Love Status : รัก..แบบไหน?

    Love Status : รัก..แบบไหน ?  |  EP. 16

    หลังจากประชุมงานโปรเจคใหม่กับลูกค้าแล้วเสร็จ พวกผมก็ขับรถมุ่งหน้าขึ้นเหนือเพื่อเดินทางไปเอ้าท์ติ้งร่วมกับเพื่อนพนักงานตามแผนกำหนดการณ์ที่วางไว้ โดยมีไอ้อาร์ตนั่งอยู่ขนาบข้างคนขับอย่างผม และไอ้พีร์ ที่ชิงหลับเอาแรงนำไปก่อนแล้วอยู่ตรงเบาะหลังหลายชั่วโมงผ่านไปพอๆกับระยะทางที่ผมขับรถออกห่างจากตัวเมืองใหญ่ เสียงโทรศัพท์ของไอ้อาร์ตก็ดังขึ้นท่ามกลางทำนองเพลงเบาๆที่ลอดออกมาจากลำโพงรถ แม้ว่าตัวเจ้าของโทรศัพท์จะเอาแต่ทำท่ากึ่งหลับกึ่งตื่นเหมือนคนเพลียเสียเหลือเกินในตอนรับสาย แต่ไม่นานนัก..ผมจับใจความจากอีกฟากฝั่งได้ว่า ‘ดรีม’ นั้นหายตัวไปจากรถบัสเสียแล้ว..!!แม่งเอ้ยย..ตั้งแต่วินาทีนั้น..ผมก็ร้อนรนใจอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆครับ..ป่านนี้ดรีมจะเป็นยังไงบ้างนะ..?มือทั้งสองข้างของผมจับพวงมาลัยรถเอาไว้แน่นเสียจนเหงื่อเริ่มซึมออกมา เท้าก็พาลแต่จะเหยียบคันเร่งสลับกับเบรกอยู่เป็นระยะๆเท่านั้น ถึงจะโชคดีที่ผ่านช่วงรถติดแถบชานเมืองมาได้แล้ว แถมถนนออกต่างจังหวัดในยามดึกสงัดแบบนี้ก็ปรอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาก แต่มันก็ไม่ช่วยให้หัวใจที่ว้าวุ่นของผมนิ่งสงบได้ดั่งถนนที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้าเลยสักนิด..เอาน่า..ดรีมโตแล้ว..ดรีมดูแลตัวเองได้..ผมก็แค่ขับรถอย่างระมัดระวังเพื่อไปรับดรีมเท่านั้น..พยายามปลอบใจตัวเองทั้งที่ในอกนั้นร้อนรุ่มไปด้วยความเป็นห่วงอยู่เต็มไปหมด.......01.51 น...ถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไปชั่วโมงกว่าแล้วหลังจากที่ดรีมขาดการติดต่อกับทุกคน ผมยอมรับตรงๆว่าในหัวผมมันมีแต่ความเป็นห่วง โมโห หงุดหงิด แล้วก็วนกลับมาเป็นห่วงคนที่อยู่ในความคิดผมอีกครั้ง.. ซ้ำแล้ว.. ซ้ำเล่า.. ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ มากเท่าไหร่ จากที่เคยปลอบใจตัวเองให้นิ่งสงบไป.. มันกลับร้อนเป็นไฟด้วยความกังวลใจมากขึ้นเรื่อยๆ..โถ่โว้ยยย..!!ผมชักจะทนไม่ไหวแล้ว..“ใจเย็นๆไอ้ควอตซ์” ไอ้อาร์ตที่นั่งขนาบข้างผมร้องบอก ก่อนจะกลับไปมองแผนที่ในโทรศัพท์สลับกลับมามองถนนเบื้องหน้าเพื่อชี้บอกทางเป็นระยะๆอีกครั้ง “อีกไม่ไกลแล้วมึง..” มันคงสังเกตุเห็นความร้อนรนใจที่ผมแสดงออกมาจนชัดเจนเป็นแน่..“มึงไม่ต้องห่วง เดี๋ยวถ้ากูเจอไอ้ดรีมแล้วกูจะโทรบอกมึงเอง!” ไอ้พีร์พูดกับไอ้ก็อตที่อยู่ปลายสาย ตอนนี้มันก็กลับมานั่งหลังตรงไม่นอนอีกต่อไปแล้วเช่นกันแม้ว่ารถของพวกผมจะเป็นคันที่วิ่งตามกลุ่มรถบัสออฟฟิตกันมาทีหลัง แถมยังสามารถถึงจุดพักรถได้ไวกว่าหากขบวนรถบัสต้องวกกลับมาใหม่ แต่นั่นก็ไม่ทำให้ผมลดความกังวลใจลงได้เลย....อยากไปให้ถึงที่หมายเสียตั้งแต่วินาทีนี้เลยจริงๆ..คนหายทั้งคน.. แถมคนๆนั้นยังเป็นดรีมอีก..แม่งเอ้ยยยยยย....“ไอ้ควอตซ์.. จุดพักรถข้างหน้านี่แหละ.. มึงเลี้ยวซ้ายเลย..!”ผมหักเลี้ยวเข้าไปยังลานกว้างขนาดใหญ่ที่วาดเส้นไว้สำหรับจอดรถนับสิบ ก่อนจะตีวงโค้งอ้อมจุดเติมน้ำมันเพื่อไปจอดเทียบเพิงโถงกว้างลักษณะเหมือนโรงอาหารสมัยมัธยมในทันที โต๊ะ และเก้าอี้เงาวับก็พากันสะท้อนแสงต้องไฟหน้าจนเป็นประกายไปทั่ว และในตอนนั้น.. ผมพลันมองเห็นคนจำนวนหนึ่งกำลังยืนล้อมวงจับกลุ่มคุยกันอยู่ราวกับมีเหตุอะไรสักอย่างเกิดขึ้น....“หรือว่าแม่งจะมีเรื่องวะ?”..ใช่!!ไอ้พีร์แม่งโพล่งสิ่งที่อยู่ในความคิดของผมออกมา~..“แม่งเอ้ยยยย..” ผมกระชากประตูเปิดออกทันทีที่รถจอดนิ่งสนิทแล้ววิ่งลงไป“เฮ้ย..! ไอ้ควอตซ์!!” ไอ้อาร์ต ไอ้พีร์ วิ่งตามมาติดๆเช่นกัน..........“โอยยยย.. โอยยยยยย~”..เสียงโอดโอยดังออกมาเป็นระยะๆในขณะที่ ลุง ป้า น้า อา พ่อค้า แม่ค้า และนักท่องเที่ยวที่เหลืออยู่น้อยนิดยืนจับกลุ่มตั้งท่าคุยกันอยู่เป็นวงล้อม ณ โต๊ะสเตนเลสที่เหล่าพนักงานออฟฟิตผู้ออกทริปเอ้าท์ติ้งใช้แดกข้าวมื้อเที่ยงคืนกันไปเมื่อกี้~ = =“เฮ้ออออออ~ ถอนหายใจเฮือกใหญ่..ๆสองเฮือก..สามเฮือก..สี่เฮือกไปเลยเมิ้งงงงงง.. >//<““ผมก็แค่ขอไอจีน้องเค้าเฉยๆ~”“เฉยๆพ่อมึงเซ่..!! เมื่อกี้มึงจะทำอะไรกูห๊าาา..!!!”..หงุดหงิดเป็นบ้า..ก็จะอะไรซะอีกล่ะ..ไอ้เชี่ยะนี่ทำผมตกรถน่ะเซ่..!!!  แม่งงงงงง.. เบอร์ไอ้ก็อตก็จำไม่ได้ จะเปลี่ยนบ่อยอะไรนักหนา ตังค์ที่ติดกระเป๋ากางเกงมาก็หมดไปแล้ว แถมมือถือก็ไม่อยู่ ไอ้คู่กรณียังเสือกทำตัวสำออยอีก.. ซวยฉิบหายที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ไอ้ดรีมเอ้ยยย.. เกิดมาพึ่งเคยพบเคยเจอ แล้วกูไปเป็นไทป์ผู้ชายอย่างมึงตั้งแต่ตอนไหนวะ = =?เห็นหน้าแล้วแม่ง.. มันน่านัก..!โว้ยยยย.. นี่มึงอยากแดกตีนกูอีกสักทีใช่มั้ยห๊า..ใช่ม้ายยยย!!“ลุง.. ลุงช่วยผมด้วย.. ช่วยผมด๊วยยย~” ชายร่างสูงร้องโหยหวน“ให้ลุงเค้ามาช่วยคนอย่างมึงเนี่ยน๊าาาา!!!” มึงอย่ามาสำออย ตัวมึงใหญ่เท่าบ้านแล้วไอ้เหี้ย!“เฮ้ยๆๆๆ ไอ้หนู.. พอแล้ว พอแล้วววว~” ลุงเจ้าของร้านข้าวต้มกระโดดเข้ามาเป็นกรรมการห้ามศึกในช่วงเวลาที่ผมกำลังพุ่งตัวเข้าประชิดฝั่งตรงข้ามได้อย่างทันท่วงที“ปล่อยผมเซ่..ปล่อยสิโว้ยยย..!!!”หึ่ยยยย~หัวร้อนจนไฟลุก!!เลือดขึ้นหน้าจนถูกอุ้มตัวลอยออกมาจากด้านหลังมึงมาให้กูงับหัวอีกสักทีสองทีดีมั้ยห๊าาา.. แง่งงง.. =w=“..และในวินาทีนั้น....“นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะ..? ไอ้ดรีม?” ..ตัวละครลับ พี่อาร์ต พี่พีร์ ก็โผล่เข้ามาเป็นกำลังเสริมให้ลุงร้านข้าวต้มเพื่อช่วยกันห้ามศึกเฉพาะกิจที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ชนิดที่ผมยังต้องชะงัก ก็พี่แกเล่นตั้งท่ายกแขนขึ้นห้ามทัพระหว่างผมกับคู่กรณีจนทำเอาสตั้นไปนิดน่ะสิ แต่เดี๋ยว.. แล้วนี่พวกพี่แม่งมาอยู่ตรงนี้กันได้ไงวะ = =??เออ.. เรื่องนั้นข้ามไปก่อนเหอะ พวกพี่มาอยู่นี่แล้วก็ดี๊..!!งั้นช่วยผมจัดการไอ้เหี้ยนี่ด้วยเลยละก้าน.. ย๊าาาาาา.. *[]*//“ปล่อยสิโว้ย..!!!”มันขึ้น!เห็นหน้าไอ้เหี้ยนี่แล้วมันขึ้น!!เหยียดดด..ตีนเตะปากแม่งก็ไม่ถึง !!ปล่อยกูเซ่~!!!..“พวกหนุ่มรู้จักไอ้หนูคนนี้เหรอ..?”  ลุงร้านข้าวต้มเอ่ยถามท่ามกลางเสียงโวยวายของผม“ครับ คนของผมเอง” เสียงคุ้นๆตอบมาจากด้านหลัง แถมยังได้ยินชัดชิ้งค์ชนิดที่นึกว่าใส่หูฟังอยู่อีกต่างหากว่าแต่..หันควับคอแทบเคล็ด..เชี่ยยยยยยยยย~!!ไอ้พี่ควอตซ์ *[]*//มึงคือคนที่อุ้มกูอยู่เร้อะะะ..!!!!!!แว๊กกกกกกกกก.. ดะ.. เดี๊ยววววววววว.. >//<นี่มันซีนละครทีวีชัดๆ จังหวะแม่งได้สัสๆ..ในขณะที่หันควับอยู่นั้น..จมูกโด่งของไอ้พี่ควอตซ์มัน.. ม้านนนนนนนน..ฝังเข้าไปในแก้มผมแล้วน่ะเซ่~ O[]O !!!!!..“เชี่ยะ..”“เชี่ยยยยะ..”“เชี่ยยยยยยยยยยยยะ..”สามเชี่ยะจากพี่อาร์ต พี่พีร์ แล้วก็ผมทำเอาสตั๊น.. สตั๊นแบบค้างเติ่งตัวลอยขาไม่ถึงพื้นนี่แหละ ถึงจะแค่วิสองวิที่อึ้ง แต่ทำไมแม่งเหมือนนานเป็นนาทีเลยวะ สติกู..กลับมาด่วนๆได้แล้ว แว๊กกกก.. !&^E!@#$DQ%^&*~ O[]O//..“ปะ.. ปล่อย.. ปล่อยผ๊มมมมมม..” คราวนี้ไม่ใช่ร้องจะลงไปทำอะไรเค้าแล้ว แต่มึงต้องปล่อยกู~ ใครจะอุ้มกูก็ได้แต่ต้องไม่ใช่เมิ้งงงง~มาอุ้มกูทำม้ายยย~แล้วก็เอาหน้ามึงออกไปไกลๆเซ่~ >//<..“งั้นพวกเอ็งก็เคลียกันไปเลยแล้วกัน ลุงปวดหัวจะแย่อยู่แล้วเนี่ยะ โห้ยยยย..!!” ลุงร้านข้าวต้มพูดเสียงเหนื่อยอ่อน ก่อนจะถอนหายใจแถมท้ายด้วยการปาดเหงื่อยกใหญ่ = =“//“อะ.. เอ่อออ.. ครับ” พี่อาร์ต พีร์ตกปากรับคำ.. ไอ้พี่ควอตซ์ก็เช่นกัน..#ทั้งที่มันยังคงหิ้วผมอยู่อย่างนั้น.. T^T//..ในภาวะที่ทุกอย่างเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ อาจเพราะรู้แล้วว่าถึงผมจะดีดดิ้นยังไงไอ้พี่ควอตซ์แม่งก็ล็อคไว้ไม่ยอมปล่อยอยู่ดี พี่พีร์ก็ถามขึ้นมาผ่ากลางความเงียบที่เริ่มจะเข้าที่เข้าทางบ้างแล้ว..“ตกลง..นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะ ?”พี่พีร์หันกลับมาถามพี่อาร์ตหันกลับมามองไอ้พี่ควอตซ์ มึงปล่อยกูก่อนนนนนนน.. T^T..“โอยยย.. โอยยยยย..” #มึงก็ยังไม่หยุดร้องโอยอีกไอ้เหี้ยยย !!!!.....รถสีดำเงาวับก็กลับมาแล่นบนท้องถนนอีกครั้ง~ตอนนี้พี่พีร์รับหน้าที่เป็นสารถีคนขับรถแล้วล่ะครับ และพี่อาร์ตก็นั่งประจำอยู่เบาะข้างๆคนขับแล้วเหมือนกัน ส่วนข้างหลัง.. ก็มีไอ้พี่ควอตซ์ และผม เอ่อ.. ที่กำลังทำตัวแทบจะสิงบานประตูรถอยู่รอมร่อนี่แหละ~ >//<เอาไงดีวะ?ได้แต่นั่งมองท้องฟ้าสีดำสนิท ประปรายไปด้วยแสงสว่างจากดวงดาวระยิบระยับบนฟากฟ้า พร้อมกับใจที่พาลเต้นตุ๊บตั๊บจนไม่เป็นจังหวะ .. ตรงๆคือไม่อยากมองหน้าไอ้พี่ควอตซ์มันเลยแม้แต่นิ๊ดดดด..เดียวจริงๆครับ แค่นึกถึงช็อตเมื่อกี้.. มือมันก็ยกขึ้นมาถูแก้มตัวเองโดยอัตโนมัติซะแล้วเนี่ยะหึ่ยยยยยย์~ >//<นอกจากป๊ากับม๊า.. ตั้งแต่เกิดมาเคยมีใครมาโดนแก้มผมแบบนี้ซะที่ไหนกันเล่า แล้วนี่.. คนแรกของผม.. ดันเป็นไอ้พี่ควอตซ์เนี่ยะนะ..O[]O//เหอะ..!อย่าไปซีเรียสน่าไอ้ดรีม~ ผู้ชายเหมือนกัน แค่จมูกโดนแก้มเอง ธรรมด๊าาา~ ไม่มีอะไรหรอกเนอะ มันโดนกันได้ ไม่ได้เรียกว่าถูกหอมแก้มซะหน่อย แค่ผิดคิวเฉยๆ..ผิดคิวเฉยๆ..#แล้วกูจะใจเต้นทำไมนักหนาวะเนี่ยะห๊าาาา ~ T^T“..แต่ก็นั่งเพ้อเจ้อเรื่องนี้ไปได้เพียงไม่นานนัก พี่อาร์ตก็กระชากให้กลับมาย้อนเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ จุดพักรถจนทำให้เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาอีกครั้งแล้วล่ะครับ.. = =เอาล่ะ..! พอหน้าไอ้เหี้ยตัวสูงนั่นตัดเข้ามาแทนที่ในความคิด หัวผมก็ชักจะจุดติดกลับมาลุกเป็นไฟขึ้นอีกครั้งซะแล้วล่ะ แม่ง.. ไม่เอาเรื่องมันมากกว่านี้ก็ถือว่าบุญละเนี่ยะ พูดแล้วก็หงุดหงิด คิดแล้วมันก็ขึ้น~ !!!..“มึงว่าไงนะ!!?” พี่อาร์ตทวนคำจากเบาะข้างคนขับ“นี่กูหูฝาดรึเปล่าวะ?” พี่พีร์พูดขณะจับพวงมาลัยรถอยู่เช่นกัน“ก็ไอ้นั่นมันจะจูบผมจริงๆอ่ะ ผมก็เลย..”“กระโดดกัดแม่งเนี่ยะนะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ~” ดูเหมือนพี่อาร์ตแกจะไม่สนใจอะไรแล้วนอกจากระเบิดเสียงหัวเราะร่าให้กับเรื่องที่ผมพึ่งเล่าไป = =“..แล้วมันน่าขำตรงไหนวะเพ่.. ออกจะน่าสิ่วหน้าขวาน~ T^T//..ตั้งแต่เด็กจนโต..ในชีวิตผมเคยต้องไปต่อยตีกับใครซะที่ไหนกันเล่า อีกอย่าง..ในสารคดีทีวีบอกว่า ‘แรงกัดของมนุษย์เราสามารถส่งพลังทำลายล้างได้ตั้ง 14 กิโลกรัม / ตารางเซนติเมตร’ เชียวนะ คนไม่เคยต่อยใครอย่างผม.. ก็คงต้องใช้วิธีงับแบบนี้เท่านั้นแหละถึงจะเอาชีวิตรอดในยามคับขันได้อ่ะ..ปัดโถ่..ววว์~ T^T//..“ผมก็ต้องป้องกันตัวดิ”“เออ.. กูรู้ว่ามึงป้องกันตัว แต่กูก็พึ่งรู้เหมือนกัน..ว่ามึงดุกว่าหมาซะอีกว่ะ ฮ่าๆๆๆ~” พี่อาร์ตยังคงขำอยู่อย่างนั้น แต่เอ่อ.. ชักจะขำเกินเบอร์ไปละพี่ พอเถ้อ.. = =““นั่นสิวะ..แทนที่มึงจะให้ไอ้นั่นแดกหมัด แต่ดันเสือกไปกระโดดกัดแขนเค้าเนี่ยะนะ!!” พี่พีร์ยิ้มกลั้นขำจนสะท้อนกระจกมองหลังมาถึงผมเหมือนกัน“ก็.. ผม.. ไม่เคยต่อยใครนี่นา~” ผมพูดเสียงอ่อน..กลับไปกูจะสมัครเรียนมวยไทยเลยคอยดู!!“ฮ่าๆๆๆ.. มึงเนี่ยะน้าาา~”..เป็นเวลาพักใหญ่กว่าเสียงหัวเราะของพี่อาร์ตจะซาลงไปจนเหลือแต่เสียงลมแอร์.. #ถึงจะรู้ว่าพี่แกยังแอบยิ้มแอบขำไปนอกหน้าต่างให้กับวีรกรรมของผมอยู่บ้างก็เถอะ แต่แล้วจู่ๆ..ไอ้พี่ควอตซ์ที่นั่งนิ่งทำหน้าเบื่อโลกมาตั้งนานมันก็โพล่งคำถามขึ้นมา....“แล้วโดนปะ?” อะไรของมันวะ.. โดนลมแอร์เหรอ ก็เย็นอยู่นะ = =?“โดน..อะไร?” ผมเหลือบมองไอ้พี่ควอตซ์ไปนิดๆ“ก็ที่มึงบอกว่าไอ้นั่นจะทำอะไรมึงเมื่อกี้.. ตกลงโดนปะ?”..“แหม๋.. ห่วงน้องมันเหรอวะไอ้ควอตซ์~ เอ๊ะ.. หรือหวง?”“เสือกนะมึง กูก็แค่ถาม?”“เสือกเลยเหรอวะ..? ตอนนี้กูกลายเป็นคนขี้เสือกไปแล้วเหรอวะ? ฮ่าๆๆ~” พี่อาร์ตขำพยักพเยิดไปทางพี่พีร์“นี่มึงรวมกูด้วยปะ?”“หุบปากไปเลยพวกมึง” ไอ้พี่ควอตซ์พูดตัดบททันที“เออๆ..ตอนนี้พวกกูมันแค่คนนอก งั้นเชิญคุยกันต่อเลยนะครับ พวกกูไม่กวนละ” พี่อาร์ตก็ยังคงกลั้นขำอยู่อย่างต่อเนื่อง“มึงขับไปละกันไอ้พีร์ กูจะนอนละ” ไอ้พี่ควอตซ์เปลี่ยนเรื่อง ทีนี้..มันเบือนหน้าหนีไปพิงเบาะหลับตานอนเสียแล้วล่ะครับ = =““เอ้า..นี่มึงไม่อยากรู้เรื่องจูบของไอ้ดรีมมันแล้วเหรอวะ?”“กวนตีนไอ้อาร์ต..” ไอ้พี่ควอตซ์ตอบ “มึงจะให้กูตื่นมาขับเปลี่ยนมึงตอนไหนก็ปลุกกูละกัน”“เออ.. เหอะๆ” พี่พีร์หัวเราะในลำคอ..“มึงไม่อยาก แต่กูอยากว่ะ ฮ่าๆๆ.. แล้วตกลง” พี่อาร์ตพูด“มึงเสียจูบแรกให้ไอ้นั่นรึเปล่าวะ ?” พี่พีร์ถาม“เอ่อออ..” ผมละสายตาจากไอ้พี่ควอตซ์ก่อนจะหันกลับมาตอบคำถามพี่ๆอีกครั้ง ถึงจะยังงงๆกับสิ่งที่พวกพี่เค้าคุยกันอยู่ก็เถอะ “ยังอ่ะพี่.. ผมกัดแขนมันซะก่อน จูบแรกของผม ต้องมีไว้ให้คนที่ผมชอบเท่านั้นแหละ”“เฮ้ยยย.. เดี๋ยวนะ นี่มึงยังไม่เสียจูบแรกจริงๆเหรอวะ?” หะ.. อะไรนะ ?พี่อาร์ตถึงขั้นหันกลับมาถามซ้ำ เน้นย้ำคำว่าจูบแรกจนผมสะดุ้ง!เอ่อออ.. แล้วมันเป๋มาเรื่องนี้ได้ไงวะเนี่ยะ~ *0*//“ก็.. ผม.. ยังไม่เคยมีแฟนอ่ะพี่ แล้วผม.. จะไปจูบกับใครได้เล่า?” ~T^T//“เชี่ยยยยะ.. กูว่าต้องมีคนดีใจแน่ๆถ้าได้ยินมึงพูดประโยคเนี่ยะ..ฮ่าๆๆๆ~”...ในค่ำคืนที่ท้องฟ้าระยิบระยับเป็นประกายไปด้วยแสงดาว หากแต่สองข้างทางของถนนจะมีแสงไฟสว่างสไวกว่านี้อีกสักนิด หรือแสงจันทร์จะสะท้อนใบหน้าของไอ้พี่ควอตซ์จนทำให้ผมมองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนมากกว่านี้อีกสักหน่อยผมคงได้เห็นรอยยิ้มกว้างของไอ้พี่ควอตซ์ไปแล้วล่ะครับ~.....เช้าวันใหม่ที่แสนสดใส แต่ก็นอนไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่เพราะผมต้องหลับไหลอยู่บนรถนี่แหละ จะให้ทำยังไงล่ะ ก็ผมยังอยู่ในช่วงเดินทางนี่นา = =“ผมค่อยๆลืมตาที่หนักอึ้งขึ้น ก่อนจะรู้ว่าตอนนี้รถที่นั่งมาตลอดทั้งคืนมันจอดนิ่งสนิทเสียแล้ว เป็นเวลาหลายวินาทีเลยทีเดียวที่ตาปรือๆของผมจะปรับสภาพเพื่อสู้แสงแดดจ้าที่สาดส่องเข้ามาตามช่องหน้าต่างของรถในทุกทิศทุกทางได้..อืมมมม..ถึงแล้วเหรอวะ..?วะ..?หะ…?“เชี่ยยยยะ..!!”“เชี่ยะอะไรของมึง?”ก็เชี่ยะที่ทำไมกูมานอนตักมึงอยู่ได้นี่ไงเล่าาาา.. *[]*//แล้วนี่.. พี่อาร์ตกับพี่พีร์.. แม่งหายไปไหนวะเนี่ยะะะะ..???ทำไมถึงเหลือแต่มึงกับกูได้ล่ะห๊าาาาาาาาา!!“หัวโขกหน้าต่างละสมองเสื่อมเหรอวะ?” ไอ้พี่ควอตซ์ถาม“หะ..?”“แม่ง..ล็อคแขนกูอยู่ได้ทั้งคืน” มันพูดพร้อมกับขยับแขนเปลี่ยนท่าเหมือนคนเมื่อยล้าซะเต็มประดา“ผะ..ผมเนี่ยะนะ?” ชะ..ใช่เหรอวะ = =?“หมาตัวเมื่อคืนมั้ง?” แอร็กกกก.. =[]=”“ไอ้..! แล้วทำไมไม่ปลุกผมล่ะ!!”“กูดีดหน้าผากมึงไปร้อยรอบได้ละมั้ง..” ไอ้พี่ควอตซ์พูดก่อนจะมองมาทางผมแล้วทำหน้าเอือมๆกูเนี่ยะนะ..!!!นี่กูหลับเป็นตายอะไรขนาดนั้นจริงเหรอวะ?#ยกมือขึ้นมาจับหน้าผากตัวเองโดยอัตโนมัติ *0*//“เหอะ.. ยังเชื่อคนง่ายเหมือนเดิมเปะ!” เอ้า.. ตกลงนี่กวนตีนกูเรอะ = =? “แล้วนี่พี่จะไปไหน?” ผมร้องทักเมื่อเห็นไอ้พี่ควอตซ์ทำท่าจะเปิดประตูกำลังจะลงไปจากรถ“ลงไปหาไรแดก” พอได้ยินเรื่องของกินก็ชักจะหิวขึ้นมาบ้างแล้วแหะผมชะเง้อมองออกไปนอกหน้าต่างนี่เราอยู่แถวตลาดยามเช้านี่หว่า~“รออะไรวะ.. มึงก็ลงมาดิ!” ไอ้พี่ควอตซ์ร้องบอก ตอนนี้มันลงไปยืนข้างรถเรียบร้อยแล้ว“เอ่อ.. ผม.. ไม่มีตังค์” พาลนึกขึ้นได้ ผมแม่งไม่น่าฝากกระเป๋าตังค์ไว้กับไอ้ก็อตด้วยเล้ย.. แต่ที่แย่ยิ่งกว่า คือของที่กูซื้อให้มึงเมื่อคืนน่ะไอ้ก็อต ดันลืมเอาขึ้นรถมาด้วยน่ะเซ่.. อดแดกกันไปให้หมด T^T//“..” ไอ้พี่ควอตซ์ไม่พูดอะไร ได้แต่มองมาทางผมด้วยสายตานิ่งๆพร้อมกับถอนหายใจ = =..และพอรู้ตัวอีกทีตอนนี้ผมโดนไอ้พี่ควอตซ์ลากลงมาจากรถเป็นที่เรียบร้อยแล้วล่ะครับ = =“..ตลาดยามเช้าต่างจังหวัดที่นี่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ละร้านสร้างด้วยไม้ไผ่เป็นเพิงแบบง่ายๆ หลังคามุงด้วยใบจาก บ้างก็มีรถเข็นอยู่หน้าร้าน บ้างก็เป็นโต๊ะไม้ตั้งไว้สำหรับขายของ ทางเดินเป็นดินลูกลังช่องเล็กๆไม่กว้างมากนัก .. ผมเดินตามหลังไอ้คนตัวสูงที่อยู่ตรงหน้าต้อยๆ มองเห็นสาวน้อยสาวใหญ่เหลียวมองตามไอ้พี่ควอตซ์กันจนเป็นตาเดียว เหอะ.. ขนาดมันพึ่งตื่นนะยังเป็นเป้าสายตาได้ขนาดนี้ คิดแล้วก็น่าหมั่นไส้ชะมัด ขัดขาแม่งได้มะ ชิส์~ = =“..กลิ่นหอมของหมูปิ้งที่ย่างบนตะแกรงถ่านร้อนข้างร้านไก่ทอดเตะจมูกผมเข้าให้ป๊าบใหญ่ ร้านน้ำเต้าหู้ ชา กาแฟโบราณ ส่งไอน้ำเดือดปะทะเข้ากับอากาศเย็นยามเช้าจนแปรสภาพราวกับหมอกจางๆลอยละล่องปกคุลมทางเดินจนทั่ว ผู้คนออกมาจับจ่ายอาหารเช้ากันอยู่ประปรายด้วยแฟชั่นกึ่งชุดนอน ดูแล้วมีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลยแหะ เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ให้ตายเถอะ..! นี่มันพึ่ง 6 โมงครึ่งของเช้าวันเสาร์เองนี่หว่า นับว่าเป็นวันหยุดที่ตื่นเช้า และมีสติที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียวครับ อืมมมม.. มองไปก็หาวไป .. z Zผมนั่งลงบนเก้าอี้ไม้หน้าร้านโจ๊กแห่งนึง มองดูผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมากันอย่างเบิกบาน ไอ้นั่นก็น่ากิน ไอ้นี่ก็น่าลอง ท้องก็เริ่มร้อง แบบนี้มันทรมารคนไม่มีตังค์ชะมัดเลยวุ้ย.. T^T“จะแดกอะไรมึงก็สั่งละกัน” ไอ้พี่ควอตซ์บอก“เอ่อ.. ผม.. ไม่หิว” อนาถแท้ชีวิตที่ไม่มีตังอย่างกู~ T^Tไอ้พี่ควอตซ์ถอนหายใจก่อนจะลุกไปสั่งอาหารแล้วกลับมานั่งที่เดิมพร้อมกับมองหน้าผมไปด้วย เอ่อ.. คือ.. คุณมึงจะมองอะไรนักหนาวะ.. หรือหน้ากูยับ? ก็กูพึ่งตื่นอ่ะ ยังง่วงอยู่เลยเนี่ยะ~ = =“..เพียงไม่นานนัก เด็กหญิงตัวเล็กๆก็นำโจ๊กสองชามใส่ถาดเดินมาเสริฟด้วยท่าทางทะมัดทะแมงครับ โอ้โห..ดูๆแล้วน้องเค้าน่าจะอยู่สัก ป.4 เห็นจะได้ล่ะมั้ง? แถมยังน่ารักเอามากๆเลยด้วย ช่วยงานที่บ้านในวันแบบนี้ ยิ่งเพิ่มความน่าเอ็นดูเข้าไปอีกแบบตีบวกล้านเลยล่ะน้องเอ้ยยย~เอ็นดู้ววว์~ >//<“โจ๊กหมูบะดาย ใส่ไข่ บ่าใส่ผัก ของไค๋เจ้าา~” เสียงเด็กหญิงตัวเล็กร้องถามไปทางไอ้พี่ควอตซ์ด้วยภาษาเหนืออย่างน่ารัก“อะ.. เอ่อออ..” ตัดภาพไปที่ไอ้พี่ควอตซ์ ตอนนี้มันดูจะชะงักทำหน้าเลิกลั่กจนผมล่ะอดขำไม่ได้ไปแล้วล่ะครับ ฮ่าๆๆๆ.. >//<สงสัยจะฟังไม่ออก เอ.. หรือฟังออก.. แต่ไม่แน่ใจว่าจะตอบอะไรน้องเค้าดีกันแน่วะ ?ว่าแต่.. มุมแบบนี้ไอ้พี่ควอตซ์มันก็ดูน่ารักดีเหมือนกันนะเนี่ยะ.. แม่งเก๊กมาได้ตั้งนาน มาตายน้ำตื้นกับเด็กน้อยร้านโจ๊กเนี่ยะนะ ฮ่าๆๆๆๆๆ~ ^^//“ของอ้ายคั๊บ~” ผมยิ้มให้เด็กหญิงก่อนจะรับชามมาไว้เป็นของตัวเอง“อั้นแสดงว่า..อันตี้ใส่ไข่พิเศษเป๋นของอ้ายคนนี่” ไอ้พี่ควอตซ์รับชามไปด้วยท่าทางเก้อเขินเช่นกัน..แล้วผมก็เผลอยิ้มออกมาให้มันซะอย่างงั้น~ ^^//..คิดถึงจัง~ความรู้สึกแบบนี้มันเหมือนเมื่อก่อนเลยนะครับ..สมัยที่ผมกับไอ้พี่ควอตซ์กินโจ๊กหน้ามหาลัยฯด้วยกันในตอนเช้า..สมัยที่ต่างฝ่ายต่างสลับกันไปสั่งป้าเจ้าของร้านด้วยเมนูประจำ..สมัยที่ยังดีต่อกัน และมัน..ก็คล้ายกับวันนี้~..“พี่..ยังจำได้อยู่เหรอ..?” ผมมองเมนูประจำที่อยู่ในชาม ก่อนจะชำเลืองตามองไปยังคนตรงหน้า“อืม..”..อะไรที่เกี่ยวกับดรีม..พี่จำได้ทั้งนั้นแหละ~