“ต่อสู้ข้ามระดับรึ !” นาฟก็อดคิดไม่ได้ว่า ตั้งแต่เค้ามีพลังขึ้นมาก็ไม่เคยได้สู้กับระดับเดียวกันเลย
“ถ้าอย่างนั้น รบกวนท่านเจ้าหน้าที่เลือกให้ข้าสักคนได้หรือไม่
เจ้าหน้าที่จ้องหน้านาฟ แล้วชี้ไปที่บุคคลหนึ่งในใบประกาศ คนนี้อยู่ลำดับที่ 28 ช่วงอายุน่าจะพอๆ กับเจ้านี่แหละ นานๆเค้าจะมาสักครั้ง เมื่อวันก่อนเข้ามาลงทะเบียนรอการท้าทายไว้ “นาฟคิดไม่นานพยักหน้าตกลง
ถ้าอย่างนั้นเจ้าเอาบัตรสมาชิกของเจ้า มากดรหัสคนในประกาศ จากนั้นกดปุ่มสีเขียวเพื่อส่งออกไป
นาฟทำตามขั้นตอนตามที่เจ้าหน้าที่บอก กดรหัสดังกล่าว อยู่ๆ กล่องกลไกบัตรสมาชิกก็ส่องแสงฉายภาพขึ้นกลางอากาศ “นาฟถึงกับตกใจในวิทยาการนี้ เป็นภาพแสดงให้เห็นคนในประกาศดังกล่าวพร้อมระดับพลังและประวัติการต่อสู้
เป็นชายอายุราวๆ 20 ปี ผิวดำผมสั้น ฉายา “ปีกมรณะ” พลังระดับ2 ขั้นสูงสุด ประวัติการต่อสู้ ชนะ 18 ครั้ง แพ้ 3 ครั้ง
“แล้วเจ้ากดปุ่มสีเขียวคือการส่งคำท้าทายออกไป ประวัติของเจ้าก็จะไปปรากฏที่บัตรสมาชิกของผู้ที่เจ้าท้าทาย
“นาฟกดปุ่มเขียวออกไปทันที
ใช้เวลาไม่ถึง สิบลมหายใจ จู่ๆ “ปี๊บๆๆ แสงสีเขียวและเสียงดังออกมาจากบัตรสมาชิกของนาฟ “คู่ต่อสู้เจ้าเค้าตอบตกลงแล้ว ส่วนวันและเวลาต่อสู้ทาง โคลิเซี่ยมจะแจ้งผ่านบัตรสมาชิกอีกที
นาฟทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้งานบัตรสมาชิกและการเดิมพันภายในโคลิเซี่ยมอีกสักพักก็กลับออกมา เตรียมกลับที่พัก
ในขณะเดินทางกลับ นาฟแวะซื้ออาหารแห้งของส่วนตัวบางอย่างตามร้านแลกเปลี่ยนสินค้าที่มีอยู่เต็มไปหมดทั่วทุกพื้นที่แวะเดินชมสีสัน ในยามค่ำคืน ของเมืองไปด้วย
ขณะกำลังเดินขึ้นสถานีรถรางลอยฟ้า อยู่ๆ มีเด็กผู้หญิงที่แต่งตัวเป็นผู้ชายเดินสวนมาชนกับนาฟ “ตุบ”แล้วดึงกระเป๋าใส่เงินตราของนาฟออกไป “ขะ ขะ ขอโทษนะ! พี่ชาย ข้าเดินซุ่มซ่ามเอง
“ไม่เป็นไร แต่เจ้าหยิบของข้าไป ข้าขอคือได้หรือไม่?
เด็กผู้หญิงได้ยินดังกล่าวรีบวิ่งหนีออกไปทันที วิ่งผ่านช่วงอาคารมาถึง 5 อาคาร “แฮก” ๆ ๆ เหนื่อยจนต้องทรุดตัวนั่งอยู่ข้างซอกตึก มองซ้ายขวาไม่มีคนตามมา เดินลึกเข้าไปในซอกตึกอีกครั้ง มาหยุดอยู่ที่มุมมืดของด้านหลังอาคารแห่งหนึ่ง
“จากนั้น ค่อยๆ เอามือเปิดฝาโลหะอะไรสักอย่างออก แล้วลงไปข้างใน
ลงบันไดมาลึกพอสมควร ก็ถึงอุโมงค์ขนาดใหญ่ วิ่งเป็นทางยาว เป็นอุโมงค์ที่ไว้สำหรับทิ้งเศษปฎิกูลของเสีย ของเมืองนี้
เด็กผู้หญิง เดินมาสักพักก็มีกลุ่มคนจับกลุ่มนั่งอยู่ เป็นกลุ่มๆ แยกกันคนละทิศทาง แต่มีจำนวนไม่มากแต่ละคนล้วนใส่เสื้อผ้าที่ขาด ห่อตัวลักษณะหิวโหย บางคนขุดคุ้ย เศษปฎิกูล มายังชีพ หลายคนยังมีบาดแผลเต็มร่างกายไปหมด
“นาฟมองจากที่ไกลๆ นี่มันชาวแดนนอกนี่!
นาฟเดินมาถึงตรงหน้าเด็กผู้หญิงที่กำลังนั่งค้นดูสิ่งของในกระเป๋าเงินของนาฟอยู่
“เจ้าเป็นคนจากแดนนอกเหรอ?
เด็กผู้หญิงสะดุ้งตกใจเงยหน้าไปมองชายหนุ่ม คลานถอยตัวออกเตรียมจะวิ่งหนี “เดี๋ยว ๆ น้องสาวไม่ต้องหนี
นาฟยื่นอาหารแห้งที่ตนซื้อมาให้เด็กสาว เด็กสาวมองหน้าแต่ยังไม่กล้ารับนาฟจึงวางไว้ตรงหน้า
“ไม่เป็นไร ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอกของที่เจ้าเอามา ข้าให้เจ้า!
“ต้องการอะไร! เด็กสาวเอ่ยด้วยความระแวดระวัง
“พวกเจ้าพักกันอยู่ที่นี่เหรอ?
“ทำไม! เจ้าจะมาสืบข่าวให้เจ้าหน้าที่พวกนั้นมาจับพวกข้าอีกหรือไง
นาฟดูคนเหล่านี้คงผ่านเรื่องราวที่หนักหนา มามาก แต่พวกคนเหล่านี้เข้ามาในอาณานิคมได้ยังไงกัน
“ข้าไม่ได้ เป็นเจ้าหน้าที่อะไรนั้นหรอก น้องสาวสบายใจได้และข้าก็เคยเป็นคนจากแดนนอกเหมือนกับพวกเจ้าด้วย “เด็กสาวเริ่มสนใจในสิ่งที่นาฟเอ่ย
“น้องสาวเอาอาหารนี้ไป แล้วเอาเงินเก็บไว้เผื่อต้องไปซื้อยา และข้าวของแบ่งปันให้คนเหล่านั้น
“เด็กผู้หญิงพยักหน้า
นาฟออกมาจากอุโมงค์ที่อยู่ใต้ดิน ครุ่นคิดเรื่องราวที่ได้เห็นมาว่ามีคนเหล่านี้อยู่ในอาณานิคมมากน้อย แค่ไหน หรือว่าหนีจากภัยพิบัติเข้ามาข้างในกัน
นาฟคิดไปตลอดทางจนเดินทางกลับเข้าที่พัก พอถึงที่พัก อยู่ๆ มีสัญญาณดัง “ปี๊บๆ นาฟจับบัตรสมาชิกออกมาดู โคลิเซี่ยมส่งข้อความมา
ว่า “เริ่มประลอง อีก 2 วัน คู่ที่ 3 ช่วงบ่าย “
นาฟสลัดความคิดเรื่องราวชาวแดนนอกกลุ่มนั้นออกจากหัว ตอนนี้คงยังช่วยอะไรไม่ได้ กลับมาคิดถึงเรื่องราวการต่อสู้ที่พบเห็นมาทบทวนเรื่องการต่อสู้ของ เจ้าควายเขาทอง ตัวนั้น ทำไมตนเองถึงไม่รู้สึกถึง ความสามารถของสัตว์แปลงตนนี้เลย
จากนั้นนั่งลง กำหนดสมาธิเปิดประสาทสัมผัสออกทั่วร่าง นึกถึงตอนที่เจ้าควายเขาทอง สะบัดเขาควาย เกิดเป็นวงกลมมิติขึ้น
นาฟยื่นมือออกไป กำหนดสมาธิรวบรวมไปที่ปลายมือ ไม่นาน อยู่ๆ เริ่มมีปฎิกิรยา แปลกๆ จากมวลอากาศ บริเวณปลายมือเริ่มเกิดวงมิติ เล็กๆ ขึ้น
“ซู่ ๆ ๆ
วงมิติขนาดเท่ากำปั้นเริ่มขยายออก จู่ๆนาฟรู้สึกถึงความอึดอัดในจิตใจขึ้นมาฉับพลัน เซลล์ประสาทในร่ายกายเหมือนจะบอกบางสิ่ง
“อ๊ากกก! เลือดไหลออกจากมุมปากของนาฟ เกิดความรู้สึกถึงความสามารถของพลังที่ตนมีอยู่3 อย่าง กำลังถูกลดทอนพลังลงเรื่อยๆ
นาฟไม่รอช้า สะบัดพลังความสามารถของควายเขาทองออกจากปลายมืออย่างรวดเร็ว “ซู่!”
จู่ๆ พลังความสามารถทั้ง 3 อย่างกลับเข้ามาเติมเต็มอีกครั้ง
“เป็นแบบนี้เอง! ตอนนี้พลังของเรารองรับได้แค่ 3 ความสามารถ”