33 ดาหลิง = องค์หญิงห้า
“ น้องเล็ก เจ้าพูดอย่างนี้ เท่ากับยกท่านกุนซือให้กับน้องห้า เจ้าอย่ามาเสียใจภายหลังก็แล้วกันนะ” องค์หญิงสาม ต้วนฉี เอ่ยหยอกเหย้าพระขนิษฐาของนางอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่เสียมหลอหลงได้แต่นั่งทานอาหารเงียบ ๆ โดยไม่เอ่ยวาจาอันใด เพราะรู้สึกเหมือนตนเองเป็นสิ่งของชิ้นหนึ่งที่บรรดาเหล่าองค์หญิงทรงแย่งชิงและโยนให้กันไปมา ก่อนที่เขาจะเปิดกระป๋าสะพายคู่ใจและนำช้อน ส้อมและมีดขึ้นมาใช้ในการทานอาหารแทนตะเกียบ “ เอาล่ะ องค์หญิงทั้งหลาย ลงมือทานข้าวกันต่อ และหยุดหยอกล้อกันไปมาได้แล้ว ดูท่านกุนซือสิ....เอ๊ะ นั่นคือสิ่งใดท่านกุนซือ ใยข้าไม่เคยเห็นมาก่อน?” หยางไท่จงทรงรับสั่งกับบรรดาเหล่าองค์หญิง ก่อนจะหันมารับสั่งถามชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าเขากำลังใช้อุปกรณ์ประหลาดในการทานอาหารแทนที่จะใช้ตะเกียบ “ สิ่งนี้เรียกว่าช้อน ส้อม และมีดพ่ะย่ะค่ะ เมื่อเราใช้พวกมัน จะทำให้เราทานอาหารได้สะดวกสบายมากขึ้นพ่ะย่ะค่ะ พระองค์ทรงลองดูสิพ่ะย่ะค่ะ” อาหลงนำชุดช้อน ส้อม มีด ทูลถวายพร้อมกราบทูลอธิบายวิธีการใช้งานสิ่งนี้ โดยสาธิตให้พระองค์ทอดพระเนตร ท่ามกลางความสนใจของเหล่าองค์หญิงทั้งหลายที่เห็นว่าเป็นเรื่องน่าสนุก “ อืม ใช้พวกนี้ทานอาหารแล้วทำให้เราทานได้ง่ายและสะดวกสบายมากกว่าแต่ก่อนเยอะเลย ท่านนำพวกมันมาจากไหนกันท่านกุนซือ?” ฮ่องเต้ต้าหยางทรงรับสั่งกับอีกฝ่ายอย่างพอพระทัย หลังจากที่พระองค์เริ่มชินและคุ้นเคยกับอุปกรณ์ใหม่เหล่านี้ “ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่หม่อมฉันสั่งให้ช่างทำขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อทูลถวายพระองค์และเหล่าองค์หญิง รวมทั้งจะนำไปใช้ในห้องอาหารในโรงเตี๊ยมของกระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ” อาหลงทูลตอบคำถามของพระองค์ ก่อนที่องค์หญิงทั้งห้าจะรับสั่งขอช้อน ส้อม และมีดเหล่านี้บ้าง แต่ว่าของยังคงเหลืออยู่เพียง 2 ชุดเท่านั้น ทำให้ไม่พอถวายต่อองค์หญิงทุกพระองค์ ดังนั้นเขาจึงกราบทูลว่าเขาจะสั่งให้ช่างเร่งผลิตเพิ่มเติม เมื่อเสร็จแล้วจะรีบนำขึ้นทูลถวายองค์หญิงทั้งหกพระองค์อย่างแน่นอน “ ทูลฝ่าบาท องค์หญิงห้าทรงเสด็จมาถึงแล้ว ทรงรอเข้าเฝ้าอยู่ด้านนอกพ่ะย่ะค่ะ” หลู่กงกงกราบทูลองค์ฮ่องเต้ ก่อนที่พระองค์จะมีรับสั่งให้เบิกตัวองค์หญิงห้าเข้าเฝ้า ซึ่งเมื่อนางเสด็จเข้ามาถึง ก็ถวายพระพรเสด็จพ่อและเสด็จพี่ทั้งสี่ รวมทั้งเอ่ยทักทายน้องเล็กของนางซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงสนิทสนมกันมากเป็นพิเศษ “ ท่านกุนซือ นี่คือองค์หญิงห้า ในที่สุดท่านก็ได้พบกับนางแล้ว” “ ท่าน ท่าน คุณหนูเสี่ยวเฟย ท่านก็คือองค์หญิงห้า?” อาหลงตกใจยิ่งกว่าโดนผีหลอกกลางวัน ที่จู่ ๆ สตรีที่เขาชมชอบกลับกลายเป็นองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ ทั้ง ๆ ที่เขาคิดว่านางน่าจะเป็นคุณหนูของใต้เท้าขุนนางใหญ่ผู้หนึ่งเท่านั้น “ หม่อมฉันถวายพระพรองค์หญิงห้าพ่ะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มถวายพระพร ด้วยอาการของคนที่ยังไม่หายช็อค พร้อมกราบทูลนางด้วยเสียงอ่อย ๆ ก่อนที่นางจะรับสั่งให้อีกฝ่ายตามสบาย “ ดาหลิง ท่านกำลังคุยข้อราชการเรื่องใดกับเสด็จพ่อและเสด็จพี่อยู่?” องค์หญิงห้ารับสั่งถามชายหนุ่มผู้ที่เพิ่งจะถวายคำแนะนำทางออกให้กับนาง โดยใช้สรรพนามเรียกแทนตัวเขาว่าดาหลิงตามที่นางเคยสัญญาไว้กับเขาเมื่อตอนบ่ายของวันนี้ “ พี่ห้า ดาหลิงแปลว่าอะไร เหตุใดพี่ห้าถึงเรียกท่านกุนซือเช่นนั้น” องค์หญิงหกรับสั่งถามพระภคินีของนาง ก่อนที่นางจะถามกุนซือหนุ่มว่าตนจะเรียกอีกฝ่ายเช่นนั้นบ้างได้หรือไม่ ทำเอาทั้งเสียมหลอหลงและองค์หญิงห้าหันมาสบตากันอย่างเขินอาย และทั้งคู่ทำเป็นไม่ได้ยินคำถามขององค์หญิงหก ทั้งนี้อาหลงเองไม่สามารถเรียกนางในดวงใจของเขาว่าดาหลิงต่อหน้าฝ่าบาทและเหล่าองค์หญิงได้ มิเช่นนั้นจะเป็นการหมิ่นพระเกียรติของนาง “ น้องห้า เหตุใดวันนี้เจ้าถึงมาถวายการดูแลเสด็จพ่อล่าช้ายิ่งนัก?” องค์หญิงใหญ่รับสั่งถามพระขนิษฐาของนาง ก่อนที่นางจะอธิบายว่า เป็นเพราะนางต้องไปเข้าเฝ้าไทเฮาตามรับสั่ง และอยู่เป็นเพื่อนสนทนากับพระองค์อยู่นาน ก่อนจะรีบกราบทูลลาเพื่อมาเข้าเวรถวายการดูและพระบิดา “ ดาหลิง ท่านชอบดูดาว และชอบศึกษาเรื่องดวงดาวหรือไม่?” เป็นองค์หญิงหกจอมแก่น ที่ทรงรับสั่งถามกุนซือหนุ่ม โดยเรียกเขาว่าดาหลิงเช่นเดียวกับพี่ห้าของนาง ทำเอาเสียมหลอหลงถึงกับสะดุ้งโหยงกับความไร้เดียงสาและความแก่นเซี้ยวของนาง ในขณะที่ต้วนอี้เฟยทำได้เพียงสบตากับชายหนุ่ม แต่ไม่สามารถจะทำอะไรได้ เพราะนางไม่อาจจะเล่าให้องค์หญิงองค์อื่น ๆ ฟังได้ ว่านางแอบไปหาหมอดูหนุ่มมาเมื่อเช้าเพื่อขอคำปรึกษา และต้องการเห็นหน้าผู้ที่เสด็จพ่อกำลังให้ความไว้วางพระทัยในการถวายคำแนะนำข้อราชการบ้านเมือง รวมทั้งนางยังเคยได้ยินเรื่องที่เขาเคยชนะการประลองปัญญาต่อสองพี่น้องตระกูลซ่งมาแล้ว ทำให้นางอยากจะพบเจอเขาสักครั้งเพื่อดูว่าเขาเป็นคนเช่นไร โดยที่นางแอบปลอมตัวเป็นคุณหนูคนหนึ่งเพื่อไม่ให้เขารู้ตัว ส่วนผู้ที่แนะนำนางให้ไปหาเขาก็คือใต้เท้าหลิว เจ้าเมืองเทียนหยางนั่นเอง โดยหลิวว่านซานซึ่งแอบเชียร์องค์หญิงห้าอยู่เงียบ ๆ กราบทูลว่ามีบุคคลผู้หนึ่งที่มีความสามารถที่จะช่วยให้นางบรรลุการใหญ่ได้ ตอนนี้กำลังเปิดร้านที่ปรึกษาอยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยม เพียงแต่ตอนที่จะไปขอคำปรึกษากับเขา องค์หญิงจะต้องระมัดระวังความคิดตนเองให้ดี เพราะอีกฝ่ายสามารถอ่านใจคนได้ แต่องค์หญิงห้าก็ยังพลาดท่า ปล่อยให้เขาอ่านความคิดของตัวเองจนได้ ว่าองค์หญิงห้าเองก็มีทรงสนพระทัยในตัวเขาเช่นกัน “ เอ่อ หม่อมฉันก็ชอบศึกษาเรื่องดวงดาวและดาราศาสตร์เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มทูลตอบคำถามองค์หญิงหก ก่อนที่นางจะคะยั้นคะยอให้ชายหนุ่มช่วยเล่าเรื่องราวและความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับดวงดาวและท้องฟ้าให้นางฟังบ้าง เพราะว่านางมีความสนใจเกี่ยวกับดาราศาสตร์เป็นพิเศษ “ ข้าได้ยินมาว่า ในการประลองกับคุณชายรองซ่งผาน ท่านเคยบอกว่าโลกของเรากลมใช่หรือไม่ เหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้น ช่วยอธิบายให้ข้าฟังบ้างได้มั้ย?” องค์หญิงหกจอมแก่นทรงตื๊อให้ชายหนุ่มเล่าเรื่องราวและอธิบายให้นางฟัง ก่อนที่หยางไท่จงจะรับสั่งให้นางหยุดก่อกวนกุนซือหนุ่มสักที เพราะพระองค์ต้องการหารือข้อราชการที่สำคัญกับเขา นางจึงหยุดก่อกวนเขาโดยมิค่อยเต็มใจเท่าใดนัก “ ท่านกุนซือ ตกลงเรื่องตั๊กแตนที่มากัดกินพืชผลของชาวบ้าน เราจะจัดการเช่นไรดี?” ฮ่องเต้ทรงตรัสถามชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะกราบทูลเสนอวิธีแก้ไขปัญหาที่ฟังดูแปลกประหลาด และไม่น่าเชื่อว่าช่วยแก้ไขปัญหาได้ “ จัดการแข่งขันจับตั๊กแตน และแข่งขันกินตั๊กแตนทอดในแต่ละเมือง เช่นนี้จะได้ผลจริง ๆ หรือท่านกุนซือ?” องค์หญิงใหญ่รับสั่งถามอีกฝ่ายอย่างประหลาดใจกับวิธีการแก้ปัญหาของเขา รวมทั้งองค์หญิงองค์อื่น ๆ ก็มีท่าทีไม่มั่นใจว่าวิธีนี้จะได้ผล ยกเว้นองค์หญิงห้ากับองค์หญิงหกเท่านั้นที่ดูจะมีความเชื่อมั่นในตัวของชายหนุ่มอย่างเต็มเปี่ยม “ หม่อมฉันมั่นใจว่าจะได้ผลแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ เราจะเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสโดยการจับเจ้าตัวร้ายเหล่านี้มาทอดกินเสีย เป็นการระบายความแค้นให้กับชาวบ้าน นอกจากนี้ตั๊กแตนยังเป็นอาหารชั้นดีที่รสชาติอร่อย แถมยังช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนอาหารให้กับราษฎรอีกทางด้วยพ่ะย่ะค่ะ” อาหลงกราบทูลอธิบายให้ฮ่องเต้และเหล่าองค์หญิงได้เข้าใจถึงแผนการที่เขาได้เตรียมเอาไว้ รวมทั้งเขายังกราบทูลเสนอให้ฮ่องเต้และเหล่าองค์หญิงทรงเสด็จไปเป็นองค์ประธานในพิธีการแข่งขันนี้ด้วย นอกจากนี้ฝ่าบาทกับองค์หญิง ยังต้องเสวยตั๊กแตนทอดต่อหน้าราษฎร เพื่อให้ชาวบ้านได้มั่นใจว่าพวกเราสามารถกินตั๊กแตนทอดได้จริง ๆ แถมรสชาติก็ยังอร่อยอีกด้วย “ ท่านกุนซือ อ้อ ไม่สิ ต้องเรียกท่านว่าดาหลิง ท่านจะให้เสด็จพ่อกับพวกเรากินเจ้าตัวที่กระโดดไปกระโดดมานี่จริง ๆ หรือ อี๋ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว” องค์หญิงหกรับสั่งหยอกเย้ากับอีกฝ่าย โดยที่นางก็ยังไม่รู้ว่าสรรพนามที่นางเรียกเขาแปลว่าอะไรกันแน่ “ ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะองค์หญิง อ้อ...ทรงรอสักครู่ ก่อนเข้าเฝ้าหม่อมฉันได้รบกวนท่านกงกงสั่งให้พ่อครัวจัดการทอดตั๊กแตนที่ผสมผงปรุงรสที่หม่อมฉันคิดค้นขึ้นมา รับรองว่ารสชาติจะต้องถูกพระทัยแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” เสียมหลอหลงกราบทูลฮ่องเต้และเหล่าองค์หญิงด้วยความมั่นใจ ก่อนที่เขาจะขอให้กงกงสั่งให้พ่อครัวนำตั๊กแตนที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ ๆ นำเข้ามาขึ้นโต๊ะเสวย พร้อมกับผงปรุงรสหลายสูตรที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง มีทั้งรสสไปซี่ รสบาร์บีคิว รสข้าวโพด ซึ่งเหล่าองค์หญิงต่างทอดพระเนตรอาหารเมนูพิสดารเหล่านี้ด้วยความขยาดหวาดกลัว “ ท่านแน่ใจว่าเราสามารถกินเจ้าตั๊กแตนนี้ได้โดยไม่เป็นอันตรายใด ๆ?” ฮ่องเต้ต้าหยางรับสั่งถามย้ำกับชายหนุ่มอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ ก่อนที่เขาจะโชว์การกินตั๊กแตนทอดอย่างเอร็ดอร่อย หลังจากที่เขาใส่ผงปรุงรสรสสไปซี่ที่เขาชื่นชอบโรยลงบนตั๊กแตนทอด ท่ามกลางสายตาของเหล่าองค์หญิงที่ทอดพระเนตรด้วยความสงสัยว่าเขากินเจ้าแมลงที่น่ารังเกียจพวกนี้ลงไปได้อย่างไร แต่ในขณะเดียวกันพวกนางก็เกิดความรู้สึกว่าอยากจะลิ้มลองรสชาติเจ้าตั๊กแตนทอดบ้างเช่นกัน “ พระองค์ทรงลองเสวยดูสิพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันรับรองว่าอร่อยและไม่มีอันตรายใด ๆ อย่างแน่นอน” กุนซือหนุ่มกราบทูลองค์ฮ่องเต้ ก่อนที่เขาจะนำผงปรุงรสรสข้าวโพดโรยลงบนตั๊กแตนทอดอีกจาน จากนั้นจึงตักไปถวายบนจานของพระองค์ให้พระองค์ได้ทรงลิ้มลอง “ อื้ม รสชาติไม่เลว เราไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเจ้าตัวการที่ทำลายพืชผลของราษฎรจะมีรสชาติที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ เช่นนี้แล้วพวกชาวบ้านคงจะรู้สึกสาแก่ใจยิ่งนักเมื่อได้กินเจ้าพวกตัวการทำลายพืชผลของพวกเขา” หยางไท่จง ทรงมีรับสั่งหลังจากที่ได้ลองเสวยเจ้าอาหารเมนูเปิบพิสดารไปหนึ่งตัว แต่ก่อนที่พระองค์จะเสวยลงไปได้ก็ทรงลังเลพระทัยอยู่นานพอดู “ ฟางเอ๋อ ลูกลองชิมดูสิ รสชาติดีเหมือนดังที่ท่านกุนซือบอกไว้เลย” “ เซียนเอ๋อ ฉีเอ๋อ หมิงเอ๋อ เฟยเอ๋อ อิ๋งเอ้อ พวกลูก ๆ ก็ลองชิมดู” ฮ่องเต้ต้าหยางรับสั่งให้เหล่าพระธิดาของพระองค์ได้ลองชิมรสชาติของเจ้าตั๊กแตนทอด โดยมีเสียมหลอหลงคอยถวายคำแนะนำเกี่ยวกับผงปรุงรสรสชาติต่าง ๆ “ ดาหลิง เอ่อ ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงห้าลองชิมรสชาติสไปซี่ดู อาจจะเผ็ดไปบ้างแต่รับรองว่ารสชาติถูกพระทัยแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” เสียมหลอหลงที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับต้วนอี้เฟย เผลอเรียกนางด้วยสรรพนามที่เคยตกลงกันไว้ตอนที่นางไปขอคำปรึกษากับเขาเมื่อเช้า ก่อนที่เขาจะรีบเปลี่ยนสรรพนามใหม่ พร้อมทั้งใช้ช้อนตักตั๊กแตนที่โรยผงสไปซี่ใส่จานข้าวของนาง ท่ามกลางสายตาขององค์หญิงองค์อื่น ๆ ที่มองมาด้วยความอิจฉาเล็ก ๆ “ ดาหลิง ท่านลำเอียงนี่นา ไฉนท่านจึงตักให้เฉพาะพี่ห้าเพียงคนเดียวเล่า?” องค์หญิงหกรับสั่งตัดพ้อกุนซือหนุ่มที่ไม่ยอมตักให้ตนและเสด็จพี่คนอื่น ๆ บ้าง ก่อนที่ชายหนุ่มจะแก้เก้อด้วยการตักตั๊กแตนใส่จานให้องค์หญิงองค์อื่น ๆ จนครบทุกพระองค์ “ ถ้าน้องเล็กไม่ทักท้วงท่าน พวกเราก็คงไม่มีโอกาสได้ตั๊กแตนจากท่านเหมือนอย่างน้องห้าใช่มั้ยท่านกุนซือ?” องค์หญิงสาม ต้วนฉีเอ๋อ รับสั่งเหน็บแนมอีกฝ่าย พร้อมทั้งทรงซักไซ้น้องห้าของตนว่าไปรู้จักกับกุนซือหนุ่มตอนไหน ก่อนที่ต้วนอี้เฟยจะตอบให้บรรดาพี่น้องของนางฟังว่า คุณชายเสียมหลอหลงเคยให้ความช่วยเหลือนาง ตอนที่นางเสด็จออกไปข้างนอกเมื่อเช้าพร้อมกับนางกำนัล ในขณะที่หยางไท่จงทรงลอบสังเกตชายหนุ่มและพระธิดาของพระองค์อย่างเงียบ ๆ ด้วยความพึงพอพระทัยไม่น้อย “ ตกลงท่านกุนซือ เราตัดสินใจแล้วว่าจะไปเป็นประธานในการแข่งขันจับและกินตั๊กแตนทอดแสนอร่อยของเมืองหลวงเรา อีกทั้งเราจะนำลูก ๆ ของเรา รวมทั้งเหล่าเสนาอำมาตย์ไปแสดงการกินตั๊กแตนให้ราษฎรได้ชมอีกด้วย” ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งกับกุนซือหนุ่ม ก่อนจะหันไปตรัสถามองค์หญิงแต่ละพระองค์ว่ารสชาติของเจ้าตั๊กแตนทอดเป็นอย่างไรบ้าง “ หม่อมฉันคิดว่าตั๊กแตนทอดเหล่านี้รสชาติอร่อยอย่าบอกใคร โดยเฉพาะเมื่อโรยผงปรุงรสรสชาติต่าง ๆ ของท่านกุนซือลงไปตามใจชอบของแต่ละคน ก็ยิ่งทำให้ได้รสชาติเพิ่มขึ้น ดังนั้นตั๊กแตนทอดเหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนอาหารให้กับราษฎรเป็นอย่างดีเพคะ ยิ่งเรามีการจัดการแข่งขันจับและกินตั๊กแตนทอดเพื่อชิงเงินรางวัลในแต่ละท้องที่ รวมทั้งเสด็จพ่อจะทรงเสวยให้ทุกคน ๆ ได้เห็นด้วยตา ก็จะยิ่งทำให้ชาวบ้านตื่นตัวและไม่กลัวที่จะรับประทานตั๊กแตนทอดอีกต่อไป” องค์หญิงห้าทรงกราบทูลพระบิดาของนางด้วยความมั่นใจ ก่อนที่จะทรงหับไปสบพระเนตรกับกุนซือหนุ่มที่นั่งตรงหน้าด้วยความสำนึกขอบคุณ ที่เขาเคยให้กำลังใจและกระตุ้นให้นางกล้าที่คิดและกระทำเพื่อตนเองและเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง หลังจากที่ที่ผ่านมานางเอาแต่คอยหลบอยู่หลังฉาก และไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดๆ เพราะเกรงพระทัยพี่ใหญ่และพี่รองของนางที่ขับเคี่ยวและคอยชิงไหวชิงพริบกันมาตลอด “ เยี่ยมมากเฟยเอ๋อ วันนี้ลูกพูดได้ดีมาก ต่างจากเมื่อก่อนที่ลูกเอาแต่เงียบไม่ยอมออกความเห็นใด ๆ” องค์ไท่จงทรงตรัสชมองค์หญิงห้า พร้อมทั้งหันไปทอดพระเนตรกุนซือหนุ่ม เหมือนจะทรงทราบว่าความเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะมีสาเหตุมาจากบุรุษผู้นี้เป็นแน่ ในขณะที่องค์หญิงใหญ่และองค์หญิงรองต่างก็หันมาทอดพระเนตรที่น้องห้าของพวกนางอย่างแปลกพระทัยอยู่บ้างในการเปลี่ยนแปลงของนาง “ แล้วลูก ๆ คนอื่น ๆ ล่ะ มีความเห็นอย่างไรบ้าง?” พระองค์ทรงรับสั่งถามองค์หญิงองค์อื่น ๆ ก่อนที่ส่วนใหญ่จะตอบว่ารสชาติของตั๊กแตนทอดนี้ถือว่าอร่อยใช้ได้ และจะเป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่จะช่วยให้ราษฎรผ่านพ้นปัญหาภัยแล้งไปได้ด้วยดี “ แล้วเรื่องการบริจาคกับการประมูล มีความคืบหน้าถึงไหนแล้วท่านกุนซือ?” หยางไท่จงรับสั่งถามชายหนุ่ม พร้อมทั้งทรงเสวยแตนทอดไปด้วยอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนที่เสียมหลอหลงจะกราบทูลว่ามีความก้าวหน้าไปอย่างมากเลยทีเดียว “ ตอนนี้ท่านคหบดีกันซื่อหยงรับปากว่าจะร่วมบริจาคเป็นเงิน 100,000 ตำลึง เพราะฉะนั้นตอนนี้เราเหมือนมีเงินบริจาคแล้วอย่างน้อย 200,000 ตำลึงพ่ะย่ะค่ะ” กุนซือหนุ่มทูลต่อองค์ฮ่องเต้ ก่อนที่ฝ่าบาทและเหล่าบรรดาองค์หญิงจะแปลกพระทัยในคำพูดของท่านกุนซือ ว่าเขาพูดอะไรผิดไปหรือไม่ “ เมื่อครู่ท่านกุนซือบอกว่าท่านเศรษฐีกันจะช่วยบริจาคเงิน 100,000 ตำลึง แต่เหตุใดเมื่อครู่ท่านกลับบอกว่าเราจะมีเงินบริจาคอย่างน้อย 200,000 ตำลึง” เป็นองค์หญิงใหญ่ที่รับสั่งถามขึ้นมา เสมือนเป็นตัวแทนของคนอื่น ๆ ที่กำลังสงสัยในประเด็นนี้เช่นกัน “ เสด็จพี่ ท่านกุนซืออาจจะหมายความว่า เมื่อกันครึ่งเมืองบริจาค 100,000 ตำลึง ทางด้านซ่งครึ่งเมือง ซึ่งเปรียบเสมือนคู่แข่งทางการค้าคนสำคัญ ก็คงไม่ยอมน้อยหน้าฝ่ายนั้นแน่นอน ดังนั้นจึงนับได้ว่าตอนนี้เราน่าจะมีเงินบริจาคในมือไม่น้อยกว่า 200,000 ตำลึง ที่ข้าคาดเดาเช่นนี้ไม่ทราบว่าถูกต้องหรือไม่ ดาหลิง?” องค์หญิงห้า ต้วนอี้เฟย รับสั่งตอบแทนชายหนุ่มด้วยความเห็นส่วนตัวของนาง ก่อนที่เสียมหลอหลงจะพยักหน้ารับด้วยความยินดีในสติปัญญาที่ล้ำเลิศของนาง ก่อนจะกราบทูลองค์ฮ่องเต้และเหล่าองค์หญิงว่า ที่องค์หญิงห้ารับสั่งมานั้นถูกต้องแล้ว “ เฟยเอ๋อ วันนี้เจ้าทำให้พ่อภูมิใจในตัวเจ้ามาก” ฮ่องเต้ต้าหยางตรัสชมองค์หญิงห้าอีกครั้ง ท่ามกลางความยินดีของพี่น้องคนอื่น ๆ ของนางที่มองนางด้วยความชื่นชม นอกจากองค์หญิงใหญ่ที่เปลือกนอกทรงมีพระพักตร์ยิ้มแย้ม หากแต่ในพระทัยของนางกลับร้อนรุ่ม เพราะเกรงว่าน้องห้าของนางที่เป็นเหมือนม้านอกสายตาตัวหนึ่งจะกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของนางในอนาคต ส่วนองค์หญิงรองมีพระพักตร์ที่ลี้ลับ ดูไม่ออกว่านางกำลังคิดเช่นไรอยู่ “ ท่านกุนซือ ท่านบอกต่อเราได้มั้ยว่า ในบรรดาเสด็จพี่ของเราทั้งห้า ท่านชอบผู้ใดมากที่สุด?” ......................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก ...... มาแล้วนะครับสำหรับตอนที่ 33 และต้องขออภัยด้วยที่ผิดนัด ไม่สามารถอัพได้ภายในเมื่อวานตามที่ไรท์รับปากไว้ สำหรับตอนนี้องค์หญิงห้าก็ปรากฏกายออกมาอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความตกตะลึงของอาหลงที่เพิ่งจะรู้ว่านางในดวงใจของเขาก็คือองค์หญิงห้าผู้สูงศักดิ์นั่นเอง และในค่ำคืนนี้องค์หญิงห้าก็เริ่มฉายแววให้เสด็จพ่อของนางได้เห็นถึงความสามารถบ้างแล้ว ในขณะเดียวกันพี่ใหญ่และพี่รองของนางก็เริ่มจับตามองน้องห้าผู้นี้เช่นกัน เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นไร ติดตามอ่านและลุ้นกันในตอนต่อไปได้เลยครับ ขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ รวมทั้งคอมเม้นท์(ไม่ว่าบวกหรือลบ)ของรีด ที่เปรียบเสมือนน้ำมันที่คอยเติมให้รถคันนี้ยังวิ่งต่อไปได้ตลอดเส้นทาง ถึงแม้ว่าหลัง ๆ คอมเม้นท์จะเริ่มน้อย ๆ ลง อาจจะเป็นเพราะรีดแต่ละท่านอาจจะมีภารกิจรัดตัว จึงไม่สามารถมาเม้นท์ได้ แต่อย่างน้อย แค่ทุกท่านเข้ามาอ่านก็ถือว่าทำให้ไรท์มีกำลังใจที่จะเขียนต่อไปเรื่อย ๆ แล้วครับ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ โดยเฉพาะรีดพันธ์แท้ อย่างคุณ Linda 30466 ที่คอยกระตุ้นไรท์ตลอด เหมือนมีบก.ส่วนตัวคอยตามทวงต้นฉบับ 555 ขอบคุณจริง ๆ ครับ ตอนต่อไป ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด รออ่านคืนนี้ได้เลยครับ เพื่อเป็นการชดเชยที่ไรท์ผิดนัดเมื่อวาน ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการอ่านนะครับ.....................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ อุปสรรคคือสิ่งที่ข้าจะเห็น เวลาที่ข้าละสายตาจากเป้าหมาย”