ทั้งสองเงียบไปชั่วขณะ รู้สึกถึงคลื่นพลังบางอย่างที่ไหลผ่านหัวใจของกันและกันไปมา
มารตีเอื้อมมืออีกข้างไปจับคางเขา นิ้วโป้งเนียนนุ่มลูบไล้เบาๆ “งั้น...ตอนนี้ขอให้รู้ว่าเธออยู่ตรงนี้และพี่ก็อยู่ตรงนี้ด้วย”
นัทพงษ์เงยหน้าขึ้น สบตาเธออย่างแน่วแน่ “ครับ ผมจะอยู่ตรงนี้” เขาพูดพร้อมร้อยยิ้มที่เหมือนดอกไม้กำลังผลิบานเต็มที่ บรรยากาศรอบๆ ตัวของทั้งสองคนอบอวลไปด้วยความเข้าใจและการยอมรับยอมรับในทุกสิ่ง ทุกอย่างที่จะเป็นไป แต่นี่ยังไม่ใช่จุดจบ…เป็นเพียงบทสนทนาที่เปิดทางให้หัวใจทั้งสองได้ก้าวเดินต่อด้วยกันเท่านั้น
หลังจากประโยคสุดท้ายของมารตีดังก้องอยู่ในใจ นัทพงษ์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามยังคงนิ่งเงียบก่อนจะเงยหน้าสบตาเธออย่างตั้งใจ “ผมอยู่ตรงนี้” เสียงแผ่วเบาของเขาดังก้องในห้องที่เต็มไปด้วยเพดานสูงและผนังกระจก มันไม่ใช่เพียงคำพูด แต่มันคือสัญญาแห่งความรู้สึกที่แท้จริงและลึกซึ้ง
สาวสวยเลื่อนมือไปจับมือนัทพงษ์ไว้อีกครั้งฝ่ามืออ่อนนุ่มของเธอสัมผัสเข้ากับฝ่ามือใหญ่ที่สั่นนิดๆ เขารู้สึกถึงความอบอุ่นไออุ่นที่กระจายผ่านเส้นเลือด เสียงหัวใจของเขาดังกึกก้องดังกว่าทุกครั้งในรอบหลายวันที่ผ่านมา
“พี่ดีใจที่เธอเข้าใจพี่” สาวสวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนละมุนดวงตาเป็นประกายด้วยความสุข
นัทพงษ์กะพริบตา ขณะน้ำตาคลอเบ้า ความปลาบปลื้มใจล้นปรี่ “ผมเข้าใจพี่แล้วครับ…เข้าใจมากขึ้นทุกที” คำพูดของเขาเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือน แต่หนักแน่นเกินกว่าที่จะสั่นคลอนความรู้สึกที่มีต่อหญิงสาวตรงหน้าลงได้ทั้งคู่เคลื่อนตัวเข้าใกล้กันช้าๆ มารตีเท้าคางมองเขา ดวงตาทั้งสองมองทะลุเข้าไปถึงหัวใจของกันและกัน
“เธอรู้สึกอย่างไรบ้าง… หลังจากได้พูดคุยกันตรงๆ แบบนี้” เธอถามอย่างอ่อนโยน
นัทพงษ์ยิ้มจางๆ พลางสูดลมหายใจเข้าลึก
“ผมรู้สึกโล่งใจขึ้น ราวกับได้ปลดโซ่ตรวนที่รัดตัวมาตลอดหลายวันผมยังรักพี่ รักมากกว่าที่เคยคิดว่าจะรักผู้หญิงคนหนึ่งได้มากเท่านี้และยอมรับได้ทุกอย่าง ไม่ว่าพี่จะผ่านอะไรมาบ้างก็ตาม”
เขายื่นมืออีกข้างมาประคองแก้มเธอเบาๆ นิ้วโป้งลูบไล้รอยยิ้มที่มุมปากมารตีรีบยกมือนัทพงษ์ที่ประคองแก้มเธอขึ้นมาแนบริมฝีปากนุ่ม สูดกลิ่นมือนั้นเบาๆรู้สึกถึงความใส่ใจที่เขาแสดงออก
“พี่รู้สึกเหมือนหัวใจมันกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เหมือนทุกครั้งที่เธอมองมา”
ริมฝีปากนัทพงษ์เผยอเล็กน้อย ราวกับต้องการจะจูบเธอ แต่กลับยั้งไว้ “ผมอยากให้พี่รู้ว่า…ไม่ว่าเราจะพบเจออะไรต่อไป ผมจะไม่ปล่อยมือจากพี่อีกแล้ว”
ทั้งสองค่อยๆ ก้มหน้าลง ใบหน้าทั้งเกือบจะแนบชิดกันอากาศระหว่างใบหูและริมฝีปากอุ่นระอุน่าหลงใหล เจือด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกลิ่นสาบสาวเส้นผมนุ่มเคลื่อนไหวระบนปลายแขนของนัทพงษ์ ราวสัมผัสสติแรกของการทำความเข้าใจ
“เรา… ต้องใส่ใจซึ่งกันและกันให้มากขึ้นกว่านี้อีก...ได้ไหมคะ?” มารตีถามเสียงแผ่ว แต่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา
นัทพงษ์หลับตาลงครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ผมอยากรู้จักพี่ให้มากขึ้นในทุกมิติ…ทั้งที่เป็นมารตีในโลกของงาน และมารตีที่นั่งหัวเราะอยู่ริมทะเล หรือมารตีที่อยู่ที่บ้าน...ผมอยากรู้จักพี่ทุกอย่าง”
คำพูดนั้นเปรียบดังสายลมอ่อนพัดผ่านหัวใจของหญิงสาวรอยยิ้มของเธอกว้างขึ้น
มารตีเอื้อมมืออีกข้างมาลูบหลังมือเขาแผ่วเบา “พี่ก็อยากรู้จักเธออีกหลายแง่มุมทั้งความอบอุ่นและความเปราะบาง…อยากให้เธอเปิดใจและให้พี่ดูแลเธอบ้าง”
เสียงลมหายใจของนัทพงษ์สะท้อนกลับหนักแน่น “ผมก็พร้อมเปิดใจ...และให้พี่รตีดูแลตลอดไปครับ”
ทันใดนั้น มือของทั้งสองก็คล้องเกี่ยวกันแน่นความเงียบสั่นไหวด้วยความอบอุ่น หัวใจเขาลุกโชนด้วยไฟรักที่ไม่เคยดับ มารตีโน้มตัวเข้าไปใกล้...นัทพงษ์ส่งสัมผัสตอบกลับด้วยการยกมือไปประคองเอวเธอคอดบางของเธอไว้ทั้งร่างกายเต็มไปด้วยแรงดึงดูด
“นัทพงษ์จ๋า...” เสียงมารตีแผ่วเบา หวานซึ้ง
“ครับ?” เขาตอบรับด้วยเสียงกระซิบ
ริมฝีปากของทั้งสองผสานกันในจุมพิตอ่อนโยนก่อนจะลึกซึ้งขึ้นในจังหวะที่สอดคล้อง หัวใจของทั้งคู่รัวแรงราวกับคำพูดที่แลกเปลี่ยนกันเมื่อสักครู่นี้ ถูกปลุกให้กลายเป็นแรงปรารถนาที่ร้อนแรง
สายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ เป็นประกายเจิดจ้าเมื่อริมฝีปากเขาเลื่อนมาจ่อที่ซอกคอเธอรู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าวของเขา ประกายไฟเล็กๆ สาดส่องเข้ามาในใจ สาวสวยประคองใบหน้านัทพงษ์ให้ใกล้ขึ้นนิ้วมือนุ่มเรียวยาวลูบเบาๆ ที่มุมปากเขา
“พี่เชื่อในความรักของเรา...” เสียงเธอแผ่วเบากว่าลมหายใจ
ชายหนุ่มพยักหน้า ก่อนจะกระซิบกลับ “และผมก็เชื่อในตัวพี่ครับ”
ความรู้สึกของทั้งสองเอ่อล้นเต็มเปี่ยม กำแพงแห่งความสับสนค่อยๆถูกทำลายด้วยความจริงใจและความปรารถนา มารตีโน้มตัวลงเล็กน้อยแสงไฟสีทองขับเส้นผมและแก้มเธอให้เปล่งประกาย ขณะที่ริมฝีปากของนัทพงษ์วางลงบนต้นคอเธออย่างแผ่วเบาลำคอเปลือยเปล่าเผยผิวนุ่มเนียนละเอียด
“พี่รักเธอนะจ๊ะ…นัทพงษ์” มารตีกระซิบพร่ำพลอด
นัทพงษ์กระซิบตอบ “ผมก็รักพี่...มารตี”
สายลมเย็นพลิ้วจากเครื่องปรับอากาศปลุกให้ร่างกายทั้งสองร้อนแรงยิ่งขึ้น มารตีดึงเก้าอี้ฝั่งตัวเองมาไว้ข้างโต๊ะให้เขาเข้ามาเคียงใกล้ทั้งคู่ยังคงผสานความรู้สึกด้วยการสัมผัสกัน ทั้งสองเคลื่อนตัวเข้าใกล้กัน โอบกอดกันแนบแน่นขึ้น
“...ขอให้ความรักของเราเป็นแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด” เธอกล่าวอย่างแผ่วเบา
นัทพงษ์ตอบพร้อมจุมพิตเบาๆ บนริมฝีปากอวบอิ่มเย้ายวน “ครับ…ผมจะอยู่ตรงนี้เสมอ”
นั่นคือการเริ่มต้นบทใหม่ของความรักของทั้งสอง ที่เต็มไปด้วยความซื่อสัตย์ความเข้าใจ และแรงปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้ ทั้งคู่อยู่ในโลกเล็กๆ ของพวกเขาภายในห้องทำงานท่ามกลางแสงไฟอันอบอุ่น
มารตีและนัทพงษ์ยังคงอยู่ในห้องทำงานของเธอ แสงแดดอบอุ่นสาดกระทบโต๊ะทำงานเสียงคลิกของคีย์บอร์ดจากภายนอกห้องดังก้องเป็นระยะแต่ไม่สามารถขัดจังหวะบทสนทนาที่เต็มไปด้วยความจริงใจของทั้งสองได้
นัทพงษ์ยกมือขึ้นลูบตรงกลางอกของมารตีด้วยความระมัดระวังริมฝีปากของเขาเม้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย “ผมเคยคิดว่ารักต้องจำกัดอยู่ที่คนเพียงคนเดียว…แต่พี่รตีได้ทำลายกรอบนั้นไปหมดแล้ว”
มารตีหัวเราะเบาๆ ดวงตาเป็นประกาย “พี่เชื่อว่าความรักไม่ใช่ทรัพย์ของสินใครคนใดคนหนึ่งความรักของพี่เหมือนสายธารใหญ่ ที่เต็มไปด้วยสายน้ำมากมาย พี่เก็บสายน้ำทุกสายไว้ในใจไม่ว่ามันจะมาจากใคร”
นัทพงษ์โน้มตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย ในขณะที่สายตาของเขาไม่อาจละไปจากไปหน้างดงามสวยสง่าของเธอ“สายน้ำของพี่กำลังไหลเข้ามาในใจของผม… และผมไม่อยากให้มันหยุด”
มารตีพยักหน้าช้าๆ
“ผมรู้ว่ามันซับซ้อน สำหรับหัวใจที่เคยคิดว่า ‘หนึ่งต้องหมายถึงหนึ่ง’ผมเพิ่งจะเข้าใจว่า หัวใจมนุษย์… มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เดินในเส้นทางตรงอย่างเดียวเสมอไป”
ในห้องนั้น ภายใต้มู่ลี่ไม้ เสียงพูดคุยของนัทพงษ์และมารตีทวีความเข้มข้นเปี่ยมด้วยความเข้าใจ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาแต่หนักแน่น
“พี่รักพี่ปพนต์ เพราะเขาให้ความอบอุ่นและความมั่นคง พี่รักวรเมธเพราะเขาช่วยใหพี่ค้นพบความกล้าและความฝัน และพี่รักเธอ… เพราะเธอทำให้พี่รู้สึก‘เป็นตัวเอง’”
นัทพงษ์สูดหายใจเข้าลึก จ้องมองดวงตาเธอ “ผมรู้สึกเหมือนถูกปลุกให้ตื่น…จากข้อจำกัดที่เคยปิดกั้นหัวใจ”
มารตีหัวเราะสะอึกสะอื้นเล็กน้อย “หัวใจของพี่ต้องการทั้งความมั่นคงทั้งความท้าทาย และทั้งการเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ทุกอย่างนั้นรวมอยู่ในตัวเธอ”
นัทพงษ์ขยับมือมาแตะมือเธอ “ผมยินดีที่จะเป็นทุกสิ่งสำหรับพี่ครับ” เสียงเขาสั่นเล็กน้อยจากความจริงใจ
แสงแดดยิ่งสาดเข้ามาชัดขึ้น ครู่หนึ่งทั้งคู่ต่างหลับตารับไออุ่น มารตีลืมตาขึ้นเผยรอยยิ้มกว้าง “นี่แหละ… ความรักที่พี่ตามหา ไม่ต้องจำกัด ไม่ต้องแบ่งแยก”
นัทพงษ์พยักหน้า ก่อนจะถามด้วยเสียงนุ่ม “แล้วผม… ผมจะเป็นอะไรสำหรับพี่ล่ะครับ?”
เธอขยับตัวเข้าใกล้ “เธอเป็นจุดศูนย์กลางของสามใจ…เป็นคนที่พี่อยากให้เข้ามาเติมเต็มทุกด้าน”
นัทพงษ์ยังคงมองเธออย่างลึกซึ้ง“ผม… รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีรับผิดชอบกับความรักนี้ครับพี่”