คำสั่งหลุดจากปากโจเวลอย่างไม่ใส่ใจนัก
แซมหยิบก้อนหินขึ้นมือทันทีปรับออร่าให้เข้ากับท่วงท่าและองศาการขว้าง สายตาจับจ้องเป้าหมายกลางอากาศ
แต่น่าแปลก…อีกาตัวนั้นยังคงบินวนอยู่ที่เดิมไม่บินหนีแม้ถูกจิตสังหาร ไม่ส่งเสียงร้องโหวกเหวก และไม่สนใจพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาสีเืของมันจับจ้องบางสิ่งไม่วางตาราวกับกำลังตรวจสอบอยู่
ด้วยระยะที่ไกลเกินไปจึงยากจะคาดเดาว่าสิ่งนั้นคืออะไร
“เดี๋ยวก่อน”เสียงของโจเวลแ่ลงโดยไม่รู้ตัว รู้สึกถึงความผิดปกติ
แซมหยุดทันที
“มีอะไรหรือขอรับ บอส”
หากช้ากว่านี้เพียงเสี้ยววินาทีเป้าหมายกลางอากาศคงโดนแรงปะทะเข้าเต็มๆ
โจเวลไม่ตอบ เขาขมวดคิ้วคิดหนักสายตายังคงจับจ้องไปยังอีกาของแบล็กธอร์น ลมเย็นพัดเอื่อย กลิ่นน้ำ กลิ่นดินและเสียงดนตรีแว่วมาเป็ระยะเหมือนเดิม
แต่บรรยากาศบางอย่างกลับกดทับจนรู้สึกไม่สบายใจ
“ไปตามเอเมอร์มา”
“แต่ว่า…”
แซมเข้าใจทันทีว่านั่นหมายถึงอะไรไม่ใช่เื่ดีแน่ หากปล่อยให้นายน้อยสำรวจเพียงลำพัง
“นี่คือคำสั่งแซมที่สำคัญ…อย่าเพิ่งให้ท่านลอร์ด ข้าหมายถึงท่านพ่อ รู้เื่นี้”
โจเวลตบไหล่พร้อมรอยยิ้ม
“ไว้ข้าจะกลับมาอธิบายเอง”
ยังไม่ทันที่แซมจะโต้แย้งร่างของโจเวลก็ทะยานหายไปในความมืด ทิ้งเขาไว้ท่ามกลางแสงหิ่งห้อยอย่างงุนงง
“นายน้อยขอรับ ข้ากลับมาแล้ว”
เอเมอร์เดินะโมาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อจากสิ่งที่ถืออยู่ในมือถังไม้สามใบเต็มไปด้วยเครื่องดื่มธัญพืชหมัก ฟองสีขาวลอยฟูคล้ายปุยเมฆ
แซมเกาหัวทำอะไรไม่ถูก
ด้วยสภาพของคนตรงหน้าตอนนี้ไม่ต้องถึงกับวิ่ง ลำพังแค่เดินก็อาจล้มลงได้ทุกเมื่อมองสลับกับทิศทางที่โจเวลเพิ่งวิ่งออกไป
“ข้าต้องทำยังไงดี”
เอเมอร์เลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
…
ความเร็วที่โจเวลวิ่งนั้นเกินกว่าจะอธิบายได้ร่างกายก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้วภาพของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ในจอแก้วผุดขึ้นในความคิด
หากเป็แบบนี้ต่อไปอาจยิงลำแสงออกจากตาก็เป็ได้
“ว่าไปนั่น…”
เพียงคิดเขาก็ยิ้มให้ความไร้เดียงสาของตัวเอง
เมื่อพุ่งผ่านแนวต้นไม้มาได้พักหนึ่งจนพบเข้ากับอีกาตัวนั้นเกาะอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ไม่ไกลั์ตาสีโลหิตของมันยังคงจ้องไปยังจุดหนึ่งอย่างไม่ลดละ
ซึ่งเป็ปากถ้ำมืดลึก
“หรือจะเป็…ดันเจี้ยน”
ดันเจี้ยนคือรอยแยกของโลกที่ไม่ควรมีอยู่ มักปรากฏขึ้นอย่างไร้ที่มาที่ไปไม่อาจคาดเดาหรือคิดอ่านด้วยสามัญสำนึกทั่วไปอาจกลืนกินพื้นที่หลายกิโลเมตรหรือเป็เพียงจุดเล็กคล้ายรังมดซึ่งบิดเบือนทุกสิ่งให้ผิดเพี้ยนจากธรรมชาติ
ภายในเต็มไปด้วยอสูรกาย มอนสเตอร์ ปีศาจกับดัก และพลังลึกลับที่ไม่เป็มิตรตุ่์
กฎเกณฑ์ของโลกภายนอกไม่อาจใช้ได้ในเขตดันเจี้ยนเวลา แสง และแม้แต่ทิศทาง ล้วนคลาดเคลื่อน
บางแห่งเป็เพียงถ้ำมืดอันชื้นเย็นบางแห่งกลับกว้างใหญ่ราวกับอีกโลกหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะเป็แบบใดดันเจี้ยนทุกแห่งมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน ไม่ต้อนรับผู้มาเยือน
เมื่อเลื่อนสายตาเลยจากอีกาไป
พบเข้ากับก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งตั้งโดดเด่นอยู่กลางพื้นที่ราบโล่งมุมหนึ่งของมันสะท้อนแสงจันทร์จนเกิดเป็สัญลักษณ์บางอย่างส่งไปยังเสาหินต้นหนึ่งตรงปากถ้ำ
เมื่อเพ่งมองให้ชัด สัญลักษณ์ดังกล่าวเหมือนตราของตระกูลลาเมทัสได้น่าใ
“บังเอิญเกินไปหรือเปล่า”
ความผิดปกติตรงหน้าสร้างแรงกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์แก่โจเวลได้อย่างรุนแรง
“โชคดีไปนะที่วันนี้แกไม่ได้กลายเป็อีกาย่าง”
เขาคว้าก้อนหินขนาดพอดีมือขึ้นมาขว้างใส่มันเต็มแรง
กา! กา!
เสียงร้องใดังลั่นอีกาตัวโตประจำตระกูลแบล็กธอร์นบินหนีขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยไม่หันกลับมามอง
โจเวลฉวยจังหวะนั้นพุ่งเข้าไปในถ้ำด้วยความสงสัย
ทันทีที่ก้าวพ้นปากถ้ำกลับรู้สึกว่าได้เปิดประตูต้องห้ามเกิดขึ้น อากาศเย็นวาบลงชัดเจนกลิ่นอับชื้นปะปนกลิ่นกำมะถันลอยคลุ้ง ไม่มีเสียงแมลง ไม่มีสายลมมีเพียงความเงียบที่กดทับอยู่ทุกอณู
เมื่อสายตาปรับเข้ากับความมืดเงาเลือนรางตามทางเดินเริ่มชัดขึ้น สองข้างทางปรากฏร่องรอยการต่อสู้เก่าก่อนไม่รู้ว่าเกิดขึ้นแล้วนานเพียงใด
ชิ้นส่วนโครงกระดูกกระจัดกระจายอยู่ตลอดทาง
“คิดถูกหรือคิดผิดที่เข้ามาคนเดียวแบบนี้”
โจเวลอยากสบถด่าใส่ตัวเองเพราะมีเพียงมีดสั้นเหน็บอยู่ข้างเอวเท่านั้น
กร๊อบ…
เสียงบางอย่างแตกละเอียดใต้ฝ่าเท้า
สัญชาตญาณพลันร้องเตือนมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่เหนือศีรษะ เหงื่อเย็นไหลซึมเต็มแผ่นหลังหัวใจเต้นแรงจนได้ยินชัด มือขวาค่อยๆ เคลื่อนไปจับมีดที่เอว
กึก…
หยดของเหลวเหม็นสาบตกลงตรงหน้าแรงกดดันแผ่ซ่าน
ก่อนจะสะดุดเข้ากับเส้นใยสีดำโปร่งใสที่แทบกลืนไปกับความมืดจากหนึ่งเป็สอง จากสองเป็สิบ และเพิ่มขึ้นจนสุดสายตามองเห็นถักทอเป็แนวลึกดั่งเขาวงกต
ดูเหมือนเขาจะกลายเป็แขกที่ถูกเตรียมไว้เป็อาหารสำหรับอะไรเข้าให้
“งานเข้าแล้ว”
พรึ่บ!
เงาดำพุ่งลงมาจากเพดานด้วยความเร็วเกินกว่าสายตามนุษย์จะไล่ทันผสานเข้ากับความรุนแรงและแม่นยำ จนเกิดเสียงเสียดสีในอากาศ
ตู้ม!
พื้นข้างกายโจเวลยุบเป็หลุมขนาดใหญ่
ดวงตาสีเงินสะท้อนแสงเบิกกว้าง
พบเข้ากับขากรรไกรลึกลับที่ปกคลุมด้วยขนหยาบอันน่าสยดสยองมันกางอ้าออกอย่างเชื่องช้าให้เขาได้เชยชม ก่อนจะสะบัดฟาดตัดแนวนอนหมายจะผ่าร่างศัตรูให้ขาดเป็สองท่อน
ฉึบ! เคร้ง!
ประกายแสงปะทะกันกลางความมืดแรงกระแทกสั่นะเืถึงแขน ออร่าสีเงินพวยพุ่งห่อหุ้มรอบตัวแล้วไหลรวมเข้าสู่มีดสั้นในมือแววตาวาบขึ้นมองเห็นศัตรูได้ชัดเจนทันที
แมงมุมั์ลวดลายประหลาดขนาดใหญ่กว่าม้าศึก ลำตัวดำด้านมืดมิดราวกับดูดกลืนแสง ขาเรียวยาวปลายแหลมคมดุจใบมีด ดวงตาแปดดวงเรืองแสงสีม่วงหม่นกลอกไปมาก่อนหยุดจ้องอาหารตรงหน้าเพียงคนเดียว
“งานแมงมุมเสียด้วย!”
นี่คือการต่อสู้เต็มรูปแบบครั้งแรกของโจเวลและคงโหดหินมาก
ในหัวเขาเร่งคิดหาวิธีทั้งการต่อสู้และเอาชีวิตรอดทั้งยังคอยปัดป้องและโต้กลับไปในทีเดียวสองเท้าขยับหลบหลีกในพื้นที่แคบด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“น่ารำคาญจริง”
แต่สิ่งที่น่ากวนใจที่สุดคงเป็ใยแมงมุมที่ยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่าพุ่งมารอบทิศทาง หลายครั้งได้กรีดเอาเืจากแขนขาและลำตัวของเขาอย่างต่อเนื่อง
“อึก!”
ความเ็ปรุนแรงทำให้สติของเขาพร่ามัวภาพในวันวานผุดขึ้นเสมือนความฝัน เสียงของใครบางคนดังก้องชัดเจนในหัว
เมื่อเหยื่อหยุดหนีการล่าจะเริ่มต้นใหม่ วินาทีที่เหยื่อกล้าสวน ผู้ล่าจะเริ่มหวาดกลัว
“ใครจะไปคิด…วิชาบ้านั่นจะมีประโยชน์เอาตอนนี้”
มุมปากยกขึ้น รอคอยบางอย่างแต่ร่างกายไม่ได้หยุดเคลื่อนไหว ยังคงพยายามหลบเลี่ยงไปมา
“มาสิ…มาเลย”
เส้นใยอันเหนียวหนึบแต่แหลมคมถูกปล่อยออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งถึงจุดหนึ่งตามการคาดเดาของโจเวล
ขาของโจเวลสะดุดเข้ากับบางอย่างที่แหลมคมเป็ด้ามยาวหักอยู่บนพื้น ตรงตามการจดจำ
“เจอสักที!”
เขาเดาะมันขึ้นด้วยขาขวาเพียงข้างเดียวพร้อมกับมีใยสีดำโปร่งเสียดเข้าที่สีข้าง
“บ้าเอ้ย!”
โจเวลกัดฟันเอาแขนซ้ายหมุนพันเข้ากับเส้นใยแล้วเตะไปยังปลายด้ามหอกพุ่งทะลวงเข้าดวงตากลมโตดวงหนึ่งของแมงมุมั์ตรงหน้า
กรี๊ซซซซซ!
เสียงแหลมสูงฉีกผ่านความเงียบดังจนเสียดสีถึงไขกระดูก
ไม่รู้เพราะความใหรือสิ่งใดมันไม่สลัดใยทิ้ง กลับดึงเข้าหาตัว แรงดึงนั้นฉุดร่างโจเวลเข้าไป
“ซรี๊ด!”
แมงมุมั์ชะงักมันไม่เคยเห็นเหยื่อแบบนี้ มนุษย์ควรวิ่งหนีเมื่อเจออันตรายไม่ใช่การพุ่งเข้าหาดั่งเช่นคนตรงหน้า
กึก!
โจเวลเหยียบขาของมันที่ตวัดฟันตัดอากาศส่งผลให้ร่างลอยขึ้นจนเกือบแตะเพดานถ้ำสองเท้ากลับด้านตีหลังกาเหยียบพื้น้าเป็ฐานพุ่งตัวพลังออร่าไหลรวมไปยังฝ่าเท้า
ดวงตาทั้งแปดหันตาม แต่ช้าไป
“กัดฟันไว้!”
สายตาเฉียบคมมากขึ้น ในมุมมองระดับนี้เขามองเห็นจุดอ่อนทั่วร่างของแมงมุมได้อย่างชัดเจน
ฉัวะ!
คมมีดเฉือนผ่านขาแมงมุม
ไม่ใช่แค่ตัด แต่เป็แหวกเนื้อออกจากกันเปลือกแข็งแตกปริ เสียงกรอบแกรบลั่นเหมือนกระดูกถูกบีบจนร้าวของเหลวสีเขียวข้นหนืดทะลักออกมาพร้อมกลิ่นเหม็นฉุนราวถูกเก็บไว้ในที่อับมานาน
กรี๊ซซซซซ!!!
เสียงร้องของมันไม่ใช่แค่เจ็บแต่เป็เสียงของสิ่งมีชีวิตที่กำลังถูกฉีกออกทั้งเป็
“ยังไม่จบ!”แสงสีเงินพุ่งวาบตัดขาอีกข้างขาดสะบั้น
ปลายที่ถูกตัดยังดิ้นกระตุกอยู่บนพื้นเส้นเอ็นสีคล้ำยืดย้วยเหมือนยังไม่ยอมขาดจากกันดีเืสีเขียวกระเซ็นใส่ใบหน้าโจเวล เหนียวและเหม็นจนแสบจมูก
เขาไม่แม้แต่จะหลบกัดฟันทนพิษาแเกร็งทุกสัดส่วนของร่างกาย
“เอาไปอีก!”เสียงพึมพำต่ำหลุดออกจากลำคอ ดวงตาสีเงินสว่างเจิดจ้าเ็าเหมือนคนละคน
“อีก!”
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
คมมีดฟาดซ้ำลงไปอย่างไร้ความปรานี
ทุกครั้งที่ฟันลงเสียงแตกของเปลือกแข็งจะดังตามมา ทุกครั้งที่ฉีกผ่านเนื้อมันจะเปิดออกให้เห็นชั้นด้านในที่ขยับไหลอย่างน่าสะอิดสะเอียนของเหลวภายในไหลทะลักออกมาไม่หยุดพื้นเริ่มลื่นจากเืและเศษเนื้อที่กระจายเกลื่อน
ครืดดดดกรี๊ซ!
แมงมุมั์เริ่มเสียการทรงตัวขาที่เหลือหักงอในมุมผิดธรรมชาติบางส่วนถูกตัดค้างห้อยอยู่ด้วยเส้นเนื้อเอ็นบางที่ยืดจนแทบขาด
“กรี๊…ซซ…” เสียงมันเริ่มแหบพร่า
โจเวลก้าวเข้าไปใกล้ เหยียบลงบนลำตัวมันเปลือกแข็งยุบลงเล็กน้อย ใต้ฝ่าเท้าััได้ถึงบางอย่างที่ยังขยับอยู่ภายใน
“ลาขาด”
ฉึก!!!
มีดแทงลงกลางลำตัวทะลุเข้าไปลึกจนรู้สึกได้ถึงแรงต้านของชั้นเนื้อภายในที่กระตุกถี่อยู่ก่อนทะลวงลึกเข้าไปอีกชั้น
ซ่าาาาา!!!
เืพุ่งกระฉูดแรงดันภายในดันของเหลวทะลักออกมารอบใบมีดกลิ่นคาวผสมกลิ่นเน่ารุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก
ร่างของแมงมุมั์ดิ้นพล่านหลายครั้งก่อนนิ่งสงบลง
แฮ่ก…แฮ่ก…
ร่างกายของโจเวลเต็มไปด้วยเืของตัวเองและของแมงมุมั์าแตามแขนและสีข้างเปิดออกจนเห็นเนื้อด้านในบางจุด เืไหลซึมไม่หยุดความสาหัสทางร่างกายไม่มีผลต่อมุมปากที่ยิ้มกว้างอย่างสะใจ
ช่างเป็รอยยิ้มของคนที่ยังยืนอยู่ได้ท่ามกลางเศษซากของสิ่งที่ควรฆ่าเขาไปแล้ว
“รู้งี้…ไม่น่าเข้ามาั้แ่แรกเลย”
โจเวลล้มตัวลงนอนตรงหน้าศพของแมงมุมั์สองแขนขากางออกหมดแรง
…
โดยไม่รู้ตัวเลยว่า…มีบางสิ่งกำลังจับจ้องอยู่ในเงามืดที่ลึกเข้าไปด้านในดันเจี้ยน