คืนก่อนวันบุกใหญ่
ค่ำคืนคลุมด้วยหมอกควันและกลิ่นโลหะ
เหนือยอดตึกระฟ้าร้างในเขตชานเมืองเอ็นโดโปลิสเสียงหวีดของเครื่องบินไร้คนขับดังครางต่ำ
เงาไฟจากจอโฮโลแกรมโฆษณาเก่ากระพริบสะท้อนบนพื้นถนนที่เต็มไปด้วยเศษกระจก
“ประชาชนทุกคนจงจำไว้… ผู้ต่อต้านรัฐบาลคือศัตรูของมนุษยชาติ”
เสียงประกาศของ เรนาตา อัลฟอนโซ ดังก้องไปทั่วเมือง
ภาพใบหน้าของเธอถูกฉายผ่านหน้าจอขนาดั์กลางย่านการค้าเก่า— ดวงตาสีเงินเยือกเย็นไร้แววอ่อนโยน
เื้ัคือตราสัญลักษณ์ใหม่ของ“พันธมิตรแมกเจลแลน–เมกะโลเซีย”
ในบังเกอร์ใต้ดินทางเหนือของเมืองเสียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดังสั่น
เรมิโอนั่งพิงผนังตรวจสอบปืนพลังงานที่ทำจากชิ้นส่วนเก่า
วิเวียน่านั่งตรงข้ามกำลังเย็บแผลให้ทหาราเ็ด้วยมือที่สั่นเพราะความเหนื่อยล้า
ข้างหลังคือจูเลียน่าที่กำลังช่วยเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดื่มน้ำจากขวดเหล็ก
“คืนนี้พวกมันจะมาแน่”โดมินิโกพูดขณะเดินเข้ามาพร้อมแผนที่กระดาษ
เสียงของเขาแหบแห้งแต่ดวงตายังเปี่ยมพลัง
“หน่วยสอดแนมรายงานว่ายานของแมกเจลแลนเริ่มปล่อยโดรนโจมตีระยะต่ำแล้ว”
“เรามีกำลังเท่าไหร่?” เรมิโอถาม
“ไม่ถึงหนึ่งในห้าของพวกมัน”
บังเกอร์เงียบไปชั่วขณะ
ไฟกระพริบเหนือศีรษะสะท้อนบนใบหน้าที่เหนื่อยล้าแต่ไม่ยอมแพ้
“เรายังมีพวกในเขตตะวันตกกับโรงงานใต้ดิน”วิเวียน่ากล่าว
“ฉันเพิ่งส่งรหัสลับไปบอกให้พวกเขาย้ายผู้าเ็ออกก่อนเช้า”
โดมินิโกพยักหน้า
“ดี...พรุ่งนี้ก่อนรุ่งสาง เราจะโจมตีฐานพลังงานของพวกมันถ้าเราทำลายระบบชาร์จของแมกเจลแลนได้ — ยานแม่ของพวกมันจะบินไม่ได้”
เรมิโอมองจูเลียน่า“แล้วเธอล่ะ พร้อมไหม?”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นดวงตาสีฟ้านั้นสะท้อนเปลวไฟจากคบเพลิง
“ถ้าฉันยังอยู่ได้หลังผ่านเื่ทั้งหมดนั้นมาก็ไม่มีอะไรให้กลัวอีกแล้ว”
เสียงะเิดังสนั่นจากภายนอก
ทั้งบังเกอร์สั่นะเืฝุ่นร่วงจากเพดาน
“พวกมันเริ่มแล้ว!”
เสียงทหาระโ
โดมินิโกคว้าปืนขึ้นบ่า“ทุกหน่วย เตรียมเข้าสู่แผน ‘ฝนเหล็ก’!”
ไฟสัญญาณสีแดงกระพริบทั่วห้อง
เสียงเครื่องยนต์ของรถรบโบราณเริ่มคำรามทีละคัน
วิเวียน่าหันมาทางเรมิโอ“อย่าลืมสิ นายไม่ใช่คนเหล็ก ถึงแม้ข้างในจะมีชิ้นส่วนของมันก็ตาม”
ชายหนุ่มยิ้ม“แต่หัวใจฉันยังเป็ของคนธรรมดา”
จูเลียน่ามองเขาอย่างเงียบงันก่อนเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“อย่าตายอีกนะ...”
เรมิโอพยักหน้าแล้วก้าวออกไปยังประตูโลหะ
เมื่อมันเปิดออกลมเย็นพัดผ่านหน้า เสียงหวีดของจรวดดังทะลุอากาศ
แสงแรกของาเริ่มสาดจากฟ้า
และ“คืนก่อนวันบุกใหญ่” ได้จบลง ด้วยเสียงคำรามของโลกที่กำลังจะลุกไหม้
แผนฝนเหล็ก
ย่ำรุ่งเหนือเอ็นโดโปลิส
ฟ้าสีเทาปนแดงจากกลุ่มควันค้างคืนที่ยังไม่จาง
เงาของโดรนลาดตระเวนลอยผ่านไปเหนือแนวอาคารร้างขณะหน่วยสหภาพเคลื่อนตัวอย่างเงียบงันในตรอกแคบ
เรมิโออยู่แนวหน้าชุดเกราะขาวเทาเต็มไปด้วยรอยะุเก่า
เสียงลมหายใจของเขาดังอยู่ในหน้ากากกรองฝุ่นข้างหลังคือวิเวียน่าที่คอยควบคุมสัญญาณชีพของทุกคนผ่านอุปกรณ์พกพา
เธอก้มมองหน้าจอ“ชีพจรปกติ... นายยังโอเคดี”
“อย่าเพิ่งห่วงฉันห่วงตัวเองเถอะ” เขาตอบสั้น ๆ
สัญญาณจากโดมินิโกดังขึ้นในชุดสื่อสาร
“ทีมเหนือเตรียมะเิพลาสมาให้พร้อม จุดเป้าหมายคือหอพลังงานกลาง เขต C-9 ห้ามยิงก่อนฉันให้สัญญาณ”
เรมิโอกวาดตามองรอบตัว
เมืองเอ็นโดโปลิสยามเช้าดูเหมือนร่างที่ยังไม่ตื่นดี— ทว่าใต้เงานั้น มีกับดักมากมายที่พร้อมกลืนทุกชีวิต
“นั่นไงฐานพลังงาน...”
จูเลียน่าพูดพลางชี้ไปยังตึกทรงกระบอกขนาดใหญ่ปลายยอดมีสายฟ้าสีฟ้าวูบวาบ
แรงดันอีเทอร์จากเครื่องปฏิกรณ์พลังงานทำให้พื้นสั่นเป็ระยะๆ
“เอาล่ะ...ถึงเวลาแล้ว”เรมิโอกระชับปืน
โดมินิโกให้สัญญาณ“เริ่มปฏิบัติการ ฝนเหล็ก!”
เสียงะเิพลาสมาดังสนั่นพร้อมกันทั่วแนวรบ
ลูกไฟสีน้ำเงินพุ่งขึ้นฟ้าราวกับสายฝนแห่งการชำระล้าง
หน่วยของเรมิโอบุกเข้าแนวกำแพงแรกยิงโดรนลาดตระเวนตกทีละลำ
ควันะเิปกคลุมไปทั่วพื้นที่
แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันเข้าใกล้ตัวฐานพลังงาน
เสียงหวีดแหลมก็ดังขึ้นจากฟากฟ้า— ยานไร้คนขับของรัฐบาลโผล่ขึ้นมานับร้อย
“พวกมันรู้แผนเรา!”
วิเวียน่าะโ
แสงเลเซอร์สีแดงพาดผ่านกลางอากาศตัดโดรนของฝ่ายสหภาพร่วงกราว
เรมิโอก้มลงหลบหลังเศษตึกพลางะโเข้าชุดสื่อสาร
“โดมินิโก!พวกมันรออยู่ก่อนแล้ว!”
“ถอยไม่ได้แล้ว!ยิงต่อไป!” เสียงของโดมินิโกดังกลับมาพร้อมเสียงปืนกระหน่ำ
แต่ทันใดนั้นเสียงของ เรนาตา ดังขึ้นจากลำโพงทุกจุดในสนามรบ
“มนุษย์ที่ยังหลงเหลือ...จงจำไว้ พวกเ้ากำลังต่อสู้กับสิ่งที่สูงกว่ามนุษย์ —และพลังนั้นอยู่ในมือเราแล้ว”
จากยอดหอพลังงานกลางแสงสีเงินสาดวาบออกมา
ลำแสงนั้นพุ่งตัดอาคารราบเป็แนวยาวเสียงโลหะหลอมละลายดังก้องทั่วเมือง
หน่วยของเรมิโอหลายสิบนายหายไปในเสี้ยววินาที
“ไม่นะ...พลังแบบนั้น มันไม่ใช่ของมนุษย์!” วิเวียน่ากรีดร้อง
เรมิโอกัดฟันแน่น
“เราต้องหยุดมัน!ถ้ามันยิงอีกที เมืองทั้งเมืองจะหายไป!”
เขาพุ่งออกจากที่กำบังวิ่งฝ่าควันและเศษซากเข้าไปหาหอพลังงาน
เสียงปืนรัวไล่หลังเขารู้สึกถึงความร้อนจากะเิที่เฉียดแผ่นหลัง
แต่ก็ยังไม่หยุด
เมื่อมาถึงฐานหอคอยเขายิงปลดล็อกแผงควบคุม
“จูเลียน่า!แฮ็กระบบได้ไหม!?”
หญิงสาวนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าแผงพลังงานนิ้วเรียวสั่นระหว่างเสียบสายเชื่อมเข้าช่องข้อมูล
“กำลังพยายามอยู่...มันมีไฟร์วอลล์ของแมกเจลแลน!”
เสียงคำรามของเครื่องปฏิกรณ์เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
แสงสีเงินหมุนวนเหนือหอคอยราวกับพายุ
วิเวียน่าะโ“เรมิโอ! ถ้ามันะเิ พวกเราจะ—”
“ฉันรู้!”เขาะโสวนกลับ “แต่ถ้าไม่หยุดตอนนี้ เราจะไม่มีโลกเหลือให้สู้ต่อ!”
เขาชักปืนพลาสมาขึ้นเล็งตรงไปยังแกนกลางพลังงาน
ยิงะุพลังงานเข้าจุดอัดแน่นของคอยล์ไฟฟ้า
เสียงะเิดังสะท้านทั่วเมือง
หอคอยแสงสว่างวาบขึ้นก่อนจะดับวูบลง
แสงในเมืองเอ็นโดโปลิสหายไปพร้อมกันทั้งระบบ
ทุกอย่างตกอยู่ในความมืดสนิท— เหลือเพียงเสียงหอบหายใจและฝุ่นควัน
แล้วเสียงของโดมินิโกก็ดังขึ้นในชุดสื่อสาร
“เรมิโอ...นายทำได้แล้ว ฐานพลังงานดับลงทั้งระบบ...”
แต่ก่อนที่เรมิโอจะตอบเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น
แสงสีเงินพุ่งขึ้นจากพื้นหอคอยส่องขึ้นสู่ท้องฟ้า
จูเลียน่าเงยหน้าขึ้นสีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“มัน...มันยังไม่จบ...”
ฝนโลหะ
เสียงหายใจของเรมิโอยังดังสะท้อนในหน้ากาก
เขามองขึ้นไปบนฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยแสงสีเงินที่กำลังบิดเกลียว— พลังงานจากแกนหอคอยที่ยังไม่ดับสนิท
“ทุกหน่วย!ถอยออกจากจุดศูนย์กลาง!” เสียงโดมินิโกสั่งผ่านชุดสื่อสาร
“เร็วเข้า!มันกำลังชาร์จพลังใหม่อีกครั้ง!”
แต่สายเกินไป—
ลำแสงสีเงินะเิออกจากหอคอยกลางเมืองแผ่เป็วงกว้างไปรอบด้าน
คลื่นแรงสั่นะเืซัดทุกสิ่งรอบข้างพังยับเสียงโครงเหล็กบิดงอ เสียงกรีดร้องของผู้คนและโลหะดังปนกัน
เรมิโอถูกแรงอัดซัดกระเด็นกลิ้งไปบนพื้น เขาพยายามยันตัวขึ้น
ภาพตรงหน้าเต็มไปด้วยเพลิงและเศษซากอาคารพังทลาย
วิเวียน่าคลานมาหาเขาเืซึมตามแขน “เราต้องออกไปจากที่นี่!”
เขากลืนน้ำลายฝืดคอ“จูเลียน่าล่ะ!?”
หญิงสาวอีกคนปรากฏอยู่หลังเศษเหล็กมือเธอสั่นแต่ยังพยายามดึงข้อมูลจากเครื่องเชื่อมต่อพลังงานที่ไหม้ครึ่งหนึ่ง
“ฉันเกือบได้รหัสแล้ว...เหลืออีกนิดเดียว!”
“อย่าทำเลย!มันอันตราย” วิเวียน่าะโไม่ทันจบ
เสียงฟ้าผ่าก็ฟาดลงมาอีกครั้ง
ลำแสงสีขาวจากฟากฟ้ากรีดกลางอาคารพังยับก่อนกระแทกพื้นจนเกิดคลื่นแรงะเิมหาศาล
จูเลียน่าถูกแรงอัดซัดกระเด็นไปชนผนังเธอหมดสติในทันที
เรมิโอพุ่งเข้าไปรับร่างไว้ทันก่อนที่โครงเหล็กจะถล่มลงมา
“อย่าเพิ่งหลับนะ!จูเลียน่า!”
เขาะโสุดเสียงแต่เสียงนั้นถูกกลืนไปกับเสียงคำรามของพายุพลังงาน
บนฟากฟ้า —ยานรบของรัฐบาลเรียงแนวเป็ขบวน
เปลวไฟจากท้องยานสาดลงมาเป็สายฝนสีส้มแผดเผาทุกสิ่งที่ขยับ
“พวกมันไม่ให้เราถอยง่ายๆ แล้ว!” โดมินิโกะโผ่านวิทยุ
“หน่วยตะวันตกถูกทำลายหมด!เขต C-11 หายไปทั้งบล็อก!”
วิเวียน่าหันไปมองเรมิโอยังอุ้มจูเลียน่าไว้ในอ้อมแขน
“เรมิโอฟังฉันนะ! ต้องหนีไปที่อุโมงค์ใต้แม่น้ำ! ฉันจะพาเธอไปเอง!”
เขาพยักหน้าทั้งคู่พยุงกันวิ่งฝ่าควันไฟ
กลิ่นไหม้และควันพิษทำให้หายใจแทบไม่ออก
รอบตัวมีแต่เสียงร้องไห้เสียงะเิ และเสียงครางของเครื่องจักรที่ตายไปครึ่งเมือง
เมื่อมาถึงทางเข้าท่อใต้ดินวิเวียน่าหยุดหอบ
เธอหันมองข้างหลัง— เมืองเอ็นโดโปลิสที่เคยเรืองรองตอนนี้กลายเป็ทะเลเพลิง
แสงสีเงินจากฟ้ายังคงเต้นระบำเหนือซากตึกราวกับเทวดากำลังหัวเราะเยาะ
เรมิโอมองภาพนั้นน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
“นี่หรือ...คือสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าความสงบ”
วิเวียน่าวางมือบนไหล่เขา
“เรายังไม่แพ้ถ้าเรายังมีลมหายใจอยู่”
ทั้งคู่พาจูเลียน่าที่าเ็หนักลงอุโมงค์
เสียงเครื่องยนต์จากยานรบยังคงดังสะท้อนอยู่เหนือศีรษะ
ไม่นานหลังจากนั้นเสียงของเรนาตาดังก้องไปทั่วเมืองอีกครั้งผ่านระบบกระจายเสียง
“ให้คืนนี้เป็คำเตือน—ต่อทุกชีวิตที่กล้าท้าทายระเบียบใหม่ของจักรวาล”
“พรุ่งนี้...เมกะโลเซียจะสะอาดจากความสกปรกที่ชื่อว่า มนุษย์พันธุ์แท้”
สัญญาณขาดหายไปพร้อมเสียงหัวเราะเย็นเยือก
ในความมืดใต้พื้นดินเรมิโอนั่งพิงผนัง สูดลมหายใจลึก
วิเวียน่ามองร่างจูเลียน่าที่หลับอยู่บนตักน้ำตาไหลอย่างเงียบงัน
“พวกมันจะชนะไม่ได้...”
เสียงของเธอสั่น“...ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร”
กล้องค่อย ๆเงยขึ้นไปบนฟ้า — ผ่านเศษซากเมืองที่ไหม้เกรียม
และเหนือกลุ่มเมฆสูงสุดนั้น...แสงระยิบของฝูงยานที่ยังลอยนิ่งอยู่ในความมืดของอวกาศ
เป็แสงแปลกประหลาดไม่ใช่ของแมกเจลแลน
แต่มาจาก“อีกฟากหนึ่งของจักรวาล”
จบตอนที่ 2