เมื่อตัวกลางปรากฏตัวเส้นด้ายที่พันกันอยู่เริ่มคลี่ออก และสิ่งที่อยู่ใต้ด้ายนั้นงามกว่าที่คาดหรืออันตรายกว่าที่คิด ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็คนดึง
หรือเมื่อลี่เหวยข้าปรากฏตัวต่อหน้าเซียวจ้านหยูและสิ่งที่นางรู้นั้นทำให้ทุกชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายอยู่สิบสองปีเริ่มต่อกันได้
ว่ากันว่า "ตัวกลางนั้นไม่ใช่คนเดินทางแต่เป็คนที่ยืนอยู่ตรงกลาง รู้ทั้งฝั่งนี้และฝั่งนั้น แต่ไม่เป็ของฝั่งใดฝั่งหนึ่ง
คนแบบนั้นอันตรายที่สุดในโลก และมีประโยชน์มากที่สุดในโลกในเวลาเดียวกัน
ขึ้นอยู่กับว่านางยืนอยู่เพื่ออะไร"
????ก่อนพบลี่เหวย ????
ห้องพักของหยูกั๋วกง เย็น
เหลยจันกลับมาพร้อมข้อมูล
"ลี่เหวยข้า" เขารายงาน "อายุห้าสิบสองเดิมเป็นางรำที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลก่อน ถอนตัวจากวงการเมื่ออายุสามสิบห้าปัจจุบันประกอบการค้าผ้าไหมในย่านตะวันออก บ้านอยู่ที่ซอยกวนหยิน บ้านหมายเลขเจ็ด"
"แค่นั้นไหม"
"ไม่ขอรับ" เหลยจันพูด "แต่ที่เหลือเป็ข้อมูลที่หายากมาก"
"พูดมา"
"นางเคยเป็คนสนิทของพระสนมคนหนึ่งในรัชกาลก่อน" เหลยจันพูดช้าๆ "ชื่อเฉิงจิ่วเยิน ซึ่ง...."
"ซึ่งเป็มารดาของเ้าชายองค์โต" เซียวจ้านหยูพูดทับเสียงที่เรียบแต่มีบางสิ่งในนั้น
"ขอรับ" เหลยจันพูด
ความเงียบในห้อง
เ้าชายองค์โต เฉินจิ้นผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าวางยาพิษพระบิดา ถูกบังคับให้สิ้นพระชนม์เมื่อสิบสองปีก่อน
และลี่เหวยข้าเป็คนสนิทของมารดาเ้าชายองค์โต
"เข้าใจแล้ว"
ลี่เหวยข้าส่งบันทึกนั้นมาเพราะนาง้าความยุติธรรมให้กับเ้าชายที่นางรู้จัก
"นางอยู่ที่ซอยกวนหยินบ้านหมายเลขเจ็ด" เซียวจ้านหยูพูด "ข้าจะไปหานางเอง"
"คืนนี้ไหมขอรับ"
"พรุ่งนี้เช้า ก่อนตลาดเปิด"
แต่ก่อนที่เซียวจ้านหยูจะออกไปไหนมีข่าวด่วนจากอิงหลาน
"กองโจรชายแดนกลุ่มหนึ่งบุกเผาหมู่บ้านชายแดนแคว้นเหลียนหยางเมื่อคืน" อิงหลานพูด เสียงที่ตึง "ได้รับรายงานเพิ่งมาถึงมีผู้เสียชีวิตสิบสามคน"
เซียวจ้านหยูหยุดนิ่ง
"หลังจากที่ข้าจัดการกับกลุ่มดาวดำไปแล้วยังมีกองโจรอีก"
"อาจเป็กลุ่มที่เหลือหรืออาจเป็กลุ่มใหม่ที่รับงานแทน"
"แปลว่าคนที่จ้างยังอยู่และยัง้าให้ชายแดนไม่สงบ"
"ใช่"
เซียวจ้านหยูคิดอยู่สักพัก
"ต้องรายงานฝ่าาคืนนี้"
⚔ รายงานค่ำและบทสนทนาที่ต่างออกไป⚔
ห้องเก็บหนังสือ ค่ำ
เฉินหยานได้รับรายงานเื่หมู่บ้านชายแดนแล้วก่อนที่เซียวจ้านหยูจะมาข่าวจากกรมาถูกส่งมาใน่บ่าย
เขานั่งอยู่ที่โต๊ะ ไม่ได้อ่านรายงานอื่นแค่นั่งคิด
เมื่อเซียวจ้านหยูเดินเข้ามาเฉินหยานชี้ที่เก้าอี้โดยไม่พูด
เซียวจ้านหยูนั่งลง
"ท่านรู้แล้ว" เฉินหยานพูด
"รู้พะย่ะค่ะ"
"และท่านคิดอะไร"
"คิดว่าเรากำลังเล่นหมากรุกและฝ่ายตรงข้ามเพิ่งแสดงให้เห็นว่ายังมีหมากเหลืออยู่พะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด "การเผาหมู่บ้านครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อทรัพย์สินถ้า้าทรัพย์สิน จะเลือกที่ที่รวยกว่านั้น มันคือการส่งสัญญาณ"
"สัญญาณถึงใคร"
"ถึงข้าพระองค์พะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดตรง "ว่าถึงแม้ข้าพระองค์จะจัดการกลุ่มดาวดำได้แต่ยังมีสิ่งที่ข้าพระองค์จัดการไม่ได้ถ้าไม่กลับไปที่ชายแดนและถ้าข้าพระองค์กลับไปชายแดน ก็จะไม่อยู่ในหยวนจิง"
"พวกเขา้าให้ท่านออกไปจากเมืองหลวง"
"ใช่พะย่ะค่ะ"
เฉินหยานมองเซียวจ้านหยู
"ท่านจะไปไหม"
"ไม่พะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดทันที "ไม่ใช่เพราะชายแดนไม่สำคัญแต่เพราะถ้าข้าพระองค์ออกไปในตอนนี้จะทิ้งฝ่าาไว้กับปัญหาในเมืองหลวงที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข"
"แล้วชายแดน"
"มีนายพลอื่นที่รับมือกองโจรสิบสามหมู่บ้านได้พะย่ะค่ะปัญหาในหยวนจิง้าข้าพระองค์มากกว่า"
เฉินหยานมองเขาสักพัก ดวงตาที่ประเมิน
"ท่านตัดสินใจเพื่อข้าไม่ใช่เพื่อชายแดน"
"ข้าพระองค์ตัดสินใจเพื่อความมั่นคงของราชวงศ์พะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด "ซึ่งในตอนนี้ความมั่นคงนั้นอยู่ที่นี่มากกว่าที่ชายแดน"
เฉินหยานพยักหน้า
"ส่งนายพลจ้าวหยุนเฉา ไปพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด "เขาทำงานในเหลียนหยางมาสามปีรู้พื้นที่ดี"
"ตกลง"
หลังจัดการเื่ราชการเสร็จทั้งสองนั่งอยู่ในห้องเงียบสักพัก
เฉินหยานเทชาให้ทั้งสองตามเคย
"พรุ่งนี้เช้า" เซียวจ้านหยูพูด "ข้าพระองค์จะไปพบลี่เหวยข้าพะย่ะค่ะ"
เฉินหยานหัน มองเขา
"ท่านรู้แล้วว่านางคือใคร"
"รู้ว่านางเกี่ยวพันกับพระสนมเฉิงจิ่วเยินมารดาของเ้าชายองค์โตพะย่ะค่ะ"
เฉินหยานนิ่ง แล้วพยักหน้าช้าๆ
"ข้าไม่รู้ว่าท่านจะพบอะไรจากนาง" เขาพูดเบา "แต่ถ้านางรู้อะไรเกี่ยวกับจิ้น—" เขาหยุด "เกี่ยวกับพี่ชายข้าข้า้ารู้"
"ข้าพระองค์จะรายงานทุกอย่างพะย่ะค่ะ"
เฉินหยานมองหน้าต่าง
"จิ้น" เขาพูดชื่อพี่ชายเบาๆราวกับพูดกับตัวเอง "เขาอายุยี่สิบสองตอนที่ตาย ชอบกีฬาขี่ม้า เล่นดนตรีเก่งพูดตลกบ่อยจนข้าหัวเราะไม่อยาก ไม่ใช่คนที่จะวางยาพิษพ่อ"
"ข้าพระองค์รู้พะย่ะค่ะ"
เฉินหยานหัน มองเซียวจ้านหยู
"ท่านพูดว่ารู้ทั้งที่ท่านไม่รู้จักเขา"
"รู้เพราะฝ่าาบอกพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดเสียงที่เรียบแต่มีบางสิ่งอบอุ่น "และข้าพระองค์เชื่อในสิ่งที่ฝ่าาบอก"
เฉินหยานมองเขานาน
แล้วก็หันกลับไปมองหน้าต่าง
แต่มือที่ถือถ้วยชานั้นกำแน่นขึ้นเล็กน้อยในแบบที่บอกว่ามีบางสิ่งในอกที่อบอุ่น และเขาไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร
???? ซอยกวนหยินในรุ่งสาง????
ซอยกวนหยิน บ้านหมายเลขเจ็ด รุ่งสางวันที่สิบเก้า
บ้านในซอยกวนหยินเป็บ้านสองชั้นที่ดูเรียบง่ายจากภายนอกแต่เมื่อเซียวจ้านหยูเดินเข้ามาในซอยเขาสังเกตทันทีว่ามีการรักษาความปลอดภัยที่ไม่ธรรมดาชายสองคนที่ดูเหมือนทำงานในตลาดยืนอยู่ที่ปลายซอยทั้งสองข้างและหญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนกำลังรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านเลข่าสามแต่สายตาไม่เคยหยุดอยู่กับต้นไม้
เขาเดินตรงไปที่บ้านหมายเลขเจ็ดเคาะประตูสามครั้ง หยุด หนึ่งครั้ง
รหัสที่เขาคาดเดาจากรูปแบบที่ฮวนเจิ้งใช้
ประตูเปิด
ชายหนุ่มที่ไม่รู้จักเปิดประตูมองเซียวจ้านหยูสักครู่
"ท่านกุนซือ" เขาพูด ราวกับว่าไม่ประหลาดใจ "ท่านผู้หญิงรอขอรับ"
ห้องรับแขกชั้นในของบ้านนั้นเรียบง่ายแต่มีรสนิยมผ้าม่านผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม กระถางต้นไม้เล็กๆ หลายต้นโต๊ะไม้จันทน์ที่เก่าแต่ยังสวยงาม
ลี่เหวยข้า นั่งอยู่ที่โต๊ะ ดื่มชาอยู่อย่างสงบ
ใบหน้าที่เซียวจ้านหยูเห็นครั้งแรกที่ร้านน้ำชาเหลียนหัวนั้นดูธรรมดาจนจำไม่ได้ แต่เมื่อมองใกล้ขึ้น เขาเห็นว่ามันไม่ธรรมดาเลยดวงตาที่คมและสังเกตทุกอย่าง จมูกที่ตรงและสง่างามกิริยาที่ผ่อนคลายแต่ตื่นตัวตลอดเวลา
ใบหน้าของคนที่เรียนรู้ว่าการจำไม่ได้นั้นคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
เซียวจ้านหยูนั่งลงตรงข้าม
สองคนมองหน้ากันสักพักโดยไม่พูดก่อน
"ท่านมาเร็วกว่าที่คาด" ลี่เหวยข้าพูดก่อนเสียงที่เรียบและมีความลึก
"ท่านผู้หญิงเป็คนส่งกระดาษมาให้ข้า" เซียวจ้านหยูพูดตรง
"ใช่"
"้าอะไร"
ลี่เหวยข้ายกถ้วยชาขึ้นดื่มตาที่มองเซียวจ้านหยูตลอดเวลา
"้าให้ท่านรู้ว่าข้ามีอยู่" นางพูด "และ้าให้ท่านรู้ว่าข้ามีสิ่งที่ท่าน้า"
"สิ่งที่ข้า้า"
"หลักฐาน" นางพูด "ไม่ใช่แค่เื่บันทึกในหอหนังสือแต่หลักฐานที่สมบูรณ์กว่านั้นมาก"
เซียวจ้านหยูไม่แสดงอาการแต่ความสนใจในดวงตาเพิ่มขึ้น
"หลักฐานเื่อะไร"
"เื่ที่ฝ่าาเทียนหรงรู้มาสิบสองปีแต่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์"
"และท่านมีหลักฐานนั้น"
"ข้าเก็บไว้มาสิบสองปีรอวันที่จะใช้มันได้โดยไม่ทำให้ใครตายเพิ่ม"
เซียวจ้านหยูมองนาง ประเมิน
"ท่านผู้หญิงรู้ว่าใครทำ"
ลี่เหวยข้าวางถ้วยชาลง มองเซียวจ้านหยูตรงๆ
"รู้ ข้าเห็นด้วยตาตัวเอง"
ความเงียบหนักขึ้น
"นางเป็พยานที่เห็นเหตุการณ์ตรงๆ"
"ท่านผู้หญิงปลอดภัยไหม" เซียวจ้านหยูถามไม่ใช่คำถามที่คาดว่าจะถาม
ลี่เหวยข้าดูแปลกใจเล็กน้อย
"ท่านถามเื่นั้นก่อน"
"เพราะถ้าท่านไม่ปลอดภัยเื่อื่นก็ไม่มีความหมาย"
นางมองเขาสักพัก แล้วก็พยักหน้าเบาๆ
"ปลอดภัย ข้ารอดมาสิบสองปีแล้วไม่ได้เป็เพราะโชค"
"เพราะระบบที่ท่านสร้างขึ้น" เซียวจ้านหยูพูด "คนยามที่ปลายซอยหญิงที่รดน้ำต้นไม้ กลอนที่ประตู ท่านทำทั้งหมดด้วยตัวเองและคนของท่านเอง"
ลี่เหวยข้ายิ้มเล็กน้อยยิ้มแรกที่เซียวจ้านหยูเห็นจากนาง
"ท่านสังเกตเร็ว"
"นั่นคืองานของข้า"
นางเล่าสิ่งที่รู้ ไม่ใช่ทั้งหมดในครั้งเดียวแต่เพียงพอสำหรับเซียวจ้านหยูที่จะประเมินว่านางพูดความจริง
เมื่อสิบสองปีก่อนคืนที่จักรพรรดิซวนหวางสิ้นพระชนม์ ลี่เหวยข้าอยู่ในส่วนของพระสนมเฉิงจิ่วเยินซึ่งอยู่ใกล้กับห้องบรรทมพระเ้าแผ่นดิน
นางเห็นคนที่เข้าออกห้องบรรทมใน่เวลาที่ไม่ควรมีใครเข้าออกและนางเห็นใบหน้าของคนนั้น
"ท่านผู้หญิงเห็นชัดไหม" เซียวจ้านหยูถาม
"ชัดพอ" นางพูด "และข้าจำได้เพราะข้ารู้จักคนนั้นมาก่อน"
"รู้จักในฐานะอะไร"
"รู้จักในฐานะคนที่เคยมาเยี่ยมพระสนมเฉิงหลายครั้งในปีก่อนหน้า" นางพูด "ในฐานะขุนนางที่อ้างว่ามาในธุระราชการแต่อยู่นานกว่าธุระราชการทุกครั้ง"
"และชื่อคนนั้น"
ลี่เหวยข้ามองเซียวจ้านหยูดวงตาที่มีความหนักในนั้น
"ข้าจะบอกชื่อเมื่อพร้อมจะดำเนินการจริงๆ" นางพูด "ไม่ใช่เพราะไม่ไว้วางใจท่านแต่เพราะข้ารู้ดีว่าการรู้ชื่อนั้นก่อนพร้อมคือการเร่งให้สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ควร"
เซียวจ้านหยูมองนาง
"ท่านผู้หญิงระวังมาก"
"ข้าอยู่รอดมาสิบสองปีในโลกที่คนรู้เื่นี้ตายทั้งนั้น" นางพูดเรียบๆ "ความระวังคือสิ่งที่ทำให้ข้ายังนั่งอยู่ตรงนี้"
เซียวจ้านหยูพยักหน้ารับรู้ความสมเหตุสมผลของสิ่งที่นางพูด
"ท่านผู้หญิง้าอะไรตอบแทน"
ลี่เหวยข้านิ่งอยู่สักพัก
"้าสองอย่าง" นางพูดในที่สุด "หนึ่ง้าให้ชื่อของพระสนมเฉิงจิ่วเยินได้รับการล้างมลทิน นางตายไปพร้อมกับความเชื่อว่าลูกชายของนางทำสิ่งนั้นและนั่นไม่ยุติธรรม"
"และสอง"
"้าให้คนที่ทำถูกดำเนินการตามกฎหมายไม่ใช่การลงโทษนอกกฎหมาย" นางพูด เสียงที่ชัดเจน "ข้าไม่้าให้มีเืเพิ่มข้า้าความยุติธรรม"
"คนนี้ สิ่งที่้าบริสุทธิ์"
✨กลับมาและบอก ✨
ห้องเก็บหนังสือ สาย
เซียวจ้านหยูกลับมาถึงพระราชวังก่อนเที่ยง
หาเฉินหยานได้ที่ท้องพระโรงประชุมที่กำลังจัดการเื่แคว้นซีหยวนเขารอจนการประชุมเสร็จ แล้วตามเฉินหยานไปที่ห้องเก็บหนังสือ
"ท่านพบนางแล้ว" เฉินหยานพูดเมื่อทั้งสองนั่งลง
"พบพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดเล่าทุกอย่างที่ได้คุยกับลี่เหวยข้า ทุกคำ ทุกรายละเอียด
เฉินหยานฟังโดยไม่ขัด ไม่แสดงอารมณ์ชัดเจนจนกระทั่งเซียวจ้านหยูพูดถึงสิ่งที่นาง้า
"นาง้าล้างมลทินให้มารดาของจิ้น"
"ใช่พะย่ะค่ะ"
เฉินหยานนิ่งสักพัก
"ข้า้าสิ่งเดียวกันมาสิบสองปีแล้ว" เขาพูดเบา
"รู้พะย่ะค่ะ"
"ท่านคิดว่านางพูดความจริง"
"คิดว่าใช่พะย่ะค่ะ นางรอดมาสิบสองปีโดยไม่มีใครสนับสนุนด้วยระบบที่นางสร้างเอง ถ้านาง้าทำร้ายฝ่าามีโอกาสมากกว่านี้มากในสิบสองปีที่ผ่านมา"
เฉินหยานพยักหน้า
"ท่านจะทำอย่างไรต่อ"
"รอให้นางพร้อมที่จะบอกชื่อพะย่ะค่ะในระหว่างนั้น ข้าพระองค์จะสืบหาเพิ่มเติมเพื่อให้หลักฐานแน่นพอ และ—" เขาหยุด
"และอะไร"
"ข้าพระองค์้าให้ฝ่าาอนุมัติสิ่งหนึ่งพะย่ะค่ะ"
"บอกมา"
"ข้าพระองค์้าเปิดการสืบสวนอย่างเป็ทางการแต่เงียบๆ เื่การสิ้นพระชนม์ของจักรพรรดิซวนหวาง" เซียวจ้านหยูพูด "ไม่ใช่การสืบสวนที่ทุกคนรู้แต่การสืบสวนที่มีแค่ข้าพระองค์ คนของข้าพระองค์ และฝ่าารู้ว่าเกิดขึ้น"
เฉินหยานมองเขา ดวงตาที่ซับซ้อน
"ท่าน้าเปิดแผลเก่า"
"ข้าพระองค์้าปิดแผลนั้นอย่างถูกต้องพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด "แผลที่ไม่ได้รับการรักษาในสิบสองปีนั้นมันไม่ได้หายไป มันแค่ซ่อนตัวอยู่และสร้างความเสียหายต่อไปโดยที่ไม่เห็นถ้าเราไม่จัดการ คนที่รู้ความลับนั้นจะใช้มันเป็อาวุธได้ตลอดไป"
เฉินหยานนั่งกับสิ่งที่เซียวจ้านหยูพูด
นาน
"ถ้าการสืบสวนนำไปสู่ชื่อที่ข้าบอกท่านเมื่อวาน" เขาพูดช้าๆ
"ฝ่าาจะต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรพะย่ะค่ะ"
"และถ้าการดำเนินการนั้นสร้างความวุ่นวาย"
"ข้าพระองค์จะจัดการพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด เสียงที่มั่นคง "นั่นคือสิ่งที่ข้าพระองค์ทำ"
เฉินหยานมองเขาสักพัก
"ท่านรู้ไหมว่าสิ่งที่ท่านกำลังจะทำนั้นอันตรายมาก"
"รู้พะย่ะค่ะ"
"และท่านยังทำ"
"เพราะมันถูกต้องพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดเสียงที่เรียบแต่มีน้ำหนัก "และเพราะฝ่าาแบกเื่นี้คนเดียวมานานพอแล้ว"
ห้องเงียบ
"ขณะนี้มีคนยินดีแบกสิ่งนี้ร่วมกับข้า"
เฉินหยานลุกขึ้น เดินไปที่โต๊ะ หยิบพู่กันเขียนบางอย่างลงบนกระดาษ แล้วประทับตราลงไป
ส่งให้เซียวจ้านหยู
ใบอนุมัติสำหรับการสืบสวนลับ
"ทำตามที่ท่านคิดว่าถูกต้อง" เฉินหยานพูดเสียงที่เรียบแต่มีบางสิ่งที่ต่างออกไป "ข้าเชื่อท่าน"
สามคำ
สั้น ตรง ไม่ตกแต่ง
แต่เซียวจ้านหยูรู้ว่าสำหรับเฉินหยานสามคำนั้นหนักแค่ไหน
"คนทั้งโลก ที่ได้รับความไว้วางใจนี้มีแค่ข้าคนเดียว"
"ตัวกลางนั้นยืนอยู่ตรงกลางรู้ทั้งสองฝั่ง ไม่เป็ของฝั่งใด แต่เมื่อถึงเวลา นางก็เลือก
เลือกฝั่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่ฝั่งที่มีประโยชน์กับตัวเอง
และในการเลือกนั้น นางทำให้ตาชั่งที่เอียงมาสิบสองปีเริ่มกลับมาสู่ความสมดุล ทีละนิด ทีละก้าว แบบที่ความยุติธรรมค่อยๆ กลับมา โดยที่ไม่รีบ"
♥️"หลังฝนดอกไม้หอมกว่าวันแดดออกหลังผ่านความยากลำบาก ความรักลึกกว่าวันธรรมดา มีคนนี้เคียงข้างจะกลัวลมและฝนไยเล่า"♥️
..สุสาส์นราคะ...