กัญญาภัคแสร้งมองเข้าไปในครัวตอนที่หันหน้ามาบอกก็ส่ายหน้าอย่างจริงจัง “ป้าพิณปิดแก๊สแล้วค่ะ”
คณินมองเร็วๆเข้าไปในครัว มุมปากขยับเป็นรอยยิ้มลึกลับ แต่เพียงครู่เดียวก็เลือนหาย บนแก๊สไม่มีอะไรวางอยู่เขาเหลือบมามองเธอ “ถ้าคุณกำลังมีปัญหาเรื่องงานบ้าน ผมมีตัวช่วยนะ”คณินเปลี่ยนเรื่องทำให้กัญญาภัคเลิกคิ้วมอง
วลีชวนล่อใจเหมือนประโยคขายตรงในทีวี
“ไปอยู่บ้านผมผมยินดีดูแลทั้งคุณและลูก แค่อยู่บ้านคอยเลี้ยงลูกให้ผมอย่างเดียวพอ” ที่จริงอยากบอกว่าให้ทำหน้าบนเตียงแต่คิดว่ากัญญาภัคคงมองเขาไม่ดี คิดว่าเป็นไอ้บ้าหื่นกาม ซึ่งถ้าเขาพูดกับสาวๆคนอื่น หลายคนคงรีบตอบรับแต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่
“นอกจากบริหารรีสอร์ตเก่งแล้วยังบริหารเสน่ห์เก่งอีกนะคะฉันบอกแล้วไงว่ารับข้อเสนออย่างเดียวคือเงิน เอาเงินมาให้ฉันก็พอ”
คณินไหวไหล่อย่างรู้ทันปากแข็ง...
“ที่จริงเรื่องเงินผมให้ได้ไม่ใช่ปัญหาสักนิด” แล้วหันไปหาลูกสาวที่เล่นของเล่นในมือ“น้ำใส พ่อของน้ำใสรวยจะตายไปเนอะ จะโอนเงินให้แม่สักล้านหนึ่งไว้ซื้อขนมให้น้ำใสยังได้เลย”
“อย่าแค่อวดนะคะโอนมาจริงๆ ด้วย”
คณินยิ้มมุมปากเมื่อกี้แค่ยั่วให้แม่ของลูกโกรธเล่น ทำไมจะให้เงินเธอใช้ไม่ได้ มือหนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดยุกยิกครู่หนึ่งวงเงินของเขาสามารถทำธุรกรรมการเงินได้ถึงหลักล้าน ระหว่างนั้นกัญญาภัคก็กอดอกมองอยู่ตลอดแล้วเสียงเตือนเงินเข้าก็ดังขึ้น หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มาดู
เงินหนึ่งล้านบาทโอนเข้ามาในบัญชีเธอแล้วกัญญาภัคเงยหน้ามองเขา
“ขอบคุณนะคะที่ให้ค่าขนมน้ำใส” เธอไหวไหล่แล้วเก็บโทรศัพท์ “ฉันเพิ่งจ่ายค่าต่อเติมบ้านไปพอดีก้อนนี้ก็ถือว่าเป็นค่าขนมบวกค่าตกแต่งห้องให้น้ำใสแล้วกัน”
“แล้วแต่คุณเลย”คณินยกยิ้ม เขากล้าให้เพราะเขามีพอที่จะให้จริงๆ ไม่ใช่แค่เอาหน้าตอนนี้
กัญญาภัคเลยเบือนหน้าหนีสายตาคมกริบของเขาเวลาที่มองมานิ่งๆ ทำให้เธอคิดถึงฉากรักเร่าร้อนระหว่างเขาและเธอตลอดเขาแข็งแกร่งทรงพลังทำให้เธอแทบตายบนเตียง สายตาของเขาชวนให้คิดถึงเรื่องนั้นตลอดเลย
หญิงสาวเม้มปากแล้วเดินนำเขาไปขณะที่คณินอมยิ้มถ้าเขาได้บดคลึงกลีบปากช่างพูดนั่นอีกครั้งจะดีแค่ไหนนะ ยังคิดถึงความเร่าร้อนอ่อนหวานของกัญญาภัคไม่หาย เขายิ้มมุมปาก มองผลผลิตตัวน้อยที่เกิดจากเขาและเธอ
“น้ำใสแม่ของหนูทำให้พ่อหลงจนไปไหนไม่ได้แล้วลูก”
“เอิ๊กๆ”
น้ำใสหัวเราะ
กัญญาภัคเลยหันไปเลิกคิ้วมองคณินทำให้น้ำใสหัวเราะได้มากกว่าที่อยู่กับเธอเสียอีกบางทีก็นึกน้อยใจลูกที่รักพ่อจนลืมแม่
“ถึงแล้วค่ะ”กัญญาภัคปัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป หันไปบอกเขา
ห้องน้ำใหม่ที่เธอสั่งให้ช่างมาต่อเติมเพื่อให้สะดวกกับการใช้งานเธอต้องการให้มีจุดอาบน้ำเด็กและต้องการให้ห้องน้ำกว้างขวางสบายตาไม่อึดอัดจึงยอมลงทุนเพิ่ม
คณินเดินเข้ามาในห้องน้ำอย่างระมัดระวังตลอดเวลาแม่หนูน้อยหัวเราะร่ากับลูกบอลของเล่นที่ด้านในมีกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งเรียกความสนใจมาตลอด
“คุณวางลูกลงบนเบาะนี่ก่อนค่ะ”กัญญาภัคเดินนำไปที่เคาน์เตอร์ จุดที่ต่อเติมออกมาคณินวางร่างเล็กลงบนเบาะนุ่มอย่างเบามือ แล้วจัดการถอดเสื้อผ้าลูก กิริยาท่าทางคล่องแคล่วไม่ติดขัดทำเอาคุณแม่ยังสาวถึงกับอ้าปากค้างไม่อยากเชื่อว่าเพิ่งมีลูกคนแรก เขาทำคล่องราวกับเคยเลี้ยงเด็กมาสักสิบคน
“คุณยืนเฉยทำไมเตรียมน้ำอุ่นสิครับ”
“คล่องจังเลยนะคะ”
“ตอนคุณอุ้มท้องผมไม่ได้อยู่ดูแลตอนนี้ผมก็อยากทำหน้าที่พ่อให้สมบูรณ์” เมื่อเห็นกัญญาภัคยังยืนนิ่งกับที่ เขาเลยจะจัดการเปิดน้ำอุ่นเอง
“ไม่ต้องค่ะฉันทำให้เอง”
กัญญาภัคยอมให้เขาในเรื่องความรักลูกเขามีเต็มเปี่ยมแบบที่ไม่ต้องสงสัยเลย หญิงสาวจัดแจงเปิดเครื่องทำน้ำอุ่น เอาฝักบัวเปิดน้ำลงในกะละมังอาบน้ำเด็กแตะมือลงในน้ำจนได้อุณหภูมิที่พอใจจึงปิดน้ำเมื่อเต็มกะละมัง
คณินถอดเสื้อผ้าลูกแล้ววางบนผ้าขนหนูสีขาวผืนนุ่มสะอาดซึ่งพับอยู่ในตะกร้าใกล้ๆจากนั้นเขาก็ห่อร่างกายลูกไว้เพื่อไม่ให้หนาวจนเกินไปเขามองยาสระผมเด็กและครีมอาบน้ำเด็กที่วางใกล้ๆกันแล้วก็พอใจมากเพราะมันเป็นของที่เขาเลือกซื้อมาให้
“ของพวกนี้ที่คุณส่งมาฉันรับเข้าบ้านหมดแล้วนะคะ”หลังๆ ที่เขาส่งของมาให้เธอก็รับไว้ทั้งหมดแล้ว เพราะเป็นของที่ต้องใช้ทั้งนั้นเธอก็จะได้ประหยัดด้วย “ต่อไปไม่ต้องกวาดซื้อทุกอย่างมาแล้วนะคะเพราะคุณให้เงินมาแล้ว มันเป็นหน้าที่ฉันแล้วที่ต้องซื้อ”
“ได้ผมยกหน้าที่นี้ให้คุณ” คณินบอกง่ายๆ เพื่อตัดบท “งั้นผมอาบน้ำลูกก่อนนะแกเบะปากจะร้องแล้ว”
“ค่ะค่อยๆ อาบนะคะ” กัญญาภัคคอยจับตามองเขาตลอดเวลา
เริ่มตั้งแต่สระผมให้ลูกเขานำฟองน้ำจุ่มลงไปในน้ำแล้ววักใส่ศีรษะเล็กเขาระมัดระวังมากไม่ให้น้ำเข้าตาแม่หนู ซึ่งตอนนี้ร้องโยเยใหญ่แล้ว
“สงสัยน้ำใสไม่ชอบอาบน้ำ”คณินเอ่ย
“ฉันถามพยาบาลมาแล้วเด็กร้องแบบนี้เกือบทุกคนเลยค่ะ”
“มันเป็นธรรมชาติของเขาที่ถูกรบกวนผมว่าผมรีบอาบให้แกก่อนดีกว่า คุณมัวแต่ชวนผมคุย”
“ฉันไม่คุยแล้วก็ได้ค่ะคุณอาบระวังๆ นะคะ คอแกแข็งแล้วก็จริงแต่ก็ระวังลื่นด้วย”
“ผมจะระวังให้มากที่สุดคุณไม่ต้องห่วง”
คณินสระผมเสร็จแล้วก็เริ่มอาบน้ำให้ลูกต่อตามขั้นตอนที่เขาไปเรียนมา ที่เขาทำได้คล่องแคล่วเพราะพชรเพื่อนเขาที่เป็นหมอเด็กแนะนำให้ไปเข้าคอร์สเขาไปฝึกมาสองวันแล้ว จนจำขั้นตอนได้แม่นอีกอย่างเขาเป็นคนที่ตั้งใจทำอะไรแล้วก็จะทำจริงจังเรื่องที่ตั้งใจจะเลี้ยงลูกเขาก็ตั้งใจแบบนั้นจริงๆ เขาอยากอาบน้ำ ป้อนนมทำหน้าที่พ่ออย่างสมบูรณ์
เสียงร้องไห้จ้าของน้ำใสไม่ได้ทำให้คณินเสียสมาธิหรือมือสั่นเลยตรงกันข้ามเขายิ่งมือนิ่งมากแล้วอาบน้ำจนเสร็จในเวลาไม่เกินสิบห้านาที
“น้ำใสครับพ่ออาบเสร็จแล้วไม่ร้องแล้วนะครับคนเก่ง”คณินหยอกล้อลูก แล้วทำหน้าตลกๆ ให้ลูกดูน้ำใสได้ยินเสียงหยอกของพ่อซึ่งเป็นเสียงที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยก็หยุดร้องไห้แล้วมองพ่อนิ่งๆ
“เก่งที่สุดเลยพ่อรักตายเลยแบบนี้” คณินชมเปาะแล้วคงบังเอิญที่แม่หนูหัวเราะออกมาไม่รู้ชอบใจอะไรแต่ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มดูมีความสุขมาก