ตอนที่ 5 การเจอกันครั้งแรกของพี่น้อง (2)
เมื่อวานรู้ว่าเจียวเจียวตื่นแล้ว แต่เพราะหนีเรียนจึงถูกท่านอาจารย์ทำโทษไปหนึ่งที วันนี้จึงอาศัยเวลาว่างรีบมาหา แต่ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดของน้องสาว
จริงๆ แล้วสำหรับมารดาผู้ให้กำเนิดนั้น อวี๋จือรุ่นรู้สึกสับสน เอ่ยจากใจ เขาไม่ชอบการกระทำของอี๋เหนียง ผู้แต่งเป็ภรรยาเอกได้แต่กลับหนีไปเป็อนุภรรยา อนุภรรยามันดีมากเลยหรือ ถ้ามารดาไม่ใช่อนุภรรยา พวกเขาพี่น้องไยเพียงเกิดมาก็ต้องต่ำต้อยกว่าทันทีเลยเล่า แต่เขาก็รู้อีกว่า การกระทำของอี๋เหนียงเช่นนี้บางทีอาจทำร้ายใครหลายคน แต่สิ่งเดียวที่นางไม่รู้สึกขอโทษก็คือเขาลูกชายคนนี้ เมื่อยังเด็กรักเอ็นดูร้อยเท่าพันเท่าไม่ต้องเอ่ยถึง แม้แต่ตอนที่ตนแยกออกจากเรือนหลังไปอยู่เรือนหน้า อี๋เหนียงเองก็ตั้งหน้าตั้งตาเฝ้ารอน้ำตานองหน้าทุกวันจนละเลยเจียวเจียวที่อายุยังน้อย
เื่ที่อี๋เหนียงละเลยต่อเจียวเจียวเขาเองเพิ่งรู้ไม่กี่วันมานี้ บิดาไม่ชอบให้เขาติดต่อกับอี๋เหนียง ดังนั้นเขาจึงแทบจะรีบมารีบไป ทุกครั้งเห็นเพียงเจียวเจียวที่ขี้อาย เขาที่เก็บตัวจนเคยชินไม่รู้จริงๆ ว่าควรเข้าหาอย่างไร มีสองครั้งที่เอาขนมมาด้วย สุดท้ายยังไม่ทันรอพบเจียวเจียวก็ถูกอี๋เหนียงร้องไห้ใส่จนหัวหมุน เมื่อเดินออกมาจากเรือนชั้นในจึงพบว่า เขานำเอาของกลับออกมาด้วยในสภาพเดิม
สองครั้งผ่านไป นึกถึงเมื่อก่อนที่อี๋เหนียงคอยดูแลตนเอง แม้ตอนนี้ท่านพ่อจะไม่ชอบ อย่างไรก็คงไม่อาจปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรมต่อเจียวเจียว จึงไม่ได้คิดถึงเื่นี้อีก ไหนเลยจะรู้ว่าอี๋เหนียงจะละเลยต่อเจียวเจียวเช่นนี้เล่า สิบเอ็ดปีแล้วงานเย็บปักถักร้อยก็ยังไม่เคยสอนอย่างนั้นหรือ
สะกดความปวดใจที่ก้นบึ้งของหัวใจ อวี๋จือรุ่นก้าวเท้าเข้าไปในห้อง
เห็นเพียงเด็กสาวอ่อนปวกเปียกคนหนึ่งนั่งเอนหลังพิงอยู่บนตั่งเตี้ย เด็กสาวที่เดิมขาวหมดจดอยู่แล้ว เพราะสูญเสียมารดาจึงต้องสวมชุดสีขาวยิ่งดูเปราะบางมากขึ้นไปอีก ในเวลานี้เด็กสาวคงโศกเศร้าอยู่ในใจ คิ้วโก่งคล้ายขมวดทว่าไม่ได้ขมวด ดวงตาเป็ประกาย ฟันเล็กขบกัดริมฝีปากแดงเบาๆ ปลายคางแหลมยิ่งทำให้ใบหน้าดูเล็กลงเล็กน้อย
เห็นน้องสาวที่อ้อนแอ้นบอบบาง อวี๋จือรุ่นไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใดอยู่ชั่วขณะ รูปร่างหน้าตาของน้องสาวจัดอยู่ในสีครามที่กลั่นมาจากต้นคราม[1] ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ถูกท่านพ่อตั้งชื่อว่า ‘เจียว[2]’ หากจะบอกว่าไม่ดี มีสิ่งเดียวนั่นคือนิสัยตามมารดา เมื่อก่อนทุกครั้งที่มาล้วนเป็เขาที่นั่งฟังมารดาร้องไห้ ยามนี้ คงไม่ใช่กลายเป็เขานั่งฟังน้องสาวร้องไห้หรอกใช่ไหม
นึกถึงสถานการณ์นั้น ไม่รู้ทำไม การก้าวเท้าของอวี๋จือรุ่นจึงหนักขึ้นมาเล็กน้อยในทันใด
ไม่รู้ว่าหน้าตาค่อนข้างคล้ายหลินไต้อวี้[3]ของตนนั้นทำให้พี่ชายต้องใ ในปากของอวี๋เจียวยังคงเจื้อยแจ้ว ดวงตายังคงจ้องมองอยู่ที่ถุงหอมในมือ ทว่าเป็เซียงป่ายที่หันศีรษะกลับมา มองเห็นอวี๋จือรุ่นที่มาโดยไม่ได้บอกกล่าว
“นายน้อยรอง” นางที่เคยชินกับการปฏิบัติตัวไม่มีใครใหญ่ไม่มีใครเล็กต่ออวี๋เจียว ยามนี้กำลังนั่งอยู่บนตั่งเตี้ยด้วยกัน เห็นอวี๋จือรุ่นที่โผล่เข้ามากะทันหัน นางที่ใรีบลงไปด้านล่างพร้อมย่อตัวคารวะ จากนั้นนึกถึงนิสัยของคุณหนูตนเองขึ้นมาได้ รีบหันกลับมาเอ่ยเสียงใสด้วยรอยยิ้ม “คุณหนู นายน้อยรองมาเยี่ยมท่านแล้วเ้าค่ะ สองวันมานี้นายน้อยรองเป็ห่วงร่างกายของท่านมาตลอด วันนี้ยังตั้งใจให้เต๋อลี่มาถามไถ่ด้วยนะเ้าคะ”
ระหว่างที่เอ่ย นางขยิบตาให้อวี๋เจียวไปด้วย ั้แ่คุณหนูตื่นมาเมื่อวาน นางกับเซียงฉี่ก็เริ่มล้างสมองคุณหนู หวังว่านางจะเปลี่ยนนิสัยขี้อายของตนเองได้ สนิทสนมกับนายน้อยรอง ไม่รู้ว่าเวลาสำคัญเช่นนี้ คุณหนูจะพยายามได้หรือไม่
เชิงอรรถ
^ สีครามที่กลั่นมาจากต้นคราม มาจากสำนวน ‘สีครามที่กลั่นมาจากต้นคราม แต่สีสันกลับเข้มกว่าต้นคราม’ อุปมาว่าเด็กที่ได้รับการอบรมจากครู แต่กลับเก่งกว่าครูเสียอีก คนรุ่นหลังที่เก่งกว่าคนรุ่นก่อน ในที่นี่หมายถึงเด็กสาวที่สวยโดดเด่นกว่ามารดาผู้ให้กำเนิด^ เจียว หมายถึง งามเฉิดฉาย^ หลินไต้อวี้ คือตัวละครในเรื่องความฝันในหอแดง เป็นนางเอกขี้โรคและอ่อนแอ