หลังจากเหตุการณ์ที่นักเรียนโรงเรียนเบียวศาสตร์แตกแยกกันเอง ก็ผ่านมาค่อนข้างหลายเดือนซึ่งตอนนี้ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติพร้อมรับมือกับงานเปิดบ้านวิชาการที่จะถึงในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า และโรงเรียนนานาชาติคริสตัลที่ได้ชื่อว่าเป็นฝาแฝดกับโรงเรียนเบียวศาสตร์ต้องมาเข้าร่วมด้วยแน่นอนอยู่แล้ว
ตูน เค ไบรท์ หิน จอร์จ และสิงห์ ก็ไม่ได้มาเจอกันบ่อย ๆ เหมือนแต่ก่อน เพราะพวกเขาติดธุระทางชมรมสำหรับงานเปิดบ้านที่จะถึงนี้ สำหรับตูนที่เป็นสมาชิกของชมรมคอสเพลย์ก็ไม่มีหน้าที่ต้องทำอะไรเพราะทั้งเด็กใหม่และเด็กเก่าในชมรมต่างสรรเสริญตูนอย่างกับพระผู้เป็นเจ้าที่กอบกู้โรงเรียนจึงขอทำงานทุกอย่างให้แทนเอง และเนื่องจากว่างและไม่มีอะไรทำ ตูนจึงได้มานั่งอยู่กับเพียงดาวในห้องสภานักเรียน
[ตัวแทนแห่งดวงจันทร์จะลงทัณฑ์แกเอง!]
ทั้ง 2 คนนั่งกินขนมดูการ์ตูนอย่างสบายใจเฉิบ
“นี่ ทำไมไอ่เจ้าสิงห์มันต้องหักแขนอาจารย์จนต้องถูกพักการเรียนด้วยล่ะ…?”
“ก็อาจารย์คนนั้นมันหื่นกาม มันชอบจับก้นลวนลามนักเรียนหญิง สิงห์ก็เลยหักแขนมันซะเลยและอาจารย์คนนั้นก็ถูกไล่ออก”
“อืม… แล้วทำไมเธอถึงชอบเซล่ามูนมากขนาดนั้นกันล่ะเนี่ย...?”
“ใช่แล้วล่ะฉันชอบมาก ก็เหมือนกับที่นายชอบอ่านมังงะนั่นแหละ”
“ถ้าชอบขนาดนั้นไหนลองทำท่าแปรงร่างให้ดูหน่อยสิ้!”
“ฮ่า ๆ ๆ ทำไมฉันต้องทำให้นายดูด้วยล่ะ ฝันไปเถอะ”
ตูนที่ได้ยินแบบนั้นก็เริ่มทำหน้าตากวนโอ้ยและได้แสยะยิ้มออกมา “หึ... งั้นแสดงว่าเธอก็ไม่ได้ชอบจริงนี่นา... ของแค่นี้ก็ทำไม่ได้.... น่าผิดหวังจริง ๆ เลย….”
อย่าสะกิด เพราะเครื่องมันติดง่าย เพียงดาวที่ได้ยินแบบนั้นก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที
“นายว่าใครไม่ชอบจริงกันฮะ!! ไหน!? หน้ากากอยู่ไหน!?”
แค่แปลงร่างแค่นี้ไม่เห็นต้องถึงขึ้นใส่หน้ากากเลย เล่นใหญ่กว่าที่คิดแฮะยัยนี่...
เพียงดาวที่อยู่ในอารมณ์ฉุนเฉียวก็เดินหายใจฟึดฟัดไปยังตู้เก็บของตู้หนึ่งในห้อง เธอไขกุญแจและเปิดลิ้นชักออกมา ซึ่งมันก็มีหน้ากากเซล่ามูนอยู่จริง ๆ ด้วย แถมยังเป็นหน้ากากที่หาซื้อได้ตามงานวัดอีกต่างหาก
“เอาล่ะดูให้ดี ๆ นะ จะได้รู้กันไปเลยว่าชอบจริงหรือไม่จริง! มนต์แห่งจันทรา จงสําแดงฤทธา ณ บัดนี้....!!!”
แชะ!
แสงแฟรชจากล้องมือถือของตูนสว่างจ้าเต็ม ๆ หน้าของอีกฝ่าย ทำให้เพียงดาวรู้ได้ทันทีเลยว่าเธอกำลังโดนผู้ชายตรงหน้าปั่นหัวเล่นจนยับยิ่งกว่าผ้าขี้ริ้ว
“นะ-นายทำอะไรน่ะฮะ!! จะถ่ายรูปทำไม!! เอามานี่เลย!!”
“ไม่ให้!”
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เพียงดาวพยายามแย่งโทรศัพท์จากตูนแต่ก็แย่งไม่ได้ ตูนถือโทรศัพท์และก็เหยียดขึ้นไปสุดแขน จนเพียงดาวไม่ทันได้สังเกตุเลยว่าเขาไม่ได้เป็นเด็กตัวเล็กเหมือนตอนที่ทั้ง 2 คนเจอกันครั้งแรกอีกต่อไปแล้ว
“หนอย...!! นายสูงขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!!? ตอนนี้สูงกี่เซน!?”
“อืมม... วัดล่าสุดก็น่าจะ 172”
หนอย...! สูงกว่าเราแค่ 2 เซนแต่ทำไมโทรศัพท์มันแย่งยากจังเลยฟะ!
“ฮึ! ไม่เอาแล้วก็ได้!”
“อะอ่าว… ยอมแพ้แล้วเหรอ...?”
ที่จริงมันเป็นแผนของเธอเพื่อที่ให้ตูนลดการ์ดลงต่างหาก เมื่อตูนเอาโทรศัพท์กลับมาที่บริเวณที่เธอเอื้อมถึง เธอก็รีบคว้าทันทีราวกับแมวที่รอจังหวะตะครุบเหยื่อ ทว่าตูนดันไวกว่าและสามารถหลบเด็กสาวตรงหน้าได้อย่างหวุดหวิด
“จู่ ๆ ทำอะไรของเธอเนี่ย? ตกใจหมดเลย”
เพียงดาวไม่พูดอะไร กำหมัดแน่น รู้สึกอับอายและคับแค้นใจจนหน้าเริ่มแดง เธอจ้องมองมาที่เด็กหนุ่มตรงหน้าก่อนที่จะสะบัดหน้าหนีและเดินออกห้องไป
“เอ๊ะ?”
เอ๊ะ?
“เธอไปไหนน่ะ?”
ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ รีบ ๆ ตามเธอไปสิ!
“โอเคร ๆ ก็ได้ ๆ แหม... ได้ข่าวว่าจะเปิดเรื่องใหม่หลังจากจบเรื่องนี้ก็คึกใหญ่เลยนะ....”
มะ-ไม่ต้องพูดแล้วรีบ ๆ วิ่งตามไปเถอะ!
“เฮ้ออ~ หลังจากจบเรื่องนี้ไปฉันคงเหงาแย่เลย~ คิดถึงนักอ่านทุกคนจุงเบยย~”
รีบวิ่งตามเธอไปเถอะน่า….!!
และตูนก็ได้วิ่งไปทั่วตึกแต่ก็ไม่เจอเพียงดาว เพราะว่าเธอนั้นเลี้ยวเข้าไปห้องน้ำหญิงที่อยู่ไม่ไกลจากห้องสภานักเรียนมากนัก ทำให้พวกเขาคลาดกันจนได้ ซึ่งตูนก็ขี้เกียจจะเดินกลับไปแล้ว เขาจึงแหย่เพียงดาวเล่นโดยการเอารูปที่พึ่งถ่ายเมื่อกี้ตั้งเป็นรูปหน้าจอและแคปส่งให้เธอดู และเขาก็ปิดเน็ตตัดขาดจากโลกโซเชียลทันทีด้วยความเลือดเย็นและเดินชมโรงเรียนในยามพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน
แต่ละที่ที่เขาเดินไป ก็ทำให้เขารู้สึกถึงวันวานที่ตัวเองพึ่งเข้ามาเรียนที่นี่ใหม่ ๆ ซึ่งตอนนี้ก็จะใกล้จบ ม.6 เลยรู้แอบใจหายอยู่บ้างเล็กน้อย ทั้งเวทีมวยที่ต่อยกับเค สนามบาสที่โดนไบรท์เตะลิ้นปี่จนสลบ มุมตึกที่วิ่งชนกับดาว โรงอาหารที่แย่งข้าวกับเพื่อน ๆ ชมรมคอสเพลย์กิน ฟิตเนสที่ช่วยหินให้สอบติด รด. หน้าโรงเรียนที่แก๊งซิ่งเคยมาบุก สนามบอลที่ได้รู้จักกับจอร์จครั้งแรก และสวนสาธรณะที่ได้รู้จักกับสิงห์ หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างล้วนแต่เป็นความทรงจำที่ดีและเลวร้ายปะปนกันไป ซึ่งเป็นเพราะว่าตูนผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาได้จึงทำให้มันหล่อหลอมจนมาเป็นเขาอย่างทุกวันนี้
จนกระทั่งเขาได้เดินมาถึงหน้าโรงเรียน ก็ได้มาเจอกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งในเครื่องแบบนักเรียนสีขาวที่เขารู้จักเป็นอย่างดี นั่นก็คือเด็กจากโรงเรียนนานาชาติคริสตัลนั่นเอง ทันทีที่เด็กหนุ่มคนนั้นเห็นเข้ากับตูน เขาก็โบกไมโบกมือขึ้นมาซะยกใหญ่
“เฮ้!!! ตูน!!! ฉันเอง!!! ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ!!!”
เขายืนนิ่งมองหน้าอีกฝ่ายอยู่สักพักด้วยความงุนงง ก่อนที่จะตัดสินเดินเข้าไปก็พบว่าเด็กหนุ่มคนนั้นมีหน้าตาเหมือนกับเป็นลูกครึ่งเกาหลี
“ไงตูน! นายจำฉันได้ไหม!! ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ!! ตัวโตขึ้นเยอะเลย เมื่อก่อนตัวนิดเดียวเอง!”
อีกฝ่ายบีบแขนตูนด้วยความเอ็นดู แต่ทว่าตูนก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีว่าไอ่หมอนี่มันเป็นใคร ไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่
“เอ่ออ.... ใครเหรอครับ? เราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า...?”
“อะไรกัน!? ฉันเองไงฉันเอง! เพื่อนคนแรกของนาย ฉันชื่อ ฮง ไง จำไมได้เหรอ!? เราเคยเที่ยวเล่นด้วยกันไงตอนเด็ก ๆ น่ะ แหม่… ตอนนั้นยังเป็นเด็กขี้อายอยู่เลย แล้วดูตอนนี้สิ”
“คุณน่าจะจำผิดคนแล้วล่ะครับ แฮะแฮะ.... เพื่อนคนแรกของผมชื่อต้นกล้า....”
“ไม่ใช่ ๆ ฉันต่างหาก ฉันเป็นคนสอนนายเกี่ยวกับวิธีใช้ความสามารถในการลอกเลียนแบบคนเก่ง ๆ ไง นายจำไม่ได้เหรอ!? พอนึกย้อนไปก็น่าคิดถึงจังเลยน้าา.... เด็กที่ใช้ความสามารถของตัวเองไม่เป็นในวันนั้นเติบโตมาได้ถึงขนาดนี้.... ช่างน่าภูมิใจจริง ๆ”
เมื่อตูนได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย สีหน้าและแววตาและอารมณ์ของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
“แกเป็นกันแน่ แล้วรู้เรื่องความสามารถของฉันได้ไง!?”
“อืมม.... ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกนะที่นายจะลืม งั้นฉันจะเล่าให้ฟังละกัน จำได้ไหมเมื่อตอนที่พวกเรา--”
ฉับพลัน ก็ได้มีขายาวเรียวสุดคุ้นตากระโดดพุ่งเข้ามาเตะลูกครึ่งเกาหลีคนนี้อย่างรวดเร็ว ทว่าอีกฝ่ายก็สามารถเอี้ยวตัวหลบลูกเตะนั้นได้ในทันที
“อยู่ให้ห่างจากไอ่หมอนี่เข้าไว้ตูน”
“ไบรท์เหรอ!?”
ใบหน้าของฮงยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มที่คาดเดาอะไรไม่ได้ เขาจัดระเบียบเสื้อของตัวเองก่อนที่จะพูดขึ้นมา
“ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะ ตั้งแต่ที่นายแพ้ฉันวันนั้น... มีความสุขไหมที่ได้นอนดูเหรียญเงินน่ะ...”
จากประโยคที่ฮงได้พูดออกมาก็ทำให้ตูนรู้ได้ในทันทีเลยว่าเขาก็คือคนที่ไบรท์ไปแพ้ในรอบชิงชนะเลิศของการแข่งเทควันโดระดับโลกเมื่อครั้งในอดีตและเป็นสาเหตุทำให้ไบรท์ต้องเลิกเล่นเทควันโดไปพักใหญ่ ๆ
“หลบไป ฉันอยากจะคุยกับเพื่อนฉัน”
ทว่าไบรท์ยังคงไม่หลบและเตะออกไปอย่างต่อเนื่องซึ่งฮงก็สามารถหลบได้พ้นหมด จนปลายเท้าของไบรท์ได้ไปเฉี่ยวเข้ากับโหนกแก้มของฮงจนเกิดเป็นแผลถลอกเลือดไหลออกมา
“ถ้านายยังคำแบบนี้ต่อไป ฉันจะเริ่มหงุดหงิดแล้วนะ”
“ฉันจะเตะแกไปเรื่อย ๆ จนกว่าแกจะไสหัวออกไปจากที่นี่”
และในจังหวะที่ฮงยกขาขึ้นทำท่าเหมือนกำลังจะเตะสวนกลับมา ตูนก็ได้ไปคว้าแขนของเขาเอาไว้ซะก่อน
หมับ!
“กลับไปก่อนเถอะนะ”
สายตาของคนรอบข้างเริ่มจับจ้องมาที่พวกเขา ตูนและฮงมองหน้ากันสักพักก่อนที่ฮงจะเป็นฝ่ายลดการ์ดลงและกลับมายืนท่าเดิม
“ถ้านายพูดอย่างงั้นก็โอเค... ฉันไม่เกี่ยงอยู่แล้ว”
และฮงก็เดินออกไปแต่โดยดี แต่ก่อนที่เขาจะเดินออกไปเขาก็ได้ฝากคำพูดทิ้งท้ายเอาไว้
“งั้นก็เจอกันใหม่นะตูน...!!! ฉันจะมาหานายบ่อย ๆ เลย...!!!-- แล้วก็แกไอ่เหรียญเงิน ระวังตัวเอาไว้ให้ดีละกัน”
แววตาที่เขามองตูนกับไบรท์มันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว แววตาหนึ่งก็มีความสุขที่เปี่ยมล้น ส่วนอีกแววตาหนึ่งก็แสดงถึงความอาฆาตอยากจะฆ่าทิ้งซะตรงนั้นเลย ไอ่ฮงนี้มันเป็นใคร!!? รู้เรื่องของตูนมากแค่ไหน!!? ต้องการจะทำอะไรกับตูน!!? ทำไมไบรท์ถึงไม่ชอบขี้หน้ามัน!!? เหตุการณ์จะเป็นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไป