หลังจากวันสุดสัปดาห์ผ่านไปข่าวการหมั้นหมายระหว่างดิน่ากับเชทกระจายไปทั่วโรงแรมแชนดเลอร์ในนิวปอร์ท ดิน่ามีความรู้สึกว่าเธอต้องใช้เวลามากจนเกินไปเสียแล้วที่จะต้องยืนยันกับผู้ที่สอบถามมาว่าเธอได้หมั้นกับเชทจริงแทบจะไม่มีใครในโรงแรมที่จะไม่แวะเวียนเข้ามาในห้องทำงานเพื่อจะแสดงความยินดีกับเธอแต่ทว่าแววในดวงตาทุกคู่ก็ยังบ่งบอกถึงความสงสัยอยู่
งานเอกสารกองพูนอยู่บนโต๊ะทำงาน ทั้งจดหมายที่จะต้องตอบรายงานที่จะต้องอ่าน และคำสั่งที่จะต้องออก ดิน่าเท้าแขนอยู่กับโต๊ะมือข้างหนึ่งกดหน้าผากไว้ บีบนวดอยู่ไปมาเพื่อให้คลายความตึงเครียด เรือนผมสี บลอนด์สลวยมุ่นเกล้าเป็มวยแนบอยู่ตรงท้ายทอยซึ่งทำให้เธอดูเป็ผู้ใหญ่ขึ้นกว่าอายุจริง
เสื้อผ้าชุดที่สวมใส่มาทำงาน เป็ชุดที่ได้รับการเลือกสรรอย่างเหมาะสมวันนี้เธออยู่ในเสื้อแขนยาวสีเหลืองครีม สวมทับด้วยเสื้อนอกกับกระโปรงสีม่วงองุ่นดูมีเสน่ห์และเหมาะสมกับงานอาชีพที่ทำอยู่อย่างมาก
เสียงเครื่องติดต่อภายในดังขึ้นดิน่ากดปุ่มบนเครื่องพร้อมกับกรอกเสียงลงไป
“ค่ะ”
“คุณแฮรี่ แลนเดอร์สมาขอพบค่ะ คุณนายแชนดเลอร์” เอมี่ เวนท์เวิร์ธ เลขานุการของเธอตอบมา
“ให้เขาเข้ามาได้”
ดิน่าเอื้อมไปหยิบแว่นสายตาซึ่งวางอยู่บนกองเอกสารที่กำลังอ่านค้างไว้ขึ้นมาสวมที่จริงเธอสามารถจะอ่านได้โดยไม่ต้องสวมแว่น แต่เมื่ออ่านไปนานๆ และรู้สึกเมื่อยตามากขึ้นเธอก็จำเป็จะต้องใช้แว่นช่วยซุ่งทำให้ในระยะหลังๆ นี้ต้องสวมอยู่ตลอดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดศีรษะและกับเหตุผลอีกประการหนึ่งคือแว่นตานั้นช่วยเพิ่มบุคลิกของการเป็นักธุรกิจให้กับเธอมากขึ้น
รอยยิ้มปรากฏขึ้นตรงมุมปาก เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูความรู้สึกภายในบอกเธอว่าเธอเข้าใจผิดไปมากที่คิดว่าทุกคนจะแสดงความยินดีกันการหมั้นในครั้งนี้เพราะแฮรี่ แลนเดอร์สเป็คนหนึ่งที่มิได้ทำอย่างนั้น แต่บางทีเขาอาจจะสำนึกได้ว่าเขายังมิได้ทำในสิ่งที่ตัวเองควรจะทำก็ได้
“สวัสดีค่ะ แฮรี่”
บุรุษร่างสูงผิวคล้ำ เรือนผมเป็สีขาวโพลนที่เดินเข้ามาในห้องส่งยิ้ม
“สวัสดีครับ คุณนายแชนดเลอร์”
จะมีก็แต่เชทเท่านั้นที่เรียกชื่อหน้าของเธอและจะเรียกแต่เฉพาะเวลาที่อยู่ด้วยกันตามลำพัง
“ผมเพิ่งได้ทราบข่าวว่าคุณกับเชทจะแต่งขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ”เขาแสดงความยินดีเช่นที่เธอได้คาดไว้
“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับเช่นที่ทำมาแล้วเกือบร้อยครั้งั้แ่เช้าวันนี้
ในแววตาของเขามิได้มีคำถามซ่อนเร้นไว้เช่นคนอื่นๆ
“ผมรู้สึกยินดีด้วยใจจริงนะครับ คุณนายแชนดเลอร์ ผมพอจะทราบอยู่ว่าอาจจะมีใครบางคนที่คิดว่าคุณไม่ซื่อสัตย์ต่อความทรงจำที่มีต่อเบลคด้วยการแต่งงานใหม่ แต่ในความคิดเห็นส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่ามันเป็การดีแล้วละครับที่คุณจะแต่งงานเสียกับเขา”
“งั้นหรือคะ”ดิน่าย้อนถามด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นเธอไม่สนใจเลยถ้าจะมีใครเอาเื่ชีวิตส่วนตัวของเธอไปวิจารณ์แต่ขณะเดียวกันความใคร่รู้ก็เพิ่มขึ้นว่าเพราะเหตุใดเขาจึงมีความคิดเช่นนั้น
“ครับ ที่ผมพูดนี่เพราะผมเห็นว่าชีวิตแต่งงานระหว่างคุณกับเบลคจะต้องเป็ชีวิตที่มีความสุข ไม่เช่นนั้นแล้วคุณคงไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกแน่นอน” เขาให้เหตุผล
“อ๋อ...” รอยยิ้มของเธอออกจะฝืนๆ อยู่ “อันที่จริงฉันกับเบลคก็มีชีวิตมีความสุข ระหว่างฉันกับเชทก็คงจะต้องมีความสุขเหมือนกัน”
“แล้วนี่คุณจะแต่งกันเมื่อไหร่ล่ะครับ”
“ยังไม่ได้กำหนดวันเลยค่ะ”
“อย่าลืมเชิญผมด้วยนะครับ”
“แน่นอน”แต่ลึกลงไปในใจดิน่าอยากจะให้พิธีแต่งงานในครั้งนี้เป็ไปอย่างเงียบๆ ไม่มีการเลี้ยงรับรองแต่อย่างใดทั้งสิ้นไม่จำเป็จะต้องเชิญแเื่มากมายด้วยอยากจะให้มันเหมือนกับหนีตามกันไปเสียด้วยซ้ำ
“อย่างน้อยหลังจากที่คุณแต่งงานแล้วคุณก็คงจะไม่ต้องห่วงเกี่ยวกับเื่บริษัทต่อไปนะครับ” แฮรี่แลนเดอร์สตั้งข้อสังเกตพร้อมด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า
“ขอโทษ คุณว่าอะไรนะ” ดิน่ารู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันทีหมดความรู้สึกที่จะพูดจาอย่างสุภาพช่นที่ได้ทำมาตลอดเช้าวันนี้
“ก็...หลังจากที่คุณแต่งงานแล้ว คุณก็คงจะกลับไปใช้ชีวิตแม่บ้านและเชทก็คงจะขึ้นมาเป็ประธานบริษัทไงล่ะครับ” เขาตอบ
ทำไมเขาจึงพูดราวกับมันเป็เื่ง่ายๆ อย่างนั้นนะดิน่าคิดอย่างเจ็บใจ
“การแต่งงานระหว่างฉันกับเชทจะไม่ก่อให้เกิดความเปลี่ยแปลงอะไรกับบริษัทหรอกเราจะคงทำงานร่วมกันต่อไป โดยที่ฉันยังดำรงตำแหน่งประธานบริษัทอยู่” เธอพูดไม่อยากจะนึกไปถึงว่างานที่เธอกับเขาช่วยกันทำอยู่ในเวลานี้ ครั้งหนึ่งเบลคเคยทำมาได้เพียงคนเดียวดิน่ารู้สึกขึ้งโกรธอยู่ในใจหันไปหางานเอกสารที่วางกองอยู่บนโต๊ะ“ฉันยังไม่เห็นรายงานประจำเดือนของฟลอริด้าโฮเต็ลเลย เขาส่งมาหรือยังล่ะ”
“คงจะยังกระมังครับ” การเปลี่ยนเื่พูดของเธอในทันทีทันใดทำให้แฮรี่รู้ว่า ขณะนี้เขาได้ก้าวล่วงเข้าไปในเื่ส่วนตัวของเธอแล้ว สีหน้าของเขาจึงเปลี่ยนไปทันที
“แฟรงค์ มิลเลอร์ เป็ผู้จัดการโรงแรมนั้นไม่ใช่หรือคะ”
“ใช่ครับ”
“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ช่วยโทรศัพท์ไปหาเขา แล้วลองถามดูสิว่าเขาส่งรายงานมาแล้วหรือยัง ฉัน้าให้เขาส่งมาถึงมือฉันภายใน 4 โมงเย็นวันนี้ จะส่งมาทางเทเล็กซ์ก็ได้” เธอสั่ง
“ผมจะจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยครับ คุณนายแชนดเลอร์”
เมื่อประตูปิดตามหลังเขาลงแล้วดิน่าก็ลุกขึ้นจากโต๊ะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าต่าง ความรู้สึกเคืองขุ่นยังกระจายอยู่ในอารมณ์นับแต่วันที่เบลคหายสาบสูญไป เธอได้พยายามดำเนินการของบริษัท ด้วยความช่วยเหลือของเชทมาโดยตลอดแต่ความสามารถของเธอในตำแหน่งนี้ก็ดูเหมือนจะมิได้รับการยอมรับจากผู้บริหารระดับรองลงไปบางคนอยู่ดี
การที่เธอเข้ามารับตำแหน่งนี้มิได้เป็ไปตามขั้นตอนที่ได้วางไว้แต่เนื่องมาจากความจำเป็มากกว่า ตอนที่เบรกหายสาบสูญไปในอเมริกาใต้นั้นบริษัทนี้ก็มีสภาพเหมือนเรือที่ปราศจากหางเสือ ไม่รู้ว่าจะมุ่งหน้าไปในทิศทางใดในตอนแรกๆ มันก็ยังดำเนินงาน ไปได้อยู่ชั่วระยะหนึ่งแต่แล้วก็มีท่าทีว่าอาจจะต้องถึงกับล้มลง
บรรดาเ้าหน้าที่ฝ่ายบิรหารระดับสูงโดยเฉพาะผู้ซึ่งมีความสามารถพอที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งที่มั่นคงกว่าจากบริษัทอื่นซึ่งใน่นั้นองที่ดิน่าจำเป็ต้องยื่นมือเข้ามาในฐานะที่เธอเป็คนหนึ่งในสกุลแชนดเลอร์
มันมิใช่เื่ง่ายนัก ทั้งนี้เพราะมันเป็งานที่แปลกและใหม่ยิ่งกว่านั้นเธอก็ยังเป็สาวและเป็เพียงผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งไม่เคยมีความรู้เกี่ยวกับกลไกต่างๆ ในการบริหารงานบริษัทเลยไม่ต้องเอ่ยถึงความไร้ประสบการณ์ด้วยซ้ำดังนั้นการที่เธอก้าวเข้ามารับตำแหน่งนี้ในทันทีจึงออกจะเป็เื่ที่มีความยากลำบากใจอยู่มากเพราะพนักงานส่วนใหญ่ที่มีอายุมากพอที่จะเป็พ่อแม่เธอได้และบางคนก็อยู่ในวัยเดียวกันกับ แฮรี่ แลนเดอร์ส คือพอที่จะเป็ปู่เธอได้ด้วยซ้ำ
ดิน่าได้เรียนรู้งานด้วยวิธีการอันลำบากยากยิ่งต้องทดลองทำและก็มีความผิดพลาดเกิดขึ้นหลายต่อหลาย
ครั้งเธอพยายามเก็บงำความวิตกกังวล ความประหวั่นพรั่นใจเกี่ยวกับโชคชะตาของเบลคไว้ในส่วนลึกของหัวใจและในไม่ช้าเธอก็ได้พบว่าบุรุษผู้พร้อมจะให้เธอพักพิงได้สามารถจะระบายความรู้สึกทั้งหลายทั้งปวงได้นั้นส่วนใหญ่แล้ว ก็พร้อมจะให้เธอร่วมเตียงนอนกับเขาไปเสียแทบทุกคน
ดังนั้น ยิ่งนานวันเข้า เธอก็ยิ่งหันไปหาเชทมากขึ้นเพราะมองเห็นความไม่เห็นแก่ตัว การไม่เรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น ในขณะที่เขาให้ความสนับสนุนเธออย่างดีเขาไม่เคยแสดงให้เห็นเลยว่า้าผลประโยชน์ใดๆ จากเธอจนกระทั่งเมื่อข่าวความตายของเบลคได้รับการยืนยันและผ่านพ้นไปแล้วหลายเดือน
ดิน่ามีความไว้วางใจในตัวเขาอย่างมากและเขาก็มิได้ทำให้เธอบังเกิดความสงสัยอะไรในตัวเขาเลย แต่ทว่า ขณะนี้ แฮรี่แลนเดอร์ส ได้ตั้งคำถามที่ทำให้เธอต้องใช้ความคิดอย่างมากเป็คำถามที่ดิน่าไม่อาจจะเผชิญเลยแต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีทางใดที่จะหลีกเลี่ยงไปให้พ้นได้
เธอสั่นศีรษะราวจะขับไล่ความคิดออกไปเสียจากสมอง เดินกลับมายังโต๊ะทำงานอีกครั้งเอื้อมไปหยิบ
หูโทรศัพท์ แต่แล้วก็เกิดความลังเลไม่แน่ใจขึ้นมาได้แต่จ้องมองดูตัวเลขที่อยู่บนหน้าปัดค้างอยู่เช่นนั้น