เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 138 พลาด

            หลังจากทุกคนในคณะงิ้วเข้าไปแล้วหนีเจียเอ๋อร์ก็ก้มหน้าก้มตาทำตัวเสมือนผู้ติดตาม เดินตรงดิ่งไปที่จวนอย่างหน้าตาเฉย        

            ยามเฝ้าประตูคิดว่านางเป็นคนของคณะงิ้วจึงปล่อยให้เข้าไปโดยไม่ไถ่ถาม 

            ทันทีที่หนีเจียเอ๋อร์ผ่านประตูเข้ามานางก็แสร้งย่อตัวลงนั่ง ทำเป็นยุ่งอยู่กับรองเท้าถุงเท้าตัวเองอยู่นาน จนกระทั่งทุกคนในคณะงิ้วเดินทิ้งช่วงไปไกลจึงลุกขึ้น แล้วเดินเลี่ยงไปอีกทาง

            วันนี้เป็นวันที่เว่ยฉีหรานและผู้ติดตามจะมาเยือนดังนั้นทั้งบริเวณรอบนอกและภายในจวน จึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คน บรรดาบ่าวรับใช้และผู้คนจากที่ต่างๆพากันเดินขวักไขว่ หนีเจียเอ๋อร์จึงไม่เป็นที่ผิดสังเกตแต่อย่างใด

            เพียงแต่ ‘บุรุษ’ ผู้นี้มีใบหน้างดงามเกินไป ทั้งยังรูปร่างสะโอดสะองบอบบาง ดูไม่ต่างจากสตรีผู้หนึ่งแต่โดยรวมแล้วก็ดูดีมาก จนผู้คนอดมิได้ที่จะเหลียวมองสักครา 

            หนีเจียเอ๋อร์แฝงตัวเข้าไปพร้อมคนจากคณะงิ้วและฉวยโอกาสเดินลัดเลาะไปที่จุดอื่นๆ เมื่อมาถึงห้องครัว ก็โปรยบางอย่างซึ่งไร้สีไร้กลิ่นลงไปในบ่อน้ำพอเดินไปยังสวนหลังบ้าน ก็ตะล่อมถามสาวใช้ตัวน้อย ว่าประตูหลังของจวนจวิ้นโส่วอยู่ที่ใด

            จากนั้น ระหว่างที่คนของคณะงิ้วกำลังจัดเตรียมเวทีหญิงสาวก็จุดเพลิงกองเล็กๆ ไว้ในห้องด้านข้าง เป็นการดึงดูดความสนใจของผู้คน เพื่อซื้อเวลาให้ตนได้เข้าไปหลบอยู่ใต้เวทีซึ่งถือเป็นที่ซ่อนตัวชั้นดี ด้วยความที่เวทียกสูงพอสมควร จึงต้องใช้บันไดเดินขึ้นลงทั้งยังมีม่านผ้าสีแดงห้อยปิดลงมาโดยรอบ สามารถพรางสายตาผู้คนภายนอก มิให้มองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในได้ 

            ขณะเดียวกัน จวิ้นโส่วพร้อมคนในครอบครัวก็ไปรวมตัวกันที่หน้าจวนอยู่นานแล้ว เพื่อรอการมาถึงของเว่ยฉีหราน

            กระทั่งคณะของเว่ยฉีหรานมาถึงจึงเห็นได้ชัด ว่าสีหน้าของจวิ้นโส่วนั้นมิได้เต็มใจจะต้อนรับอีกฝ่ายนัก เพียงทำตามธรรมเนียมอย่างลวกๆพอเป็นพิธีเท่านั้น

            แต่ไม่ว่าจะเป็นขุนนางในราชสำนักหรือพระญาติฝ่ายต่างๆ มีใครบ้างที่ไม่เกรงกลัวเว่ยฉีหราน... แล้วใครเล่า จะเอาชีวิตไปเสี่ยงโดยการเป็นศัตรูกับเขา? 

            พอเว่ยฉีหรานมาถึง จวิ้นโส่วก็สงวนวาจาและท่าทีแม้แต่กับศิษย์ผู้ติดตามเว่ยฉีหราน ก็ยังได้รับการปฏิบัติอย่างดีในฐานะแขก ด้วยเกรงว่าหากไม่รับรองให้ดีคงจะเป็นการแกว่งเท้าไปหาเรื่องบรรดาเทพผู้ชั่วร้ายเหล่านั้น

            หลังจากเชิญแขกไปร่วมจิบชาและพักผ่อนในห้องโถงจวิ้นโส่วก็เชิญเว่ยฉีหรานไปชมการแสดงที่ลานหน้าจวน 

            ที่พวกเขาจ้างคณะงิ้วสกุลเหมยก็เพราะได้ยินมาว่า เว่ยฉีหรานโปรดปรานการแสดงของงิ้วคณะนี้มากจึงอยากจะเอาใจเขา 

            พอเว่ยฉีหรานมาถึงลานหน้าจวนและนั่งลงบนเก้าอี้ประธานแขกคนอื่นจึงค่อยๆ นั่งลง 

            ทันทีที่ส่งสัญญาณให้เริ่มได้การแสดงม่านก็ค่อยๆ เปิดออก บรรดานักแสดงทยอยกันขึ้นไปบนเวที ดนตรีเริ่มบรรเลงเพลงโหมโรง โดยมีเสียงกังวานใสของเหมยอี่เหลียนเปิดทางจากนั้น เสียงปรบมือเกรียวกราวก็ดังตามมา

            “ดี!” เว่ยฉีหรานปรบมือ ทั้งยังเอ่ยชื่นชมด้วยความพึงพอใจ

            จวิ้นโส่วปาดเหงื่อเย็นๆบนหน้าผากอย่างโล่งอก

            ขณะที่แขกคนอื่นๆไม่กล้าพูดอันใด แต่เมื่อได้ยินเสียงคนปรบมือนำ พวกเขาก็ไม่อาจระงับความชื่นชมที่มีต่อเหมยอี่เหลียนได้อีก 

            แม้หนีเจียเอ๋อร์ที่อยู่ใต้เวทีจะมองไม่เห็นสถานการณ์ภายนอก แต่ก็พอจะคาดเดาถึงตำแหน่งของเว่ยฉีหรานได้จากเสียง ดังนั้นจึงคว้ามีดขึ้นมากระชับไว้ในมือ 

            วันนี้ นางพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายแล้ว 

            ทันทีที่ได้ยินเสียงกลไกบนเวทีหนีเจียเอ๋อร์ก็รู้ว่าเส้นเอ็นดึงม่านกำลังคลายตัว ทำให้ม่านสีแดงปิดลง จึงพุ่งร่างบอบบางออกไปโดยไม่ลังเลหมายจะแทงกระบี่ในมือเข้าไปที่อกของเว่ยฉีหราน 

            “ระวัง!”ผู้คนโพล่งออกมาพร้อมกัน 

            ด้วยระยะทางเพียงเจ็ดหรือแปดก้าวหนีเจียเอ๋อร์จึงทะยานไปถึงอย่างรวดเร็ว กำลังจะเข้าประชิดร่างเว่ยฉีหรานได้อยู่แล้วทว่าอีกฝ่ายกลับตบฝ่ามือลงบนโต๊ะ เพื่อส่งสัญญาณให้ผู้ติดตามร่อนตัวลงมาขวางหน้าเอาไว้เสียก่อน 

            ไป๋หาน อิ้นฮู่เว่ย และบรรดาศิษย์สำนักฝูเซิงที่กำลังนั่งเรียงรายอยู่บนเก้าอี้ ต่างพากันลุกพรวดขึ้นมา

            เห็นได้ชัด ว่างานเลี้ยงที่จวิ้นโส่วเชิญเว่ยฉีหรานมาร่วมดื่มชานั้นมิใช่จัดขึ้นอย่างไร้เป้าหมาย 

            หนีเจียเอ๋อร์รู้ดีว่าตนมิใช่คู่ต่อสู้ของเว่ยฉีหรานแม้ไม่อาจแตะได้แม้กระทั่งปลายผมเขา แต่ก็ยังดึงดันจะแทงมีดสั้นเล่มนั้นออกไป

            เหมยอี่เหลียนไม่อาจทนเห็นอาหนีตายได้จึงขว้างกระบี่ในมือไปที่เว่ยฉีหรานโดยไม่ลังเล

            ด้วยฝ่ามืออันทรงพลังของเขากระบี่ที่พุ่งตรงเข้ามาพลันถูกบีบแตกออกเป็นเสี่ยงๆ จนเศษเหล็กคมๆ กระเด็นไปทั่วสารทิศ

            หนีเจียเอ๋อร์จึงฉวยโอกาสโปรยพิษออกจากแขนเสื้อแล้วหนีไปทางด้านหลังจวนอย่างรวดเร็ว

            คนเฝ้าประตูรีบผุดลุกขึ้นหมายจะไล่ตามแต่ร่างกายกลับอ่อนแรงเพราะต้องพิษ จึงได้แค่มองตามหลังนางไปเท่านั้น 

            เว่ยฉีหรานก็ได้รับพิษเช่นกันทว่า ด้วยกำลังภายในอันล้ำเลิศยิ่งกว่าผู้ใด อาการจึงกำเริบช้ากว่าคนอื่นๆ แต่ก็ยังต้องนั่งลงบนเก้าอี้อย่างแข็งขืนอยู่ดี

            คงเพราะหนีเจียเอ๋อร์ยังมีประสบการณ์น้อยเกินกว่าจะวางยาพิษใครผงยาที่มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงจึงระเหยไปอย่างรวดเร็ว เพียงหนึ่งก้านธูป ผู้ที่ได้รับพิษก็กลับมาแข็งแกร่งเป็นปกติ 

            เว่ยฉีหรานรีบออกคำสั่ง“ไป๋หาน พาคนของเราไล่ตามไป” 

            หลังไป๋หานนำคนออกไปเว่ยฉีหรานก็ค่อยๆ ลุกขึ้น พลางเหลือบไปมองจวิ้นโส่วด้วยแววตาเยือกเย็นแม้แต่เศษกระบี่ที่ปักคาไหล่ ก็ยังไม่ทำให้เขารู้สึกเหมือนจะตายได้เท่ากับสบสายตาคู่นั้น 

            จวิ้นโส่วไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีใครกล้าลอบทำร้ายเว่ยฉีหราน ดังนั้นจึงใส่ใจต่อการหาความสำราญในงานเลี้ยง เน้นกินดื่มให้อิ่มหนำและเสพสุขกับเรื่องรื่นเริง มากกว่าจะเข้มงวดกวดขันในด้านความปลอดภัย 

            “แม่ทัพเว่ยข้าน้อยสมควรตาย!” 

            “เช่นนั้นก็ไปตายเสีย!” เว่ยฉีหรานพูดเบาๆ 

            ได้ยินเช่นนั้นจวิ้นโส่วก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก

            แขกที่มาร่วมเฉลิมฉลองวันเกิดรู้สึกคล้ายพาตัวเองมาประเคนใส่ปากเสือ ดังนั้นจึงไม่กล้าเสี่ยงบุ่มบ่ามทำการใด ได้แต่รอให้เว่ยฉีหรานเอ่ยปาก

            สายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่อีกฝ่ายแต่เว่ยฉีหรานกลับมองไปยังเหมยอี่เหลียนครู่หนึ่ง ก่อนเดินจากไป 

            ความคิดของเขา พลันล่องลอยกลับไปเมื่อห้าปีก่อน... 

            เมื่อนึกถึงครั้งสุดท้ายที่เขากับศิษย์น้องหญิงนั่งอยู่หน้าเวที เพื่อฟังเสียงของเหมยอี่เหลียนขับขานบทเพลง‘ชีวิตไม่จีรังเป็นดั่งเพียงฝัน’ 

            หลังจากนั้น ศิษย์น้องหญิงก็กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม“ศิษย์พี่ในอนาคต หากเราสองคนได้แต่งงานกัน ข้าจะเขียนเรื่องราวของเราเป็นบทเพลงแล้วขอให้เหมยอี่เหลียนขับร้องให้ผู้คนทั่วทั้งเมืองฉีหรานฟังพวกเขาจะได้รับรู้เรื่องราวความรักของพวกเรา ดีหรือไม่?”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359