“เป็อะไรรึไอหนุ่ม อยู่ๆทำหน้าแบบนั้น” ตาแดงที่ลืมตาขึ้นมาหลังจากที่รำลึกความหลังได้สังเกตที่หน้าเมฆ
“เปล่าครับตาแค่ที่บ้านเกิดผมก็มีการเป็นักผจญภัยเหมือนกับที่ตาเคยเป็เลยครับ”เมฆรีบปรับสีหน้าทันที
“อ้องั้นข้าเล่าต่อนะตอนนั้นสมัยที่ข้าเดินทางปล้-....ช่วยเหลือชาวบ้านกับเมียข้า” ตาแดงเสียงชะงัก“เมื่อกี้จะพูดปล้นใช่ไหม!! ปล้นใช่ไหม!?!” เมฆได้แต่คิดในใจไม่กล้าส่งเสียง“ตอนนั้นเราสองผัวเมียขึ้นเหนือล่องใต้เดินทาง เผชิญหน้าสัตว์อสูร ผู้ฝึกยุทธรวมทั้งเผ่าในตำนานต่างๆ มากมายพวกเราก็ได้ค้นพบกับเื่ราวของมหาบุรุษผู้ถูกลืม”ตาแดงเล่าไปพร้อมกับทำหน้าเศร้าลงเล็กน้อยยางดำก็เหมือนจะนึกถึงเื่ราวบางอย่างตามส่วนหนูน้อยส้มจี๊ดยิ่งฟังยิ่งทำหน้าตื่นเต้นไปใหญ่
“ท่านผู้นั้นเป็ชายที่เดินทางมาจาก ‘จักรวาล’ อื่นโดยความบังเอิญท่านคือวีรบุรุษผู้กอบกู้ไม่สนใจชื่อเสียงหรือสิ่งใดท่านคือยอดยุทธผู้เก่งกาจที่สุดในตอนที่ท่านยังมีชีวิตไม่มีผู้ใดต้านทานได้แม้เพียงการชายตามองของท่าน”ตาแดงเล่าด้วยสีหน้าที่ซาบซึ้งใจ.........จากนั้นก็เงียบเสียงไป
“แล้วยังไงต่อครับตา อย่าขาด่สิ!”เมฆรู้สึกขาดตอนมากที่อยู่ๆ ตาแดงก็หยุดเล่าเสียดื้อๆ
“จบแล้วแค่นี้แหละสรุปว่าข้าเชื่อที่เอ็งบอกว่ามาจากโลกอื่นข้าแค่ไม่คิดมาก่อนว่าจะมาเจอกับตัวเองแบบนี้” ตาแดงกล่าวพลางหลับตาลงและพยักหน้า
การสนทนาก็จบลงแต่เพียงเท่าที่เนื่องจากตาแดงยืนยันว่าจะไม่เล่าต่อทางเมฆเองก็ไม่อยากจะรบกวนผู้เฒ่าทั้งสองแม้ใจจริงจะอยากฟังเื่ราวของ‘วีรบุรุษ’ ท่านนั้นต่อ
หลังจากรับประทานอาหารพักผ่อนเสร็จก็แยกย้ายกันไปนอน
.............................................
คืนนั้นขณะที่เมฆกำลังนอนหลับเขาฝันถึงที่แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยความมืดความมืดอันดำดิบจนไม่น่าจะมีสิ่งใดเล็ดลอดออกไปจากมันได้พร้อมกับเสียงกรีดร้องอย่างทุกทรมานของใครหลายๆคน เสียงนั้นฟังดูคุ้นเคยแต่ก็เลือนรางมาก “คุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่ายไหมเ้าหนู........”เสียงของบางสิ่งบางอย่างที่ดังขึ้นคล้ายกำลังสื่อสารกับเมฆเสียงของมันเมฆไม่สามารถบรรยายของมาได้ว่าเป็อย่างไรรู้แค่เพียงมันดูเก่าแก่และชั่วช้าสามานย์ที่สุดเมฆไม่สามารถโต้ตอบอะไรกับเสียงนั้นได้ ชั่วอึดใจความฝันนั้นก็หายไปราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นช่างเป็ความฝันที่แปลกประหลาดเสียจริง
……………………………….
วันเวลาที่ผ่านพ้นไปเมฆที่มาขออยู่อาศัยกับสองตายายก็เริ่มปรับตัวให้เข้ากับชีวิตประจำวันที่นี่ได้แม้นานทีปีหนจะได้กินเนื้อหมูบ้างแต่รสชาติอาหารที่ยายดำทำก็เลิศรสเสียจนเมฆต้องขอเติมข้าวอยู่ตลอดวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับความสนิทสนมของเมฆตาแดงและยายดำโดยเฉพาะส้มจี๊ดที่สนิทกับเมฆมากเนื่องจากเธอไม่ได้อยู่กับพ่อและแม่ ไม่มีพี่น้องในหมู่บ้านก็มีเด็กอยู่น้อยมาก
“พี่เมฆคะช่วยเล่าเื่ที่บ้านเกิดของพี่เมฆให้ส้มจี๊ดฟังหน่อยสิ”ทุกวันส้มจี๊ดจะมาเล่นกับเมฆอยู่ตลอดมาช่วยงานเมฆบ้าง่แรกสองตายายยังคงกังวลว่าชายหนุ่มอาจจะรำคาญที่มีเด็กมาก่อกวนแต่เมื่อทั้งสองได้เห็นว่าเมฆไม่ได้มีท่าทีรำคาญทั้งยังเล่นกับส้มจี๊ดตลอดจนเด็กหญิงตามติดแจ
“ได้เลยครับส้มจี๊ดอยากฟังเื่อะไร”
“ส้มจี๊ดอยากฟังนิทานของพี่เมฆค่ะพี่เมฆเล่านิทานสนุกมาก” ส้มจี๊ดทำท่าออดอ้อนอย่างสุดฤทธิ์
“ได้ครับเดี๋ยวพี่ยกของตรงนี้เสร็จจะเล่าให้ฟังนะครับ”
ที่ผ่านมาส้มจี๊ดไม่ค่อยมีความสุขเลยถึงท่านปู่และย่าจะดูแลส้มจี๊ดเป็อย่างดีแต่ว่าพวกท่านมักจะยุ่งอยู่ตลอดวันๆ หนึ่งก็คอยแต่จะทำงานในไร่เดี๋ยวก็ต้องไปตัดสินชี้ขาดให้คนในหมู่บ้านที่มีปัญหาไม่เว้นแต่ละวันส้มจี๊ดเข้าใจในความลำบากของทั้งคู่แต่ก็น่าน้อยใจนี่ บางทีการที่มีพี่เมฆเข้ามาก็ช่วยเติมเต็มในสิ่งที่ส้มจี๊ดขาดไปก็ได้
“ตาเฒ่า” ยายดำเรียกตาแดงเบาๆขณะที่ทั้งคู่เตรียมตัวนอนเพื่อทำงานพรุ่งนี้เช้า
“มีอะไรรึยายเฒ่าหรือคืนนี้เกิดคึกคักอยากมีน้องให้ส้มจี๊ดมันล่ะ”ตาแดงพูดแกมขบขันเบาๆ พร้อมกับเสียเพี้ย! ที่ยายดำตบไปที่หัวของตาแดง
“ไอ้เฒ่านี่ลามกเสียจริงข้าไม่ได้หมายถึงแบบนั้นข้าคิดเื่เ้าเมฆเื่ของวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่เ้าไม่ได้เล่าต่อเพราะอะไรเ้าน่าจะรู้อยู่แก่ใจ”ยายแดงได้หยุดเสียงลงไป
มีเพียงความเงียบตาแดงเงียบเสียงไม่พูดอะไรต่อเนื่องจากตนก็ทราบถึงความกังวลที่ยายแดงกล่าว
“ข้ารู้เื่ประวัติของท่านวีรบุรุษแม้จะถูกเรียกว่าผู้กอบกู้แต่ก็ถูกเรียกอีกนามหนึ่งว่าผู้มาพร้อมภัยพิบัติว่ากันว่าในกัลป์กัปจักรวาลก่อนหน้าทุกครั้งที่จักรวาลเกิดมหันตภัยจะมีนักบุญผู้นำมาซึ่งสันติสุขและหายนะในเวลาเดียวกัน”
“แกก็รู้ว่านั้นไม่ใช่หัวข้อสำคัญที่ข้ากังวล”ยายดำเอ่ยออกมาเสียงเรียบ
“นักบุญผู้นั้นจะเป็ผู้มาจากแดนไกล”
“แกคิดว่านั่นคือไอหนุ่มเมฆงั้นเหรอ”
“ข้าไม่ก็ไม่รู้”
ความเงียบที่ก่อตัวขึ้นจนผ่านไปราวค่อนคืน
“ข้าคิดถึงลูก”ยายดำเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้ามอง หยาดน้ำตาไหลลงบนรอยเหี่ยวของใบหน้าที่แก่ชราก่อนจะหยดลงหมอน
“สักวันเราต้องไปแก้แค้นพวกมัน”
ตาแดงสวมกอดยายดำเพื่อปลอบโยนความเศร้าหมองในใจความผิดพลาดของตนในครานั้นส่งผลร้ายต่อครอบครัว ลูก หลาน พี่น้องต่างต้องมารับกรรมในสิ่งที่ตนได้ก่อ แม้ภรรยาของตนจะโศกเศร้าต่อการตายของ ‘ชัย’ ลูกชายเพียงคนเดียวของตนแต่ก็ไม่เคยสักครั้งที่ยายแดงจะโทษสามีนั่นยิ่งทำให้ตาดำรู้ผิดหวังในตนเอง
เมื่อยามราตรีที่เงียบสงัดมาเยือนเมฆกลับมาฝันถึง ‘มัน’ ในฝันรอบนี้เมฆก็ยังไม่พบตัวมันได้ยินเพียงเสียงที่ฟังไม่ได้ศัพท์มีเพียงเสียงกรีดร้องของบางสิ่งบางอย่างที่ร้องอย่างทุกข์ทรมานเสียงที่ได้ยินเมฆรู้สึกผูกพันกับเสียงนั้นอย่างประหลาด“แกเป็ใคร ้าอะไรจากฉัน” เสียงที่ะโออกไปดังก้องสะท้อนกลับมาทันใดนั้นเมฆรู้สึกเหมือนตนหายใจไม่ออกราวกับว่ามีอะไรมาปิดกั้นไม่ให้เขาสามารถหายใจออกได้
“คิคิคิ....พี่เมฆหน้าตลกจัง”ในขณะที่ค่อยๆ ได้สติกลับมาภาพที่พบคือส้มจี๊ดที่กำลังเอานิ้วอุดจมูกของเขาอยู่พร้อมกับกำลังกลั้นขำอย่างสุดชีวิตเมฆลุกพรวดขึ้นมาจนส้มจี๊ดใหงายหลังลงไป “ตัวแสบแกล้งพี่อีกแล้วนะอย่างงี้ต้องโดนจี๋เอว” หลังจากเอาคืนส้มจี๊ดจนหนำใจเมฆก็ไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัวพร้อมกับความกังวลถึงความฝันที่ตนได้พบ
“เมฆเอ้ยเย็นนี้หลังกินข้าวกินปลาเสร็จมาหาตากับยายที่บ้านหน่อยนะ”เมฆพยักหน้าตอบรับก่อนจะแบกของขึ้นเกวียนไป
กว่าสามเดือนมานี้ที่เมฆมาขออาศัยช่วยงานตาแดงเป็การแลกเปลี่ยนสิ่งที่เมฆชอบที่สุดในการทำงานคือการที่เขาจะได้ขึ้นเกวียนไปส่งผักให้ร้านอาหารในตัวเมือง
เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาสองข้างทางมีแค่ป่ารกๆครั้งแรกที่มาแถบนี้กับตาแดงเมฆจำได้ดีเลยว่าตนกลัวมาก มีเสียงคำรามดังเป็ระยะตาแดงบอกตลอดว่าพวกสัตว์อสูรจะไม่ออกมาด้านนอกพวกอสูรยิ่งมีระดับที่สูงยิ่งจะอยู่แค่ในเขตของตนในป่าลึกมีข่าวลือเมื่อครั้นอดีตว่าที่นี่มีัอยู่ป่าแห่งนี้จึงถูกเรียกอีกชื่อว่าป่าั
“บรรยากาศเงียบสงบดีจริงๆแต่ไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้นเลยนะเนี่ย”เมฆพึมพำกับตนเองเบาด้วยน้ำเสียงที่เบื่อหน่าย
“กรรรรร กรรรร!!!!”เสียงคำรามของสัตว์อสูรที่ดังขึ้นอยู่ใกล้ๆยังไม่ทันจะได้ตั้งตัวเงาทะมึนบางอย่างกระโจนเข้ามา เมฆยกแขนกันขึ้นตามสัญชาตญาณ
“อ๊ากกกก!!!!”เสียงร้องอย่างเ็ปของเมฆที่ถูกคมเขี้ยวของสัตว์อสูรตัวนั้นกัดเข้าไปพร้อมกับฉีกกระฉากเนื้อของเมฆออกมาเมฆรีบสะบัดมันทิ้งก่อนจะได้เห็นลักษณะของมัน ลำตัวไม่เล็กไม่ใหญ่ ขนสีแดงเข้มในตาแดงฉานจนไม่เห็นตาขาว เขี้ยวของมันเต็มไปด้วยเืหน้าตาคล้ายกับหมาป่าแต่กลับมีหางเหมือนกับหางของแมงป่อง
"ปากบัดซบ ปากพาซวยเอ้ยอยู่ดีไม่ว่าดีแม่ง" เมฆะโออกมาอย่างร้อนรนและเ็ป
แขนของเมฆที่อาบไปด้วยเืไหลอาบจนแขนเป็สีแดงพร้อมกับเนื้อที่แหว่งจากรอยกัดเมฆพยายามตั้งสติพยายามหาสิ่งที่จะนำมาเป็อาวุธเพื่อที่จะต่อสู้กับมันได้ไม่ทันที่เมฆจะได้อาวุธกลับมาเสียงของกรงเล็บหนักที่ตะครุบลงบนพื้นจนเสียงดังพร้อมกับเสียงแหวกอากาศที่รวดเร็วพุ่งเข้ามาที่เมฆอีกครั้ง
“ใจเย็นๆ ตั้งสติไว้เราต้องมีสติเข้าไว้”
ชั่วพริบตาเขี้ยวของสัตว์อสูรตนนั้นก็มาถึงหน้าของเมฆแล้วเมื่อไม่มีทางเลือกเขาได้แต่ใช้คราดที่ติดมาบนเกวียนฟาดไปที่ด้านข้างของมัน
เคร้ง!!เสียงของคราดที่ฟาดเข้าไปที่ตัวของสัตว์อสูรนั้นเหมือนกับเมฆเขาคราดไปฟาดเข้ากับก้อนเหล็กประกายไฟพุ่งเจิดจ้าเข้าที่ตาเมฆจนเขาเผลอหลับตา ฉั้ว!!!เสียงของอะไรบางอะไรบางอย่างที่ปักเข้ามาที่กลางอกของเมฆ พร้อมกับเือุ่นๆที่ไหลรินลงมา ความรู้สึกเย็นเยียบบางอย่างค่อยๆ ถูกฉีดเข้ามาผ่านสิ่งนั้น
“บ้าเอ้ยหมาบ้าอะไรวะมีหางเหมือนแมงป่อง”เมฆได้แต่คิดในใจถึงความแปลกประหลาดของสิ่งมีชีวิตที่เข้ามาทำร้ายตนก่อนที่จะรู้สึกชาไปทั่วทั้งร่าง กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายค่อยๆหมดแรงพร้อมกับการเดินเข้ามาของสัตว์อสูรนั้น
กร้วม!!เสียงของสัตว์อสูรที่กัดไปที่อกของเมฆ เสียงซี่โครงที่แตกหักพร้อมกับเืที่ฉีดพุ่งเหมือนน้ำพุเวลานี้แม้แต่เสียงที่จะร้องทรมานเมฆก็ไม่แม้แต่จะสามารถเปล่งเสียงออกมาได้เนื่องจากพิษที่ปลายหางของสัตว์อสูรตนนั้นมีฤทธิ์ที่คล้ายกับแมงป่องที่จะทำให้เหยื่อเป็อัมพาตทำให้เมฆเป็อัมพาตไปทุกส่วนเสียงของเขี้ยวที่ฉีกกระชากเนื้อภาพของเืที่อาบใบหน้าสัตว์อสูรนั้นและลำไส้ที่กำลังถูกกระชากออกมาและเคี้ยวอย่างมูมมามของมันพร้อมกับเสียงคำรามของสัตว์อสูรอีกมากมายรอบตัวที่ตามกลิ่นเืของเมฆมา