- 8 -
ขจัดจิตมาร
มหาเทพจวิ้นหยางลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง มุมปากของพระองค์ยกยิ้มอย่างพอพระทัย
สมกับเป็ศิษย์เอกขององค์ยูไล ต้องยอมรับว่าเด็กตาใสอย่างเพ่ยอิงใช่ว่าจะจับตัวได้ง่าย มหาเทพจวิ้นหยางยกชาขึ้นจิบ ทอดพระเนตรไปทางป่าซีลู่เสียน
“คิดทำสิ่งใดอยู่หรือมหาเทพ”
“อ่า...องค์ยูไล ท่านเองก็มาได้จังหวะพอดีทุกครั้งเลย”
“เพ่ยอิงเปรียบเหมือนลูกของเรา ท่านมองเด็กคนนั้นเฉกเช่นเดียวกันหรือไม่?” พุทธองค์ของสรวง์ที่ยังคงนิ่งสงบ เอ่ยถามมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่เบื้องหน้า
“ท่านถามข้าแบบนี้ เพราะคิดว่าตัวของข้าหวังร้ายต่อเพ่ยอิงรึ?”
“เราไม่อาจคิดเช่นนั้น”
“โชคชะตาของเพ่ยอิง เป็สิ่งที่ท่านอยากหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด” มหาเทพจวิ้นหยางกล่าว พลางมององค์ยูไลที่ยังนิ่งเฉยราวกับไร้ความรู้สึก “ท่านช่วยเพ่ยอิงไม่ได้ นั่นคือเื่ที่ควรยอมรับ”
ภาพนิมิตขององค์ยูไลแวบเข้ามาในจิตเมื่อเช้าตรู่ องค์มหาเทพจวิ้นหยางเข้าแทรกจิตของเพ่ยอิง มิหนำซ้ำยังดึงิญญาของป๋อเหวินเข้ามาในห้วงจิต ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่มันแปลกไปกว่านั้น..
พุทธองค์สรวง์ััได้ถึงจิตของพญามารที่แตกดับไปเมื่อหมื่นปีก่อน!
จอมมารป๋อเหวินยังคงนอนนิ่งไม่ได้สติ ผ่านมาแล้วสองราตรีที่ทุกข์ทรมาน ร่างกำยำนอนแช่อ่างสมุนไพร ผิวพรรณซีดเซียวจนเห็นเส้นเืดำได้ชัดเจน เพ่ยอิงยังคงมองลอดผ่านช่องประตู เขาภาวนาให้ราตรีสุดท้ายของป๋อเหวินผ่านพ้นไปด้วยดี
“ราตรีนี้เดือนดับ มารหนุ่มผู้นี้ต้องต่อสู้กับจิตมารหนักกว่าสองราตรีที่ผ่านมา”
“ท..ท่านว่าอย่างไรนะ”
“อยู่ที่คืนนี้แล้วว่าเขาจะละทิ้งจิตมารไปได้หรือไม่”
ท่านเซียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ต้องยอมรับว่าป๋อเหวินใจสู้ไม่ยอมแพ้ ทว่าจิตมารในตัวของเขานั้นเริ่มลุกลามเข้าแทรกจนเกินครึ่งของร่าง หากจะกำจัดให้สิ้นซาก ป๋อเหวินคงต้องยอมเสี่ยงตายเพื่อสู้กับมันจนถึงที่สุด
สองมือของเพ่ยอิงยังคงเกาะอยู่ที่ประตู เทพหนุ่มได้ฟังก็เกิดความกังวลใจ ในเวลานี้ป๋อเหวินยังอาการไม่ดี อยู่ในสภาพที่น่าเป็ห่วง อีกทั้งยังมีองค์มหาเทพที่กำลังตามหาเขาอยู่ ยังไม่รวมไปถึงด้านนอกที่มีทั้งเผ่ามาร และทหาร์ยังไม่ยอมรามือ
จะทำอย่างไรดี? เพ่ยอิงผู้นี้ควรทำอย่างไรกับเื่ที่กำลังเผชิญอยู่
ท้องพระโรงของ์เก้าชั้นฟ้า ทหารรายงานว่ายังไม่พบเพ่ยอิงและป๋อเหวิน แม้จะเฟ้นหาทั่วทั้งป่าซีลู่เสียนแล้วก็ตาม ส่วนทหารที่รออยู่บริเวณของป่ามรณะ ก็รายงานว่าทั้งคู่ไม่ได้มาที่ป่ามรณะอย่างที่องค์มหาเทพจวิ้นหยางกล่าว ดาบอัคนีปีศาจเองก็ยังถูกผนึกไว้เช่นเดิม
“เป็ไปได้อย่างไร? ป๋อเหวินตั้งใจไม่ไปเอาดาบอัคนีปีศาจอย่างนั้นหรือ”
“ข้าคิดว่าจอมมารกำลังาเ็”
“เยี่ยโม่หราน! เ้ามาได้อย่างไร? พ่อกำลังคิดถึงเ้าอยู่พอดี” เง็กเซียนฮ่องเต้ที่กำลังเคร่งเครียดกลับอารมณ์ดีขึ้น เมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้าที่เป็ถึงองค์รัชทายาทของ์
“เสด็จแม่บอกว่าท่านกำลังมีปัญหา”
“ก็จะว่าเช่นนั้นก็ได้ เพทของเราหายตัวไปกับนักโทษของ์”
“เทพหรือเสด็จพ่อ?”
“เพ่ยอิง ราชเลขาขององค์มหาเทพจวิ้นหยาง” เพียงเท่านั้นโม่หรานก็เบิกตากว้างทันที จะเป็ไปได้อย่างไรที่เพ่ยอิง เด็กหนุ่มแสนอ่อนโยนคิดทำเช่นนี้
“น้องเพ่ยอิง! ทำเช่นนั้นจริงหรือเสด็จพ่อ”
“ข้ายังไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จึงสั่งให้ทหารออกตามหา ก่อนที่เผ่ามารจะพบเจอทั้งสองเข้าเสียก่อน”
“ป๋อเหวินกำลังาเ็ เขาโดนจิตมารเข้าแทรก”
“จิตมารรึ?”
“เสด็จแม่เองก็ยังมองไม่ออก แต่พลังของป๋อเหวินอ่อนลงไปมาก” โม่หรานรัชทายาทแห่ง์ เขาคือโอรสองค์เดียวของเง็กเซียนฮ่องเต้ และมารดาคือโม่หลี่เฉียนเป็ถึงเทวีแห่งการหยั่งรู้ นางผู้ศิลาแห่งการทำนาย หยั่งรู้ความเป็ไปของกาลเวลา
“ยังแน่ใจไม่ได้ว่าเขาาเ็ ป๋อเหวินมีพลังแข็งแกร่ง เขาไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองร่วงโรยแน่นอน”
โม่หรานอาสาออกตามหาเพ่ยอิง อย่างไรเ้าเด็กตาใสก็เป็เหมือนน้องชาย เมื่อคราวที่ต้องศึกษากับองค์ยูไลที่ตำหนักของท่าน เพ่ยอิงก็อาสามานั่งเรียนเป็เพื่อน เด็กอ่อนโยนแสนซื่อจะอาจหาญ กล้าพานักโทษของ์หลบหนีได้อย่างไร ต้องเป็มนต์อะไรบางอย่างของป๋อเหวินแน่
เมื่อราตรีสามมาเยือน เสียงร้องโหยหวนของป๋อเหวินดังกว่าทุกวัน ร่างกายของชักเกร็ง ดวงตาแดงก่ำสลับสีดำไปมา เส้นเืดำวิ่งพล่านไปทั่วร่างกาย จอมมารหนุ่มเ็ปรวดร้าว เส้นพลังของป๋อเหวินที่าเ็อย่างรุนแรง ในเวลานี้มันเหมือนว่าเขาจะดับสิ้นเสียให้ได้
“อ้าก!....!!!! อั๊ก อ้ากกกกก...!!!!”
น้ำสมุนไพรในอ่างเริ่มเป็สีดำ พวงมันลอยละล่องไปบนอากาศ ก่อนที่จะลงไปในหม้อยาของท่านเซียน เป็พลังงานสกปรกที่อยู่ในร่างกายของป๋อเหวินมานาน
“มีเพียงจิตใจที่กล้าแกร่งของเ้าเท่านั้น! หากเ้าพ่ายแพ้ให้กับพวกมัน เทพหนุ่มผู้นั้นคงเสียใจมาก”
ไม่รู้เหมือนกันว่าป๋อเหวินจะรับรู้ได้หรือไม่ ิญญาของมารหนุ่มอยู่ในหลุมดำลึก ต้องสู้สุดใจเพื่อที่จะโผล่พ้นขึ้นมาพบกับแสงสว่าง ร่างกายที่ชักเกร็งเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น ความเ็ปกัดกินไปถึงจิตใจ มารร้ายหัวใจของป๋อเหวินไปเกินครึ่งแล้ว
ป๋อเหวินกลับมาอยู่ที่หุบเขาหนึ่งรัตติกาล โซ่ตรวนขององค์ยูไลยังคงกักขังเขาไว้เช่นเดิม
“จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ อยากกำจัดข้าทิ้งหรือ....”
ร่างกำยำลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เขามองเห็นตัวเองอีกคนยืนอยู่เบื้องหน้า เพียงแต่ร่างกายนั้นเต็มไปด้วยเส้นเืดำ ผิวซีดคล้ายคนตาย และดวงตาดำสนิท
“จิตมาร!”
“ไม่อยากเป็เช่นบิดาของท่านรึ? ฮ่าฮ่า! เขาน่ะรักใคร่ในตัวของข้ายิ่งกว่าลูกของตน”
“หุบปาก!!!”
“ป๋อเหวิน ท่านจะเอาพลังไหนมาสู้กับข้า! ยอมเป็หนึ่งเดียวกันกับข้า –”
“ไม่!”
“ราตรีสุดท้ายระหว่างเรา ท่านยังคิดต่อต้านข้า รู้หรือไม่ว่าข้ากับท่านเข้ากันได้ดีแค่ไหน อัจฉริยะอย่างท่านจะกู้ทุกอย่างให้บิดา มาเถิดป๋อเหวิน....”
“ถอยออกไปจากเขา!!!”
“เพ่ยอิง!”
“จิตมาร หากเ้ายังเข้าใกล้ป๋อเหวิน”
“ฮ่าฮ่า! ดูเทพหนุ่มผู้นี้สิ ใจกล้าบ้าบิ่นเข้ามาในห้วงของจิตมาร” เพ่ยอิงไม่เคยเข้าแทรกจิตของใครมาก่อน องค์ยูไลเคยสอนว่าอย่ายุ่งกับห้วงชะตาของผู้ใด แต่เพ่ยอิงก็ยังละวางไม่ได้อยู่ดี
“เพ่ยอิง อย่า....! อย่าเสี่ยงกับตัวของข้า เ้ารีบกลับออกไป”
“สายไปแล้วป๋อเหวิน”
จอมมารหนุ่มยังคงเป็อย่างเดิม เขามองเพ่ยอิงด้วยสายตาดุ ทุกครั้งที่เทพอย่างเพ่ยอิงดื้อรั้น
เดิมทีจิตมารอย่างข้าเป็ตัวร้ายของเื่ ความแข็งแกร่งที่ผู้คนอยากได้ ยอมปล่อยให้แทรกซึมฝังลึกจนหลงลืมความเป็ตัวเอง ยิ่งมันได้ครองร่างของผู้ทรงพลัง จิตมารก็ยิ่งแข็งแกร่งจนทวีความน่ากลัวมากขึ้น เพ่ยอิงรู้แล้วว่าสิ่งที่ชั่วร้ายคงไม่ใช่จิตมาร แต่เป็จิตใจของของเราเองเสียมากกว่า
“อยากสู้กับข้าหรือ? เทพหนุ่มน้อย”
“เพ่ยอิงอย่า! เ้าสู้กับจิตมารไม่ได้ มันได้พลังของข้าไปเกินครึ่งแล้ว”
ดวงตาฟ้าครามไม่ได้หวั่นเกรงกับสิ่งที่น่ากลัวตรงหน้า เขามุ่งมั่นที่จะช่วยป๋อเหวินออกไป จิตมารในรูปลักษณ์ของป๋อเหวิน แสยะยิ้มออกมาอย่างชอบใจ
“อยู่ในนี้เ้าไม่มีทางใช้พลังได้”
“อย่าเข้าใกล้ป๋อเหวิน! เราขอเตือนเ้าเป็ครั้งสุดท้าย” จิตมารย่ามใจหวังกลับเข้าร่างของป๋อเหวิน แต่เสียงของเพ่ยอิง ก็ทำให้มันเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา
“มาดูกันว่าเ้าจะทำอะไรกับข้าได้!”
เพ่ยอิงเป็เด็กฉลาด บ่อยครั้งที่ชอบทำเหมือนหวาดกลัว หรือทำเหมือนกำลังอ่อนแอใจเสาะ แต่นั่นไม่ใช่เลยสักนิด เมื่อป๋อเหวินกำลังเห็นอีกอย่างที่ต่างไป
กระบี่สาดแสงธาราที่ใครก็หวาดหวั่น เพ่ยอิงลากมันไปกับพื้นหินจนเกิดเสียง ั์ตาฟ้าครามย่างสุขุมเข้าไปหาจิตมาร ไร้ซึ่งความยำเกรงใดๆทั้งสิ้น
“อย่า!”
เคร้งงง! อีกครั้งที่เพ่ยอิงฟาดฟันตรวนกักขัง มันร่วงหล่นกระจายไปคนละทาง
จิตมารยังคงยืนนิ่งสงบไม่ไหวติง ดวงตาดำมืดมองกลับด้วยความโกรธ ในห้วงจิตมารไม่ควรใช้พลังได้ แต่ทำไมเทพหนุ่มตรงหน้า....
“เ้าทำร้ายเขา! เ้าทำให้เขาเ็ปแทบปางตาย เ้าทำให้เขาต้องกักขังตนเอง!!!”
“เพ่ยอิง...เพ่ยอิงอย่าทำ!”
ป๋อเหวินในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ จิตมารออกจากร่างเขาแล้วก็จริง แต่ในเวลานี้มันต้องไม่กลับเข้ามาอีก จะยอมให้มันมาควบคุมร่างกายของเขาไม่ได้ ทว่าเพ่ยอิงกลับไร้สติแทน เทพตัวขาววาดลวดลายของเพลงกระบี่ เตรียมฟาดฟันจิตมารที่ยังยืนนิ่งอยู่
“หยุด!”
“อึก...ท..ท่านอาจารย์” เสียงที่เพ่ยอิงได้ยินอย่างชัดเจน
“อย่ายุ่งกับชะตาของผู้อื่น สิ่งที่เราสอนเ้าไป ไม่เคยจดจำเลยหรือเพ่ยอิง”
“แต่นี่มันก็ชะตาของเราเช่นกัน”
“เพ่ยอิง! หากเ้าฟาดฟัน ป๋อเหวินจะกลายเป็มารร้ายโดยสมบูรณ์ จิตมารหลอกล่อเ้ามาที่แห่งนี้ ก็เพื่อที่มันจะร่างของป๋อเหวิน”
“หนอย!”
“สงบอารมณ์ เ้าคิดว่าป๋อเหวินอ่อนแอ สิ้นไร้พลังต่อสู้กับจิตมารเช่นนั้นรึ?”
เพ่ยอิงนิ่งชะงักไปในทันที มือที่ยกกระบี่ก็ลดต่ำลง ท่านอาจารย์ยอมผิดต่อ์เพื่อศิษย์อย่างเขา เด็กไม่เอาไหนที่ไม่ยอมสนใจผู้ใด เขากำลังทำให้ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเดือดร้อน
“เราขอโทษท่านอาจารย์ ศิษย์อกตัญญูผู้นี้ไม่ได้เื่เลยสักอย่าง”
“เด็กโง่! เ้าคิดว่าเราโกรธหรือ”
“ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้เลย เราไม่อยากให้พุทธองค์แห่งสรวง์ต้องผิดไปกับเราด้วย” เพ่ยอิงแอบน้ำตาซึม องค์ยูไลเปรียบเช่นบิดาของเขา มีเพียงท่านอาจารย์ที่ทำให้เขาเติบโตมาอย่างดี
“เพราะเ้าเป็ลูกต่างหาก คงไม่มีบิดาที่ใดจะยอมทอดทิ้งลูกได้ลง”
“ฮึก!...!! ท..ท่านอาจารย์”
ป๋อเหวินเพ่งมองเพ่ยอิง ที่กำลังปล่อยให้น้ำตาไหลหล่นลงมา เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเทพผู้นี้ หลังจากที่กำลังจะฟาดกระบี่ลงก็นิ่งชะงักไป
“ป๋อเหวิน....”
“....”
“จะกลับมาหาเราใช่ไหม ท่านคงไม่ปล่อยให้เราต่อสู้เพียงลำพัง”
“เ้าเด็กโง่!”
เพ่ยอิงกลายเป็เด็กโง่ในสายตาของทุกคน น่าแปลกที่ฟังแล้วอบอุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด
“ต่อให้มารจับเ้าไป หรือ์ลงโทษตัวเ้า –”
“เรารู้ว่าท่านไม่สน”
“ข้าจะตามล่าหัวพวกมันต่างหาก กลับไปได้แล้ว อย่าคิดทำอะไรโง่ๆอีก” ป๋อเหวินส่ายหน้ากับเพ่ยอิง เทพหนุ่มที่กำลังเลือนหายไปกับสายหมอก ั์ตาฟ้าครามของเพ่ยอิงยังคงมองป๋อเหวิน ที่พุ่งเข้าใส่กับจิตมารด้วยความห่วงใย