แต่หลังจากวันนั้นเป็ต้นมา อาทิตยาต้องมีงานเพิ่มขึ้นมาอีก ด้วยการคอยสแกนข่าวซุบซิบจหากหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในทุกๆ เช้า ก่อนจะปล่อยให้ไปถึงมือคุณผู้หญิง
และแน่นอนว่าบ่อยครั้งจะมีข่าว ‘ไฮโซหนุ่มหล่อเหล่าอย่างนายจิณณวัตร วัชราเวโรจน์ ควงกับนางแบบคนนั้น ดาราคนนี้’ ให้คอยดึงออกตลอดหนึ่งปีเต็มๆ
“คุณผู้หญิงอย่าลืมถามคุณแอ๊นเื่งานวันเกิดนะคะ”
เลขาสาวสะกิดเตือนเ้านายระหว่างนั่งกินมื้อเช้าด้วยกันในเวลาสายกว่าปกติ เมื่อคืนปาเข้าไปตีสามกว่าจะกลับจากงานเลี้ยงฉลองครบรอบที่มูลนิธิก่อตั้งมาครบสิบห้าปี และนี่ก็เป็อีกหนึ่งอย่างที่เ้านายชอบใจเลขาไม่น้อย
เพราะทำให้คนในบ้านรู้สึกดีที่ดูเหมือนชมจันทร์ให้ความสนใจในทุกเื่ ทั้งที่จริงๆ เ้าตัวไม่เคยจำอะไรไว้ในหัวเลย นอกจากเื่ความสวยงาม
“ยะแม่ด๊อก ย้ำอยู่ได้”
เลยแซวเลขาที่จบด๊อกเตอร์อย่างสมบูรณ์แล้วด้วยความอารมณ์ดีกว่าทุกวัน
“เรียกอย่างเดิมดีกว่ามั้ยคะ ฟังรื่นหูกว่าเยอะเลย” จึงกล้าตีฝีปากกับเ้านาย แม้จะไม่บ่อยครั้งก็ตาม
“ยะหล่อน”
ชมจันทร์เลยเหน็บน้อยๆ ให้ จากนั้นวันทั้งวันสองคนก็แทบไม่ได้เจอกันเลย เพราะอาทิตยาต้องออกไปตรวจบัญชีในร้าน กระทั่งเช้าวันต่อมาถึงได้มานั่งร่วมโต๊ะด้วยอีกครั้งพร้อมทุกคนในครอบครัวครบเ้านาย
“แล้วแต่คุณแม่ค่ะ แอ๊นจะชวนเพื่อนๆ ในห้องมาเหมือนทุกปีแค่นั้นค่ะ”
ชมจันทร์หันไปยิ้มให้ลูกสาวเมื่อเอ่ยได้คำตอบ ไม่แพ้คนในบ้านที่มองไปหาสาวแรกรุ่นกับชุดมัธยมปลายสวยใสน่ารัก ผิดกับอาทิตยาซึ่งสังเกตเห็นแววตาคนพูดดูหม่นหมองกว่าเมื่อก่อน อีกทั้งไม่ค่อยกินอาหารเอาแต่นั่งเขี่ยไปมาเท่านั้น
“แม่จะบอกนายเล็กหัดขับรถให้นะ ขับเก่งแล้วคุณพ่อจะซื้อรถให้ แต่ตอนนี้เอานี่ไปก่อน ของแท้สั่งตรงจากเมืองนอกเลย”
แม้แต่กระเป๋าแบรนด์ดังราคาหลายแสน เด็กสาวคนก็ไม่ใคร่จะยินดีปรีดานัก ส่วนเื่รถนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะเ้าของวันเกิดไม่ถามต่อด้วยซ้ำ ยิ่งตอนอยู่ในงานที่จิรฐา เคยมีความสุขทุกปี
ก็เหมือนฝืนยิ้มให้เพื่อนๆ หัวเราะก็เป็ไปอย่างแกนๆ กระท่อนกระแท่น หากสายตาคอยแต่จะจ้องหนุ่มน้อยในเครื่องแต่งกายทันสมัย หน้าตาหล่อเหลานามว่า ‘พี่เฟี๊ยส’ ที่สาวๆ เรียกกันออกบ่อย
“แอ๊น!!! ได้เวลาเป่าเค้กแล้วจ้า”
แต่อาทิตยาไม่เคยเห็นเ้าของวันเกิดเรียกหนุ่มน้อยคนนั้นเลยสักคำ นอกจากเฝ้ามองและเดินไปโต๊ะนั้นทีโต๊ะนี้ที ตามแต่เพื่อนจะดึงไป ส่วนคนเป็พ่อแม่หรือแม้กระทั่งพี่ๆ ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกตินี้เลย
นั่นจึงเป็เหตุผลว่าตัวเองคงจะคิดมากไป เลยพยายามไม่ใส่ใจอีก แถมเหน็ดเหนื่อยกับงานประจำก็มากพออยู่แล้วเลยปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปกับสายลม
“คุณตะวันยุ่งอยู่หรือเปล่าคะ ป้ามีเื่จะปรึกษาค่ะ”
แต่ในอีกไม่กี่วันหลังจากนั้น ผ่อนก็มาชะเง้อคอถามอยู่ตรงประตูห้องทำงาน แถมหันซ้ายแลขวาอย่างมีพิรุธด้ว
“มีอะไรน่าตื่นเต้นเหรอคะป้า ทำเอาตะวันอยากรู้แล้วล่ะสิ”
เมื่อได้ไฟเขียวแล้ว ผ่อนก็หันกลับไปกวักมือเรียกแหม่มกับแก้มให้เข้าไปในห้องพร้อมกัน และแม้งานตรงหน้าจะมากมาย แต่อาทิตยาก็ไม่เคยละเลยความเป็อยู่ของคนในบ้าน
ที่เป็เสมือนผู้ใต้บังคับบัญชาเลยสักครั้ง ผ่อนมีท่าทีลังเล แต่สุดท้ายก็หันไปหาแบมือรับแท่งพลาสติกคล้ายๆ ปากกามามือแห่ม แล้วส่งให้อาทิตยาทันที
“แหม่มบอกว่าเห็นในถังขยะห้องนอนคุณแอ๊น และนี่ไม่ใช่อันแรกนะคะ อันที่ห้าแล้วค่ะ”
อาทิตยาแทบจะช๊อคเมื่อเห็นผลบนชุดตรวจการตั้งครรภ์ในมือ แต่ก็พยายามควบคุมความรู้สึกเอาไว้ แล้วหันไปถามน้ำเสียงเรียบ
“แล้วมีใครรู้เื่นี้อีกหรือเปล่าคะป้า” ผ่อนกับสองสาวทำตาโตใส่ทันที
“อุ๊ย!!! พวกเรานั่งกลุ้มมาหลายวันเพราะไม่กล้าบอกใครนี่ล่ะค่ะ กว่าจะตัดสินใจมาบอกคุณตะวันก็แทบจะทะเลาะกันเลยนะคะ กลัวเื่จะถึงหูคุณผู้หญิงค่ะ”
“ดีแล้วล่ะค่ะป้า งั้นเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับไว้ก่อนนะคะ เอาไว้ตะวันจะถามคุณแอ๊นก่อนค่อยหาทางแก้ไขกัน แต่ยังไงก็ขอบคุณนะคะป้า ที่บอกตะวันเป็คนแรก ถ้าคุณผู้หญิงรู้เข้าอาจจะช๊อคจนเข้าโรงพยาบาลแน่ๆ เลย”
ทุกคนพยักหน้ารับอย่างไม่เกี่ยงงอน แถมโล่งเหมือนยกูเาออกจากอกเลยทีเดียว อาทิตยารีบวอบอกเล็กไม่ให้ไปรับจิรฐา เพราะจะไปรับแทน จะได้มีโอกาสคุย แต่ก็ทำไม่ได้ในวันนั้น เมื่อเ้านายสั่งงานด่วน
อีกสองวันให้หลังโอกาสจึงมาถึง เพราะค่ำนั้นทุกคนไปต่างไปงานแฟชั่นโชว์ที่จิรนันท์ได้ใส่ชุดฟินาเล่เป็ครั้งแรกั้แ่ก้าวเข้าไปเป็นางแบบอาชีพ อาทิตยาที่แกล้งปวดหัวแล้วขอไม่ตามเ้านาย กำลำลังเดินไปเคาะประตูห้องนอนจิรฐาอย่างเร่งด่วน
“มีอะไรตะวัน!”
จิรฐาหรือแม้แต่ลูกเ้านายคนอื่นๆ จะเรียก ‘ตะวัน’ เฉยๆ อย่างไม่แยแสใดๆ ยกเว้นจิณณวัตรเท่านั้นเปลี่ยนจากคำว่า ‘เธอ’ ในอดีตมาเป็คำว่า ‘คุณ’ ในปัจจุบันแต่นั่นไม่ใช่สลักสำคัญนักสำหรับอาทิตยา
เพราะเื่ที่อยากรู้และต้องเร่งแก้ไขปัญหาคือลูกคนเล็กของเ้านายท้องั้แ่เมื่อไหร่กับใครมากกว่า รวมทั้งจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อจากนี้จากฝ่ายชาย ที่จะต้องแอ่นอกมารับผิดชอบเด็กที่กำลังจะเกิด
เพราะถือเป็หน้าที่ของเลขาซึ่งจะต้องสืบสาวรางเื่ให้ได้ความจริงก่อน เพื่อไม่ให้เื่ร้ายๆ กระทบหูเ้านาย ซึ่งจะเป็อันตรายต่อโรคร้ายจนถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อเหมือนครั้งก่อนๆ อีก
“ตะวันมีเื่สำคัญจะคุยกับคุณแอ๊นค่ะ”
อาทิตยาพยายามใจเย็นแม้ไม่ใคร่จะชอบยุ่งกับคนที่ไม่อยากให้ยุ่งนัก
“แต่ฉันไม่คิดว่าเราจะมีเื่อะไรต้องคุยกันหรอกนะ ขอโทษฉันจะพักผ่อน”
เ้าของห้องส่งหน้าเครียดใส่ เพราะตอนนี้ไม่อยากให้ใครมากวน แล้วทำท่าจะเปิดประตูหนีหน้าเลขาแม่เสีย
“แน่ใจเหรอคะคุณแอ๊น ว่านี่ไม่ใช่เื่สำคัญที่เราจะต้องคุยกัน หรือจะให้ตะวันเอาไปคุยกับคุณผู้หญิงคุณผู้ชายแทนดีล่ะคะ คิดให้ดีๆ นะคะ”
พอได้เห็นแท่งในมือที่อาทิตยายกขื้นมาเป็เชิงบอกให้รู้ว่ามีเื่สำคัญแค่ไหน จิรฐาจึงจำใจต้องยอมอย่างเสียไม่ได้
“อย่ามายุ่งเื่ของฉันนะ และห้ามเอาไปบอกคุณแม่เด็ดขาด ไม่งั้นเราจะได้เห็นดีกัน”
“ตะวันแค่อยากจะมาถามว่าคุณแอ๊นมีอะไรจะให้ช่วยหรือเปล่าก็เท่านั้น”
เลขาพยายามทำใจเย็นๆ แต่อีกคนไม่
“บอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่ง!!! เธอเป็ใคร!!! มาจากไหน!!! หัดดูตัวเองซะบ้าง!!! ก็อีแค่ลูกคนใช้ที่ได้เงินจากแม่ฉันไปเรียนจนจบด๊อกเตอร์ อย่าริมายุ่งเื่ของฉันเด็ดขาด!!! ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ เชิญ!!! ฉันอยากอยู่คนเดียว”
และเมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนมาดูถูก อาทิตยาก็มักจะเย็นไม่ไหว จึงจ้องเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน พร้อมกับก้าวเข้าไปหาใกล้ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นอกมั่นใจออกไป
“ฉันไม่ได้จะอยากยุ่งเื่ของคุณนักหรอก ถ้าไอ้เ้านี่จะไม่ทำให้แม่คุณช๊อคจนเข้าโรงพยาบาลอีกรอบรีบ ไหนจะสังคมไฮโซที่พ่อแม่คุณมีหน้ามีตาอยู่อีก ไหนจะคนในโรงเรียนของคุณอีก ลองคิดดูถ้าทุกคนรู้ คนในวงศ์สกูลอันสูงส่งของคุณจะเอาหน้าไปไว้ไหน ถ้าลูกสาวคนเล็กยังไม่จบมัธยมปลายด้วยซ้ำกำลังท้อง และถ้าฉันเดาไม่ผิดไอ้หนุ่มที่คุณคอยส่งสายตาไปหามันในงานวันเกิด ก็คงจะไม่รับผิดชอบลูกในท้องคุณแน่ คุณคิดว่ารับมือเื่นี้คนเดียวได้ก็ตามสบาย ฉันไม่สนใจอยู่แล้ว เพราะฉันมันแค่ลูกคนใช้เท่านั้น”
สิ้นคำร่างผอมบางก็หุนหันออกจากห้องแล้วปิดประตูดังปั้งใส่หน้าอย่างไม่แยแสเลยสักนิด ไม่กี่นาทีต่อมาจิรฐาก็เดินไปชะเง้อคอมองตรงหน้าต่าง เห็นเลขาแม่ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
เพียงเท่านั้นน้ำตาแห่งความสับสนใจ ว้าวุ่นใจ และทุกข์ใจก็ไหลรินออกมาอย่างไม่ยากเย็นเลย เพราะกำลังอับจนหนทางที่จะแก้ไขเื่นี้เต็มที มือถือถูกคว้าขึ้นมากดไปหาเ้าของเืก้อนเล็กๆ ที่กำลังจะกลายเป็หนึ่งชีวิตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ทันที
แต่อีกฝ่ายก็กดทิ้งทันทีไม่แพ้กัน จิรฐาไม่ละความพยายามด้วยการลองกดไปใหม่ มันช่างน่าเศร้าใจนักเมื่ออีกฝ่ายปิดหนีเอาดื้อๆ จิรฐาน้ำตาร่วงลงไม่ขาดสายเมื่อไม่รู้จะจัดการปัญหาอันยิ่งใหญ่นี้ได้ยังไง
แต่ก็คงจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้แน่ วันต่อมาจึงไปดักรอพบคนรักที่หนีหน้าและพยายามจะตีห่างนับั้แ่รู้เื่นี้
“พี่เฟี๊ยสคะ แอ๊นอยากจะปรึกษา ทำไมต้องคอยหลบแอ๊นด้วยคะ พี่เฟี๊ยสจะปล่อยให้แอ๊นแก้ไขปัญหาคนเดียวหรือไงคะ มันเื่ใหญ่ขนาดนี้แอ๊นรับไม่ไหวนะคะ ยิ่งตอนนี้คนที่บ้านรู้บ้างแล้ว อีกไม่นานเื่อาจจะถึงคุณพ่อคุณแม่แน่ๆ ถึงตอนนั้นแอ๊นคงเป็บ้าตายแน่ๆ ค่ะ”
สาวมัธยมแทบจะร้องไห้ออกมาให้ได้ หากแถวนั้นไม่มีคนเดินสวนไปมา ส่วนอีกหนุ่มที่เพิ่งจะเข้าเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยเป็เทอมแรก ก็กลัดกลุ้มไม่แพ้กันนับั้แ่แฟนสาวเอาเื่มาบอก
แต่วันนี้ดูเหมือนเขาจะใจเย็นและหายใบ้างแล้ว เขาหันซ้ายแลขวาแล้วรีบเข้าไปดึงแขนเล็กเดินไปหลบในที่ปลอดคน ก่อนจะกระซิบเบาๆ
“มีทางเดียวเท่านั้นล่ะแอ๊นที่พี่จะช่วยได้”
“อะไรคะ” อีกคนก็ถามแ่เบาไม่แพ้กัน หนุ่มน้อยมีสีหน้าลำบากใจที่จะเอ่ยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาดเปล่งคำนั้นออกมา
“ต้องเอาออก พี่ช่วยได้แค่นี้ ถ้าแอ๊นตกลงพี่จะไปยืมเงินเพื่อนมาก่อน แล้วพี่จะพาไป”
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น






































