พอถึงวันอาทิตย์ซึ่งเป็วันหยุดของแอนนา เธอเข้าโบสถ์คริสต์ตามปกติ แต่หลังเสร็จพิธี เธอก็เอาแต่จ้องมองไปที่ไม้กางเขน ยังไม่ยอมลุกไปไหน ในใจก็นึกถึงเื่แวมไพร์ลึกลับผู้นั้น
คนอื่นพากันเดินทยอยออกจากโบสถ์กันหมด เหลือเธอนั่งเหม่อเพียงผู้เดียว
บาทหลวงมองเห็นแอนนาเลยเดินมาทักทายและสอบถามด้วยความเป็ห่วง เพราะสีหน้าแอนนาดูไม่ดีเลย
“มีอะไรหรือเปล่าลูก แอนนา” บาทหลวงรีบสอบถาม
……… แอนนาไม่ยอมตอบอะไร ยังคงเหม่อเช่นนั้น
“แอนนา” บาทหลวงยังคงเรียก พอเธอไม่ตอบสนอง ด้วยความเป็ห่วง เลยแตะไหล่ของหญิงสาวจนเธอสะดุ้ง
แอนนาใตื่นจากภวังค์ “เอ่อไม่มีอะไรค่ะ”
“หากมีเื่ไม่สบายใจปรึกษาพ่อได้นะ” บาทหลวงกล่าวด้วยจิตเมตตา
“ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะ ว่าแต่กริชเล่มที่วางอยู่หน้าไม้กางเขนนั่น สามารถปราบปิศาจได้จริงหรือเปล่าคะ” แอนนาถามอย่างมีความหวัง
“พ่อเองก็ไม่รู้หรอก แต่บาทหลวงคนก่อนบอกว่าปราบได้จริงๆ” บาทหลวงกล่าว
“หากลูกจะยืมเพื่อปราบ…” แอนนาลองถามแต่พูดไม่จบ บาทหลวงท่านก็พูดสวนทันที
“ไม่ได้เด็ดขาด”
“ทำไมล่ะคะ” แอนนาสงสัย
“ไม่ว่าลูกจะนำไปปราบอะไรก็ตาม พ่อก็ให้ลูกยืมไม่ได้จริงๆ” บาทหลวงกล่าวอย่างเด็ดขาด
“กลัวกริชเล่มนั้นถูกทำลายหรือหายไปงั้นหรอคะ” แอนนาสงสัย
“เปล่า กลัวลูกเป็อันตรายต่างหาก ผู้ที่มีสิทธิ์ใช้กริชเล่มนั้นจะต้องมีวิชาป้องกันตัวและสู้กับปิศาจหรือแวมไพร์ได้ หากเป็ผู้หญิงอ่อนแออย่างลูก กริชเล่มนั้นมันจะกลับมาทำร้ายตัวลูกเอง” บาทหลวงกล่าว
“แต่ลูกฝึกได้นี่คะ” แอนนายังไม่ยอมแพ้
“มันต้องใช้เวลาฝึกไม่ใช่หรือ แต่ตอนนี้ลูกก็ยังเป็เพียงผู้หญิงอ่อนแอเท่านั้น” บาทหลวงกล่าว
“ค่ะ ลูกเข้าใจแล้ว ถึงลูกมีอาวุธ แต่ถ้าคู่ต่อสู้เหนือกว่ามาก นอกจากสู้เขาไม่ได้แล้ว ยังถูกแทงกลับเสียอีก” แอนนาเข้าใจเพราะเห็นแววตาบาทหลวงบอกเช่นนั้น
“แสดงว่าลูกเห็นปิศาจงั้นหรือ” บาทหลวงสงสัย
“อ้อ เปล่าๆ ค่ะ ลูกแค่สงสัย เลยลองถามเท่านั้น” แอนนารีบพูดกลบเกลื่อน
“ไม่เจอก็ดีแล้ว และควรออกห่างให้มากที่สุดด้วย รู้มั้ย” บาทหลวงกล่าว
“ค่ะ งั้นลูกขอตัวกลับก่อนนะคะ” แอนนารู้สึกผิดหวัง
“เดินทางปลอดภัยนะ”
แอนนาพยักหน้าให้ แล้วเดินออกไปจากโบสถ์ เธอรู้สึกหมดหวังในการต่อกรกับแวมไพร์ ตอนนี้ทำได้เพียงกลับไปที่คฤหาสน์เพื่อเยี่ยมพ่อเธอ
**********************************
ณ คฤหาสน์ของตระกูลแทนนาส
“พ่อคะ หนูกลับมาแล้ว” แอนนาเข้าไปในบ้าน แล้วร้องเรียกพ่อ
“อ้าวดีเลยลูก พ่อจะได้แนะนำให้ลูกรู้จักว่าที่น้องเขยของลูก เขาคือ เอริคแห่งตระกูลวินเชสตัน” พ่อเห็นลูกสาวเดินเข้ามาในห้องรับแขก เลยรีบแนะนำให้ลูกรู้จักเอริค
แอนนาใสุดขีดที่เห็นเอริคอีกครั้ง ในใจคิดว่า “ทำไมมันเร็วแบบนี้นี่”
“สวัสดีครับ แอนนา คุณน่าจะบอกผม ไม่งั้นผมจะได้รับคุณมาที่นี่ด้วยกัน” เอริคพูดแล้วยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
“อ้าวรู้จักกันแล้วนี่” พ่อแอนนาแปลกใจ
“พ่อคะ เขาเป็แว….” แอนนาพูดได้แค่นั้น เพราะอยู่ดีๆ เธอก็พูดไม่มีเสียงออกมาอีกเลย ในใจคิดว่า “มันเกิดอะไรขึ้นกับเรานี่ ทำไมไม่มีเสียงพูด” สักพักก็มีเสียงก้องมาในโสตประสาทของเธอ เสียงนั้นเป็เสียงของเอริค แอนนามองไปที่เขา ก็พบว่าเขาไม่ได้อ้าปากพูดอะไรสักคำ แต่เสียงนั้นยังคงย้ำเตือนคำสัญญา
เอริคใช้จิตพูดกับแอนนาโดยไม่ให้คนอื่นได้ยิน “ไหนคุณสัญญาแล้วไง ว่าจะไม่บอกใคร คุณช่างไม่รักษาคำพูดจริงๆ”
แอนนาไม่มีเสียงพูด จึงพูดในใจกับเอริค “นี่คุณทำอะไรกับฉันน่ะ คุณใช้เวทมนตร์กับฉันงั้นหรอ”
เอริคโต้ตอบด้วยจิต “ผมสาปให้คุณไม่สามารถพูดเื่ที่ผมเป็แวมไพร์กับใครได้อีกเท่านั้นเอง”
“มีอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมเงียบไปอย่างนั้น” พ่อแอนนารู้สึกเป็ห่วงลูกสาว
เมื่อแอนนาล้มเลิกความตั้งใจที่จะบอกพ่อ เสียงพูดของเธอก็กลับมา “ไม่มีอะไรค่ะพ่อ วันนี้หนูเหนื่อยมากเลย ขอตัวก่อนนะคะ” แอนนามองไปที่เอริค เธอรู้สึกเจ็บใจมากที่เห็นเขายิ้มเยาะเย้ยให้เธอ แอนนาไม่รอให้พ่ออนุญาตก็เดินหนีขึ้นไปบนห้องเธอทันที
“เดี๋ยวสิลูก ไม่ทันเสียแล้ว” พ่อแอนนาพูดไม่ทัน เพราะแอนนาเดินหนีไปไกลเสียแล้ว แล้วหันไปพูดกับเอริค “อย่าถือสาแอนนาเลยนะ เธอคงเหนื่อยมากจริงๆ”
“ไม่เป็ไรครับ ว่าแต่แอนนี่ล่ะครับ” เอริคถามหาคู่หมั้น
“วันนี้เธอมีถ่ายแบบแต่เช้า คงกลับมาค่ำๆ น่ะหลาน” พ่อแอนนากล่าว
“ขอบคุณครับ งั้นผมขออนุญาตไปจัดของก่อนนะครับ คงพักที่นี่จนกว่าจะถึงพิธีแต่งงาน” เอริคกล่าว
“ได้สิ ให้พ่อบ้านนำทางไปก็แล้วกัน” พ่อแอนนารีบเรียกพ่อบ้านให้พาเอริคและลูกน้องไปพัก
**********************************
ณ ห้องของแอนนา
แอนนารู้สึกกระวนกระวายเป็ห่วงน้องสาวของเธออย่างมาก เธอนึกไม่ถึงว่าเอริคจะมาไวเช่นนี้ ดังนั้นวันนี้เธอตั้งใจว่าจะอยู่รอน้องเพื่อบอกเื่แวมไพร์ แอนนานั่งอ่านหนังสืออยู่นานจนกระทั่ง รถของน้องสาวมาถึงที่คฤหาสน์
แอนนาหูผึ่งทันที เธอตั้งใจว่าจะรีบไปพบน้องก่อนเอริคให้จงได้ จึงรีบวิ่งลงไปข้างล่าง แล้วมุ่งตรงไปดักน้องสาวทันที
“อ้าวพี่แอนนา ยังไม่กลับอีกหรอคะ” แอนนี่แปลกใจ เพราะพี่สาวไม่ค่อยได้ค้างที่คฤหาสน์
“พี่มีเื่จะพูดด้วยน่ะ” แอนนาพูดอย่างร้อนใจ
“ขอน้องไปอาบน้ำก่อนได้มั้ยคะ เหนียวตัวมากเลย” แอนนี่รู้สึกเพลียและเหนื่อยมาก
“ไม่ได้ ต้องพูดเดี๋ยวนี้ คู่หมั้นของน้องมาถึงที่นี่แล้ว เขาคือเอริค น้องจะแต่งงานกับเขาไม่ได้เด็ดขาด เขาเป็แว…….” แอนนาพูดไม่จบอีกแล้ว เพราะอาการกลับมาเป็เหมือนเดิมคือพูดไม่มีเสียง
“เอริค เขาเป็อะไรหรอพี่” แอนนี่สงสัยเพราะพี่สาวพูดไม่จบ
“พี่คุณล้อเล่นน่ะครับ แอนนี่ ไม่เจอกันนานเลยนะครับ” เอริครีบพูดสวน
“พี่เอริคนี่เอง โห ไม่น่าเชื่อว่าพี่ยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะคะ” แอนนี่กล่าว
“พี่มีของฝากมาให้ด้วย เป็เครื่องเพชร พี่ว่ามันต้องเหมาะกับเสื้อผ้าสไตล์แอนนี่แน่ๆ เลย” เอริคกล่าว
“จริงหรอคะ แอนนี่อยากเห็นจริงๆ” แอนนี่รู้สึกตื่นเต้น
“งั้นไปด้วยกันสิ” เอริคกล่าวยิ้มๆ
แอนนาพยายามจะเดินไปกันไม่ให้น้องสาวไป แต่ทว่าอยู่ดีๆ เธอก็ขยับขาไม่ได้เลย เธอทำได้แต่หันไปมองเอริค ก็พบว่าเขาแอบยิ้มเยาะเย้ยเธออีกเช่นเคย ในตอนนี้เธอทำได้เพียงปล่อยให้ทั้งสองเดินไปด้วยกัน และไม่สามารถพูดหรือขยับขาได้
เมื่อพวกเขาเดินจากไป แอนนาถึงกลับมาเป็ปกติ เธอคิดว่าเธอคงถูกสาปจริงๆ เลยไม่สามารถบอกใครเื่ที่เอริคเป็แวมไพร์ แอนนารู้ตัวดีว่าไม่อาจต่อกรเอริคได้ เธอจึงเดินกลับไปที่ห้องนอนของเธอ
แอนนาเครียดมาก เธอเลยไปอาบน้ำเพื่อผ่อนคลาย เลยนอนแช่น้ำที่เต็มไปด้วยฟองสบู่ แอนนากำลังจะหลับ แต่ทว่าอยู่ดีๆ เธอก็ได้ยินเสียงเอริค แอนนาใตื่นมาก็เห็นเขายืนอยู่ข้างอ่างอาบน้ำ
“ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ทำไมไม่มีความเป็สุภาพบุรุษแบบนี้” แอนนาพยายามไม่ให้เขาเห็นเรือนร่างของเธอ เลยโผล่ให้เห็นแค่คอกับหัว
“คุณไม่ได้มีเสน่ห์ขนาดนั้นหรอกนะ ผมมาที่นี่เพื่อมาเตือนคุณ” เอริคกล่าว
“อย่ายุ่งกับคนในครอบครัวฉันนะ” แอนนาขึ้นเสียง
“คุณห้ามผมไม่ได้หรอก แอนนา” เอริคโต้ตอบ
“ฉันขอร้องล่ะ ในเมื่อตระกูลของพวกเราก็เป็พันธมิตรต่อกัน คุณปล่อยน้องสาวฉันไปเถอะนะ” แอนนายอมลดเสียงแล้วขอร้องเขา
“สัปดาห์หน้านี้เป็กำหนดงานแต่งระหว่างผมกับแอนนี่ คุณห้ามไม่ได้หรอก และผมจะไม่ทำอันตรายครอบครัวคุณ ผมสัญญา แต่ถ้าคุณพยายามขัดขวางอีก ผมคงต้องทำให้แอนนี่และพ่อของคุณเป็พวกเดียวกับผมเสียแล้ว” เอริคขู่
“นี่คุณขู่ฉันงั้นหรอ” แอนนาโกรธมาก
เอริคเอาหน้าเข้าไปใกล้แอนนา จนเธอรีบเบือนหน้าหนี
“แววตาผมบอกอย่างนั้นหรือเปล่า ผมพูดจริงทำจริง ผมขอเตือนเป็ครั้งสุดท้ายนะแอนนา” เอริคแสดงสีหน้าจริงจัง จนแอนนาเริ่มกลัว
“ก็ได้ ฉันจะไม่ขัดขวางคุณ แต่คุณห้ามทำอันตรายน้องสาวกับพ่อฉันเด็ดขาด” แอนนารู้ตัวว่าทำอะไรไม่ได้เลยต้องยอมอ่อนข้อ
“ได้ ถ้าคุณรักษาสัญญา” เอริคกล่าว
“คุณรีบไปได้แล้ว” แอนนารีบไล่ เพราะยังไงนี่ก็เป็ห้องอาบน้ำ
เอริคยิ้มมุมปากจนน่าหมั่นไส้ แล้วเขาก็แว๊ปหายไปกับตา
“พี่ พูดกับใครน่ะ แล้วทำไมอาบน้ำถึงไม่ล็อคประตูแบบนี้” แอนนี่แปลกใจเพราะได้ยินเสียงพี่สาวพูดคนเดียว
“เอ่อพี่ลืมล็อคน่ะแอนนี่ พี่มัวซ้อมพูดแสดงละครในงานเลี้ยงที่โรงพยาบาล” แอนนาพูดกลบเกลื่อน
“เห็นพี่มีเื่จะพูดกับฉันไม่ใช่หรอ” แอนนี่กล่าว
“ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่จะยินดีกับเธอเื่คู่หมั้นน่ะ” แอนนายอมรักษาสัญญา
“อ๋อเื่นี้เอง งั้นน้องไปนอนก่อนนะพี่ แล้วพี่ก็รีบขึ้นมาได้แล้ว เดี๋ยวไม่สบายหรอก” แอนนี่กล่าว
“อื้อ ฝันดีก็แล้วกัน ล็อคประตูให้พี่ด้วยนะ” แอนนาบอกน้องสาวไม่ได้จริงๆ ตอนนี้เธอรู้สึกละอายใจ
แอนนี่พยักหน้าแล้วเดินจากไป
แอนนารอให้น้องสาวปิดประตูห้องให้ เธอจึงรีบจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จเพราะกลัวเอริคจะกลับมาอีก
**********************************
เช้าวันรุ่งขึ้น แอนนาต้องรีบไปทำงานที่โรงพยาบาลแต่เช้า เธอเห็นว่าเธอสู้หรือทำอะไรเอริคไม่ได้เลย และกลัวว่าครอบครัวของเธอจะเกิดอันตราย ดังนั้นแอนนาจึงสงบปากสงบคำ แอนนานึกถึงเื่เมื่อคืนเธอก็อาย เธอไม่อยากเผชิญหน้ากับเอริคจึงรีบขับรถออกไปทันทีโดยไม่ร่วมรับประทานอาหารเช้าที่คฤหาสน์
เอริคเห็นว่าไม่มีตัวอุปสรรคอย่างแอนนาแล้ว เขาจึงเดินหน้าจีบแอนนี่อย่างเต็มที่ ทั้งขันอาสาพาแอนนี่ไปทำงานเดินถ่ายแบบ พาไปทานข้าว และพาไปเที่ยว แม้เขาจะต้องอดทนกับแสงแดดก็ตาม
แอนนี่เป็นางแบบที่มี่ชื่อเสียง เธอมีมนุษย์สัมพันธ์ดีและไม่เย่อหยิ่ง เข้ากับคนได้ง่าย ดังนั้นเอริคกับแอนนี่จึงสนิทกันอย่างรวดเร็ว
แอนนาไม่อยากคิดอะไรมาก เธอก็เลยมุ่งหน้ารักษาคนไข้เพื่อลืมเื่ของเอริคกับน้องสาวไปชั่วคราว
**********************************
เหตุการณ์ก็สงบมาด้วยดีจนกระทั่งถึงวันแต่งงานระหว่างเอริคกับแอนนี่ ซึ่งงานแต่งจัดที่คฤหาสน์ของตระกูลแทนนาส มีแเื่เข้าร่วมพิธีจำนวนมากเพราะพ่อของแอนนี่เป็ถึงนายกรัฐมนตรี
เอริคแต่งตัวเรียบร้อยพร้อมเข้าพิธีแต่งงาน แต่ทว่าเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงก็ยังไม่เห็นวี่แววแอนนี่มาปรากฏตัว
“มันเกิดอะไรขึ้นงั้นหรอครับ” เอริคเดินไปถามว่าที่พ่อตา
“นั่นน่ะสิ อาพยายามติดต่อแอนนี่แล้ว ก็ยังติดต่อเธอไม่ได้เลย” พ่อแอนนี่กระวนกระวายใจ สักพักเขาก็เห็นลูกสาวตัวดีเดินเข้ามาในงาน “อ้าว นั่นไงมาแล้ว”
แอนนี่เดินเข้ามาให้งานแต่ง แต่เธอไม่ได้สวมชุดเ้าสาว ทำให้ทุกคนในงานพากันแปลกใจ
“หนูแต่งงานกับพี่เอริคไม่ได้แล้วค่ะ เอ่อ คือว่า หนูมีคนรักอยู่แล้ว” แอนนี่กล่าวด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
“นี่มันหมายความว่ายังไงน่ะแอนนี่” เอริคพูดด้วยอารมณ์โกรธ
“ก็หมายความว่า แอนนี่เป็คนรักของฉันไงล่ะ เอริค” คนรักของแอนนี่มาปรากฎตัว
เอริคใมากที่เห็นเกรกสัน เขาเป็แวมไพร์แห่งตระกูลแฟนทรัม และเขาก็นำหน้าเอริคไปก้าวหนึ่ง เพราะเขาชิงตัวแอนนี่ไปได้แล้ว
“ลูกทำแบบนี้ได้ยังไงน่ะลูก” พ่อแอนนี่รู้สึกโกรธเช่นกัน
“หนูขอโทษค่ะพ่อ คือว่า หนูเป็คนของเกรกสันแล้วค่ะ” แอนนี่ยอมพูดทั้งๆ ที่อายมาก
พ่อแอนนี่เห็นลูกสาวน้ำตาคลอ เขาทำอะไรไม่ได้จริงๆ จึงหันไปขอโทษเอริคทันที
“แต่ผมกับแอนนี่มีสัญญาแต่งงานกันนะครับ” เอริคยังไม่ยอมแพ้
“อาขอโทษจริงๆ นะหลานชาย” พ่อแอนนี่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
เอริครู้สึกเจ็บใจมาก และยิ่งโกรธเป็ทวีคูณที่ได้ยินเกรกสันใช้จิตพูดกับเขา
“555 เอริค ฉันได้ไข่มุกมาจากแอนนี่แล้ว ต่อให้นายได้ตัวแอนนี่ไป นายก็ไม่ได้ไข่มุกประจำตระกูลแทนนาสอยู่ดี” เกรกสันใช้จิตเยาะเย้ยถากถางอย่างสะใจ
“มีอะไรกันหรือเปล่าคะ แล้วทำไมแอนนี่ถึงไม่แต่งตัวล่ะคะ นี่มันเลยฤกษ์งานแต่งไปแล้วนี่” แอนนาเดินเข้ามาในงานอย่างแปลกใจและถามขึ้นมาทันที
ทุกคนหันไปมองแอนนาเป็ตาเดียว
“งั้นผมขอให้แอนนาทำหน้าที่เป็เ้าสาวแทนแอนนี่ก็แล้วกัน” เอริคกล่าว
“หมายความว่ายังไง ฉันไม่มีทางแต่งงานกับคุณ” แอนนาปฏิเสธทันที
“ถือว่าพ่อขอร้องเถอะนะแอนนา น้องสาวลูกมีคนรักอยู่แล้ว เลยแต่งงานกับเอริคไม่ได้ และตระกูลเรากับตระกูลวินเชสตันก็มีสัญญาต่อกัน พ่อไม่รักษาสัญญาไม่ได้จริงๆ” พ่อขอร้องลูกสาว
“ไม่ หนูไม่มีทางแต่งงานกับแว…..” แอนนาเกิดอาการเช่นเดิม เธอพูดไม่ได้อีกแล้ว
“งั้นผมขอคุยกับแอนนาเป็การส่วนตัวนะครับ” เอริคไม่รอให้ใครอนุญาต เขารีบดึงตัวแอนนาไปที่ห้องแต่งตัวทันที
**********************************