ฉันตื่นเร็วกว่าปกติเพราะฝันเมื่อคืนสมจริงมากจนไม่อยากนอนต่อ ฉันลุกขึ้นนั่งบนเตียงทบทวนกับตัวเองว่าเื่เมื่อคืนมันคืออะไร จนพอได้มองไปรอบห้องแล้วไม่เจอความผิดปกติถึงได้มั่นใจว่าฝันไปแน่นอน
“ อรุณสวัสดิ์ครับเ้าหญิง ”
“ กรี๊ดดด!! ” ฉันสะดุ้งใกับเสียงจนเผลอร้องออกมา ใที่เห็นผู้ชายฝาแฝดในความฝันยืนอยู่ทางห้องแต่งตัว
“ พวกผมเข้าใจครับว่ามันคงไม่ชินกันง่ายๆ ” ทั้งสองโค้งทำความเคารพฉันก่อนจะพยุงให้ลุกเพื่อจะเข้ามาเก็บเตียงให้เรียบร้อย
“ เมื่อคืนไม่ใช่ความฝันเหรอ…… ”
“ แน่นอนว่าไม่ครับ ” ทั้งสองยิ้มสดใส ผิดกับฉันที่ก้มหน้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้ทันทีเลยว่าชีวิตต่อจากนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้วแต่การมีคนคอยดูแลเพิ่มก็คงไม่แย่ขนาดนั้น
“ จะไปอาบน้ำเลยไหมครับ ” “ พวกผมเตรียมชุดนักเรียนไว้เรียบร้อยแล้ว ”
ฉันเดินไปที่ห้องแต่งตัว มองเสื้อเชิ้ตกับกระโปรงถูกแขวนไว้พร้อมกับถุงเท้าและเครื่องประดับอีกนิดหน่อยบนโต๊ะ จัดของครบถ้วนเรียบร้อยเหมือนอยู่ที่นี่มาหลายเดือนทั้งๆที่เพิ่งเจอกันเมื่อวานแท้ๆ น่าสงสัย…
“ รออยู่นี่แหละ คนอื่นเห็นเข้าจะวุ่นวาย ” ฉันเดินออกจากห้อง พวกสาวใช้ยังไม่มาคงเพราะยังไม่ถึงเวลาตื่นปกติ ต้องสั่นกระดิ่งที่วางไว้หน้าห้องเพื่อเรียกให้ใครก็ได้ที่อยู่ใกล้ที่สุดมาหา จากนั้นไม่ถึงห้านาทีสาวใช้สามสี่คนก็เดินมา
“ ต่อจากนี้ไม่ต้องเข้าไปเตรียมของกับเก็บที่นอนในห้องฉันแล้วนะ แล้วจะเข้าไปทำความสะอาดได้ก็ต่อเมื่อฉันอยู่วังเท่านั้น ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต ” ทั้งหมดโค้งลงบ่งบอกว่าเป็อันรับรู้ สบายใจในระดับหนึ่งแล้วว่าจะไม่มีใครสามารถพบเจอเพื่อนร่วมห้องคนใหม่ได้ ฉันเดินไปอาบน้ำ ไปโรงเรียน กลับไปใช้ชีวิตปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ อรุณสวัสดิ์แคนดี้ ”
การได้เข้าห้องเรียนมาเจอรอยยิ้มของควีนทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น ใช่แล้ว เราก็เป็แค่เด็กนักเรียนมอปลายคนหนึ่ง หลังจากนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว!
หลังจากวางกระเป๋าแล้วพูดคุยกับเธอสักพัก ฉันก็เดินไปหยิบหนังสือที่ล็อกเกอร์สำหรับที่จะใช้เรียนในวิชาที่กำลังจะเริ่มก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นอะไรสักอย่างด้านในสุดของตู้
กระดาษโน้ตใบเล็กเขียนข้อความไว้ว่า ‘ เจอกันบนหอนาฬิกา ’ พร้อมลงวันที่ด้านล่างซึ่งก็คือวันนี้ ฉันนึกสงสัยว่าเ้าของกระดาษแผ่นนี้ไปหากุญแจจากที่ไหนมาเปิดตู้ส่วนตัวของฉัน? ในโรงเรียนยังมีคำว่าปลอดภัยหลงเหลืออยู่หรือเปล่า?
ฉันลังเลไม่กล้าไปตามนัดเพราะอาจจะมีกลุ่มคนไม่ดีรอดักทำร้ายอยู่ แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าใคร มีสักกี่คนกันที่รู้ว่าหอนาฬิกาหน้าโรงเรียนสามารถขึ้นไปชมทิวทัศน์เมืองได้ ฉันก็เพิ่งรู้เื่นี้จากการบินสำรวจเมื่อคืน นึกแปลกใจที่มีคนกล้าขึ้นไปที่สูงขนาดนั้นทั้งๆที่โครงสร้างเก่าแก่หลายร้อยปีดูจะอันตรายเกินกว่าจะคิดลอง
ฉันตัดสินใจไปเจอแม้จะได้ยินเสียงสัญญาณเริ่มเรียนวิชาแรก เมื่อเดินมาถึงประตูหน้าที่เดินผ่านอยู่ทุกวัน ฉันจึงมองหาทางขึ้น ไม่มีบันไดมีแค่ลิฟต์ขนของที่ใช้ตอนก่อสร้างถึงสภาพจะดูไม่น่าใช้งานได้แต่ฉันก็ไม่มีทางเลือก
เสียงกุกกักของฟันเฟื่องดังจนน่ากลัวแต่ก็สามารถขึ้นมาข้างบนได้อย่างปลอดภัย เปิดประตูไม้ที่ผุพังตามสภาพก็เจอใครคนหนึ่งกำลังลูบขนโรจิโซจิในร่างหมาป่าั์อย่างสนิทสนม ฉันใกับภาพที่เห็น เดินเข้าไปใกล้ขึ้นถึงได้รู้ว่าเป็เขา...เ้าของเส้นผมสีทองที่คุ้นเคย
“ เซียโล่? ” คนถูกเรียกหันมาหลุดขำกับท่าทางของฉัน
“ ทำหน้าอะไรอย่างนั้นแหละครับเ้าหญิง นึกว่าจะชินกับเื่เซอร์ไพรส์แล้วซะอีก ” ฉันพูดไม่ออกเลยเมื่อถูกเขาเรียกว่าเ้าหญิงแล้วไหนจะไม่ใกับร่างจริงของเทพหมาป่าทั้งสองอีก หมายความว่ายังไง?
“ นายรู้? ”
“ ผมต้องรู้สิครับก็ผมเป็คนดูแลเื่นี้นิ ” เขาตอบเรียบง่ายราวกับทุกอย่างเป็เื่ปกติ
“ นายเป็ใครกันแน่….. ” ฉันจ้องเขาไม่กระพริบ อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ ใกล้มากขึ้นจนฉันต้องถอยหลังสร้างระยะห่าง
“ เลิกเรียกผมว่าเซียโล่เถอะให้ผมแนะนำตัวใหม่ดีกว่า ” เขาปลดเข็มกลัดตรงปกเสื้อออก จากนั้นรูปร่างของเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไป ส่วนสูงเพิ่มขึ้นนิดหน่อย ดูมีกล้ามเนื้อมากขึ้นใบหน้าเป็ผู้ใหญ่เต็มตัว จากเด็กมอปลายตอนนี้กลับกลายเป็ชายหนุ่มวัยยี่สิบปลายๆแทน ที่แท้เข็มกลัดที่ฉันคิดว่าเป็เครื่องประดับประจำตัวก็คือเครื่องอำพลางร่างจริง
“ ไม่ผิดหวังจริงๆที่ให้เดม่อนทำให้ สามารถพลางได้อย่างแเีกระทั่งเสียงเลยว่าไหม? ” เป็อย่างที่เขาพูด เสียงก่อนหน้านี้ไม่เคยนุ่มลึกและสุขุมมากเท่านี้
“ ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งนะครับเ้าหญิงแคนดี้ ผมบอสของวองโกเล่จะเรียก วองโกเล่พรีโม่หรือจะเรียกจอตโตก็ได้ ” เขายื่นมือมาแต่ฉันทำได้เพียงยืนนิ่ง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากยังไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง การพลางตัวที่เหมือนกับใช้เวทมนต์แล้วยังบอสของวองโกเล่ นี่มัน……..เื่อะไรกัน
“ อาจจะกะทันหันไปแต่ถ้าไม่รังเกียจเชิญรับประทานอาหารเย็นกับเหล่าผู้พิทักษ์ของวองโก่เล่ค่ำนี้นะครับ ” เขายื่นการ์ดเชิญให้แต่ฉันไม่รับ เขารู้เื่ทุกอย่างมาั้แ่ต้นแต่กลับหลอกให้ฉันเชื่ออย่างสนิทใจ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามฉันไม่ปฏิสัมพันธ์กับคนแบบนี้แน่
“ ฉันไม่ไป ” ฉันทำท่าจะเดินกลับแต่โรจิโซจิในร่างมนุษย์ยืนขวาง ท่าทางร้อนรนกับท่าทีที่ฉันแสดงออก
“ เ้าหญิงลองพิจารณาดูใหม่ไหมครับ? ” “ การพบปะกับสมาชิกของทูรินีเซตเต้เป็สิ่งที่ต้องทำอยู่แล้วนะครับ ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องเจอกันอยู่ดี เื่มันจะยุ่งยากขึ้นนะครับถ้าเ้าหญิงทำแบบนี้ ” น้ำเสียงเป็กังวลเกลี่ยกล่อมฉันเต็มที่ เห็นแก่คู่หูคนใหม่ฉันจึงยอมรับคำเชิญมาเปิดอ่านรายละเอียดด้านใน
“ แล้วจะรอนะครับ ” เขายิ้มอย่างเป็มิตรและเดินออกไปโดยไม่รอฟังคำตอบ ความไม่ทุกข์ร้อนของเขาทำฉันหงุดหงิด ฉันค้อนตามองฝาแฝดตัวยุ่ง คาดคั้นหาความจริงที่ฟังแล้วอาจทำให้ใจเย็นขึ้นมาบ้าง
“ อธิบายมาเลยนะ ”
“ ใจเย็นๆนะครับ ” “ คืนนี้เ้าหญิงก็รู้เอง รีบกลับห้องเรียนเถอะครับ ” ทั้งสองพูดกับฉันด้วยความใจเย็น เมื่อรู้ว่าถามไปก็คงไม่ได้ยินคำตอบฉันจึงกลับลงมาแล้วเข้าห้องไปเรียนตามปกติ
เพราะเจอเื่แบบนั้นั้แ่เช้า พาให้วันนี้ทั้งวันจิตใจไม่อยู่กับตัว การเรียนวันนี้ไม่เข้าหัวเลยแม้แต่น้อย ฉันยังตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เลยว่านี่มันเื่อะไร เวลาไม่ถึงอาทิตย์เกิดเื่ประหลาดได้มากมายขนาดนี้เลยเหรอ
แล้วทำไมมีแค่ฉันที่ไม่เข้าใจอะไรอยู่คนเดียวแบบนี้มันต่างจากคนโง่ที่โดนหลอกโดยการจัดฉากตรงไหนกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดยิ่งพอมองไปข้างหน้าตัวปัญหาก็ไม่อยู่ยิ่งอารมณ์ไม่ดี ฉันตระหนักได้วินาทีนั้นเลยว่า เซียโล่….ไม่ใช่สิ จอตโตมาเรียนที่นี่เพื่อแค่หาทางเข้าถึงฉันแค่นั้นเอง
ฉันเหม่อ สายตาจับจ้องท้องฟ้าสดใสนอกหน้าต่าง ก่อนหน้านี้ฉันอยู่วังมาโดยตลอดใช้ชีวิตอยู่ในโลกของตัวเองมาตลอด แต่สามเดือนมานี้ฉันต้องเปลี่ยนทุกอย่างต้องมาเจอสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปก็หนักจะแย่ นี่ยังต้องมาเจออะไรเหนือธรรมชาติอีกฉันอยากจะอ้อนวอนท่านพ่อท่านแม่ขอกลับไปเรียนที่วังเดี๋ยวนี้เลย
“ แคนดี้? ”
ฉันถอนหายใจอีกครั้งโฟกัสต้นไม้ใหญ่ที่สั่นไหวด้วยแรงลมจนแทบจะตัดเสียงภายในห้องเรียนออกไป
“ แคนดี้!! ” ควีนเขย่าตัวฉัน ช่วยเรียกสติจนได้ยินเสียงเรียกของคนข้างๆ
“ เป็อะไรหรือเปล่า ฉันเรียกตั้งหลายทีแล้ว เธอไม่ตอบเลย ” ฉันมองเห็นความกังวลที่ปรากฏบนใบหน้าอ่อนหวาน ดวงตาสีม่วงเข้มที่มองมาไม่วางตาทำให้ฉันได้สติ ทำให้คนรอบข้างเป็ห่วงไปซะแล้วแย่จริงๆเลยตัวฉัน
“ ไม่มีอะไรหรอก แค่เบื่อๆอ่ะ ไม่ต้องเป็ห่วงนะ ” ฉันยิ้มหวานให้เพื่อนสนิท บีบมือเธอแน่นเป็การตอบรับความรู้สึกเป็ห่วงของอีกฝ่ายที่ถูกส่งมา ควีนยิ้มตอบหันกลับไปสนใจเนื้อหาของบทเรียน ส่วนฉันก็ต้องเตรียมใจไปเจอกับของจริง