“อ้ายฮู่อยู่ แต่เฮาบ่อได้มักกัน เฮามีลูกนำกันบ่อได้” (พี่รู้ แต่เราไม่ได้รักกัน เรามีลูกด้วยกันไม่ได้)
คนไม่รักกันมีลูกด้วยกันนับวันก็ยิ่งหมางเมิน ดีไม่ดีผลกรรมไปตกอยู่ที่ลูก อีกอย่างถึงอยากมีมากแค่ไหนก็คงไม่มีใครบังคับเขาได้ เพราะเขารู้ว่าร่างเดิมนี้นกเขาไม่ขันมาหลายปีแล้ว คงเป็ก่อนที่จะแต่งงานกับนิตยากระมัง อำนาจถึงกล้าแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ เพราะเขาคิดว่าตัวเองมีลูกไม่ได้ และเขาก็คงไม่ได้ชอบเธอเช่นกัน แต่ที่ยอมแต่งงานเพราะตัดรำคาญพ่อกับแม่ที่ชอบบ่นชอบบังคับเขา
“อ้ายอยากเลิกบ่อกะสั่น ถ้าอ้ายอยากเลิกกะเลิกกะได้” (พี่อยากเลิกไหมล่ะ ถ้าพี่อยากเลิกก็เลิกได้)
ถึงเธอไม่ได้รักอำนาจในแบบสามีแต่เขาก็เป็เหมือนพี่ชายที่สามารถนอนเป็เพื่อนเธอได้ทั้งวัน อย่างน้อยก็รู้สึกว่าโลกนี้เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
“อ้ายจั่งได๋กะได้” (พี่ยังไงก็ได้)
มาวินแค่ให้อิสระในการตัดสินใจของเธอเท่านั้น เพราะเท่าที่เขารู้เธอไม่มีสิทธิ์ได้เลือกทางเดินชีวิตของตัวเองเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“กะซั่นอ้ายกะอยู่เป็หมู่ข่อยไปนิ่ล่ะ ค่านอยู่มื่อได๋กะจั่งไป” (ถ้าอย่างนั้นพี่ก็อยู่เป็เพื่อนฉันไปอย่างนี้แหละ ี้เีอยู่ค่อยไป)
เธอไม่ห้ามหากเขาจะไปเพราะที่ผ่านมาเธอก็อยู่เพียงลำพัง เื่ลูกก็ให้ไปคุยกับพ่อแม่เขาเอาเอง เพราะเธอก็ไม่สามารถมีอะไรกับคนที่ไม่รักได้เช่นกัน
“อื้อ จั่งซั่นกะได้ มื่อได๋ที่นิดมีคนมาอยู่นำ อ้ายจั่งสิไป ตอนนี่เฮากะอยู่นำกันแบบอ้ายน่องไปก่อน” (อือ อย่างนั้นก็ได้ วันไหนที่นิดมีคนมาอยู่ด้วยแล้วพี่ค่อยไป ตอนนี้เราก็อยู่ด้วยกันเหมือนพี่น้องไปก่อน)
ถ้าเขามีทางอื่นที่ดีกว่าเขาก็อาจจะไม่อยู่ที่นี่ เขาเป็คนมีความรู้ความสามารถมีตะกรุดวิเศษจะมาทนอยู่ในที่กันดารเช่นนี้ทำไม แต่ก็คงไม่ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวโดยไม่มีใคร
นิตยาก็คิดว่าดีเหมือนกัน แต่หากเธออยู่ไปจนถึงอายุสามสิบสี่สิบปีวันนั้นเธอก็คงเข้มแข็งและเก่งมากแล้ว คงไม่้าให้ใครมาอยู่ด้วย
ทั้งสองต่างคนต่างเงียบ แต่แล้วนิตยาก็ถามขึ้นอีก “อ้ายทิดบ่อถอดเสื่อนอนติ” (พี่ไม่ถอดเสื้อนอนเหรอ)
ทุกวันเขาต้องนอนถอดเสื้อมีเมื่อคืนนี้แหละที่เขาสวมเสื้อนอน
“บ่อ อายคายโต” (ไม่ พี่ระคายเคืองผิว)
ความจริงคือเขาไม่เคยถอดเสื้อต่อหน้าผู้หญิง และหุ่นเขาตอนนี้ก็ไม่ควรถอดเป็อย่างยิ่ง ทั้งพุงทั้งนมมันดูไม่จืดเอาเสียเลย
นิตยาได้ฟังดังนั้นจึงไม่ชวนเขาคุยต่อ เพราะวันนี้เธอเหนื่อยมากแล้ว พรุ่งนี้ต้องเร่งทำงานอีก
เช้าวันต่อมานิตยาตื่นแต่เช้ามืดมาหุงหาอาหาร เสร็จแล้วก็ลงไปขุดดินต่อ เพื่อรอให้สามีตื่น เมื่อคืนเธอนอนหลับเต็มอิ่มเพราะสามีไม่ค่อยนอนกรนเสียงดังเหมือนเดิม
อำนาจตื่นเช้ากว่าปกติหลายชั่วโมง พับเก็บที่นอนเรียบร้อยจึงเดินลงไปล้างหน้าแปรงฟัน เขายืนสำรวจที่ของภรรยาอยู่สักพัก เนื้อที่น่าจะประมาณสองไร่ ฝั่งซ้ายปลูกต้นยาสูบประมาณไร่เศษ ฝั่งขวาอีกสามงานรวมพื้นที่บ้านด้วยเธอเพิ่งขุดดิน จากนั้นร่างใหญ่จึงถือจอบเดินไปหาภรรยาที่กำลังใช้จอบขุดดินอย่างขะมักเขม้น
“นิดสิปลูกหยัง” (นิดจะปลูกอะไร)
นิตยาเห็นสามีเดินมาก็รู้สึกแปลกใจ “เอ๋า คือตื่นต๊ะเซ่าแท่” (อ้าว ทำไมตื่นแต่เช้าจัง)
“อ้ายอยากลองหัดตื่นเซ่าเบิ่ง” (พี่อยากลองฝึกตื่นแต่เช้าดูบ้าง)
“โอ๋ จั่งซั่นเบาะ ข่อยวาสิปลูกผักหอม” (อ๋อ อย่างนั้นเหรอ ฉันว่าจะปลูกต้นหอม)
เข้าวันที่สองแล้วที่เขาทำตัวแปลกไปจากเดิม ั้แ่อยู่ด้วยกันมาเขาไม่เคยตื่นเช้า ไม่เคยเดินมาถาม ไม่เคยหยิบจับอะไรช่วยเลย เอาเถอะ! เธอจะคอยดูเขาต่อไป
“เอาน่ำไสหด” (เอาน้ำที่ไหนรด)
นิตยาชี้มือไปทางแม่น้ำ “พุ่นเดะ หาบมาเอา” (โน่นไง ใช้ไม้คานหาบมา)
อำนาจมองตาม ระยะทางหลายเมตรจากแม่น้ำมายังแปลงปลูก มันก็ไกลพอสมควร แสดงว่าที่เธอทำเกษตรคนเดียวมาหลายปีเธอใช้วิธีหาบน้ำอย่างเดียว
“ขึ้นไปกินข้าวงายก่อนจั่งมาเฮ็ด” (ขึ้นไปกินข้าวเช้าก่อนค่อยมาทำ)
อำนาจบอกภรรยา
“จั่งซั่นกะได้ ข่อยบ่อฮู่ว่าเ้าสิตื่นต๊ะเซ่ากะเลยมาเฮ็ดถ่า” (อย่างนั้นก็ได้ ฉันไม่คิดว่าพี่จะตื่นเร็วก็เลยมาทำรอ)
ทั้งสองวางจอบไว้หน้างานแล้วเดินขึ้นมาบนบ้าน เหงื่อของอำนาจไหลพลั่กออกมาเป็ทางทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือทำอะไร
นิตยามองความเป็ระเบียบของที่นอนหมอนมุ้งด้วยความประหลาดใจ หรือเขาอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองจริง ๆ
อำนาจเดินเลยไปยังฝั่งครัวแล้วเปิดดูอาหารที่ภรรยาทำไว้ ไข่ต้ม ยอดตำลึงลวก และปลาร้าสับ เขาไม่พูดอะไรทำเหมือนเป็เื่ปกติ และวันนี้เขาจะลองกินปลาร้าสับลองดู หน้าตาของมันสีแดงจัด เขาใช้ข้าวเหนียวที่ยังอุ่น ๆ จิ้มปลาร้าส่งเข้าปาก แล้วม้วนยอดตำลึงตาม
“อา! เผ็ด มื่อลุนใส่บักพริกหน่อยก่อนี่เด้อ” (อา! เผ็ด วันหลังใส่พริกน้อยกว่านี้นะ)
รสชาติก็อร่อยดี ไม่คาวอย่างที่เขาคิด อาจเป็เพราะเธอใส่เครื่องเคียงจำพวก ข่า ตะไคร้ใบมะกรูดเยอะจึงทำให้มีกลิ่นหอม แต่มันเผ็ดมากไปหน่อยสำหรับเขา
“จักแล้ว ต๊ะกี้อ้ายทิดมักแบบนี่เนาะ” (ไม่รู้สิ ก็เมื่อก่อนพี่นาจชอบแบบนี้นี่นา)
บางครั้งเขากินเผ็ดยิ่งกว่านี้อีก กัดพริกสดแกล้มเป็ผักก็ยังเคยทำ
“นั่นล่ะ ลดลงอีก แล่วกะขั่วให่อ้ายแหน่” (นั่นแหละ ลดลงอีก แล้วก็คั่วให้พี่หน่อย)
เขาไม่อยากทานยาถ่ายพยาธิบ่อย ๆ
“อื้อ สิเฮ็ดให่ใหม่ดอก” (อือ เดี๋ยวจะทำให้ใหม่)
เกิดคำถามขึ้นมาในใจของนิตยาหลายข้อ แต่เธอก็ได้แต่เก็บมันไว้ ก่อนหน้าของหมักของดองของดิบเขาชอบเป็ที่สุด บางครั้งปลาซิว กุ้ง หรือแม้แต่ปูนาเขาก็ทานแบบดิบ ๆ จนเธอได้ตักเตือนอยู่หลายครั้งแต่เขาก็ไม่เคยฟัง แต่ตอนนี้เขาอยากกินปลาร้าสุก
รับประทานอาหารเสร็จ ทั้งสองจึงลงไปทำงานตามเดิม