บทที่ 21 คุณท่านและคุณหญิงใหญ่
“เอ่อ แล้วถ้า....ถ้าคุณชายใหญ่ไม่ได้รักคุณชายรองแบบพี่น้องล่ะครับ” นะโมชะงักไป เขาไม่คิดว่าจะได้การตอบรับเหมือนสาวน้อยขี้อายแบบนี้จากปลายฝน ดังนั้นกว่าจะสรรหาคำมาพูดได้ก็เปิดโอกาสให้ปลายฝนแสดงเป็หนุ่มน้อยน่ารักไปเสียนานเลย
“หืม? หมายความว่ายังไง ถ้าพี่ไม่มองฉันเป็น้องแล้วจะมองเป็อะไร? อ่า....แต่บางครั้งฉันก็รู้ว่าเหมือนว่าเป็ลูกชายของพี่อยู่บ้างนะ” ปลายฝนขมวดคิ้วเล็กน้อย ทว่าหลังจากที่คิดเองเออเองแล้วก็ยกไหล่อย่างขำขัน
นะโมมองคนที่ยังซื่อบื้อด้วยความขัดใจ ถ้ากะเวลาแล้ว ตอนนี้คุณชายใหญ่น่าจะเข้ามาในบ้านแล้วแน่ๆ เพียงแต่ไม่ยอมแสดงตัว แปลว่ารอฟังคำพูดนี้เหมือนกัน
เขาต้องคิดให้ดี เขาไม่ควรจะใส่ร้ายคนมากเกินไป และไม่ควรจะแสดงท่าทางให้ชัดเจนนัก อย่างน้อยๆต้องมีทางลงให้กับตนเองด้วย นะโมเป็คนฉลาดกว่าป้านิ่ม ดังนั้นเขาจึงคลี่ยิ้มออกมา
“คุณชายรองน่ารักจังนะครับ ที่จริงอาจจะเป็ผมเองที่คิดมากไป ผมคิดว่าถ้าคุณชายรองกับคุณชายใหญ่ไม่ได้เป็พี่น้องแต่เป็คนรักกันเลยจะเป็อย่างไร คุณชายรองอาจจะไม่รู้ แต่ผมเป็หนึ่งในคนรักคนเพศเดียวกันน่ะครับ พอได้เห็นการดูแลของคุณชายใหญ่ก็รู้สึกฟินแทนเลยคิดอะไรแผลงๆขึ้นมา” นะโมเขกหัวตนเองเบาๆ ทั้งยังแลบลิ้นออกมาเหมือนกับเด็กน้อยที่ช่างจินตนาการ
ปลายฝนมองท่าทางนั้นด้วยสีหน้าชื่นชม นะโมคนนี้ไม่ธรรมดาเลย ถ้าพูดออกมาแบบนี้ ต่อให้เขาโกรธพี่ต้นหนาวเพราะคำพูดที่สะกิดใจ แต่ท่าทางที่แสดงออกว่าเป็ฝั่งเดียวกับพี่ต้นหนาวนั้นก็จะไม่ทำให้เ้าตัวถูกลงโทษหรือมองในแง่ร้ายมากนัก
“นั่นเป็ไปไม่ได้หรอก พี่น่ะมีคนเข้าหามากมาย ดาราสาวสวยระดับโลกก็ยังชอบพี่เลย อย่ามีความคิดแบบนี้อีกล่ะ ถ้าพี่รู้เข้าอาจจะโดนดุก็ได้” เด็กน้อยไม่ได้ตอบรับอย่างแน่นอน เขาจะปล่อยให้คนพี่ได้ใจเร็วเกินไปได้อย่างไร อีกอย่างถ้าเขาที่แสดงออกว่าไม่เคยคิดอะไรเกินเลยมารับบทเป็คนแอบชอบพี่มันก็ดูปลอมไป
ดังนั้นเขาจะใช้จังหวะนี้แหละเป็จุดเริ่มต้นในการเก็บไปคิด แล้วค่อยๆแสดงออกมาทีละเล็กทีละน้อย เหมือนกับนะโมเป็คนเปิดตาให้เขาได้คิดเื่อะไรเช่นนี้
ความใสซื่อของเขาจะยังคงอยู่ แต่มันจะแเีขึ้นไปอีก
ถือว่านะโมคนนี้มีประโยชน์กับเขา ถ้าอีกฝ่ายยังไม่ทำอะไรมากเกินพอดี เขาจะปล่อยไว้ให้วิ่งเล่นในตระกูลไปก่อนแล้วกัน หึ ถือเป็คำขอบคุณล่ะนะ
“แต่คุณชายก็ไม่เคยแสดงออกว่าชอบพอใครเลยไม่ใช่หรอครับ วันๆก็ดูแลแค่คุณชายรองเท่านั้น” นะโมยังไม่ยอมเลิก เขา้าให้ปลายฝนระบุมาเลยว่าคิดอย่างไร ถ้าอีกฝ่ายบอกว่าชอบคุณชายใหญ่เหมือนกัน ตัวเขาก็จำเป็ต้องวางแผนอื่น เช่นทำให้คนหึงหวงตนเองและคุณชายใหญ่จนแสดงนิสัยแย่ๆออกมา หลังจากนั้นคุณชายใหญ่ก็จะค่อยๆลดความชอบลงไป ทว่าหากปลายฝนบอกว่าไม่ชอบ นี่ยิ่งดีใหญ่ เขาจะได้เสนอตัวเข้าไปเป็ของเล่น ยอมเป็ที่ระบายอารมณ์แทน หลังจากนั้นก็จะใช้ความสัมพันธ์เช่นนี้อยู่ข้างกายของคุณชายใหญ่ไปเรื่อยๆ
ตัวเขานั้นไม่สนใจไอ้ความรักบ้าบอไร้สาระนั่นหรอก ขอแค่มีขาทองคำเกาะไปวันๆ มีเงินใช้อย่างสุขสบายก็พอแล้ว ดังนั้นเขาไม่สนว่าคนจะเอาเขาเพียงเพราะว่าเขาเป็ตัวแทนของคนอื่น ขอแค่ทางนั้นใช้งานเขาก็พอแล้ว เขาไม่ชอบทำงานหนัก ไม่ชอบทำอะไรที่ต้องปวดหัว แต่รู้ว่าตัวเองนั้นมีเสน่ห์ติดตัวอยู่ก็เื่รูปร่างหน้าตา เขาจึงคิดจะใช้มันให้เป็ประโยชน์
“เื่นั้น....เพราะพี่มีฉันเป็ภาระไงล่ะ พี่จะรักใครชอบใครก็ไม่ได้ มีตัวภาระอย่างฉันต้องดูแล ทั้งๆที่พี่ทำขนาดนั้นแท้ๆ ฉันก็ยังทำให้พี่เป็กังวลอยู่ตลอด” ปลายฝนพูดก่อนจะเดินหนีทันทีเหมือนเขาไม่อยากให้ใครต้องเห็นน้ำตา การตัดบทด้วยการแสดงออกว่าเป็คนผิดเช่นนี้ทำให้นะโมอึ้งไป เขาจะเรียกก็เรียกไม่ทันแล้ว คนเล่นเดินราวกับวิ่งหนีขึ้นห้องนอนไปเลย ข้าวปลาก็ไม่สนใจจะกินแล้ว
เห็นคนเป็แบบนั้น ชั่วขณะหนึ่งนะโมคิดว่าอีกฝ่ายกำลังแสดงละครกับตนเองอยู่ เพราะคนอะไรจะเป็คนดีได้ขนาดนั้น ทว่าเมื่อคิดดูอีกที อีกฝ่ายที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบมดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมจะมาเ้าเล่ห์แสนกลแบบนั้นได้อย่างไร คงจะเป็เพราะใสซื่อเกินไปจริงๆจนน่ารำคาญนั่นแหละ
อะไรที่เขาอยากให้คิดก็ไม่คิด อะไรที่เขาไม่ได้คาดหวังก็คิดมันเสีย แสดงเป็คนดีจนเขาอยากจะมอบมงกุฎเทพธิดาให้เลย
นะโมแสร้งทำเหมือนว่าจะเดินตามไปแต่ก็คิดอะไรได้แล้วหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว เหมือนกับ้าที่จะไปตามป้านิ่มของเขาให้กลับมา ก่อนจะผงะใเมื่อเห็นใครที่อยู่ข้างหลัง อีกฝ่ายยืนอยู่ตรงบันไดขั้นเล็กๆที่จะเดินเข้ามาในบ้าน องศาของทางนั้นอยู่ในมุมเฉียงไปข้างหลังทำให้คุณชายรองไม่น่าจะเห็น ตัวเขาเองก็ยังไม่เห็นเลย แต่เพราะว่าคาดเดาได้จากสัญญาณของยายที่ส่งข้อความมาบอกและนับเวลาในใจ เขาจึงรู้ว่าอีกฝ่ายน่าจะเข้ามาแล้ว
เมื่อเห็นคนแอบฟังอย่างที่คิด เขาก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้ การแสดงของคุณชายรองในวันนี้น่าจะได้คะแนนสงสารไปมากโขเลย ไหนจะไอ้ท่าทางเป็คนดีมากมายนั่นอีก เห็นทีเขาจะต้องเปลี่ยนแผนใหม่ ในเมื่อคุณชายรองโง่งมขนาดนั้น เขาก็อาจจะใช้ช่องโหว่จากความโง่ของคุณชายรองได้บ้าง
“คะ คุณชายใหญ่” นะโมแสร้งใออกมาที่ตนเองพูดอะไรไม่ทันได้คิด เขาปิดปากแน่นดูน่าสงสารเป็อย่างมาก แต่ต้นหนาวไม่ได้สนใจการแสดงนั้นเลย คนตัวใหญ่เดินผ่านร่างของนะโมไปโดยไม่มอง กลิ่นกายสุขุมของคนเป็เ้าของบ้านทำให้นะโมรู้สึกเคลิ้มไปเล็กน้อย เขาเผลอสูดเอากลิ่นกายเฉพาะตัวที่มีเสน่ห์ของอีกฝ่ายเข้าไปอย่างไม่รู้ตัว
ตอนนี้เขาได้รู้แล้วว่าผู้ชายที่มีเสน่ห์น่าหลงใหลนั้นเป็อย่างไร
เชษที่เดินตามหลังมาหยุดมองนะโมก่อนจะเอ่ยขึ้น
“นายไม่ได้มีหน้าที่ที่นี่ไม่ใช่หรอ ประธานเคยสั่งแล้วว่าให้ทำความสะอาดอยู่ที่สวนนี่”
“ผม ผมมาช่วยป้านิ่มครับ วันนี้แกรู้สึกวิงเวียนศีรษะ”
“ถ้างั้นฝากไปบอกด้วยว่าให้ลางาน แม่บ้านมีเยอะแยะ ขาดไปสักคนก็ไม่เป็อะไรหรอก ถ้ายังเห็นว่ามีการขัดคำสั่งแบบนี้อีก ทั้งป้านิ่มและนาย.....คงจะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อแล้วทั้งคู่” เชษพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบ
เขานั้นก็เหมือนกับคนเป็นาย ทั้งสองคนมีนิสัยทำอะไรชัดเจนไม่ต่างกัน พวกเขาทั้งคู่ยังเข้มงวดกับคำสั่งที่สั่งออกไปแล้วมากๆ หากใครทำไม่ได้ตามที่สั่งหรือมีปัญหามากนักก็พร้อมที่จะเอาออกไป
นะโมมองตามหลังของเชษก่อนจะเบะปากอย่างไม่ชอบใจนัก รอให้เขาวางแผนดีๆได้แล้วทำให้คุณชายใหญ่สนใจเมื่อไรเถอะ เชษจะเป็คนแรกที่เขาจะเตะออกไปให้ดู
ตัวเองก็เป็แค่คนใช้เหมือนกัน ทำมาแสดงท่าทางโอหังอยู่เหนือคนอื่น!
ทางเชษที่ไม่รู้และไม่ได้สนใจว่าใครจะคิดยังไง ตอนนี้เขาเอางานทั้งหมดไปใส่ไว้ในห้องของท่านประธานที่คิดจะทำงานมันตลอดเวลา ดีที่หลังๆมานี้ประธานยังเข้านอนก่อนเที่ยงคืนบ้างเพราะคุณชายรองมาเคาะประตูทุกครั้งถ้าเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่เข้าห้อง ไม่อย่างนั้นคงจะได้เห็นบ้างแหละว่าประธานของเขาหมดสติเพราะทำงานข้ามวันข้ามคืน
เขาคิดเล็กน้อยก่อนจะเดินไปรอหน้าห้องนอนของคุณชายรอง เผื่อว่าจะมีเื่อะไรให้เขาต้องช่วยเหลือ เสียงในห้องที่ปิดไม่สนิทดังออกมาเล็กน้อย ได้ยินแค่เสียงของคุณชายรองที่ทำทีว่าสดใส แม้ว่ามันจะสั่นเครือจนไม่น่าเชื่อถือก็ตาม
เชษถอนหายใจเล็กน้อย มองดูคุณชายรองที่เป็เด็กฉลาด ฉลาดแต่เื่อื่น ทว่าเื่ตัวเองนั้นกลับใสซื่อเสียเหลือเกิน คนอื่นเขารู้กันหมดว่าประธานคิดอย่างไร มีก็แค่คุณชายรองที่ยังไม่เข้าใจเื่นี้ เอาแต่โทษว่าตนเองเป็แค่ภาระอยู่ได้
เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าหากคุณชายรองได้เจอ “คุณท่านใหญ่” กับ “คุณหญิงใหญ่” คุณชายรองจะเป็อย่างไร ตลอดเวลาที่ผ่านมาพ่อแม่ของประธานนั้นประกาศออกชัดเจนว่าไม่อยากอยู่ร่วมกับบ้านใหญ่ แม้จะใช้สกุลเดียวกันอยู่ทว่าก็ไม่หลงเหลือเยื่อใยอะไรต่อกันอีก ปล่อยทุกอย่างของบ้านใหญ่ที่เคยร่ำรวยมีหน้ามีตาไว้ให้ลุงทั้ง 2 ของท่านประธานดูแล
ทว่าหลังๆนี้ได้ยินว่าบ้านใหญ่เริ่มสนใจที่จะเข้ามาร่วมหุ้นกับธุรกิจของประธานบ้างแล้ว คนพวกนั้นที่เกลียดชังคุณชายรองซึ่งเป็หลานนอกสายเืนักหนาไม่รู้ว่าจะเข้ามาทำเื่อะไรอีก
เดิมทีแล้วบ้านสกุลอธิบรักขณกุลนั้นทำธุรกิจเกี่ยวกับกระเป๋าส่งออก เป็โรงผลิตที่ใหญ่มากของแบรนด์นำเข้าแบรนด์หนึ่ง เนื่องจากสินค้าขายทั่วโลกทำให้เขาได้กำไรค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามมันเทียบไม่ได้เลยกับธุรกิจที่พ่อแม่ของประธานลงมือสร้างมาโดยเริ่มจาก 0
พวกท่านทั้งสองนั้นยอมขายส่วนของตัวเองให้กับพี่ชายทั้งสองพร้อมกับบอกว่าจะเป็การตัดขาด ต่อไปจะต่างคนต่างอยู่กับบ้านใหญ่เพราะพวกท่านนั้นไม่ยอมรับคุณชายรองเป็สายเื ทั้งยังดูแคลนต่อหน้าและลับหลัง บวกกับความเห็นแก่ตัวของพี่น้องที่มีั้แ่สมัยเก่าก่อนซึ่งระหองระแหงกันมาเรื่อยๆ ดังนั้นความสัมพันธ์นี้จึงตัดขาดไปได้อย่างง่ายดาย
เื่นี้เป็เื่ในอดีตที่ผ่านมานานแล้ว แต่การที่พ่อแม่ของประธานได้ลงทุนกับธุรกิจใหม่นั้นต้องใช้ความพยายามอย่างมาก มันก็เติบโตเป็ธุรกิจที่ดีเหมือนกัน อย่างไรก็เป็แค่ธุรกิจที่ร่ำรวยเล็กน้อย มันเทียบไม่ได้กับธุรกิจเดิมของสกุลอธิบรักขณกุลเลย กระนั้นเพราะการเสียพ่อแม่และมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นพวกลุงๆที่ประกาศว่าจะตัดความสัมพันธ์นั้นก็เข้ามา อ้างตัวเป็ญาติเพื่อที่จะช่วยเหลือเด็กน้อย
ใครจะคิดว่าประธานนั้นมีความคิดโตเกินวัยมาก อะไรที่เขาคิดได้เขาก็คิดได้ เขายืนด้วยขาของตนเอง กำหุ้นที่มากที่สุดในบริษัทเอาไว้ ถ้าใครมันไม่เชื่อถือและคิดจะขายหุ้นเขาก็พร้อมที่จะซื้อมันกลับคืนมาทั้งหมด ทำให้สุดท้ายพวกคนที่ประชดประชันเพื่อสร้างกระแสให้ผู้คนหวาดกลัวนั้นได้เสียหุ้นบางส่วนไป จนตอนนี้ได้แต่เสียดายที่จะมาเล่นแง่กับประธานน้อยซึ่งกลายเป็ปีศาจในตอนนี้
จากธุรกิจเล็กๆ มันก็กลายเป็โรงผลิตชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ที่ใหญ่มากเ้าหนึ่ง ต่างประเทศล้วนแต่ไว้ใจคุณภาพและผลงานของเขา นอกจากนี้ไม่ว่าจะระบบคุณภาพ และการตอบรับการออดิตทุกครั้งก็ผ่านไปด้วยดี ความเนี๊ยบและเปะมากของประธานทำให้ลูกค้ามากมายต่างก็เชื่อมั่น ทุกครั้งที่งานมีปัญหาก็มีระบบตรวจสอบกลับอย่างชัดเจน พวกเขาแก้ปัญหาได้รวดเร็วตรงใจลูกค้า มีการเก็บหลักฐานเอาไว้ตลอดเช่นกัน
ท้ายที่สุดแล้วบริษัทที่ทำกำไรได้หลัก 10 ล้านก็โตขึ้น ทำกำไรได้เป็ 100 ล้านต่อปีในเวลาต่อมา ตอนนั้นพวกบ้านใหญ่ต่างก็จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว ทว่ามันก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะมาเสียหน้าแย่งของที่เป็ของหลานชายเพราะธุรกิจกระเป๋าในตอนแรกยังดีอยู่
ใครจะคิดว่าเมื่อเวลาเปลี่ยน การผลิตกระเป๋าที่มีคุณภาพก็เปลี่ยนไป เพราะการทำงานที่ไม่ซับซ้อนของเครื่องจักร บริษัทใหญ่ๆต่างก็ลงทุนของตนเอง ไม่เหมือนกับโรงงานของประธานที่ต้องใช้การลงทุนจำนวนมากเพราะคำสั่งการทำงานนั้นซับซ้อนกว่า ต่อให้รู้เทคโนโลยีที่ใช้ ทว่าจะใจเด็ดกล้าลงทุนทีละ 100 ล้าน 1000 ล้านแบบประธานหรือเปล่า คนพวกนั้นยังต้องพ่ายแพ้กับความใจสู้นี้ของประธานของเขา
แค่ธุรกิจกระเป๋าที่ไปไม่รุ่ง รายได้ต่อปีลดลงไปฮวบฮาบกระทั่งเริ่มติดลบ พวกที่เคยมองว่าตัวเองอยู่สูงกว่า มั่นคงกว่าก็เริ่มกระวานกระวาย ทั้งยังมองเห็นหลานชายเติบโตไปได้เรื่อยๆก็อยากจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง อ้างเอาคำว่าตระกูลพ่อตระกูลแม่มาใช้
แม้แต่ปู่และย่าที่เป็คุณท่านและคุณหญิงใหญ่ก็เอากับเขาด้วย ตอนนั้นที่ไล่พ่อแม่ของประธานออก จำได้ว่ามีการลงนามว่าต่อไปจะไม่มาเกี่ยวข้องหรือขอความช่วยเหลือกันแม้แต่เงินเหรียญเดียว ตั้งใจจะดัดหลังลูกจนกว่าจะยอมจำนนและเดินตามทางที่วางไว้เหมือนคนโง่ ใครจะคิดว่าไม่เพียงหลังของหลานจะไม่หัก ยังแข็งแกร่งและงอกเขี้ยวเล็บขึ้นมากลางหลังเสมือนปีศาจตนหนึ่งด้วย
ตอนนี้ใบหน้าของพวกเขาคงโดนตบซ้ายขวาทุกวันจนมันด้านชาไปหมดแล้วเป็แน่
เชษที่ติดตามครอบครัวของประธานมานานย่อมรู้ทุกอย่างดี เขาเองยังให้คนตามสืบแผนของบ้านใหญ่ที่จับจ้องมาที่บ้านของประธานอีกต่อหนึ่ง ทางนั้นเริ่มคิดกันหนักหลังจากรู้ว่าประธานของเขามีเงินเป็แสนล้าน
ซึ่งจริงๆแล้วเป็เงินจากหลานนอกไส้ที่พวกเขาเกลียดชังนักหนาน่ะนะ
นึกถึงตรงนี้แล้วอยากเห็นหน้าของทุกคนจริงๆว่าจะเป็อย่างไรหากรู้ว่าเงินก้อนโตที่พวกเขาจับจ้องตาเป็มันนั้นที่จริงเป็เงินของคนที่พวกเขาเกลียดชัง ถึงตอนนั้นมันคงจะตลกมากๆเลย ให้ตายเถอะ!
กลับมาที่บรรยากาศภายในห้อง
หลังจากที่ปลายฝนเข้ามาในห้องของตนเอง เขาก็ขยี้ตาจนมันขึ้นสีแดงเหมือนกับ้าจะไม่ร้องไห้ออกมาเมื่อนึกถึงเื่นั้น ข้างหลังมีต้นหนาวที่เดินตามมาด้วย เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าก็เลยทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อย หันมามองพี่ชายของตนเองก่อนจะแสร้งยิ้มร่าออกมา
“พี่ กลับมาแล้วหรอครับ” แม้ว่ามันจะไม่แเีเพราะเสียงที่สั่นไหวเลยสักนิด แต่ต้นหนาวก็ไม่คิดจะเปิดเผยมันออกไป เขาเพียงมองน้องชายที่ไม่ว่าตนเองจะบอกอย่างไรก็ไม่ฟัง กระทั่งตอนนี้เป็น้องชายที่มีเงินมากกว่าเขาเสียอีก อีกฝ่ายก็ยังมองว่าเป็ภาระของเขาอีกหรือไง
“อืม” ต้นหนาวรับคำในลำคอ เขาเดินไปใกล้ๆก่อนจะโอบเอวเ้าตัวเล็กที่เดี๋ยวนี้เขาสามารถแตะต้องอีกฝ่ายจนทางนั้นเริ่มเคยชินแล้ว
“พะ พี่” เมื่อถูกกอด ปกติแล้วจะไม่ใอะไร กระทั่งยอมกอดเขาตอบเหมือนพี่ชายน้องชายปกติ วันนี้จู่ๆเ้าตัวก็อึกอักจนผิดสังเกต ต้นหนาวยกหัวเลิกคิ้วมองเด็กน้อยด้วยความแปลกใจ
ปลายฝนมีแก้มที่แดงก่ำเหมือนกับกำลังคิดอะไรอยู่ ดวงตาของคนเป็พี่หรี่ลงเมื่อนึกไปถึงคำพูดของนะโมที่อาจจะไปกระตุ้นให้เด็กน้อยของเขาได้รู้สึกตัว
แม้จะไม่ชอบใจการพูดของอีกฝ่าย กระนั้นเขาก็จำในใจว่าจะขอบคุณผู้ชายคนนั้นในภายหลัง อย่างน้อยๆก็ทำให้เ้าหนูนี่หลุดจากคำว่า “พี่น้อง” ได้เสียที
ดูจากหน้าแดงๆแล้วก็ท่าทางเขินอายนี่ เ้าตัวคงจะเริ่มรู้สึกว่าความสนิทสนมนี่มันมากเกินไปสำหรับพี่น้องแล้วสินะ
................