยู่บนหน้าผาสูงชันกว่า 200 จั้ง มองออกไปเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างที่งดงาม สีเขียวเข้มของพันธุ์ไม้โบราณทอดยาวไร้จุดสิ้นสุดราวกับผืนพรม
หลี่ิจึงตัดสินใจะโลงสู่เบื้องล่างอย่างไม่หวาดเกรง ร่างลอยอยู่กลางอากาศได้ครู่เดียวก็ร่วงดิ่งตกลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว เสียงใบไม้กิ่งไม้ดัง"ซ่วบ"ลู่ไปตามร่างที่ตกลงมา เสียงแตกหักของกิ่งไม้ใหญ่และลำต้นดังลั่นสะท้อนไปทั่วป่า "โครม"เสียงร่างของหลี่ิปะทะเข้ากับพื้นดินอย่างจัง จนร่างจมลึกไปในดินถึงครึ่งจั้ง สร้างความแตกตื่นให้กับสัตว์ป่าในระยะกว่า 3 ลี้
หลี่เ็ปรวดร้าวจนถึงกับกระอักเืออกมา ถึงแม้ร่างกายภายจะไร้ซึ่งาแ แต่รอยฟกช้ำยังปรากฏให้เห็นเป็จ้ำๆ เขาค่อยๆคืบคลานขึ้นมาจากหลุมอย่างทุลักทุเล แล้วนอนแผ่หรากับพื้นหมดสิ้นเรี่ยวแรงอยู่ข้างหลุมนั่นเอง
"เกือบตายแล้วซินะ กระดูกแทบป่นปี้ร่างกายแทบฉีกขาด เคล็ดลมปราณ 7 ก้าวพ้นทะเลยังใช้การไม่ได้ เราฝึกสำเร็จได้เพียงขั้นกลางแค่ทำให้วิ่งได้เร็วขึ้นเท่านั้น"
..ตุ๊บ.ตุ๊บ.ตุ๊บ..
แผ่นดินไหวหรืออย่างไรกัน ผืนดินถึงได้สั่นะเืเช่นนี้ 'เสียงอะไร'หลี่ิดันกายเอี้ยวตัวหันไปมองด้านข้าง ถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งกายเมื่อเห็นฝูงสัตว์ป่ากำลังวิ่งมาตรงที่เขาอยู่
"บ้าเอ๊ย!พวกมันจะวิ่งตรงมาที่เรา มีทั้งวัว,หมาป่า,เสือ,แรด,ช้างและจรเข้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น"หลี่ิพยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง เพื่อหลีกหนีออกจากที่ตรงนี้ก่อนที่ฝูงสัตว์ป่านับพัน จะพากันเหยียบย่ำจนร่างของเขาแตกหักบี้แบน
"โธ่เอ๊ย!ขยับตัวไม่ได้ร่างกายปวดร้าวจนชาด้าน คงได้แต่นอนลงหลับตาบริกรรมคาถา ร่ายอาคมเดินลมปราณปกป้องตนด้วยกายาเหล็กอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"
ฝูงสัตว์ครั้นเห็นร่างอะไรไม่รู้นอนขวางอยู่ต่างพากันะโข้าม หลี่ิรู้สึกได้ถึงลมเย็นที่พุ่งผ่านร่างของตนไป วูบวาบอยู่เพียงครู่แล้วจึงหายไป จากนั้นดูเหมือนมีอะไรแข็งๆหนักๆเขี่ยร่างของเขาไปมาอยู่หลายครั้ง แล้วกวาดร่างของตนจนปลิวไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ ร่วงตกลงพื้นดัง"ตุ๊บ"จนเขากระอักเืออกมาคำโต
หลี่ิลืมตาขึ้นมาด้วยความเ็ปรวดร้าวสุดพรรณนา เมื่อมองไปตรงหน้าดวงตาของเขาเบิกกว้างเนื้อตัวเย็นเฉียบเหงื่อไหลพรั่งพรู นั่นมันตัวอะไรสัตว์อสูรขนาดั์สูงราว 10 จั้ง หัวเป็นกอินทรีลำตัวเป็สิงโตมีปีกอยู่ 2 คู่ ลำตัวใหญ่โตมีเกล็ดสีเขียวปกคลุมทั่วกาย หางของมันราวกับแส้อยู่กันเป็พุ่มหลายสิบอันที่ปลายหางเป็หัวอสรพิษ กำลังอ้าปากกว้างกลืนกินสัตว์ป่าพร้อมกันทีเดียวนับสิบตัว ช่างน่าขนพองสยองเกล้ายิ่งนัก
ตามตำรากล่าวเอาไว้มันคือปักษามารอสรพิษ ที่มีความสามารถฝึกปรือวิชาเซียน มีอายุั้แ่ 5,000-10,000 ปี สามารถคะเนจากอายุของมันได้จากเกล็ดที่ลำตัวของมัน สีดำ 1,000-3,000 ปี สีเขียว 3,000-6,000 ปี สีแดง 6,000-10,000 ปี และสีทอง อายุเกิน 10,000 ปีขึ้นไป สามารถบินได้รวดเร็ว มีกงเล็บที่แหลมคมทรงพลังสามารถแบกน้ำหนักได้ถึง 5,000 จิน ปีกกระพือเพื่อสร้างพายุได้ หางของมันเป็งูมีพิษร้ายกาจยืดยาวได้ไกลนับ 20 จั้ง เพื่อจับเหยื่อกลืนกินเข้าทางหาง