หยางเจี้ยนหดแก้วตาลงอย่างฉงนหลังจากยื่นข้อเสนอการประลองแลกเปลี่ยนฝีมือ สายตาหยางเจี้ยนมองชายชราอย่างจับผิดทว่าท่าทางของชายชราเบื้องหน้ากลับไร้ซึ่งวี่แววปฏิกิริยาลนลานแต่อย่างใด กลับกันชายชรากลับตอบรับข้อเสนออย่างง่ายดาย กระทั่งสีหน้าไป๋เทียนอวิ๋นกลับเฉื่อยชายิ่งด้วยสิ่งที่ชายชราแสดงออกทำให้จิตใจพวกมันต่างเย็นเยียบเนื้อตัวอดสั่นเทาอย่างตื่นตระหนกมิได้
เม็ดเหงื่อเย็นเริ่มซึมเซาออกมาบนใบหน้าหยางเจี้ยนในเมื่อมันพูดท้าทายไปแล้วก็ไม่อาจกลับคำได้ซึ่งตอนนี้ทำได้เพียงกัดฟันแน่นกล่าวต่อ “ก่อนเริ่มการประลองแลกเปลี่ยนฝีมือข้าน้อยหยางเจี้ยนขอทราบนามอันสูงส่งของท่านผู้าุโจะได้หรือไม่”
ชายชราหยางเจี้ยนชูมือคาราวะไป๋เทียนอวิ๋นด้วยท่าทีนอบน้อมสง่าผ่าเผยสายตาเ้าเล่ห์จ้องมองด้วยความ้ายืนยันบางสิ่งบางอย่างในจิตใจก่อนเริ่มการประลอง
“อ่า...นามของข้าเช่นนั้นหรือ?"ไป๋เทียนอวิ๋นแหงนมองท้องฟ้าขาวคล้ายขบคิด กล่าวต่อ"หลังจากแลกเปลี่ยนฝีมือแล้วเสร็จ เ้าจะทราบเอง” ไป๋เทียนอวิ๋นชะงักงันกับคำถามก่อนตอบคำคล้ายเหนื่อยละอา น้ำเสียงแสดงออกถึงความไม่เต็มใจหลีกเลี่ยงคำถามของหยางเจี้ยนอย่างชัดเจน
หลังจากเห็นท่าทางของไป๋เทียนอวิ๋นมุมปากหยางเจี้ยนคลี่ยิ้มพอใจ จิตใจของมันเริ่มผ่อนคลายกังวลลงมาเช่นกาลก่อน ในทวีปขุนเขาศักดิ์สิทธิ์มันล้วนรู้จักคุ้นเคยบุคคลแข็งแกร่งมากหน้าหลายตาทว่า กลับชายชราเบื้องหน้าแล้ว มันไม่เคยเห็นและไม่มีวี่แววในความทรงจำของมันแม้แต่เศษเสี้ยวและด้วยคำถามเรียบง่าย ชายชราเบื้องหน้าไม่แม้แต่จะกล้าตอบซึ่งสาเหตุนี้ทำให้หยางเจี้ยนคิดว่าชายชราเบื้องหน้าอาจกำลังเกรงกลัวต่ออำนาจราชวงศ์หยางอยู่ก็เป็ได้
หยางเจี้ยนเหยียดยิ้มดูแคลนก่อนจะเอ่ยออกมา “ท่านผู้าุโกฎการประลองนั้นชั่งเรียบง่ายยิ่งเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มการประลองก่อนหนึ่งกระบวนท่าถ้าฝ่ายตั้งรับป้องกันกระบวนท่าได้สำเร็จ เช่นนั้นก็ถึงคราวที่อีกฝ่ายกระทำเช่นเดียวกัน”
หยางเจี้ยนอธิบายอย่างกระตือรือร้นมันหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนสีหน้านอบน้อม พูด
“ด้วยรัศมีพลังคุกคามอันสูงส่งของท่านผู้าุโ...เพื่อเป็บุญตาแก่ผู้น้อยคนนี้?โปรดให้ข้าผู้น้อยหยางเจี้ยนขอบังอาจเป็ฝ่ายเริ่มก่อนจะได้หรือไม่?!”
ไป๋เทียนอวิ๋นล้วนไม่มีคำกล่าวใดจะปฏิเสธคำพูดของอีกฝ่ายเพื่อใช้โต้แย้งหยางเจี้ยนได้ไป๋เทียนอวิ๋นคลายมือที่ไขว้หลังออกอย่างเชื่องช้าก่อนจะกวักมือไปข้างหน้าด้วยท่าทีเฉื่อยชา กล่าว “ถ้านั่นถือเป็ความ้าของเ้าเช่นนั้น ก็เริ่มเถอะ!”
ด้วยท่าทีเงียบสงบไม่ทุกข์ร้อนของไป๋เทียนอวิ๋นชายชรากวักมือท้าทายหยางเจี้ยนอย่างไม่ใส่ใจแม้กระทั่งพลังิญญาหรือม่านพลังป้องกันก็ไม่แสดงออกมาให้เห็นแม้แต่น้อยนิดคล้ายการประลองที่กำลังจะะเิขึ้นเป็เพียงการเย้าหยอกของผู้ใหญ่กับเด็กน้อยเพียงสองคนเท่านั้น
ซึ่งการกระทำอันเรียบเฉยเช่นนี้ทำให้ใบหน้าชายชราหยางเจี้ยนบิดกระตุกเกร็งอย่างมีโทสะมันผู้มีพลังพรมแดนิญญาสถิตขั้นต้น ด้วยการจ้องมองของมันสามารถเทิดสายดูแคลนผู้อ่อนแอทั่วโลกหล้ากลับถูกเมินเฉยโดยชายชราปริศนาเบื้องหน้าคล้ายไร้ซึ่งตัวตนในชีวิตร้อยกว่าปีของมันนับว่าเื่ราวคราวนี้ได้สร้างความอัปยศแปดเปื้อนแก่จิตใจของมันอย่างแท้จริง
หยางเจี้ยนไม่สนใจอีกฝ่ายอีกต่อไปมันขบเคี้ยวฟันอย่างโกรธแค้นคราหนึ่งก่อนที่พลังพรมแดนิญญาสถิตขั้นต้นะเิออกมาพร้อมแรงกดดันน่าหวาดหวั่นรอบร่างผอมของมันถูกห่อหุ้มไปด้วยออร่าธาตุิญญาอัคคีแดงฉาน
“ย๊า!” เสียงกู่ร้องคำรามดังออกมาจากลำคอชายชราหยางเจี้ยนหนวดเคราดำแซมขาวโบกสะบัดตามแรงลม ก่อนที่ใบหน้า ลำคอ แขน ขาและส่วนต่างๆเริ่มปรากฏเกล็ดหยาบกร้านสีแดงวาวออกมาทีละนิดเริ่มแปรเปลี่ยนสภาพร่างกายของชายชราหยางเจี้ยนผิดแปลกพิสดารจากเดิม
“อ่า…อาภรณ์อสูร ‘จ้าวอสูรกิ้งก่าเกล็ดเหล็กเพลิง’ อสูรระดับ ‘จ้าวสัตว์อสูร’ !” องค์รัชทายาทเอ่ยปากชื่นชมดวงตาชั่วร้ายสาดประกายพึงพอใจ
สัตว์อสูรถูกแบ่งความแข็งแกร่งออกเป็หลายระดับขั้นอย่างเช่น สัตว์อสูรขั้นต่ำ กลาง สูงและเหนือกว่านั้นก็คือสัตว์อสูรที่กลืนกินดวงจิตอสูรที่อ่อนแอกว่ากลายเป็หัวหน้าฝูงของเหล่าสัตว์อสูรถูกขนานนามว่า ‘จ้าวสัตว์อสูร’ ทว่า หลังจากกลายเป็จ้าวสัตว์อสูรแล้วถ้าจ้าวสัตว์อสูรตัวใดเกิดการวิวัฒนาการข้ามสายพันธุ์สัตว์อสูรตัวนั้นจะเหนือชั้นยิ่งกว่าราชันสัตว์อสูร ถูกเรียกสมญานามว่า ‘ราชันสัตว์อสูร’!
ทว่า นอกจากสัตว์อสูรระดับ ต่ำ กลาง สูงสัตว์อสูรของหยางเจี้ยนกลับเป็สัตว์อสูรที่เหนือล้ำกว่าทั้งสามขั้นมันคือ...จ้าวสัตว์อสูร!!
และอาภรณ์อสูรของชายชราหยางเจี้ยนก็คือจ้าวอสูรกิ้งก่าเกล็ดเหล็กเพลิงจ้าวสัตว์อสูรอันน่าคั่นคราม และยังถือครองอำนาจธาตุิญญาอัคคีระดับสูงอีกด้วย!
ทันทีที่ชายชราหยางเจี้ยนแปรเปลี่ยนตนเองกลายเป็ครึ่งอสูร พลังิญญาอัคคีระดับพรมแดนิญญาสถิตถูกปล่อยออกมาอย่างรุนแรงน่ากลัวพลังแดงเพลิงที่โหมกระหน่ำกรบกลืนรัศมีคุกคามของไป๋เทียนอวิ๋นไปจนหมดสิ้นในรัศมีสามเมตรที่เพลิงิญญาโหมปะทุ ไม่มีใครสักคนที่เข้าใกล้หยางเจี้ยนได้ด้วยพลังที่เดือดระอุอยู่ในขณะนี้ ส่งผลให้บรรยากาศรอบด้านร้อนลวก กระทั่งละอองหิมะหนาวเย็นยังถูกเพลิงไฟหลอมละลายกลายเป็หมอกควัน!
ั์ตาสีดำของหยางเจี้ยนแปรเปลี่ยนกลายเป็ดวงตาสีเหลืองอร่ามราวสัตว์เลื้อยคลานอันดุร้ายจ้องมองไปยังไป๋เทียนอวิ๋นสาดประกายปะทุร้ายก่อนคำรามลั่น
“ท่านผู้าุโ ข้าผู้น้อยจะเริ่มการโจมตีแล้วรับมือ!”
สิ้นวาจาเกล็ดแดงทั่วลำตัวหยางเจี้ยนส่องประกายแดงจ้าก่อนที่เกล็ดแหลมคมหยาบกร้านจะชี้ตั้งสั่นไหวชูชันพลังิญญาระเหยส่งทอดจากเกล็ดหนึ่งส่งทอดไปยังอีกเกล็ดหนึ่งจากขาทั้งสองข้างไปยัง่แขนผ่านหน้าอกแกร่ง ลุกลามไหลผ่านลำคอจวบจนกระทั่งพลังิญญาอัคคีแดงฉานเลื้อยคลานมากระพุ้งแก้มจนโปร่งพอง
หยางเจี้ยนคำรามลั่นปลดปล่อยคลื่นเสียงทรงพลังพร้อมลูกไฟแดงฉานกลุ่มหนึ่งพุ่งวาบออกจากปากจนน่ากลัว
“เคล็ดวิชาสัตว์อสูร-เพลิงคำรามกัมปนาท!”
วืดดด...
เพียงเสี้ยววินาทีลูกบอลเพลิงอัคคีแดงฉานวิ่งฝ่าชั้นบรรยากาศพุ่งตรงใส่ไป๋เทียนอวิ๋นราวเส้นสายฟ้าอัคคีเพียงพลังที่ระเหยหมุนวนออกมาจากลูกบอลเพลิงสัตว์อสูรแปรเปลี่ยนชั้นบรรยากาศที่เคลื่อนผ่านหลอมระเหยแหวกพื้นหิมะและน้ำแข็งเบื้องล่างหลอมละลายเป็เส้นสายยาวเหยียดตามระยะทางความกว้างลึกกว่าสี่เมตร เข้าปะทะชายชราอย่างอำมหิต
บรึ้มมม!!
เสียงะเิกึกก้องกัมปนาทสั่นะเืทั่วหุบเขาพื้นหิมะในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรสั่นไหวโยกคลอน ก่อนที่จะถล่มพังทลายลงมาทันที บรรยากาศเหน็บหนาวท่ามกลางหุบเขาหิมะถูกแปรเปลี่ยนกลายเป็อบอุ่นจนน่าอึดอัด
ด้วยระดับพลังพรมแดนิญญาสถิต กระบวนท่าจู่โจมที่ใช้พลังทำลายอย่างไม่เก็บออมหยุดรั้งอานุภาพของมันล้วนรุนแรงสั่นสะท้านจิตใจทุกผู้คนแม้กระทั่งทหารที่รายล้อมกระท่อมหลายร้อยนายยังถูกลูกหลงจากะเิเผาไหม้แหลกเหลวตกตายอย่างโง่งมไม่รู้ตัว
ั์ตาเดียรัจฉานของหยางเจี้ยนหดแคบจ้องมองไปยังไอหมอกหนาทึบอย่างสาดประกายหลังจากการโจมตีอย่างอำมหิตของมันเมื่อสักครู่หยางเจี้ยนล้วน้ากำหลาบไป๋เทียนอวิ๋นให้เสียท่าในกระบวนท่าเดียว! ทว่า ในจิตใจของมันเพียงคิดว่าไป๋เทียนอวิ๋นอาจซ่อนเร้นพลังิญญาไว้ถ้าเป็ไปตามนั้น ด้วยกระบวนท่าสังหารเมื่อสักครู่มันเป็ไปไม่ได้เลยที่จะทำให้ไป๋เทียนอวิ๋นตกตายอย่ามากก็เพียงทำให้าเ็สาหัสเพียงเท่านั้น!
และจุดประสงค์ที่แท้จริงของมันเพียง้าเค้นคำตอบจากชายชราเพื่อให้สารภาพที่ซ่อนตัวของแม่นางเฟิงเพียงเท่านั้น...
ทว่า ก่อนที่ลูกบอลเพลิงสัตว์อสูรจะเข้าปะทะดวงตาสีเหลืองทองของมันต้องเบิกกว้างกับภาพที่เห็นชั่ววินาทีนั้นอย่างตกตะลึงลาน เนื่องจากชายชราปริศนาไม่แม้แต่กระทั่งใช้พลังิญญาของตนกางม่านพลังต้านรับลูกบอลสังหาร! กลับกันชายชราไม่หลีกเลี่ยงเคลื่อนไหวและใช้เพียงร่างกายอันเปลือยเปล่าเข้ารับการโจมตีอันทรงอานุภาพอย่างบ้าระห่ำประดุจคนเสียสติ!
และที่น่าใอย่างที่สุดก็คือชายชรายังคงยืนมั่นสองมือไขว้หลังไม่แปรเปลี่ยน!...
นี่!...ด้วยการกระทำอันบ้าคลั่งดีเดือดเช่นนี้แม้กระทั่งผู้มีพรมแดนิญญาดับสูญอันยืนอยู่จุดสูงสุดของผู้ฝึกญาณยังมิอาจกล้าต้านรับการโจมตีของผู้มีพรมแดนิญญาสถิตด้วยร่างกายเปลือยเปล่า
หรือต่อให้มันใช้ร่างกายเปลือยเปล่าต้านรับจริงถ้าไม่ตกตายก็คงพิการาเ็สาหัสอย่างแน่แท้!
ทว่า ชายชราเบื้องหน้ามันกลับใช้เพียงร่างกายอย่างเดียวไร้ซึ่งม่านพลังป้องกันใดๆทั้งสิ้น!
กับบุคคลเช่นนี้ชายชราหยางเจี้ยนสามารถตีความให้เพียงความหมายสั้นๆว่า...ถ้ามันไม่บ้าอย่างที่สุดก็เป็คนสติฟั่นเฟือนแล้ว
ละอองหมอกขาวโพรนหนาทึบยังคงบดบังทัศนียภาพรอบด้านั์ตาหยางเจี้ยนยังคงจ้องมองลึกเข้าไปในเปลวหมอกอย่างคาดหวัง
ถ้าไป๋เทียนอวิ๋นตกตาย ไม่เพียงแต่มันจะไม่ได้เบาะแสใดใดแล้วตัวมันเองจะกลับกลายเป็ผู้ร้ายทำลายแผนการขององค์รัชทายาทเสียเองนั่นย่อมเลวร้ายไม่ต่างกัน...
“ท่านผู้าุโหยางเจี้ยน...ใช่ท่านลงมือฆ่าเ้าเฒ่านั่นแล้วกระมัง?!” น้ำเสียงพอใจแฝงแววขุ่นมัวขององค์รัชทายาทดังขึ้นในม่านหมอกก่อนที่ร่างสูงโปร่งหล่อเหลาจะเดินมาหยุดยืนเคียงข้างหยางเจี้ยน “ถ้าแผนการจับกุมแม่นางเฟิงครานี้ล้มเหลวท่านผู้าุโคงรับรู้เื่ราวที่จะตามหรอกกระมัง?”
“ฮ่าๆๆ ฝ่าาอย่าได้ทรงกลัดกลุ้มจนเกินไป” หยางเจี้ยนฝืนหัวเราะ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยทีท่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ “ถึงแม้ข้าจะลงมือสังหารเ้าเฒ่าชราผู้นี้ไปจะอย่างไรแผนการของท่านยังคงไม่ล้มเหลวฝ่าาใช่ลืมเื่พิษของแม่นางเฟิงแล้วหรือไม่? มันเป็ไปไม่ได้เลยที่เ้าเฒ่าปากดีนั่นจะโอ้อวดรักษาพิษร้ายแรงได้ง่ายดายปานนั้น...กระหม่อมแน่ใจอย่างยิ่งว่าแม่นางเฟิงยังคงติดพิษอยู่ซึ่งนั่น ต่อให้นางหลบหนีออกจากหุบเขาลูกนี้จริงๆ ด้วยพิษที่อยู่ในตัวนางนางยังคงไม่ไกลห่างจากสายตาพวกเราจนเกินไป ด้วยหน่วยลาดตระเวนค้นหาของข้า...การจะตามหานางเบื้องนอกยังไม่นับเป็อย่างไรได้่เวลานี้พวกเราเพียงยื้อเวลาให้นางวิ่งเล่นภายนอกสักเล็กน้อยจะเป็อย่างไรไป?!”
หลังจากฟังวาจาของหยางเจี้ยนใบหน้าองค์รัชทายาทกระหยิ่มยิ้มชั่วร้ายออกมาทันทีมันะเิเสียงหัวเราะดังลั่นอย่างวิปลาสยาวนาน
เสียงหัวร่อของพวกมันทั้งคู่เต็มไปด้วยความสะใจอย่างล้นพ้นภายในควันเพลิงมันมิได้สนใจไป๋เทียนอวิ๋นอีกต่อไปด้วยการเผลอพลั้งฆ่าชายชราอวดดีเบื้องหน้าคล้ายจิตใจอันอัดอั้นที่ถูกชายชราดูถูกก่อนหน้าปลิวหายกลายเป็ความสะใจเมื่อได้ฆ่าคนที่ดูิ่ศักดิ์ศรีอันสูงส่งของราชวงศ์มันชะล้างความอัปยศอดสูในใจให้สลายหายไปสิ้น!
เห็นองค์ชายของพวกมันเริงร่ายินดีพวกทหารที่รายล้อมอยู่ต่างดิ้นพล่านหัวเราะดังสนั่นเสียงหัวร่อดังกระหึ่มของผู้คนกว่าพันแทบทำให้ขุนเขาหิมะสั่นะเื!
ครึ่ก...ครึ่กก!...
ทันใดนั้นเสียงขยับเขยื้อนดิ้นรนดังออกมาบางเบาในม่านหมอกทำให้เสียงหัวเราะอันเลวร้ายของผู้คนนับพันต้องหยุดชะงักค้างเงียบงำดวงตาของพวกมันเหลือบมองลึกเข้าไปยังละอองหมอกอย่างพิศวงปฏิกิริยาของหยางเจี้ยนล้วนไม่ต่างกัน จิตใจมันลอบตื่นตระหนกอย่างยิ่งยวดก่อนที่จะแผ่จิตััรับรู้ตรวจค้นในม่านหมอก
ทว่า ทันทีที่มันรับรู้เค้าลางของสิ่งมีชีวิตภายใต้ไอหมอกหยางเจี้ยนแตกตื่นตะลึงลาน ก่อนจะโพร่งขึ้น “มัน...มันยังไม่ตาย”
ระงับความแตกตื่นไว้ชั่วครู่หยางเจี้ยนสะบัดมือคราหนึ่ง ส่งพลังิญญาเหวกม่านหมอกปลิวกระจายส่งผลให้ภาพทิวทัศน์กระจ่างชัดขึ้นมาอีกครั้ง
“อ่า..!!” องค์รัชทายาชอ้าปากกว้างราวเห็นผีมันถอยกายไปด้านหลังก่อนจะล้มคะมำจ้ำเบ้าอยู่กับที่
“อะ...อะไรกัน!...เป็..เป็ไปไม่ได้?!” ทันทีที่ภาพเบื้องหน้าปรากฏแก่คลองสายตาหยางเจี้ยนชายชราพร่ำเพ้อพรรณนาออกมาด้วยความสิ้นหวัง มันซวนเซถอยหลังไปหลายก้าวอย่างไม่เชื่อเสียงฟันของมันสั่นกระทบกันออกมาให้ได้ยิน
เสียงโหวกเหวกของทหารนับร้อยนายชะงักค้างภายใต้สายตาหลายร้อยคู่ที่จับจ้องไปยังจุดจุดเดียวกัน ไม่ว่าองค์รัชทายาทหยางเจี้ยน หยางเสี้ยน นายกองทหาร ทั้งหมดจับจ้องมองไปด้วยความรู้สึกพรั่นพรึงสุดแสนดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลน ปากของพวกมันทุกคนอ้ากว้างแทบเอาหัวมุดได้
ภาพถัดไปพวกมันทุกผู้คนสามารถมองเห็นและยืนยันเป็ตาเดียวกัน ชายชราปริศนาก้าวเดินออกมาจากละอองหมอกอย่างเชื่องช้า
ภาพถัดไปชายชราเริ่มปัดเศษฝุ่นที่ติดตามเนื้อตัวหนวดเคราออกด้วยท่าทีสบายใจ
ภาพต่อมา ชายชราเริ่มจัดแจงหมวดเคราที่ยุ่งเหยิงให้เข้าทรง
ตอนนี้ใบหน้าทุกผู้คนยิ่งมายิ่งเขียวคล้ำดุจตับหมูกล้ามเนื้อบนใบหน้าและร่างกายสั่นกระตุกด้วยความกลัวไม่หยุดหย่อนดวงตาและปากที่อ้ากว้างแล้วกว้างอีก...
ท่ามกลางหุบเขาหิมะ ภายใต้บรรยากาศหนาวเหน็บ สรรพสิ่งทั่วแดนดินคล้ายชุดชะงักเคลื่อนไหวกระทั่งการ่หายใจดังยังมิกล้า
ภายในม่านสายตาของพวกมันทุกคนไป๋เทียนอวิ๋นก้าวผ่านซากปลักหักพังของกระท่อมออกมาเสื้อผ้าเก่าโทรมถูกเพลิงไฟเผาไหม้ขาดยับเยินแทบไม่เหลือชิ้นดี
ทว่า นอกจากเนื้อหนังอันแข็งแกร่งแล้ว ผิวกายชายชราไม่มีาแฉกรรจ์ใดใดเลยแม้แต่น้อยมีเพียงรอยสีแดงเจือจางบริเวณหน้าอกอันเกิดจากการปะทะลูกบอลสัตว์อสูรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!
จุดที่ชายชรายืนอยู่คือจุดศูนย์กลางของความเสียหายทั้งหมดเพียงจ้องมองคราเดียวสามารถบ่งบอกได้เลยว่าชายชราไม่ได้หลบหลีกแม้แต่น้อยแม้กระทั่งพื้นที่รอบด้านยังมีซากศพและชิ้นส่วนอวัยวะร่างกายมนุษย์ของทหารมากมายเกลื่อนกลาดอยู่!
โดนการโจมตีเต็มกำลังของผู้มีพรมแดนิญญาสถิตด้วยร่างกายเปลือยเปล่าไร้ซึ่งม่านพลังป้องกันใดใดคุ้มกาย …ไร้ซึ่งการต่อต้านขัดขืนดิ้นรน......การกระทำอันสั่นสะท้านปฐีสั่นะเืสรวง์เช่นนี้ ภายในชีวิตของทุกผู้คนในที่นี้ แต่กระทั่งหยางเจี้ยนพวกมันล้วนไม่เคยพบเคยเห็น!
ผลสรุปที่ปรากฏออกมานับว่าเหนือความคาดหมายของหยางเจี้ยนไปไกลเกินกว่าจะกู่กลับณ ่เวลานี้จิตใจมันภาวนาคำว่า ‘ไม่จริง...เป็ไปไม่ได้’ ไม่ต่ำกว่าร้อยครั้งสีหน้าองค์รัชทายาทและผู้คนโดยรอบเริ่มซีดเผือดอย่างขาดกลัว!
“ท่าน...ท่านผู้าุโ...ช้าก่อน!! ข้า...ข้าผู้น้อย...จะกลับทันที!” หยางเจี้ยนฝืนร่างกายอันสั่นเทาโค้งคาราวะไป๋เทียนอวิ๋นก่อนจะฝืนกลืนน้ำลายอึกใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงกระเส่า “พลังฝีมือ...ท่านผู้าุโชั่งชั่งสูงส่งเหลือประมาณ...ข้า...ผู้น้อยเลื่อมใสในตัวท่านผู้าุโอย่างแท้จริง!...อ่า...ในเมื่อท่าน...ท่านแสดงฝีมือสูงส่งเทียมฟ้าให้ข้าผู้น้อยดูแล้ว...ผู้น้อยได้รับการชี้แนะเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว...เช่นนั้น...ผู้น้อยจะจากไปตามประสงค์ของท่านผู้าุโและจะไม่รบกวนท่านอีก?”
สีหน้าแววตาของหยางเจี้ยนยามนี้คล้ายหนูนาพบเจอราชสีห์หน้าตาของมันไม่ได้ฉงวนท่าทีเกรงขามองอาจอีกต่อไป กลับกันใบหน้าของมันถูกแทนที่ด้วยสีหน้าขาดเขลาตื่นตัวสุดขีดจิตใจของมันร้องโอดครวญแทบจะะโตีลังกาสามตลบคุกเข่าแทบเท้าไป๋เทียนอวิ๋นเพื่อกราบกรานขอโทษแม้กระทั่งน้ำเสียงของมันยังสั่นอย่างเห็นได้ชัด
มันผู้เป็คนลงมือล้วนทราบกระจ่างชัดในอานุภาพของกระบวนท่าตนเองดีที่สุดแม้กระทั่งผู้คนที่มีพรมแดนิญญาเท่ากันยังมองกระทวนท่าของหยางเจี้ยนร้ายแรงอันตราย แล้วนี่นับประสาอันใดกับเื่ราวตลกร้ายเบื้องหน้ามันในขณะนี้?
ไป๋เทียนอวิ๋นรับการโจมตีด้วยร่างกายเปลือยเปล่าไร้ซึ่งพลังอันใดปรากฏให้เห็นการกระทำอันน่าหวาดหวั่นเช่นนี้สามารถบอกกล่าวแก่จิตใจหยางเจี้ยนได้เพียงสิ่งเดียวเท่านั้น!
...ความแข็งแกร่งของพรมแดนิญญาชายชราปริศนาเบื้องหน้าเกินกว่าพรมแดนดับสูญหรือบรรลุขอบเขตพรมแดนที่เหนือชั้นกว่านั้นขึ้นไปอีก!
ต่อให้ในทวีปขุนเขาศักดิ์สิทธิ์บุคคลอันเป็ตำนานเ่าั้อาจมีเพียงผู้ยิ่งใหญ่ที่ปกครองทั่วทั้งทวีปสำนักอันดับหนึ่งในใต้หล้า...สำนักขุนเขาเทพราชันเพียงเท่านั้น!...แล้วกับบุคคลเบื้องหน้ามัน? ต่อให้ขวัญกล้าเทียมฟ้ามันหยางเจี้ยนจะกล้าอวดโอ่ถือดีต่อได้เช่นใด?
“ท่านาุโผู้ยิ่งใหญ่โปรด...โปรดอภัยให้ลูกช้างด้วยลูกช้างจะกลับเดี๋ยวนี้ไม่รบกวนท่านผู้าุโผู้ยิ่งใหญ่อีกต่อไป!” น้ำเสียงขาดกลัวขององค์รัชทายาทเอ่ยขึ้น ใบหน้ามันยามนี้บิดเบี้ยวยับยู่ยี่ราวเศษกระดาษทั่วร่างหลั่งเหงื่อเย็นท้าทายหุบเขาหิมะจนเปียกชุ่มไปทั่วทั้งตัว
ชั่ววินาทีต่อมา มันไม่ได้สนใจยศศักดิ์ฐานะของตนเองอีกต่อไปร่างกายสูงเพรียวเดินด้วยสองขาที่สั่นหงึกหงึกมาด้านหน้าก่อนจะคุกเข่าขอร้องด้วยท่าทางเวชนา
องค์รัชทายาทยังเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกไป๋เทียนอวิ๋นว่า ‘ผู้าุโ’ และเติมใส่คำว่า ‘ผู้ยิ่งใหญ่’ ให้อีกด้วยมันกระทั่งเรียกนามตนเองว่า ‘ลูกช้าง’ มิต้องกล่าวถึงการกระทำของมัน่เวลานี้สามารถบ่งบอกความรู้สึกของมันตอนนี้ได้เป็อย่างดี
ต่อให้ไป๋เทียนอวิ๋นลงมือฆ่าพวกมันทุกคนในที่นี้ด้วยตัวตนอันสั่นสะท้านโลกหล้าของชายชรา พวกมันทุกคนล้วนคิดว่าไม่เกินเลย...
“ในเมื่อพวกเ้าอยากจะกลับข้าผู้ชราก็ไม่อาจหยุดยั้งความปรารถนาพวกเ้าได้” ไป๋เทียนอวิ๋นกล่าวตอบด้วยทีท่าเรียบเฉยภายใต้สายตาทุกผู้คน ยามมองมาที่ชายชราต่างให้ความรู้สึกคล้ายจ้องมองขุนเขาตระหง่านเทียมฟ้า
ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าวิตกกังวลของพวกมันเริ่มผ่อนคลายอย่างโล่งอกทว่าเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ดังเดิมเมื่อชายชรากล่าวต่อ
“แต่นี่คือการประลองแลกเปลี่ยนกระบวนท่า?พวกเ้าจะจากไปได้ก็ต่อเมื่อการประลองจบลง” ไป๋เทียนอวิ๋นพริ้มตาหลับผ่อนคลายขณะกล่าว ก่อนที่พลังคุกคามจะสลายหายไปรับรู้สิ่งผิดปกติ สีหน้าหยางเจี้ยนเหลือกโลนสั่นผวามันโบกมือพัลวันพร้อมเอ่ยปากอ้อนวอนหลายประโยค
ตอนนั้นเองหนังตาไป๋เทียนอวิ๋นลืมขึ้นมาอย่างแช่มช้า ดวงตาสีขาวส่องสะท้อนแสงสว่างสีทองเจิดจ้าพร้อมกับสายลมโดยรอบสั่นไหวรุนแรงเสียงขับขานตอบรับดังกระหึ่มประดุจตื่นเต้นยินดีที่ได้รับใช้ชายชราอีกครั้ง
เส้นผมเงินวาวของชายชราพลิ้วสลายเริงระบำท่ามกลางสายลมเย็นก่อนที่รอยขีดสีทองใจกลางหน้าฝากบังเกิดแสงสีทองเจิดจ้าเพียงชั่ววูบ
ทว่า ถึงแม้จะสว่างเพียงเสี้ยววินาทีแค่นั้นก็เพียงพอจะทำให้หยางเจี้ยนและองค์รัชทายาทสังเกตเห็นโดยบังเอิญ
เห็นเช่นนั้น ดวงตาขาดเขลาของหยางเจี้ยนเบิกโพรงราวไข่ห่านฟันสีเหลืองสั่นกระทบกันเนียงแน่นแม้กระทั่งยังรับรู้ถึงสายน้ำอุ่นที่เล็ดลอดออกมาใต้หว่างขาอย่างเลือนลาน
“ผู้าุโท่าน…ท่าน...ท่านเป็คนของ...ทวีป...ทวีปพยัคฆ์์!...อ้า...ขีดสีทองนั่น!...เชื้อ...เชื้อพระวงศ์!” น้ำเสียงหยางเจี้ยนแผดร้องอย่างเสียขวัญชั่ววินาทีนี้มันไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป ชายชราละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างก่อนที่จะโขกศีรษะลงพื้นหิมะอย่างบ้าคลั่งมันสวดส่งคำขอร้องอ้อนวอนรัวกระหน่ำ