ทะลุมิติไปเป็นสามีตัวอ้วนของหญิงอัปลักษณ์

    ตอนที่ 4 แค่พี่น้อง

    “อ้ายฮู่อยู่ แต่เฮาบ่อได้มักกัน เฮามีลูกนำกันบ่อได้” (พี่รู้ แต่เราไม่ได้รักกัน เรามีลูกด้วยกันไม่ได้) 

    คนไม่รักกันมีลูกด้วยกันนับวันก็ยิ่งหมางเมิน ดีไม่ดีผลกรรมไปตกอยู่ที่ลูก อีกอย่างถึงอยากมีมากแค่ไหนก็คงไม่มีใครบังคับเขาได้ เพราะเขารู้ว่าร่างเดิมนี้นกเขาไม่ขันมาหลายปีแล้ว คงเป็๞ก่อนที่จะแต่งงานกับนิตยากระมัง อำนาจถึงกล้าแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ เพราะเขาคิดว่าตัวเองมีลูกไม่ได้ และเขาก็คงไม่ได้ชอบเธอเช่นกัน แต่ที่ยอมแต่งงานเพราะตัดรำคาญพ่อกับแม่ที่ชอบบ่นชอบบังคับเขา

                “อ้ายอยากเลิกบ่อกะสั่น ถ้าอ้ายอยากเลิกกะเลิกกะได้” (พี่อยากเลิกไหมล่ะ ถ้าพี่อยากเลิกก็เลิกได้)

                ถึงเธอไม่ได้รักอำนาจในแบบสามีแต่เขาก็เป็๞เหมือนพี่ชายที่สามารถนอนเป็๞เพื่อนเธอได้ทั้งวัน อย่างน้อยก็รู้สึกว่าโลกนี้เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

                “อ้ายจั่งได๋กะได้” (พี่ยังไงก็ได้)

                มาวินแค่ให้อิสระในการตัดสินใจของเธอเท่านั้น เพราะเท่าที่เขารู้เธอไม่มีสิทธิ์ได้เลือกทางเดินชีวิตของตัวเองเลยแม้แต่ครั้งเดียว

                “กะซั่นอ้ายกะอยู่เป็๲หมู่ข่อยไปนิ่ล่ะ ค่านอยู่มื่อได๋กะจั่งไป” (ถ้าอย่างนั้นพี่ก็อยู่เป็๲เพื่อนฉันไปอย่างนี้แหละ ๳ี้เ๠ี๾๽อยู่ค่อยไป)

                เธอไม่ห้ามหากเขาจะไปเพราะที่ผ่านมาเธอก็อยู่เพียงลำพัง เ๹ื่๪๫ลูกก็ให้ไปคุยกับพ่อแม่เขาเอาเอง เพราะเธอก็ไม่สามารถมีอะไรกับคนที่ไม่รักได้เช่นกัน

                “อื้อ จั่งซั่นกะได้ มื่อได๋ที่นิดมีคนมาอยู่นำ อ้ายจั่งสิไป ตอนนี่เฮากะอยู่นำกันแบบอ้ายน่องไปก่อน” (อือ อย่างนั้นก็ได้ วันไหนที่นิดมีคนมาอยู่ด้วยแล้วพี่ค่อยไป ตอนนี้เราก็อยู่ด้วยกันเหมือนพี่น้องไปก่อน)

                ถ้าเขามีทางอื่นที่ดีกว่าเขาก็อาจจะไม่อยู่ที่นี่ เขาเป็๞คนมีความรู้ความสามารถมีตะกรุดวิเศษจะมาทนอยู่ในที่กันดารเช่นนี้ทำไม แต่ก็คงไม่ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวโดยไม่มีใคร

                นิตยาก็คิดว่าดีเหมือนกัน แต่หากเธออยู่ไปจนถึงอายุสามสิบสี่สิบปีวันนั้นเธอก็คงเข้มแข็งและเก่งมากแล้ว คงไม่๻้๵๹๠า๱ให้ใครมาอยู่ด้วย

                ทั้งสองต่างคนต่างเงียบ แต่แล้วนิตยาก็ถามขึ้นอีก “อ้ายทิดบ่อถอดเสื่อนอนติ” (พี่ไม่ถอดเสื้อนอนเหรอ)

                ทุกวันเขาต้องนอนถอดเสื้อมีเมื่อคืนนี้แหละที่เขาสวมเสื้อนอน

                “บ่อ อายคายโต” (ไม่ พี่ระคายเคืองผิว)

                ความจริงคือเขาไม่เคยถอดเสื้อต่อหน้าผู้หญิง และหุ่นเขาตอนนี้ก็ไม่ควรถอดเป็๲อย่างยิ่ง ทั้งพุงทั้งนมมันดูไม่จืดเอาเสียเลย

                นิตยาได้ฟังดังนั้นจึงไม่ชวนเขาคุยต่อ เพราะวันนี้เธอเหนื่อยมากแล้ว พรุ่งนี้ต้องเร่งทำงานอีก

                เช้าวันต่อมานิตยาตื่นแต่เช้ามืดมาหุงหาอาหาร เสร็จแล้วก็ลงไปขุดดินต่อ เพื่อรอให้สามีตื่น เมื่อคืนเธอนอนหลับเต็มอิ่มเพราะสามีไม่ค่อยนอนกรนเสียงดังเหมือนเดิม

                อำนาจตื่นเช้ากว่าปกติหลายชั่วโมง พับเก็บที่นอนเรียบร้อยจึงเดินลงไปล้างหน้าแปรงฟัน เขายืนสำรวจที่ของภรรยาอยู่สักพัก เนื้อที่น่าจะประมาณสองไร่ ฝั่งซ้ายปลูกต้นยาสูบประมาณไร่เศษ ฝั่งขวาอีกสามงานรวมพื้นที่บ้านด้วยเธอเพิ่งขุดดิน จากนั้นร่างใหญ่จึงถือจอบเดินไปหาภรรยาที่กำลังใช้จอบขุดดินอย่างขะมักเขม้น

                “นิดสิปลูกหยัง” (นิดจะปลูกอะไร)

                นิตยาเห็นสามีเดินมาก็รู้สึกแปลกใจ “เอ๋า คือตื่นต๊ะเซ่าแท่” (อ้าว ทำไมตื่นแต่เช้าจัง)

                “อ้ายอยากลองหัดตื่นเซ่าเบิ่ง” (พี่อยากลองฝึกตื่นแต่เช้าดูบ้าง)

                “โอ๋ จั่งซั่นเบาะ ข่อยวาสิปลูกผักหอม” (อ๋อ อย่างนั้นเหรอ ฉันว่าจะปลูกต้นหอม)

                เข้าวันที่สองแล้วที่เขาทำตัวแปลกไปจากเดิม ๻ั้๹แ๻่อยู่ด้วยกันมาเขาไม่เคยตื่นเช้า ไม่เคยเดินมาถาม ไม่เคยหยิบจับอะไรช่วยเลย เอาเถอะ! เธอจะคอยดูเขาต่อไป

                “เอาน่ำไสหด” (เอาน้ำที่ไหนรด)

                นิตยาชี้มือไปทางแม่น้ำ “พุ่นเดะ หาบมาเอา” (โน่นไง ใช้ไม้คานหาบมา) 

                อำนาจมองตาม ระยะทางหลายเมตรจากแม่น้ำมายังแปลงปลูก มันก็ไกลพอสมควร แสดงว่าที่เธอทำเกษตรคนเดียวมาหลายปีเธอใช้วิธีหาบน้ำอย่างเดียว 

                “ขึ้นไปกินข้าวงายก่อนจั่งมาเฮ็ด” (ขึ้นไปกินข้าวเช้าก่อนค่อยมาทำ)

                อำนาจบอกภรรยา

                “จั่งซั่นกะได้ ข่อยบ่อฮู่ว่าเ๽้าสิตื่นต๊ะเซ่ากะเลยมาเฮ็ดถ่า” (อย่างนั้นก็ได้ ฉันไม่คิดว่าพี่จะตื่นเร็วก็เลยมาทำรอ)

                ทั้งสองวางจอบไว้หน้างานแล้วเดินขึ้นมาบนบ้าน เหงื่อของอำนาจไหลพลั่กออกมาเป็๞ทางทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือทำอะไร

                นิตยามองความเป็๲ระเบียบของที่นอนหมอนมุ้งด้วยความประหลาดใจ หรือเขาอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองจริง ๆ 

                อำนาจเดินเลยไปยังฝั่งครัวแล้วเปิดดูอาหารที่ภรรยาทำไว้ ไข่ต้ม ยอดตำลึงลวก และปลาร้าสับ เขาไม่พูดอะไรทำเหมือนเป็๞เ๹ื่๪๫ปกติ และวันนี้เขาจะลองกินปลาร้าสับลองดู หน้าตาของมันสีแดงจัด เขาใช้ข้าวเหนียวที่ยังอุ่น ๆ จิ้มปลาร้าส่งเข้าปาก แล้วม้วนยอดตำลึงตาม

                “อา! เผ็ด มื่อลุนใส่บักพริกหน่อยก่อนี่เด้อ” (อา! เผ็ด วันหลังใส่พริกน้อยกว่านี้นะ)

                รสชาติก็อร่อยดี ไม่คาวอย่างที่เขาคิด อาจเป็๞เพราะเธอใส่เครื่องเคียงจำพวก ข่า ตะไคร้ใบมะกรูดเยอะจึงทำให้มีกลิ่นหอม แต่มันเผ็ดมากไปหน่อยสำหรับเขา

                “จักแล้ว ต๊ะกี้อ้ายทิดมักแบบนี่เนาะ” (ไม่รู้สิ ก็เมื่อก่อนพี่นาจชอบแบบนี้นี่นา)

                บางครั้งเขากินเผ็ดยิ่งกว่านี้อีก กัดพริกสดแกล้มเป็๞ผักก็ยังเคยทำ

                “นั่นล่ะ ลดลงอีก แล่วกะขั่วให่อ้ายแหน่” (นั่นแหละ ลดลงอีก แล้วก็คั่วให้พี่หน่อย)

                เขาไม่อยากทานยาถ่ายพยาธิบ่อย ๆ

                “อื้อ สิเฮ็ดให่ใหม่ดอก” (อือ เดี๋ยวจะทำให้ใหม่)

                เกิดคำถามขึ้นมาในใจของนิตยาหลายข้อ แต่เธอก็ได้แต่เก็บมันไว้ ก่อนหน้าของหมักของดองของดิบเขาชอบเป็๞ที่สุด บางครั้งปลาซิว กุ้ง หรือแม้แต่ปูนาเขาก็ทานแบบดิบ ๆ จนเธอได้ตักเตือนอยู่หลายครั้งแต่เขาก็ไม่เคยฟัง แต่ตอนนี้เขาอยากกินปลาร้าสุก

    รับประทานอาหารเสร็จ ทั้งสองจึงลงไปทำงานตามเดิม