บทที่ 4 คนควบคุมซอมบี้
“ซอมบี้ พะ…...พวกมันคือซอมบี้”
เซี่ยปู้เอ้อร์ที่ตัวเย็นเฉียบะโออกมาอย่างยากลำบาก จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังอีกครั้ง เขาหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ ซอมบี้ที่อยู่นอกห้องทุบหน้าต่างจนแตกและพยายามจะปีนเข้ามา
“รีบหยุดพวกมันสิ ”
โก่วเม่ยดันประตูไว้แล้วะโ โต่วโต่วรีบจับเก้าอี้พุ่งออกไป ทุบซอมบี้กระเด็นกลับออกไปอย่างไม่หยุดหย่อน ทางด้านต้ายุ้ยโถวเหมือนไฟลนก้นวิ่งไปวิ่งมาหาประโยชน์ไม่ได้ ไม่ต่างไปจากเซี่ยปู้เอ้อร์ซึ่งยืนทื่ออยู่กับที่ไม่รู้จะทำอะไร
“พี่เอ้อร์ รีบมาช่วยกันสิ”
โก่วเม่ยร้องบอกไม่หยุด แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ก็ยังไม่ขยับเหมือนกับไม่ได้ยิน ถึงแม้เื่การต่อยตีจะเป็ความถนัดของเขา แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็แค่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง เมื่อต้องเจอกับเืเนื้อแบบนี้ก็ต้องตกตะลึงเป็เื่ธรรมดา
“ผัวะ”
ทันใดนั้นมีโทรศัพท์ปาเข้าที่หน้าของเขา เซี่ยปู้เอ้อร์มองไปทางโก่วเม่ยอย่างไม่เข้าใจอะไรทั้งสิ้น โก่วเม่ยกลับกระทืบเท้า แล้วพูดว่า “เซี่ยปู้เอ้อร์ นายเป็พี่ใหญ่ของพวกเรานะ เป็ผู้นำของกลุ่มปู้เอ้อร์ เรียกสตินายกลับมาเดี๋ยวนี้!”
“ใช่ ใช่ ฉันต้องเข้มแข็ง ฉัน…...ฉันต้องไม่ขายหน้าพ่อ”
เซี่ยปู้เอ้อร์พูดเองเออเองอยู่คนเดียว แต่ในหัวสมองก็ยังเหมือนถูกคนเทของเหลวเหนียวๆ ใส่ เหนียวจนไม่สามารถคิดทบทวนอย่างปกติได้เลย ทันใดนั้นเขาตัดสินใจกัดฟันตบหน้าตัวเองแรงๆ สองที ต่อด้วยคำรามเสียงดัง “โก่วเม่ย หลีกไป”
“โครม”
เซี่ยปู้เอ้อร์พุ่งเข้าไปที่ตู้เก็บเอกสารผลักให้มันล้มลง โก่วเม่ยรีบถอยออกห่างจากประตูอย่างเร็ว ตู้เก็บเอกสารล้มลงไปตรงประตูพอดี โก่วเม่ยพูดว่า “สวยพี่สวย” และเซี่ยปู้เอ้อร์ก็ได้โยนเก้าอี้ให้เธอก่อนะโว่า “พวกเธอสองคนดันประตูไว้ ต้ายุ้ยโถวมากับฉัน”
“เร็วสิ พวกมันมีเยอะเกินไป”
โก่วเม่ยรับเก้าอี้มาด้วยใบหน้าซีดขาว แต่ซอมบี้ที่อยู่ข้างนอกอย่างน้อยก็มี 20 - 30 ตัว ถ้าไม่ใช่เพราะว่าหน้าต่างเล็ก ตอนนี้พวกซอมบี้คงแย่งกันเข้ามาแล้ว เซี่ยปู้เอ้อร์ขยับกายไปยังหน้าต่างอีกบานหนึ่งบนผนังฝั่งตรงข้าม จากนั้นกระชากผ้าม่านข้างบนนำมามัดรวมกันให้ได้ความยาวมากที่สุด ก่อนผูกปลายด้านหนึ่งเข้ากับเครื่องทำความร้อนอีกที
“ต้ายุ้ยโถว ไอ้หมูตอนเอ๊ย”
เซี่ยปู้เอ้อร์หันควับกลับมาดู ต้ายุ้ยโถวกำลังหลบอยู่ใต้โต๊ะทำงาน สั่นไปทั้งตัวด้วยความหวาดกลัว เขาได้แต่ด่าทีหนึ่งขณะเดินถือเก้าอี้ไปอีกฝั่งของห้องพลางะโว่า “พวกเธอสองคนลงไปเร็ว ตรงนี้ฉันดันไว้เอง”
“พี่เอ้อร์ ลงไปก่อนเลย พวกเรายังไหว”
โก่วเม่ยไม่ยอมทำตามคำสั่ง เซี่ยปู้เอ้อร์ผลักเธอไปชนโต่วโต่วที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะนำเก้าอี้ดันประตูไว้และพูดว่า “พวกเธอลงไปให้หมด ไปชั้นสอง เร็วสิ”
“ให้ตายเถอะ”
โก่วเม่ยกระวนกระวายจนกระทืบเท้า ได้แต่ลากโต่วโต่ววิ่งไปข้างหน้าต่าง จับผ้าม่านเอาไว้ก่อนที่จะโหนตัวออกไปด้านนอก ทันใดนั้นมือทั้งสองของเซี่ยปู้เอ้อร์กลับรู้สึกเบาหวิว เก้าอี้ที่เขาถืออยู่กระจุยกระจายหมดแล้ว ซอมบี้ที่แข็งแรงตัวหนึ่งปีนผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาได้สำเร็จและพุ่งเข้ามาจับขาของเขาเอาไว้
“แม่งเอ๊ย”
เซี่ยปู้เอ้อร์ะโหนีเหมือนกับลิง แต่กลับถูกซอมบี้ที่แข็งแรงนั้นกระชากล้มลงพื้น ศพเดินได้อ้าปากอย่างเร็วเหมือนรอไม่ไหวที่จะกัดลงไป เวลานั้นเซี่ยปู้เอ้อร์รีบเอาขาเก้าอี้ขึ้นมา แล้วฟาดไปที่ปากของอีกฝ่าย เสร็จแล้วจึงยกขาขึ้นเตะไปที่หัวของมันอย่างสุดชีวิต
“ปล่อยฉันนะ ปล่อยสิวะ”
เซี่ยปู้เอ้อร์ร้องใจจะขาด เขารู้แล้วว่าพวกคนไร้ประโยชน์มีความรู้สึกอย่างไร เพราะแรงของซอมบี้พวกนี้อย่างน้อยก็เยอะกว่าคนปกติเป็สองเท่า มือนั้นก็เหมือนกับเหล็กที่รัดพันขาของเขาเอาไว้แ่า ไม่ว่าเขาจะขัดขืนหรือต่อต้านยังไงก็ดิ้นไม่หลุด
“แฮ่...”
ตอนนี้ซอมบี้กำลังร้องอย่างตื่นเต้น มันกอดขาทั้งสองของเซี่ยปู้เอ้อร์ไว้ อ้าปากหมายจะงับลงมาตรงเป้ากางเกงของเขา เด็กหนุ่มควานมือไปบนพื้นจนพบเข้ากับอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นเกิดเสียงซวบดังขึ้น ซอมบี้เหมือนถูกฟ้าผ่าหยุดอยู่กับที่ทันที ที่ขมับมีกรรไกรเพิ่มขึ้นมา
“แทงให้ตาย ฉันจะแทงแกให้ตาย”
เซี่ยปู้เอ้อร์ดึงกรรไกรออกมาเหมือนคนบ้า และแทงไปตรงขมับของซอมบี้อย่างต่อเนื่อง ร่างของซอมบี้ล้มลงไปกองอยู่ตรงแทบเท้า มันสมองไหลออกมาจากขมับ เซี่ยปู้เอ้อร์โยนกรรไกรทิ้งอย่างใกลัว แล้วไปพิงตัวอยู่ที่กำแพง
มีซอมบี้อีกสองตัวกำลังจะปีนหน้าต่างเข้ามา เซี่ยปู้เอ้อร์เห็นดังนั้นก็รีบเตรียมตัวเผ่นหนี แต่ต้ายุ้ยโถวกลับนั่งอยู่ตรงริมหน้าต่างกอดผ้าม่านไว้แน่น ร้องไห้อ้อนวอนว่า “ฉันเป็วีไอพีของพี่นะ ขอร้องละ ฉันไม่กล้าลงไป”
“โต่วโต่ว รับคน”
เซี่ยปู้เอ้อร์ะโ แย่งผ้าม่านมาพันรอบตัวเ้าอ้วนสองรอบ ก่อนผลักลงไปจากหน้าต่าง ต้ายุ้ยโถวร้องออกเสียงเหมือนหมูถูกเชือดในขณะที่ร่างหล่นวูบลงไป
“แฮ่...”
เสียงของซอมบี้ดังมาจากข้างหลัง เซี่ยปู้เอ้อร์ใจนขนลุกซู่ แต่สัญชาตญาณทำให้เขาขยับกายพุ่งเข้าใส่ ซอมบี้สองตัวกำลังจะปีนผ่านหน้าต่างตรงระเบียงทางเดินเข้ามาแล้ว ขนาดกระจกหน้าต่างก็ถูกพวกมันชนแตกหมด
“ออกไปซะ”
เซี่ยปู้เอ้อร์ผลักซอมบี้ทั้ง 2 ตัวกลับออกไป แต่ขณะนี้มีซอมบี้เยอะจนเขารับมือไม่ไหว พวกมันคลานเข้ามาไม่หยุด ที่พึ่งล้มลงก็รีบลุกขึ้นแล้วพยายามจะวิ่งตรงมาหาเขาอีก
เซี่ยปู้เอ้อร์รีบพลิกโต๊ะคว่ำเก้าอี้ขวางทางพวกมันเอาไว้ ทำให้ซอมบี้สะดุดล้มลงหลายตัว และเขาก็ได้ใช้จังหวะนี้ะโขึ้นไปที่ริมหน้าต่าง จับผ้าม่านเตรียมโหนตัวลงไป แต่ทันใดนั้นเอง เขากลับหยุดอยู่กับที่ ตาทั้งสองมองตรงไปข้างนอก
ูเาฝั่งตรงข้ามกลับมีซอมบี้เต็มไปหมด เยอะจนไม่น้อยกว่า 500 ตัว และยังมีเงาที่แปลกประหลาดอยู่ด้วย ผอมๆ สูงๆ ยืนอยู่กลางป่าไม่ขยับเขยื้อน แต่ซอบบี้รอบๆ นั้นพอเจอชายผู้นั้นก็หลบหนีกระเจิง ไม่ต่างไปจากยามที่หนูเจอแมวเลยสักนิด
“ตัวบ้าอะไรเนี่ย”
เซี่ยปู้เอ้อร์หรี่ตามองอย่างสงสัย แต่ในเวลาที่เขาอยากดูหน้าของคนๆ นั้นให้ชัดเจน อีกฝ่ายกลับยกมือชี้มาทางเขา พวกซอมบี้ที่เดินเร่ร่อนไม่มีเป้าหมาย ก็มีเป้าหมายขึ้นมา และพร้อมใจกันวิ่งตรงมายังอาคารหลังนี้ทันที
“เฮ้ย คนบังคับซอมบี้ได้ไงวะ”
เซี่ยปู้เอ้อร์เตรียมหนีไม่รอช้า แต่ไม่รู้เลยว่ามีซอมบี้ตัวหนึ่งโดดเข้ามาเกาะเขาจากข้างหลัง ตัวของเด็กหนุ่มเอียงกะเท่เร่เมื่อถูกซอมบี้พุ่งชนอย่างแรง ร่างของเขาผลัดตกออกจากจากหน้าต่าง ในขณะที่ปากส่งเสียงร้องโหยหวนกึกก้อง