ั้แ่ที่เรากลับมาที่ฐานเราก็ยิ่งรับไม่ได้กับข่าวที่สหายขิงมาบอก ลูกแก้วย้ายฐานที่มั่นไปอยู่ที่จังหวัดน่าน เรายิ่งทรุดหนัก ร้องไห้ แทบไม่มีสัญญาณใดๆเตือนบอก ไม่มีด้วยซ้ำ ไม่มีแม้กระทั่งสิ่งที่บ่งบอกถึงการจากกันครั้งนี้เลย ทุกวันที่อยู่เราก็มีแต่ความเศร้าที่เข้ามารุมเร้า มีแต่ความคิดถึงที่มาเกาะกินใจ จนเราแทบจะบ้า เอาแต่นั่งเหม่อลอยคนเดียว ไม่แม้กระทั่งที่จะเปิดใจให้กับความรักใหม่ๆเพราะยังเชื่อว่าลูกแก้วจะยังคงรอเราอยู่เหมือนเดิม
น้ำอิง : เหงามากขนาดนั้นหรอ?
ปาย : ใช่ เหงามาก
น้ำอิง : เราแทนเขาไม่ได้เลยหรอ?
ปาย : เราว่าเราบอกเธอไปนานแล้วนะ ว่าเราไม่ได้รักเธอน้ำอิง
น้ำอิง : ทำไมว่ะปาย เราผิดขนาดนั้นเลยหรอถึงรักเราไม่ได้ ทำไม
ปาย : ก็เราบอกไปแล้วงั้นว่าเราไม่ได้รักอิง เข้าใจรึยัง เราไม่ได้รักอิง เราไม่ได้รักอิง!!!!
น้ำอิง : ออ ใจร้ายเนาะ อึก ใจร้ายมากเลย
ปาย : ก็ยังดีกว่าที่จะให้เธอเข้าใจผิดและหลงตัวเองก็แล้วกัน
เรายังคงถูกอิงตามตื้อตลอดเวลาและเรื่อยๆแต่เราก็ยังที่จะไม่ให้ความรักกับใครง่ายๆ และน้ำอิงก็เช่นกันเพราะเราไม่ได้รักั้แ่แรก น้ำอิงก็ยังคงพยายามที่จะตามตื้อให้เรารับรักให้ได้แต่สำหรับเราน้ำอิงก็เป็แค่เพื่อนสหายคนหนึ่งที่เราไม่อยากสนทนาด้วย จนสุดท้ายน้ำอิงก็ไปคบกับสหาย ผบ. เพราะเหตุผลอะไรไม่ทราบแต่ที่แน่ๆคือทุกคนก็ดูเหมือนจะโหยหาความรัก อาจจะเฮิร์ตกันด้วยแหละเพราะวิกฤตในพรรคตอนนี้ก็แย่พอสมควร
/////
วันนี้ยังคงเป็อีกวันที่เราก็รู้สึกถึงความวุ่นวายภายในพรรค ขณะนี้ทุกคนก็จับจองไปยังการถกเถียงกันของกรรมการพรรคถึงแนวทางอุดมการณ์ที่ค่อนไปทางตุปัดตุเป๋พอสมควร แต่ละฝ่ายก็ดูเหมือนว่าจะตึงอยู่ไม่น้อยฝ่ายหนึ่งก็นำโดยสหาย ผบ.ที่ยึดถืออุดมการณ์แบบเหมาซิส
หรือก็คือมาร์กซิสแบบจีน กับอีกฝ่ายคือสหายนักศึกษาที่ยึดมั่นในอุดมการณ์แบบมาร์กซิสแบบโซเวียต ทุกคนในพรรคก็แทบจะอยู่กันไม่ได้และต้องมาแบ่งพรรคแบ่งพวกกัน จนตอนนี้แทบไม่มีใครเป็หัวหน้ากลุ่มที่จะนำพรรคได้เลย
นิศา : เราเข้าป่ากันมากี่ปีแล้วนะ
ศักดิ์ : น่าจะห้าปีแล้วมั้ง
นิศา : มึงว่าพรรคจะไปรอดไหมศักดิ์
ศักดิ์ : กูก็ไม่รู้ว่ะ ตอนนี้ไม่มีใครเดาอะไรได้เลย อยากกลับบ้านเหมือนกันนะตอนนี้
ปาย : หรือว่าเราจะออกป่าไปมอบตัว?
คำถามที่เรายิงถามพี่นิศากับพี่ศักดิ์ก็ดูจะกระอักกระอ่วมพอสมควรแต่ก็ดูเหมือนว่าพวกพี่เขาก็ดูจะพอใจและ้าแบบนั้น
ศักดิ์ : การที่เราจะไป พี่ว่าเราต้องหาคนไปด้วย
นิศา : มึงว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนล่ะ
ศักดิ์ : ไม่เกินเดือน (ลุกขึ้นยืน) ป่ะพวกเรากลับบ้านกัน
ั้แ่ที่นโยบาย 66/2523 ออกมาพวกเราที่เป็นักศึกษากันซะส่วนใหญ่ก็ต่างทยอยออกมาจากป่า บางคนรู้สึกถึงความพ่ายแพ้ต่อการปฏิวัติ บางคนยังคงแอบหวังลึกๆว่าเราจะยังมีความหวัง ยังคิดว่าเราจะชนะ และยังเชื่อในการต่อสู้แบบเดิมอยู่เพียงแต่รอโอกาส บางคนก็ดีใจที่ได้กลับมาพบเพื่อนฝุงที่ห่างหายกันไปนาน บางคนก็เสียใจที่ไม่ได้พบเพื่อน.........อีกเลย เรากับพี่นิศา ประชา พี่ศักดิ์ ก็มาหยุดที่หน้าประตูมหาลัยทุกคนทั้งหมดล้วนแต่งตัวในชุดนักศึกษาอย่างกับย้อนเวลา นี่มันเป็ครั้งแรกที่เราได้ใส่ชุดนี้ในรอบหกปี มันช่างน่าคิดถึง น่าลืม แต่ก็น่าเสียดาย
นิศา : เราไปรายงานตัวกันเถอะ
เราเดินไปที่ตึกโดมเพื่อทำการรายงานตัวกลับเข้าศึกษาต่อ สภาพแวดล้อมดูไม่ต่างจากเดิมมากเหมือนก่อนหกตุลาด้วยซ้ำไป แต่จำนวนนักศึกษาที่อยู่ในมหาลัยก็ดูเหมือนจะน้อยลงเพราะคณะส่วนใหญ่ก็ย้ายคณะไปอยู่ที่เชียงราก เมื่อรายงานตัวเสร็จเราก็กลับมาที่คณะเพื่อมาออกบัตรนักศึกษาใหม่ จริงๆเขาให้ใช้บัตรเดิมได้นะแล้วแม่งทุกคนมีแต่ของเรามันหายไปั้แ่วันนั้นแล้วนะสิ ระหว่างนั้นเราก้สังเกตที่บอร์ดคณะที่ติดรายชื่อผู้ที่โดนรีไทร์และลาออก
นิศา : โห้โดนรีไทร์เยอะเลยเนาะ
ศักดิ์ : ส่วนใหญ่ก็ปีหนึ่งนั่นแหละ แต่ก็นะหลายคนเราก้ไม่เคยเห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ
นิศา : ก็เข้าป่าตั้งหกปี ไม่เห็นจะแปลก
ปาย : กมลภัทร.........
นิศา : ใครหรอปาย?
ปาย : ลูกแก้ว..........
นิศา : ลูกแก้วทำไม อยู่ไหนหรอทำไมพี่ไม่เห็น?
ปาย : ลาออกแล้ว.............
นิศา : อยากร้องไห้ใช่ไหม?
ปาย : อืม
นิศา : มาๆมาให้พี่กอดมา
ปาย : พี่นิศา ฮึก แก้วไปแล้ว แก้วไม่รอปายแล้ว!
กมลภัทร เกตุชุม : ลาออก
เราร้องไห้แทบจะขาดใจ ไม่มีใครรู้ว่าเหตุผลการจากลาคืออะไร ไม่มีสิ่งคอยบอก ไม่มีลางบอกเหตุ ไม่มีแม้แต่สสารใดๆที่จะบอกเราได้ล่วงหน้าว่าจะจากกันเมื่อไหร่ แต่สิ่งสำคัญกลับกลายเป็เพียงชื่อสุดท้ายที่ให้เราได้จำเขาเอาไว้ จำในฐานะเพื่อน จำในฐานะสหาย และจำในฐานะรักแรกและคนรักที่เรารักมากที่สุด และไม่มีวันลืม
/////
พุทธศักราช 2539
เราได้เป็ทนายสมใจอยากตามความปรารถนาที่จะมุ่งทำงานในสายอาชีพนี้ เรายังคงทำงานตะลอนไปหาลูกความที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลตามที่ได้รับมอบหมายและจากการว่าจ้าง เราออกรถคันแรกเป็รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคันใหม่ซึ่งสำหรับเรามันก็ออกจะเท่มากแต่คนทั่วไปไม่เว้นกระทั่งคุณป้าข้างบ้านกลับมาเสือกและมองเราแปลกๆที่เห็เราขี่ ก็งงเหมือนกันนะ เราเลยออกรถเก๋งอีกคันเพื่อกันความเสือกของทุกคนและเพื่อความเป็กุลสตรีหน่อยจะได้ไม่โดนมองแปลกและใช่วันนี้เรากำลังไปรับน้องสาวที่ศิลปากรและก็เป็อีกวันที่ดูวุ่นวาย
ปาย : ฮัลโหลค่ะ ทนายศศิกานต์พูดค่ะ
นิศา : ฮัลโหลปาย นี่พี่เองนะ
ปาย : พี่นิศา ไม่ได้คุยกันนานสบายดีไหมค่ะ
นิศา : สบายดี เออว่าแต่นี่ไม่อยู่บ้านหรอ พี่อุตส่าห์มาหาเราถึงบ้าน
ปาย : ออหนูมารับฟางที่ศิลปากรค่ะ น่าจะอีกสักพักถึงจะกลับ
นิศา : อืม เอาไงดี งั้นพี่รอที่หน้าบ้านปายนะ ว่าแต่ไม่นานนะ
ปาย : ไม่นานค่ะ แปบเดี๋ยวก็จะกลับแล้วไม่ได้แวะไหน
นิศา : โอเคๆ งั้นพี่แนะนำให้ปายใช้ทางเลี่ยงนะ ตอนนี้มีคนชุมนุมหน้ายูเอ็น ยังไงก้ระวังตัวนะ
ปาย : ค่ะ งั้นเดี๋ยวเจอกันนะคะ ใกล้ถึงแล้วเดี่ยวปายโทรบอก
นิศา : จ้า พี่รอนะ
ปาย : ค่า
เราจอดรถที่หน้ามหาลัยศิลปากรใกล้ๆกับมหาลัยเรานิดหน่อยซึ่งเรานัดกับน้องที่นี่น่าจะสะดวกและง่ายที่สุดเพราะมหาลัยทั้งสองก็ดูจะไม่ไกลกันมาก เราก็ออกมายืนพิงรถไปเล่นๆและเพื่อให้น้องเห็นเราได้ชัด แต่จะว่าไปน้องๆผู้หญิงมหาลัยแถวนี้ก็น่ารักดีนะ
ฟาง : พี่ปาย รอนานรึเปล่า?
ปาย : ห้ะ ออไม่นานๆ
ฟาง : แน่ะ จ้องสาวๆแถวนี้ตาเป็มันเลยนะ
ปาย : มองอะไรเล่า พี่ไม่ได้มองสักหน่อย ไปขึ้นรถได้แล้ววันนี้มีแขกมา
ฟาง : ค่า
เรามาถึงที่บ้านก็พบกับพี่นิศาที่ยืนรอที่หน้าบ้านพร้อมกับของพะรุงพะรังที่เหมือนเอามาให้กินทั้งปี
ปาย : พี่นิศา!! ไม่เจอกันตั้งนานคิดถึงจังเลย
นิศา : พี่ก็คิดถึงแกเหมือนกัน ว่าแต่แกเถอะยังไว้ผมสั้นอยู่อีกหรอ สิบห้าปีแล้วนะ
ปาย : ก็คนมันยังลืมไม่ได้นี่ค่ะ ไม่เป็ไรหรอกหล่อดี
นิศา : อืมพี่ว่าจะถามแกหน่อย ว่าแต่แกได้เจอได้ข่าวลูกแก้วบ้างป่ะ?
ปาย : (พรู๊ด) แค่กๆ
นิศา : เต็มหน้าเลย แสดงว่ายังไม่ได้ข่าวนะสิ ได้ยินว่าพึ่งย้ายเข้ามาในกรุงเทพ ทำงานเป็อาจารย์ที่ศิลปากร
ปาย : ห้ะ นี่พี่พูดจริงหรอ?
นิศา : อืม น้องแกก็เรียนที่ศิลปากรหนิทำไมไม่ลองถามล่ะ
ปาย : ฟาง ฟางพี่ถามหน่อยสิ
ฟาง : ถามอะไรหรอพี่ปาย
ปาย : แกรู้จักอาจารย์ที่ชื่อกมลภัทรไหม?
ฟาง : ออรู้จัก แกสอนวิชาวรรณกรรม พี่ถามทำไมหรอ?
ปาย : แค่ถามเฉยๆอะ
นิศา : แกอยากเจอลูกแก้วไหมล่ะ?
ปาย : ไม่รู้สิพี่นิศา พวกหนูก็ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งสิบห้าปีเลยนะ จะจำกันได้รึเปล่าก็ไม่รู้
นิศา : เอาน่าลองสักครั้ง ถ้าเจอแล้วพวกแกก็ปรับความเข้าใจกัน บางทีอาจจะกลับมาอยู่ด้วยกันก็ได้นะ
ปาย : เชื่อความคิดพี่ได้ใช่ไหม?
นิศา : เชื่อได้สิ นี่นิศานะพี่ที่แสนดี
ปาย : งั้น................
.
.
.
.