สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับ์กำลังร่ำไห้เป็หยาดน้ำตาแห่งสายเืหยดน้ำเย็นเฉียบตกกระทบผืนดินโคลนแฉะส่งเสียงกระทบดังสะท้านไปทั่วหุบเขาที่ถูกปิดกั้นด้วยม่านหมอกรัตติกาลฟ้าแลบแปลบปลาบแหวกม่านเมฆทะมึน สาดแสงสีเงินยวบยาบอาบไล้ใบหน้าอันเรียบเฉยทว่าแฝงด้วยความเด็ดเดี่ยวของเด็กหนุ่มวัยสิบหกปีนาม'หลินจิ่วเซิง'
สองเท้าของเขาจมลึกก้าวเดินฝ่าโคลนตมอันหนาวเหน็บในมือกระชับพลั่วขุดหลุมคู่กายแน่น เส้นอักษรสีเทาหม่นซึ่งเกิดจาก ‘เนตรฟังศพ’ลอยล่องชี้คอยนำทางอยู่เบื้องหน้ามันคือถ้อยคำแห่งความปรารถนาสุดท้ายของหญิงไร้หน้าถ้อยคำที่ร้อยรัดและชักนำเขามุ่งตรงไปยังสุสานร้างท้ายหมู่บ้านอีกาดำสถานที่ซึ่งถูกลืมเลือนและเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่เข้มข้นจนแทบจะบาดลึกเข้าไปในกระดูก
บรรยากาศรอบกายบีบคั้นราวกับมีภูผานับหมื่นชั่งกดทับลงมาบนบ่าเสียงกิ่งไม้แห้งแตกหักดังกรอบแกรบดั่งเสียงกระดูกที่ถูกบดขยี้หลินจิ่วเซิงสูดลมหายใจลึก กลิ่นไอดินผสมผสานกลิ่นคาวเืจางๆ ลอยแตะจมูกแม้เขาจะไร้ซึ่งพลังปราณในกายเฉกเช่นผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป ทว่าประสาทััที่ถูกหล่อหลอมจากการอยู่ร่วมกับความตายมาตลอดสิบหกปีทำให้เขาสามารถจับจังหวะชีพจรของผืนดินได้อย่างแม่นยำ
ณ ใจกลางป่าช้าร้างใต้ร่มเงาของต้นมู่หลานที่ยืนต้นตายพรายราวกับปีศาจยื่นแขนกิ่งก้านสาขาขึ้นสู่ท้องฟ้าเส้นอักษรสีเทากลายสภาพเป็เถ้าธุลีร่วงหล่นลงสู่พื้นดินจุดหนึ่งหลินจิ่วเซิงหยุดฝีเท้า ดวงตาคมกริบจดจ้องไปยังผืนดินเบื้องล่างเขาปักพลั่วลงไปอย่างไม่ลังเลเสียงเหล็กกระทบดินเหนียวดังเป็จังหวะหนักแน่นสม่ำเสมอ
ดินแล้วดินเล่าถูกสาดขึ้นมากระทั่งพลั่วของเขากระทบเข้ากับวัตถุบางอย่างที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า...เสียงสะท้อนนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง
โลงศพสีชาดปรากฏขึ้นแก่สายตา!สีแดงของมันสดใสราวกับเพิ่งถูกชโลมด้วยโลหิตของเทพเซียนตัดกับความมืดมิดและดินโคลนสกปรกอย่างสิ้นเชิง ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือบนพื้นผิวของโลงศพใบนี้ไร้ซึ่งฝุ่นผงธุลีใดๆ เกาะติดราวกับว่ากาลเวลาไม่อาจกัดกินหรือแตะต้องมันได้ ทั้งที่มันถูกฝังอยู่ใต้ดินลึกมาเนิ่นนานรอบโลงศพถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนทมิฬถึงเก้าชั้นโซ่แต่ละเส้นสลักอักขระโบราณที่แผ่กลิ่นอายสะกดข่มิญญาอย่างรุนแรง
"โซ่เก้าชั้นผนึก์..."หลินจิ่วเซิงพึมพำกับตนเอง การจะเปิดโลงนี้หาใช่เื่ง่ายเขาอาศัยแรงกายและหลักการงัดแงะที่เรียนรู้จากบิดาสอดปลายพลั่วเข้าใต้รอยต่อของโซ่และฝาโลง ใช้ก้อนหินใหญ่เป็จุดหมุนสองแขนเกร็งจนเส้นเืปูดโปน ริมฝีปากเม้มแน่นจนห้อเื
ตึง! ตึง! ตึง!
หมุดเหล็กและโซ่ตรวนที่ผุกร่อนในบางส่วนเริ่มคลายตัวเสียงฝาโลงที่ถูกเปิดออกดังครืดคราดเสียดสีกับอากาศราวกับเสียงครางของิญญาร้ายทันทีที่ฝาโลงเปิดอ้าออก กลิ่นหอมประหลาดของดอกท้อก็โชยพัดออกมาแทนที่จะเป็กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพ
ภายในโลงศพสีเืนั้น หาใช่ร่างไร้ิญญาที่น่าเกลียดน่ากลัวทว่ากลับเป็ร่างของเด็กหญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงสีแดงสด นางหลับพริ้มอยู่อย่างสงบใบหน้าจิ้มลิ้มราวกับหยกสลัก ริมฝีปากแดงระเรื่อบนอกของนางมีกระดิ่งทองแดงใบเล็กวางอยู่ กระดิ่งนั้นยังคงแผ่ไออุ่นออกมาตรึงกับิัราวกับมันคือหัวใจอีกดวงที่กำลังเต้นเป็จังหวะ
จังหวะนั้นเองหลินจิ่วเซิงสังเกตเห็นแอ่งน้ำขังที่พื้นโคลนข้างโลงศพแสงฟ้าแลบสะท้อนเงาของเขาและโลงศพลงบนผิวน้ำ ทว่า... ร่างของเด็กหญิงชุดแดงผู้นี้กลับไร้ซึ่งเงาทอดลงบนแอ่งน้ำ!
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงหัวใจของเด็กหญิงเต้นเป็จังหวะแ่เบาแต่สิ่งที่ทำให้หลินจิ่วเซิงต้องเบิกตากว้างคือ ทันทีที่หัวใจนางขยับระฆังงานศพทั้งเก้าใบในหมู่บ้านอีกาดำที่อยู่ห่างออกไปกลับส่งเสียงดังกังวานขึ้นพร้อมกันสอดคล้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจนางอย่างไม่มีผิดเพี้ยน! นางคือผู้ใดกันแน่?เหตุใดก้อนเนื้อในอกนางจึงสามารถสั่นคลอนระฆังของคนตายทั้งหมู่บ้านได้?
แพขนตางอนยาวของเด็กหญิงค่อยๆ ขยับ ก่อนที่เปลือกตาจะเปิดออกเผยให้เห็นดวงตากลมโตที่ดำขลับและลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาลที่ไร้ก้นบึ้งนางหยัดกายลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้าสายตาทอดมองผ่านม่านฝนมายังหลินจิ่วเซิงโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว ริมฝีปากเล็กๆขยับเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสทว่าแฝงด้วยความอ้างว้างอันเป็นิรันดร์
"ท่านพี่ใหญ่...เหตุใดหัวใจของโลกหล้าจึงหยุดเต้นลงเล่า?"
คำถามนั้นเปี่ยมด้วยปรัชญาและความนัยที่ลึกซึ้งเกินกว่าเด็กวัยนี้จะเอื้อนเอ่ยหลินจิ่วเซิงกระชับพลั่วในมือ ั์ตาสงบนิ่งดั่งบ่อน้ำลึกเขามิได้ถูกรูปลักษณ์อันไร้เดียงสาของนางทำให้ไขว้เขวจึงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเ็า
"ข้ายังมิอาจหยั่งรู้ความหมายของฟ้าดิน...ทว่าก่อนที่เ้าจะตั้งคำถามต่อโลกหล้า เ้าควรบอกกล่าวแก่ข้าก่อนว่าผู้ใดเป็คนขังเ้าไว้ในโลงศพใบนี้"
เด็กหญิงเอียงคอเล็กน้อย ราวกับกำลังใช้ความคิดทว่าก่อนที่นางจะได้เอื้อนเอ่ยคำตอบใดบรรยากาศรอบสุสานร้างพลันเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน!
ครืน! ครืน! ครืน! ครืน!
ผืนดินรอบโลงแดงะเิออกพร้อมกันสี่จุดดินโคลนสาดกระเซ็นขึ้นฟ้า ร่างทะมึนสี่ร่างพุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้ดินพวกมันคือหุ่นศพพิทักษ์โลงสภาพร่างกายเน่าเปื่อยทว่ากล้ามเนื้อกลับแห้งกรังและแข็งแกร่งดั่งศิลาสวมชุดเกราะขาดวิ่น ดวงตาของพวกมันเปล่งแสงสีเขียวปลาบ ลมหายใจพ่นละอองพิษสีดำคล้ำออกมากรงเล็บแหลมคมยาวร่วมคืบตวัดกรีดอากาศจนเกิดเสียงดังฉีกขาดดั่งัคำราม!
แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่หลินจิ่วเซิงจนหายใจติดขัดจิตสังหารของหุ่นศพทั้งสี่พุ่งเป้ามาที่เขาเพียงผู้เดียวหากเป็ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปคงใช้ปราณกระบี่ฟาดฟันให้แหลกเป็ผุยผงแต่เขาคือคนขุดหลุมที่ไร้ปราณ เขาไม่อาจใช้กำลังเข้าปะทะโดยตรง!
"มา!" หลินจิ่วเซิงคำรามต่ำร่างของเขาพลิ้วไหวถอยร่นไปด้านหลังอย่างรวดเร็วอาศัยโคลนตมที่ลื่นไถลเป็ตัวช่วยเพิ่มความเร็วหุ่นศพตนหนึ่งกระโจนเข้าใส่หมายตะปบกะโหลก เขาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียดกรงเล็บของมันฝังลึกลงไปในต้นไม้ยืนตายจนลำต้นแตกแหว่ง
สายตาของเด็กหนุ่มกวาดมองอย่างรวดเร็วเขาจดจำได้ว่าบนอกของหุ่นศพเหล่านี้มีแผ่นป้ายไม้ิญญาฝังอยู่ใต้ิัที่ปริแตกมันคือแกนกลางที่ควบคุมการเคลื่อนไหว ทว่า... เขาจะทำลายร่างของพวกมันมิได้!เพราะหากพวกมันคือร่างของชาวบ้านอีกาดำที่หายสาบสูญไป การทำลายร่างย่อมหมายถึงการพรากโอกาสไปสู่สุขติของพวกเขา
สติปัญญาและความเยือกเย็นคืออาวุธที่น่ากลัวที่สุดของเขาหลินจิ่วเซิงเตะโซ่ตรวนเก้าชั้นที่กองอยู่บนพื้นให้สะบัดขึ้นกลางอากาศหุ่นศพสองตนพุ่งเข้ามาอย่างโง่งมพวกมันสะดุดเข้ากับเส้นโซ่ที่ไขว้กันไปมาจนเสียหลักล้มกลิ้งลงกับโคลน
จังหวะนั้นเองหลินจิ่วเซิงทะยานร่างเหยียบลงบนแผ่นหลังของหุ่นศพตนหนึ่งพลิกพลั่วในมือใช้มุมแหลมของใบพลั่วสอดเข้าที่รอยแยกบนหน้าอกของมันอย่างแม่นยำราวกับจับวาง!
แกร๊ก!
ด้วยแรงงัดเพียงครั้งเดียวป้ายิญญาสีดำที่สลักอักขระควบคุมก็หลุดกระเด็นออกมาหุ่นศพตนนั้นกระตุกเกร็งก่อนจะหยุดนิ่งไปทันที ไร้ซึ่งการทำลายล้างร่างเนื้อ!
ทว่าการกระทำนี้กินเวลาไปเสี้ยววินาทีหุ่นศพตนที่สามและสี่พุ่งกระหนาบซ้ายขวากรงเล็บของพวกมันประสานกันเป็ค่ายกลปิดสกัดทางหนีของเขาทุกทิศทางหลินจิ่วเซิงกัดฟัน ใช้ด้ามพลั่วต้านรับกรงเล็บของตนซ้ายประกายไฟแลบแปลบปลาบเมื่อเหล็กปะทะกับกระดูกแข็ง ทว่าหุ่นศพตนที่สี่กลับพลิกแพลงวงแขนพุ่งกรงเล็บแหลมพุ่งทะลวงหมายเจาะทะลุกะโหลกของเขาจากมุมบอดเบื้องบน!
ลมหายใจแห่งความตายรดรินอยู่ที่ปลายจมูกกรงเล็บนั้นห่างจากตาดำของหลินจิ่วเซิงเพียงคืบเดียว เขาเบิกตากว้างร่างกายถูกล็อกจนไม่อาจขยับเขยื้อนหลบหลีกได้ทัน
ทว่า ในเสี้ยวพริบตาก่อนที่กะโหลกของเขาจะถูกบดขยี้...
เด็กหญิงชุดแดงในโลงศพนาม 'เสี่ยวเถา'เพียงแค่นั่งนิ่งอยู่กับที่ นางมิได้ร่ายรำกระบวนท่า หรือะเิพลังปราณใดๆนางเพียงแค่... ยกปลายนิ้วเรียวเล็กขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
วูบ!
สรรพเสียงรอบด้านมลายหายไปในพริบตา! เสียงสายฝนที่กระทบพื้นเสียงฟ้าร้องที่กึกก้อง เสียงลมกระโชกแรง แม้กระทั่งเสียงหอบหายใจของหลินจิ่วเซิงทุกสิ่งถูกดูดกลืนหายไปในความเงียบงันอันเป็นิรันดร์ภวังค์แห่งความเงียบนี้หนักอึ้งและทรงอำนาจจนบิดเบือนมิติรอบกาย
หุ่นศพที่กำลังพุ่งทะยานลงมาถูกแช่แข็งค้างอยู่กลางอากาศราวกับแมลงที่ถูกผนึกในหยาดอำพันกรงเล็บของมันหยุดนิ่งห่างจากหน้าผากของหลินจิ่วเซิงเพียงเส้นผมกั้น!หยาดฝนทุกหยดรอบบริเวณนั้นหยุดนิ่งค้างอยู่กลางห้วงอากาศกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินถูกลบล้างเพียงเพราะการขยับปลายนิ้วของเด็กหญิงผู้นี้!
หลินจิ่วเซิงเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งเขาเพิ่งประจักษ์ถึงพลังอำนาจที่เหนือล้ำยิ่งกว่ากฎเกณฑ์ใดๆ ที่มนุษย์จะเข้าใจได้มันมิใช่วิชาสังหาร แต่มันคือการแทรกแซงและหยุดยั้ง 'ความเป็ไป' ของโลก!
ความเงียบงันปกคลุมอยู่เพียงสามลมหายใจก่อนที่เสี่ยวเถาจะลดมือลง สรรพเสียงทุกสิ่งกลับคืนสู่สภาวะเดิมหุ่นศพที่ถูกแช่แข็งร่วงหล่นลงกระแทกพื้นโคลนเสียงดังตุบไร้ซึ่งพลังในการเคลื่อนไหวอีกต่อไปราวกับว่าเจตจำนงที่ควบคุมพวกมันถูกลบเลือนหายไปพร้อมกับความเงียบเมื่อครู่
หลินจิ่วเซิงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ลดพลั่วลงช้าๆั์ตาของเขายังคงจดจ้องไปที่เด็กหญิงในโลงแดง นางมิใช่มนุษย์ธรรมดาและอาจมิใช่ปีศาจธรรมดา นางคือตัวตนที่อยู่นอกเหนือสมุดบัญชีคนตาย!
ทว่าในขณะที่ความเงียบอันวังเวงกำลังจะกลับคืนมาครอบงำสุสานร้างอีกครั้งท่ามกลางเสียงฝนที่ตกกระทบใบไม้ หลินจิ่วเซิงพลันขมวดคิ้วประสาทััอันเฉียบคมของคนขุดหลุมััได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง
ตึก... ตึก... ตึก...
มันคือเสียงการเต้นของหัวใจ...ทว่ามิใช่เสียงระฆังหรือเสียงกระดิ่งจากตัวเสี่ยวเถาเสียงนี้แว่วมาจากทิศทางของหมู่บ้าน มุ่งตรงมาจากใต้ฐานของ 'ศาลเ้าผี'ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางหมู่บ้านอีกาดำ!
ดวงตาของหลินจิ่วเซิงหรี่แคบลงความรู้สึกเย็นะเืแล่นปราดไปตามไขสันหลังจังหวะการเต้นของหัวใจปริศนาที่ดังมาจากใต้ศาลเ้านั้น...มันเป็จังหวะเดียวกัน... สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบกับเสียงหัวใจของเสี่ยวเถาที่อยู่เบื้องหน้าเขาราวกับเป็เงาสะท้อนของกันและกัน!
ความลับที่ถูกฝังกลบมาสิบหกปี...ประตูบานใหม่แห่งหนี้กรรมได้ถูกแง้มเปิดออกแล้ว!