บทที่ 24 ทดสอบโชคชะตา
“ไอ้แก่! แกกล้ามายุ่งกับดาวโรงเรียนของพวกเราเพราะคิดว่าตัวเองรวยงั้นเหรอ? นี่แกคิดว่าผู้ชายในโรงเรียนนี้ตายหมดแล้วหรือไง!” เด็กหนุ่มคนหนึ่งะโใส่เฉินเซิง
“หลิวเหมียวเหมี่ยว ไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็ผู้หญิงแบบนี้ แอบไปมีซัมติงกับตาแก่คนนี้ ดูภายนอกเหมือนจะใสซื่อ แต่ข้างในฉันว่าคงดำปี๋ไปหมดแล้ว…” สาวน้อยคนหนึ่งด่าทอด้วยสีหน้าอาฆาต
เด็กหนุ่มสาวเ่าั้ยิ่งด่าก็ยิ่งหยาบคายขึ้นเรื่อยๆ หลิวเหมียวเหมี่ยวถูกโจมตีด้วยถ้อยคำรุนแรงจนใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย
เฉินเซิงเองก็ทนฟังต่อไปไม่ไหว วันนี้เขาได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริงๆ ไม่คิดเลยว่าเด็กสมัยนี้จะปากจัดได้ขนาดนี้ แม้แต่ป้าๆ ที่ชอบด่ากราดบนท้องถนนยังไม่ร้ายกาจเท่าเด็กหนุ่มสาวพวกนี้เลย
“พอได้แล้ว!” เฉินเซิงตวาดเสียงเย็น สายตาของเขากลายเป็ดุร้ายขึ้นมาทันที
หลังจากที่เกิดใหม่ เฉินเซิงก็ทิ้งความเป็คนช่างฝันและเพ้อเจ้อไปจนหมดสิ้น เขากลายเป็คนจริงจังกับชีวิตมากขึ้น เมื่อเผชิญหน้ากับคนที่ยั่วยุ เขาจะตอบโต้ทันควันโดยไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว และตอนนี้เขาก็เริ่มโกรธที่เห็นว่าพวกนั้นได้คืบจะเอาศอก
เมื่อเห็นสายตาเ็าของเฉินเซิง เด็กหนุ่มสาวเ่าั้ก็รู้สึกใจหาย พลางคิดในใจว่าทำไมตาแก่คนนี้ถึงมีแววตาดุร้ายขนาดนี้
“โธ่เอ้ย! แกมันก็แค่แก่กว่าพวกเราไม่กี่ปี จะมาทำกร่างใส่ฉันทำไม?” เด็กสาวผมยุ่งชี้หน้าด่าเฉินเซิง
เพี๊ยะ!
เฉินเซิงตบหน้าเธอเข้าอย่างจัง
รอยฝ่ามือสีแดงสดห้ารอยปรากฏขึ้นบนใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กสาวผมยุ่ง มุมปากของเธอมีเืไหลออกมา ดูท่าทางน่าสมเพชอย่างมาก
“แกกล้าตบฉันเหรอ!? ฉันโตมาขนาดนี้ไม่เคยมีใครกล้าแตะต้องตัวฉัน แกมันตาแก่ใจร้าย!…” เด็กสาวผมยุ่งปิดหน้าร้องไห้ น้ำตาคลอเบ้า
ในฐานะคุณหนูที่เติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวย เธอไม่เคยถูกตีแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่พ่อแม่ก็ไม่เคยพูดจาแรงๆ กับเธอ เธอจึงรับไม่ได้ที่เฉินเซิงกล้าตบหน้าเธอ
เด็กสาวอยากจะด่าทอเฉินเซิงเสียงดัง แต่เมื่อเห็นสายตาเ็าของเขา เธอก็พูดไม่ออก
“เชี่ย! ไอ้หน้าอ่อน แกกล้าทำร้ายลูกน้องฉันเหรอ? ฉันจะกระทืบแกให้จมดินเลย!” เด็กหนุ่มผมทองคำรามอย่างโกรธจัด ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาเฉินเซิงแล้วเหวี่ยงหมัดใส่
เฉินเซิงปล่อยเอวบางของหลิวเหมียวเหมี่ยว แล้วหลบหมัดของเด็กหนุ่มผมทอง ก่อนจะใช้มืออีกข้างบิดข้อมือของเขาเอาไว้
เขาออกแรงดึงเอวของเด็กหนุ่มผมทองขึ้นจากพื้น
เฉินเซิงกระชากแขนทั้งสองข้างพร้อมกัน ร่างของเด็กหนุ่มผมทองก็ลอยละลิ่วไปตกในพุ่มไม้เตี้ยๆ ที่อยู่ห่างออกไปหลายเมตร ใบหน้าของเขาถูกกิ่งไม้ข่วนจนเป็รอยเื
“เหมียวเหมี่ยวเป็แฟนฉัน ใครก็ตามที่กล้าหาเื่เธอ ไอ้บ้านั่นคือตัวอย่าง” เฉินเซิงจ้องมองเด็กหนุ่มสาวที่เหลือด้วยแววตาเ็าและน่ากลัว
เด็กหนุ่มสาวเ่าั้เคยแต่รังแกคนที่อ่อนแอกว่า พอเห็นเฉินเซิงโเี้แบบนี้ พวกเขาก็ใจนตัวแข็งทื่อ พูดไม่ออกสักคำ
“คุณลุงเท่มากเลยค่ะ” หลิวเหมียวเหมี่ยวดีใจจนะโโลดเต้น เมื่อเห็นว่าเฉินเซิงสามารถจัดการกับเด็กหนุ่มสาวที่มาก่อกวนเธอได้อย่างง่ายดาย
ในตอนนั้น มือของหลิวเหมียวเหมี่ยวยังคงจับแขนของเฉินเซิงอยู่ ทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก จนเมื่อเธอขยับตัว เฉินเซิงก็เห็นภาพกระต่ายน้อยสีขาวนวลสองตัวบนหน้าอกของเธอเด้งดึ๋งไปมาอย่างชัดเจน
ที่เย้ายวนใจเฉินเซิงยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อสายตาของเขาเลื่อนลึกเข้าไปในร่องอกเสื้อของหลิวเหมียวเหมี่ยว เขาก็เห็นยอดเขาหิมะสองลูกที่ซ่อนอยู่ ยอดสีแดงสดใสราวกับเชื้อเชิญให้เขาอยากลิ้มลอง ทำให้เขาอดกลืนน้ำลายไม่ได้
‘อย่ามองสิ่งที่ไม่ควร’ เฉินเซิงเตือนตัวเองในใจ
หลิวเหมียวเหมี่ยวเป็น้องสาวของอาจารย์ ก็เหมือนน้องสาวของเขา แม้จะมีโอกาส เขาก็จะไม่แอบมองเธอเด็ดขาด
เฉินเซิงพาหลิวเหมียวเหมี่ยวไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารตะวันตกหรูหราแห่งหนึ่ง หลิวเหมียวเหมี่ยวดูมีความสุขกับการกินมาก เธอกินเบอร์เกอร์และไก่ทอดไปหลายชิ้น
เฉินเซิงมองด้วยความตกตะลึง ไม่คิดว่าเด็กสาวที่ดูบอบบางอย่างหลิวเหมียวเหมี่ยวจะกินเก่งขนาดนี้ เธอกินจุไม่แพ้เขา ถ้าในอนาคตใครได้เป็แฟนเธอแล้วกระเป๋าไม่หนักพอ คงเลี้ยงเธอไม่ไหวแน่ๆ
เมื่อเห็นสายตาประหลาดใจของเฉินเซิง หลิวเหมียวเหมี่ยวก็ตบพุงที่ยังคงแบนราบเบาๆ แล้วแลบลิ้นออกมา “หนูไม่เหมือนพี่สาวค่ะ พี่สาวหนูถึงจะดูอวบอิ่มแต่เธอกินน้อยมาก ส่วนหนูแม้จะดูผอมบางแต่กินเก่งมาก คุณลุงกลัวหนูกินจนหมดตัวหรือเปล่าคะ?”
“ไม่เป็ไรหรอก คุณลุงเลี้ยงหนูไหว แม้ว่าคุณลุงจะไม่มีเงิน คุณลุงก็เอาคันนี้ไปจำนำเป็ค่าอาหารได้ หนูกินให้เต็มที่เลยนะ” เฉินเซิงพูดพร้อมกับตบกุญแจรถในมือเบาๆ
หลิวเหมียวเหมี่ยวมองเฉินเซิงด้วยความประหลาดใจ
เฉินเซิงจึงโกหกไปว่าเขาทำกำไรจากการเก็งกำไรที่ดิน
เมื่อได้ยินว่าเฉินเซิงซื้อรถหลายล้านคันจากการเก็งกำไรที่ดิน หลิวเหมียวเหมี่ยวก็ยิ่งประทับใจคุณลุงรูปหล่อคนนี้มากขึ้น
ใน่บ่ายหลิวเหมียวเหมี่ยวไม่ยอมไปโรงเรียนในชั่วโมงพละ เธออ้อนวอนให้เฉินเซิงพาเธอไปเที่ยวเล่น
เฉินเซิงไม่รู้สึกว่าการอยู่กับเด็กสาวสวยน่ารัก หุ่นดี มีเสน่ห์แบบนี้เป็เื่น่าเบื่อ เขาจึงพาเธอไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่งในเมืองเจียงเฉิง
เมื่อทั้งสองเดินออกมาจากสวนสนุกขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ผู้คนกลุ่มใหญ่บริเวณทางออกก็ดึงดูดความสนใจของหลิวเหมียวเหมี่ยว เธอจึงดึงเฉินเซิงเข้าไปดูใกล้ๆ พวกเขาพบว่าชายวัยกลางคนกลุ่มหนึ่งกำลังตั้งแผงเล่นพนันทายลูกเต๋าอยู่
ชายวัยกลางคนวางถ้วยสามใบไว้บนแผงลอย เขาใส่ลูกเต๋าลงในถ้วยใบหนึ่ง จากนั้นก็สลับตำแหน่งถ้วยอย่างรวดเร็วด้วยมือทั้งสองข้าง สุดท้ายก็ให้ผู้คนที่มุงดูอยู่ทายว่าลูกเต๋าอยู่ในถ้วยใบไหน
โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าทายถูกจะได้เงินรางวัลหนึ่งเท่าของเงินเดิมพัน แต่ถ้าทายผิด เงินเดิมพันก็จะเป็ของเ้ามือ
มิจฉาชีพพวกนี้มักจะหากินตามสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านอย่างสวนสนุก สถานีขนส่ง หรือสถานีรถไฟ พวกเขามักจะใช้ความโลภของคนมาหลอกลวง
เฉินเซิงรู้ดีว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพวกสิ้นคิดเหล่านี้ จึงคิดจะเดินจากไป
แต่หลิวเหมียวเหมี่ยวซึ่งไม่ค่อยได้มาเที่ยวในเมืองเพิ่งเคยเห็นการพนันแบบนี้เป็ครั้งแรก เธอจึงรู้สึกตื่นเต้นและอยากอยู่ดูต่อ เธอจึงดึงมือเฉินเซิงไว้ด้วยสายตาอ้อนวอน เฉินเซิงจึงต้องยอมอยู่ต่อ
หลิวเหมียวเหมี่ยวเฝ้าดูอยู่ครู่หนึ่ง แม้ว่าเ้ามือจะสลับถ้วยเร็วแต่ก็ไม่เร็วเกินไป สำหรับเธอแล้วการมองว่าลูกเต๋าอยู่ที่ไหนไม่ใช่เื่ยาก
เมื่อเห็นว่าคนรอบข้างหลายคนชนะพนัน หลิวเหมียวเหมี่ยวก็รู้สึกคันไม้คันมืออยากลองเล่นบ้าง
“ไปกันเถอะเหมียวเหมี่ยว เรากลับกันได้แล้ว” เฉินเซิงพูดพร้อมกับดึงแขนของหลิวเหมียวเหมี่ยวเบาๆ
“คุณลุงดูสิ พวกเขาหาเงินง่ายจะตาย เราลองเล่นสักสองสามตาก็ได้”
เมื่อเห็นว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวดูตื่นเต้น เฉินเซิงก็ได้แต่คิดในใจว่าเด็กคนนี้เห็นแค่เปลือกนอก
คนที่ชนะพนันจริงๆ ล้วนเป็หน้าม้า มีแต่คนที่เสียพนันเท่านั้นที่เป็เหยื่อ เมื่อกี้เขาแอบใช้พลังอ่านใจ สังเกตการณ์หาความจริงมาคร่าวๆ แล้ว ถ้าพวกเขาเล่นพนัน การจะชนะคงยากยิ่งกว่าขึ้น์เสียอีก
แต่เมื่อเห็นว่าหลิวเหมียวเหมี่ยวอยากลองเล่น เฉินเซิงก็ไม่อยากขัดศรัทธา เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ถ้าอยากเล่นก็ได้ แต่ต้องเชื่อฟังฉันทุกอย่าง ฉันให้เธอลงพนันเท่าไหร่ก็ต้องลงเท่านั้น ให้เลิกก็ต้องเลิก”
“ตกลงค่ะ...” หลิวเหมียวเหมี่ยวตอบตกลงด้วยความยินดี เธอแค่อยากเล่นสนุกๆ การที่เฉินเซิงยอมให้เธอเล่น เธอก็ดีใจมากแล้ว จึงไม่ต่อรองอะไรทั้งนั้น
“ลองลงพนันไปร้อยหยวนก่อน ทดสอบโชคชะตาดู”
หลิวเหมียวเหมี่ยวพยักหน้า เธอรับเงินจากเฉินเซิงไปร้อยหยวน แล้ววางเดิมพัน ไม่นานเธอก็ชนะ ได้เงินมาอีกร้อยหยวน
หลิวเหมียวเหมี่ยวตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ เธอลงพนันต่อเนื่องหลายครั้ง และชนะติดๆ กัน ได้เงินมาหลายร้อยหยวน
สีหน้าของเ้ามือที่เสียพนันเริ่มไม่สู้ดี แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ผู้คนรอบข้างเริ่มซุบซิบกัน บางคนก็แอบกระซิบบอกหลิวเหมียวเหมี่ยวว่า ถ้าเธอลงพนันทั้งหมดที่ถืออยู่ในมือ เธอจะได้กำไรเจ็ดแปดร้อยหยวน หรืออาจจะมากกว่านั้น
หลิวเหมียวเหมี่ยวตบหน้าผากตัวเองเบาๆ พลางคิดว่าตัวเองช่างโง่เง่า ทำไมถึงคิดไม่ถึงเื่ง่ายๆ แบบนี้ ถ้าเธอลงพนันทีละร้อยหยวน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เงินก้อนโต ถ้าลงพนันเยอะๆ เธอก็จะได้เงินเยอะๆ ในตาเดียว
ตอนที่เธอกำลังจะวางเดิมพันทั้งหมดที่มี เฉินเซิงก็คว้าข้อมือของเธอไว้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ลงพนันได้ครั้งละร้อยหยวนเท่านั้น ห้ามเกินเด็ดขาด ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเพิ่งเตือนอะไรไป”