บทที่ 47
ดูหมิ่นเหยียดหยาม
นางเดินตามชิงหลัวไปที่ห้องครัวด้านหลัง ทันทีที่เข้ามาถึงห้องครัวด้านหลัง เมิ่งอวิ๋นเสียงก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า หากห้องครัวหลังเล็กของนางสามารถเรียกได้ว่าเป็นห้องครัว ที่นี่ก็คงเรียกได้ว่าเป็นวัง ทันใดนั้นคำด่าทอด้วยความโกรธแค้นก็ผุดขึ้นในหัวของเมิ่งอวิ๋นเสียงครั้งแล้วครั้งเล่า
จิ่งหรง เจ้ายังเป็นคนอยู่หรือไม่? ไท่จื่อเฟยมีชีวิตที่น่าสังเวช แต่สามีของนางกลับได้กินดื่มอยู่ที่นี่ หากวันนี้ข้าไม่ได้เอาของดีจากในครัวของเจ้ากลับไปครึ่งหนึ่งก็ถือว่าข้าไม่ใช่คนสกุลเมิ่งแล้ว
“ไปเร็ว เดินตามพี่สาวมา” เมื่อนางพูดจบก็ก้าวเข้าไปข้างใน
แต่ก่อนที่นางจะก้าวเข้าไปในห้องครัว ทันใดนั้นก็มีน้ำสาดมาและเกือบจะกระเซ็นใส่ทั้งสอง แต่โชคดีที่ชิงหลัวโต้ตอบได้ทันท่วงทีด้วยการไปขวางหน้าเพื่อปกป้องเมิ่งอวิ๋นเสียง ผู้กระทำความผิดก็ประหลาดใจเช่นกัน และกำลังจะกล่าวคำขอโทษ แต่เมื่อเห็นคนที่นางเกือบจะสาดน้ำไปโดน ดวงตาของนางก็เป็นประกายทันที คำขอโทษที่นางกำลังจะพูดกลับกลายเป็นคำเย้ยหยัน นางพูดขณะยืนเท้าสะเอวว่า “โอ้ นี่ใช่ชิงหลัว หญิงรับใช้ต่ำศักดิ์ของไท่จื่อเฟยหรือไม่? นานมากแล้วที่ข้าไม่เห็นเจ้ามาขออาหารที่นี่ เหตุใดวันนี้เจ้าจึงมาที่นี่อีก?”
เมื่อชิงหลัวได้ยินคำพูดนั้น ใบหน้าของนางก็แดงก่ำ ทุกครั้งที่นางมาที่นี่ นางจะต้องถูกพวกนางทำให้อับอายขายหน้าเสมอ หลังจากที่ถูกพวกนางดูหมิ่นเสร็จแล้ว นางถึงจะได้รับอาหารจากพวกนาง หากวันใดนางกล้าตอบโต้ วันนั้นนางจะไม่ได้รับอาหารและอาจถูกทำร้ายร่างกายด้วย
เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยจนชิงหลัวเคยชินนานแล้ว และครั้งนี้ก็จะรอให้นางพูดจบ แต่นางลืมไปว่ามีสตรีผู้หนึ่งอยู่ข้างหลังนางด้วย ซึ่งนางจะปล่อยให้คนอื่นมาดูหมิ่นเหยียดหยามคนของนางได้อย่างไร
“เจ้าว่าอย่างไรนะ?” ทันใดนั้นเสียงอันมืดมนและเย็นชาก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ชิงหลัวจึงฟื้นคืนสติ มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ว่าคราวนี้นางไม่ได้มาที่นี่เพื่อถูกรังแก นางยืดตัวตรงก่อนจะเท้าเอวขณะจ้องไปยังหญิงปากร้ายโดยไม่รู้ตัว
หงหลันรู้สึกประหลาดใจกับเสียงของคนที่อยู่ข้างหลังนาง แต่นางก็คิดว่าคนพูดคือไป๋เฉาที่มักจะมากับชิงหลัว แต่นางคาดไม่ถึงว่าชิงหลัวจะกล้าจ้องมองนางด้วยสายตาเช่นนี้ นังเด็กเมื่อวานซืนสองคนนี้กินดีหมีหัวใจเสือมาหรืออย่างไร นางตวาดเสียงดังว่า “ข้าพูดถูกแล้วไม่ใช่หรือ? ปกติพวกเจ้าสองคนก็ทำตัวเป็นขอทานบากหน้ามาขออาหารทุกวัน ซึ่งข้าเองก็อุตส่าห์มีใจเมตตาทำอาหารให้ แต่ตอนนี้พวกเจ้ากล้าเหิมเกริมกับข้าอย่างนั้นหรือ? ข้าบอกเจ้าไว้เลยว่าทันทีที่ข้าทูลเรื่องนี้แก่ไท่จื่อ ท่านจะต้องรับสั่งให้แม่ครัวกลับมาที่นี่ ซึ่งจะทำให้เจ้าและเจ้านายที่ไร้ประโยชน์ของเจ้าอดตายได้”
“บังอาจยิ่งนัก หญิงรับใช้ต่ำต้อยกล้ากล่าววาจาจาบจ้วง และอวดตนว่าสามารถสั่งไท่จื่อให้ทำตามใจตนได้ เจ้าคิดว่าตัวเองมีค่าพออยู่ในสายตาของไท่จื่อหรือ?” คนข้างหลังชิงหลัวพูดอย่างเย็นชา ตอนนี้จิ่งหรงค่อนข้างมีประโยชน์มาก เพราะหญิงรับใช้ชั้นต่ำต้อยผู้นี้มีท่าทีหวาดกลัวอย่างได้ชัด
นางลังเลก่อนจะตอบว่า “แล้ว... แล้วอย่างไรเล่า อย่างไรเสียก็ไม่มีใครรู้ และข้าไม่กลัวว่าเจ้าจะไปฟ้องด้วย ดูสิว่าไท่จื่อจะเชื่อในตัวข้าหรือเจ้าสองคน” เหตุผลนี้ยกมาเพื่อปลอบใจตัวเอง เมื่อหงหลันคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้ นางก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นราวกับว่าสิ่งที่นางพูดจะกลายเป็นความจริง
“นี่คือสิ่งที่เจ้าพูดออกมาเอง เปิ่นกงยินดีที่ได้ฟังเช่นนั้น”
“เปิ่นกงหรือ?”
เมื่อเห็นคนที่อยู่ข้างหลังก้าวออกมาข้างหน้า เสียงดังโครมก็ดังขึ้น อ่างในมือของนางหล่นลงสู่พื้น “ไท่... ไท่จื่อเฟยหรือ?”
นางมองเมิ่งอวิ๋นเสียงด้วยความตกใจสุดขีด และสงสัยว่าเหตุใดไท่จื่อเฟยจึงมาปรากฏตัวที่นี่ เป็นไปได้หรือไม่ว่านางจะมาขออาหารกับชิงหลัว เป็นไปไม่ได้ ไท่จื่อเฟยเป็นผู้ที่เย่อหยิ่งที่สุดและรักศักดิ์ศรียิ่งนัก ต่อให้นางจะหิวโหยเพียงใดก็ไม่เคยมาปรากฏตัวให้เห็นเลย แล้วเหตุใดตอนนี้นางถึงมาอยู่ที่นี่?