ซูเฉินยังคงกล่าวเดินต่อไป เขายังคงคิดไม่ตกกับเรื่องของมังกรทมิฬตัวนั้น เมื่อไรเขาจะแข็งแกร่ง? เมื่อไรเขาจะได้แก้แค้นให้กับหยานเออร์ เขาจะสามารถหาที่อยู่ใหม่ให้กับพวกงูกลืนสวรรค์ได้หรือไม่ ซูเฉินรู้สึกว่าเขากำลังแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ไว้บนบ่า แต่เขาไม่ได้บ่นอะไรเพราะนี้คือทางที่เขาเลือก! ซูเฉินคิดเรื่องหนึ่งได้ถึงถามกับหยานเออร์"หยานเออร์เจ้ารู้สึกรูปลักษณ์ของมังกรตัวนั้นหรือไม่"ซูเฉินไม่แน่ใจว่าตอนนี้มังกรตัวนั้นยังอยู่ที่นั้นหรือไม่ 2,000ปีที่ผ่านมามันอาจจะจากไปแล้ว ถ้ามังยังอยู่ก็ไม่เป็นไรเมื่อถึงเวลาที่ซูเฉินมีความแข็งแกร่งพอ เขาสามารถไปจัดการมันได้ถึงที่ แต่ถ้ามันจากไปเขา เขาก็ไม่อาจรู้ได้ว่ามันเป็นมังกรตนใดหยานเออร์พยายามนึกและกล่าวกับซูเฉินว่า"ข้าจำได้ว่าที่ปู่ทวดบอกเล่า มังกรตัวนี้มีเกร็ดสีดำทมิฬทั้งร่าง ดวงตาสีแดงฉาน มันมีลักษณ์เฉพาะคือรอยกรงเล็บขนาดใหญ่บนใบหน้า ที่ถูกเฉือนจากด้านตาขวาไปลงไปยังแก้มซ้ายของมันเจ้าค่ะ ""รอยกรงเล็บขนาดใหญ่บนใบหน้า ที่ถูกเฉือนจากด้านตาขวาไปลงไปยังแก้มซ้าย..."ซูเฉินได้ยินเช่นนั้นเขาก็พึมพำกับตัวเองและพยายามค้นหาตัวตนที่คล้ายคลึงกันกับภายในความจำของเขา จากนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง คิ้วของเขาเริ่มขมวดและพูดนามหนึ่งออกมาด้วยเสียงต่ำ"องค์รักษ์ฝ่ายซ้ายมังกรจักรพรรดิดาวเหนือ มังกรทมิฬ ต๋าหลง!!!"ในโลกเบื้องบนมีมังกรมากมายอยู่อาศัย ภายในนั้นมีจักรพรรดิมังกรผู้ยิ่งใหญ่ที่ค่อยปกครองเหล่ามังกรทั้งหลาย หนึ่งในจักรพรรดิมังกรเหล่านั้นคือ มังกรจักรพรรดิดาวเหนือ มังกรจักรพรรดิดาวเหนือนั้นเป็นที่โด่งดังในหมู่จักรพรรดิมังกร เขามีความสามารถมากมายและทรงพลังอำนาจ กล่าวว่าเขาเป็นจักรพรรดิมังกรที่มีความแข็งแกร่งติด1ใน5อันดับแรกจากลักษณะที่หยานเออร์บอกเล่า มังกรตนนั้นคืิอมังกรทมิฬ ต๋าหลงไม่ผิดแน่ แม้เขาดีใจที่สามารถบอกตัวตนของมังกรตนนั้นได้แต่เขากลับเครียดหนักยิ่งขึ้น ตอนนี้เขาคาดว่ามังกรทมิฬ ต๋าหลงน่าจะรายงานเรื่องต้นลมปราณ7สีกับมังกรจักรพรรดิดาวเหนือเรียบร้อยแล้ว และต้นลมปราณ7สีน่าจะอยู่ในการควบคุมของเขา!!! เพราะฉะนั้นถ้าเขาต้องการแก้แค้นให้กับหยานเออร์และเผ่างูกลืนสวรรค์แปลว่าเขาก็ต้องเป็นศัตรูกับมังกรจักรพรรดิดาวเหนือ!!! การเป็นศัตรูกับมังกรจักรพรรดิดาวเหนืออาจเป็นเรื่องใหญ่ในตอนนี้แต่เขาไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงนักเพราะเขาสามารถแก้แค้นได้เมื่อเขามีพลังเพียงพอ แต่! แต่เขาเครียดหนักเพราะลักษณะนิสัยของมังกรจักรพรรดิดาวเหนือ มังกรจักรพรรดิดาวเหนือนั้นเป็นคนรอบคอบและไม่ชอบความผิดพลาดใดๆ ขณะนี้เขาคาดว่ามังกรจักรพรรดิดาวเหนือน่าจะส่งมังกรใต้อานัสของเขาไปทั่วจักรวาลเพื่อตามล่าเผ่างูกลืนสวรรค์ทั้งหมด และพวกมันอาจจะมาถึงดาวดวงนี้เมื่อไรก็ได้"ข้าต้องรีบแล้ว!" ซูเฉินต้องรีบ เขาไม่ทราบแน่ชัดว่าเมื่อไรพวกมังกรเหล่านั้นจะมายังโลกนี้ แต่ก่อนหน้านั้นเขาต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้นให้มากที่สุด! ขณะที่ซูเฉินกำลังขบคิดอยู่นั้น ด้านหลังของซูเฉินก็ปรากฏชายหนุ่มสองคนที่กำลังควบม้าเข้ามา ชายคนหนึ่งมีใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง ดูคร่าวๆอายุอานามของเขาประมาณ21-22 แต่ลมปราณของเขาที่ปลดปล่อยมานั้นสูงมาก มันคือระดับลมปราณจิตขั้น3 เขามีลมปราณเท่ากับพวกของผู้อาวุโสหลักทั้ง5ของตระกูลเจ้าเลยที่เดียว ส่วนชายหนุ่มอีกคนก็มีใบหน้าที่หล่อเหล่า โครงหน้าของเขามีความคล้ายคลึงกับชายคนแรกถึง30-40ส่วน อายุอานามของเขาอยู่ระหว่างประมาณ17-18 แต่ลมปราณของเขาอยู่ที่ลมปราณจิตขั้นที่1 แสดงให้เห็นถึงความความอัจฉริยะที่เหนือกว่าชายหนุ่มคนแรก ม้าที่พวกเขาขี่มาดูไม่ธรรมดา มันคือม้าศึกทมิฬ ม้าที่มีความรวดเร็วราวกับสายลม อึดถึกทนสามารถวิ่งได้ถึง1,000ลี้(500กม.//1ลี้เท่ากับ500เมตร)โดยไม่หยุดพัก *****ชายหนุ่มวัย21-22มีนามว่าหวังชุน และเด็กหนุ่มวัย17-18คือหวังฉินที่เป็นน้องชายของเขา ทั้งสองมาจากอาณาจักรโลหิตสีชาด ที่อยู่เหนือกว่าอาณาจักรพันบุบผา พวกเขาเดินทางมายังอาณาจักรพันบุบผาเพื่อหาประสบการณ์และตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางกลับ โดยใช้เส้นทางที่ผ่านเมืองหลวงของอาณาจักรพันบุบผาเพื่อพักผ่อนก่อนกลับ แต่ระหว่างทางไปเมืองหลวงเขาพบเด็กชายคนหนึ่งกำลังเดินเอื่อยเฉื่อยข้างทางม้าเขา เขารู้สึกหงุดหงิดแล้วตะโกนไปว่า"สารเลวบัดซบ! หลบให้บิดาไม่งั้นตาย!"ราวกับเสียงของเขาไม่เข้าหูของชายคนนี้ ทำให้เขายิ่งหงุดหงิด จากนั้นเขาใช้แส้ม้าภายในมือของเขาหวดไปทางชายหนุ่มตรงหน้าเพื่อสั่งสอนให้รู้สำนัก แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ปัง!! อยู่ๆชายคนนี้ก็หมัดของตนมาปะทะเข้ากับแส้ โดยไม่หันมามอง แส้ในมือของหวังชุนเด้งกลับ ทำให้เขาไม่สามารถทรงตัวบนหลังม้าและตกลงพื้นอย่างแรง